"นั่นมันตัวอะไรน่ะลูกแมวเหรอ ทำไมมันถึงหลุดมาเดินแถวนี้ได้กัน" บันถามอย่างสงสัยปนตื่นตะลึงเพราะไม่น่าที่จะมีแมวมาเดินแถวนี้ได้
"ถึงจะคล้าย ๆแต่มันก็ไม่ใช่ซะทีเดียวหรอก มันคือสายพันธุ์ของสัตว์ร้ายที่ชื่อว่า ควินซ์น่ะ"
"ควินซ์เหรอไม่คุ้นเลยแฮะ" พอลบ่นพึมพำ
"ก็นะมันเป็นสัตว์ร้ายที่แทบจะเรียกได้ว่าสูญพันธุ์ไปแล้วฉันเองก็เคยเจอข้อมูลของมันจากชั้นสามของหอสมุดแค่นั้นเองไม่คิดว่าจะได้มาเจอตัวจริงแบบนี้" โนบลินอธิบายคร่าว ๆ
"แล้วทำไมมันถึงได้มาคลอเคลียนายเหมือนรู้จักกันมาก่อนอย่างนั้นล่ะ"เรสเอ่ยถามขึ้น
"คือ..ตอนที่ฉันไปห้องน้ำบังเอิญเจอมันเข้าน่ะ" โนบลินยืนเกาหัวแกรกก่อนจะตอบออกไป
"เหมือนว่าตอนที่นายไปห้องน้ำนี่จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหลายอย่างเลยนะโนบลิน"บันยังไม่หายสงสัย
"ก็นิดหน่อยแต่ไม่มีอะไรมากหรอกพวกนายไม่ต้องเป็นห่วงนะ”โนบลินบอกปัดไปอย่างเสียไม่ได้
เด็ก ๆเหลียวมองหน้ากัน ก่อนที่จะตกลงใจที่จะไม่ซักไซ้โนบลินต่อพวกเขาออกเดินทางต่อไปพร้อมกับสมาชิกใหม่อย่างเจ้าควินซ์ตัวน้อยที่คอยเดินคลอเคลียกับขาของโนบลินอยู่ไม่ห่างเพราะโนบลินเป็นคนแรกที่ป้อนมันด้วยเนื้อของสัตว์ร้ายเซบัปจนมันอิ่มพุงกางทำให้มันมอบความรักของมันทั้งหมดมาที่โนบลินจนไม่เหลือหลอ
กว่าครึ่งวันของการเดินทางของพวกเด็กๆ พวกเขาเดินทางมาได้ระยะทางไกลมากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆที่ผิดปกติให้ได้เห็น มีเพียงสายลมเอื่อย ๆ ที่พัดพาให้ยอดไม้ไหวเอนไม่มีแม้แต่สัตว์ร้ายสักตัวให้ได้เห็น
"นี่มันจะเงียบสงบเกินไปหรือเปล่าโนบลิน"
พอลหันมาบ่นเบา ๆกับผู้นำขบวนในครั้งนี้เพราะยอดเขาทั้งสามยอดที่พวกเขาเดินผ่านมาในวันนี้ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อยจนทำให้พอลที่ร่างกายต้องการปะทะอยู่ตลอดเวลานั้นแทบจะอยากเดินกลับบ้านไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะเท่าที่อ่านเจอมาจากหอสมุดมีเขียนเรื่องราวของพื้นที่เขตเทือกเขาอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ละเอียดเท่าไหร่อีกอย่างทรัพยากรในพื้นที่ป่าอีกด้านหนึ่งของเมืองก็ยังสมบูรณ์มากจนทำให้นักเวทในเมืองไม่ค่อยสนใจเข้ามาหาทรัพยากรในพื้นที่ยากลำบากแบบนี้ทำให้ข้อมูลของเทือกเขานี้หายากขึ้นไปอีก" โนบลินตอบไปอย่างจนใจ
"อย่างนั้นฉันขอพักตรงนี้ก่อนแล้วกันเดินมาครึ่งวันแล้วเริ่มจะเหนื่อยแล้วแฮะ" บันพูดก่อนที่จะเดินไปนั่งพักใต้เงาของต้นไม้ใหญ่ที่มีใบสีสันแปลกตา
"เมี๊ยว.."
อยู่ ๆเจ้าควินซ์น้อยก็ร้องออกมาอย่างตกใจ จนโนบลินต้องนั่งลงไปปลอบขวัญมันเป็นการใหญ่
"เจ้าเหมียว..แกเป็นอะไรหิวอีกแล้วเหรอ? แต่ฉันเพิ่งจะให้เนื้อเซบัปแกไปเองนะแกกินจุขนาดนั้นเลยเหรอ?" โนบลินเอ่ยถาม
แต่เหมือนว่าเจ้าควินซ์ตัวน้อยนั้นจะไม่ได้ให้ความสนใจโนบลินเลยแม้แต่น้อยมันจ้องมองบันที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้อยู่ตลอดเวลาด้วยสายตาที่เหมือนว่าจะพร้อมโจมตีได้ตลอดเช่นกัน สายตาที่ไม่เป็นมิตรที่พวกเด็ก ๆไม่เคยได้เห็นจากมันปรากฏขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไป
'หรือมันจะยังมีสัญชาตญาณโหดร้ายของเผ่าพันธุ์มันอยู่แบบนี้ก็แย่สิเนี่ย'
โนบลินแอบคิดอย่างหนักใจอยู่คนเดียวเขาเคยช่วยชีวิตมันมาด้วยความยากลำบากก่อนที่จะให้สัญญากับเซบัปยักษ์ตัวนั้นว่าจะดูแลมันอย่างดีไม่ให้สร้างความเดือดร้อนให้กับเผ่าพันธุ์อื่นๆ อย่างที่เคยเป็น ถ้าหากวันนี้มันยังมีความโหดร้ายหลงเหลืออยู่ในสัญชาตญาณของมันก็เป็นไปได้ที่วันนึงเขาอาจจะต้องจัดการมันเองกับมือ
"เมี๊ยว...เมี๊ยว...!!!"
ควินซ์ตัวน้อยเริ่มส่งเสียงดังขึ้นและถี่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อม ๆ กับขนสีดำขลับบนหลังของมันที่เริ่มชูชันขึ้นเป็นสัญญาณของการเตรียมตัวที่จะต่อสู้กับอะไรก็ตามมันกำลังจ้องมองอยู่โนบลินเริ่มตื่นตัวกับปฏิกิริยาของมันเขาไม่อยากจะคิดว่าเจ้าเหมียวจ้องที่จะเล่นงานบันที่กำลังนั่งพักอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ด้านหน้าแต่ด้วยท่าทางของมันในตอนนี้ทำให้เขาเริ่มไม่ไว้วางใจมันเสียแล้วเขาหันไปมองบันที่ยังนั่งจิบน้ำอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่
โนบลินพยายามเอามือลูบขนบนหลังของมันอย่างแผ่วเบาเพื่อให้มันลดความตึงเครียดลงบ้างแต่เห็นทีจะไม่ได้ผลแม้แต่น้อยเพราะเจ้าเหมียวดำเริ่มงอหลังในท่าเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะพุ่งตัวเข้าจัดการเหยื่อตรงหน้าสีหน้าและท่าทางของมันดูไม่แตกต่างจากเสือตัวใหญ่ที่จ้องมองกวางป่าที่เป็นอาหารอันโอชะเลยแม้แต่น้อยจะผิดแผกไปก็ตรงที่ร่างกายสีดำขลับของมันเล็กมากจนโนบลินสามารถยกมันขึ้นทั้งตัวได้ด้วยมือข้างเดียว
เรซที่สังเกตได้ถึงความผิดปกติของเจ้าเหมียวควินซ์เดินเข้ามาหาโนบลิน
"มีอะไรเหรอโนบลินดูเจ้าควินซ์มันเหมือนกำลังขู่อะไรอยู่ซักอย่าง" เรซถามอย่างสงสัย
"ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่มันหันไปมองทางบันมาซักพักแล้วก็เป็นอย่างที่เห็นฉันกลัวว่ามันจะยังมีสัญชาตญาณที่โหดร้ายของควินซ์อยู่แล้วมันจะเข้าไปทำร้ายบันเข้านะสิ"โนบลินตอบอย่างอ่อนใจ
"ถ้าอย่างนั้นก็แย่สิเจ้าตัวเล็กนี้มันป่าเถื่อนขนาดทำร้ายคนที่ดูแลมันได้เลยเหรอฉันเห็นตอนแรกที่เจอมัน มันก็ยังเข้ามาคลอเคลียบันอยู่เลยไม่คิดว่ามันจะร้ายกาจขนาดแฝงตัวเข้ามาเพื่อลอบทำร้ายพวกเราได้เลยนะเนี่ย"เรซเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ
"ฉันก็คิดอย่างนั้นแต่นี่มันก็ตั้งท่ามาซักพักแล้วฉันคิดว่าถ้ามันต้องการที่จะทำร้ายบันมันคงพุ่งเข้าไปนานแล้วฉันก็เลยคอยดูมันอยู่ว่ามันต้องการที่จะทำอะไรกันแน่"
"เมี๊ยว..!!!"
ทันทีที่โนบลินพูดจบเจ้าเหมียวควินซ์ก็พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วจนแทบมองด้วยไม่ทันตาเปล่ามันกลายเป็นลำแสงสีดำขลับที่ลากยาวจากจุดที่โนบลินยืนอยู่พุ่งตรงไปในทิศทางที่บันนั่งพักผ่อนอยู่
"ควินซ์!!"
"บัน!!!"
...เสียงของโนบลินที่เรียกเจ้าเหมียวดังขึ้นพร้อมกับกับเสียงของเรซที่ตะโกนเรียกบันอย่างตกใจ..