ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 บทที่ 179 ผีพนัน เซวียนหยวนกวัง

            ในฐานะของนักล่ามืออาชีพเขาย่อมต้องคุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้ไม่แพ้ใครอยู่แล้วปกติเขาจะได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตภายในระยะหลายลี้เป็นระยะๆแต่วันนี้มันกลับเงียบมากจนผิดปกติ

            เงียบจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงแมลงเลยด้วยซ้ำ

            เกิดอะไรขึ้นกันนี่?

            จางฟั่งค่อยๆ ยกคันธนูใหญ่ขึ้นมาถือไว้ จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับไปด้านหน้าช้าๆไม่นาน ก็มีคาวเลือดอันคุ้นเคยลอยมาแตะจมูกเขา

            ความเข้มข้นของกลิ่นนี้ทำเอาจางฟั่งพลันรู้สึกราวกับว่าตัวเองจมอยู่ในทะเลเลือดก็ไม่ปาน

            พระเจ้า!

            ต้องฆ่าสัตว์อสูรไปกี่ตัวมันถึงจะสร้างกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นขนาดนี้ได้ล่ะนี่...

            จางฟั่งเดินไปข้างหน้าต่ออีกครู่หนึ่ง จากนั้นไม่นานเขาก็ได้เห็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดในชีวิตของเขา

            ซากศพ มีแต่ซากศพกองอยู่เต็มพื้นไปหมด

            มีทั้งขนาดใหญ่ขนาดเล็ก ทั้งแข็งแกร่งทั้งอ่อนแอทั้งหมดรวมกันมีมากถึงหลายร้อยตัวกำลังนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้าของจางฟั่ง

            นอกจากนี้ยังมีเงาร่างสายหนึ่งที่ทั่วทั้งตัวมันเปียกชุ่มไปด้วยเลือดสดๆตอนนี้มันกำลังคุกเข่าอยู่ตรงท้องของราชสีห์ทองคำตัวหนึ่ง มันดูดเลือดสดๆ ที่ยังอุ่นอยู่ของสัตว์อสูรตัวนั้นอย่างบ้าคลั่ง

            อึกอึกอึก

            เงาร่างนั้นตั้งสมาธิอยู่กับการดูดเลือดมากเกินไปดูจะไม่รู้สึกถึงตัวตนของจางฟั่งที่กำลังเขยิบเข้ามาใกล้เลยสักนิด ซึ่งรอบๆ ตัวเขานั้นมีแต่ซากศพที่ตัวแห้งกรังราวกับว่าเลือดของพวกมันถูกดูดกินไปจนเกลี้ยงแล้ว

            “นี่...นี่มัน...ผี ผีดูดเลือดนี่!!”

            ริมฝีปากของจางฟั่งสั่นเทาไม่หยุดเขารีบตั้งสติกลับมาแล้วค่อยๆ ถอยหนีกลับไปทันที

            แต่น่าเสียดายที่เงาร่างที่กำลังดูดเลือดอย่างบ้าคลั่งอยู่นั้น ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น แต่กลับมีเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นอย่างน่ากลัวจนจางฟั่งตัวสั่นหงึกไปทั้งตัว

            “เห็นข้าแล้ว คิดว่าจะหนีรอดไปได้หรือ...หึหึรสชาติของเลือดมนุษย์นี่หอมใช้ได้เหมือนกันนะ เจ้าอยากจะลองดูไหม?”

            ขวับ

            เงาปีศาจที่กำลังดูดเลือดอยู่นั้นค่อยๆ หันหน้ากลับมา ใบหน้าของมันนั้นน่าสะพรึงกลัวเสียจนผู้ที่ได้พบเห็นอาจจะกลัวจนบ้าไปเลยก็ได้

            จางฟั่งสลบลงไปทันที

            และนั่นก็เป็นภาพสุดท้ายในชีวิตที่เขามีโอกาสได้เห็น

            ครึ่งชั่วยามผ่านไป

            ทั่วทั้งป่าลึกพลันกลับมาสะอาดดังเดิมในท้ายที่สุดแล้วเงาปีศาจร่างนั้นก็ได้นำซากศพของเหล่าสัตว์อสูรต่างๆ รวมถึงจางฟั่งที่ถูกดูดเลือดจนหมดตัวแล้วกลืนกินลงจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ซาก

            ส่วนเงาร่างที่ดูเลือนรางนั่น หลังจากที่ได้ทำเรื่องอันน่าสะอิดสะเอียนแบบนั้นลงไปแล้วใบหน้าอันน่าหวาดกลัวของมันกลับเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของชายหนุ่มรูปงานคนหนึ่งอีกครั้งมันคือเงาของปีศาจร้ายคนเดียวกันกับที่ปรากฏที่สนามรบบนเขาเมฆมรกตนั่นเอง

            “อวิ้นหลิงขั้นท้าย สำเร็จแล้ว...”

            เสียงของเขานั้นเหมือนกับสัมภเวสีที่ปีนกลับขึ้นมาจากนรกอเวจีเพื่อล้างแค้น

            ภายในระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน มันก็สามารถยกระดับพลังจากอวิ้นหลิงขั้นต้นไปถึงอวิ้นหลิงขั้นท้ายได้แล้วปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวตัวนี้ มันจะสามารถเติบโตไปได้ถึงระดับไหนกันแน่นะ...

            ไม่มีผู้ใดรู้ได้

            และไม่อยากจะคิดจริงๆ

            ..................................

            ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานรื่นเริง

            การแข่งขันของงานจัดอันดับยุทธภัณฑ์เทวะระดับวิถีราชันที่จัดขึ้นปีละครั้งกำลังจะเปิดม่านขึ้นแล้ว

            อันที่จริงเรื่องแบบนี้มันไม่มีความหมายอะไรกับชาวบ้านชาวเมืองเลยแม้แต่น้อยแต่เพราะว่าช่วงสุดท้ายของงานนั้นจะมีการจัดงานประกาศรางวัลขนาดมหึมาขึ้นเสมอ

            ผู้ที่ได้รับสมญานามว่านักการช่างอันดับหนึ่งของแผ่นดินนั้นจะได้รับรางวัลเป็นสุดยอดวัตถุดิบขั้นหกจำนวนหนึ่ง

            ในขณะเดียวกันในงานนี้ก็จะมีเหล่ายอดฝีมือที่มารวมตัวกันจากทั่วทั้งทวีปชี่อู่ด้วยดูน่าสนุกกว่างานปกติอย่างชัดเจนดังนั้นเหล่าชาวเมืองเองต่างก็รู้สึกตื่นเต้นกับงานนี้เหมือนกันไม่มากก็น้อย

            อีกทั้งการได้เห็นเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานเองก็นับเป็นกำไรชีวิตที่ไม่เลวเหมือนกัน

            โดยงานจัดอันดับนี้จะจัดขึ้นต่อเนื่องกันนานครึ่งเดือน ถึงแม้ว่ายุทธภัณฑ์ระดับวิถีราชันนั้นถือเป็นของหายากในทวีปชี่อู่ก็ตามแต่ทุกปีจะมีอาวุธระดับวิถีราชันถูกส่งเข้ามาจากเหล่านักการช่างทั่วทวีปชี่อู่เพื่อร่วมงานคัดเลือกอย่างน้อยก็หลายร้อยชิ้น

            การคัดเลือกเองก็ค่อนข้างจะยุ่งยากมากด้วย สมาคมนักการช่างของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นผู้จัดงานหลักทุกครั้งจะเรียกเหล่ายอดนักการช่างที่มีชื่อเสียงโด่งดังสิบกว่าท่านมารวมตัวกันเพื่อช่วยกันคัดเลือกทีละชิ้นๆไป

            ซึ่งขั้นตอนการคัดเลือกนี้ค่อนข้างน่าตื่นเต้นพอสมควร โดยกลุ่มสมาคมนักการช่างจะทำการแสดงตารางจัดอันดับยุทธภัณฑ์เทวะระดับวิถีราชันของปีที่แล้วขึ้นไปบนหน้าจอที่ทำจากผลึกคริสตัลขนาดมหึมาที่ตั้งไว้ให้คนภายนอกดูโดยบนนั้นจะเป็นอาวุธระดับวิถีราชันทั้งหมดหนึ่งร้อยชิ้นที่มีชื่อเสียงแล้ว

            ทันทีที่มีอาวุธชิ้นใหม่ที่มีศักยภาพมากพอที่จะแซงชิ้นเก่าได้มันจะขึ้นไปอยู่ในอันดับนั้นแทนทันทีส่วนชิ้นที่มีอันดับต่ำกว่าก็จะถูกผลักลงมาจนผลงานที่อยู่ในอันดับสุดท้ายก็จะถูกดันตกออกจากตารางไปเรื่อยๆ

            ดังนั้นตลอดขั้นตอนนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลาทำให้เหล่าผู้ชมได้ลุ้นสนุกไปด้วยกันตลอดทั้งการคัดเลือกซึ่งมันก็ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนุกสนานของเหล่าชาวเมืองดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้เหมือนกัน

            วันนี้เป็นวันแรกของการคัดเลือกดังนั้นบนตารางที่โชว์อยู่ตอนนี้ล้วนเป็นอันดับของอาวุธที่เข้ารับการคัดเลือกเมื่อปีที่แล้ว

            ส่วนที่เป็นที่สนใจมากที่สุดก็ย่อมต้องเป็นอาวุธระดับวิถีราชันสิบอันดับแรกอยู่แล้วซึ่งพวกมันคืออาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปชี่อู่ตอนนี้แล้ว

            กระบี่คุนวูเจ็ดดารา ดาบเกล็ดมังกรทองคำสีม่วง เข็มตะวันทอง...

            ด้านหลังของอาวุธสุดเทพเหล่านี้ ล้วนมีชื่อของผู้สร้างอาวุธชิ้นนั้นๆติดเอาไว้ ซึ่งนั่นคือเกียรติยศอันน่าภาคภูมิใจของนักการช่างคนหนึ่งเลยทีเดียว

            ทันที่ที่ตารางถูกแสดงออกมา ก็มีเหล่าประชาชนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จำนวนไม่น้อยที่มามุงดูตารางนี้ผู้คนมองดูเหล่าชื่อที่คุ้นเคยไปพร้อมกับแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานาออกมา

            “ไม่รู้ว่ารอบนี้จะมีอาวุธเทพๆ ชิ้นใหม่โผล่ออกมาบ้างรึเปล่า...ถ้าจำไม่ผิด สิบอันดับแรกนี่มันอยู่นิ่งแบบนี้มานานหลายปีแล้วใช่ไหม?”

            “ก็นั่นสินะ...ทุกปีก็มีแต่ไอ้ ‘เลี่ยนคุนหลุน’ของศาสนาศักดิ์สิทธิ์ที่ได้อันดับหนึ่งมาโดยตลอด ข้าน่ะเห็นชื่อเขาจนเบื่อแล้ว”

            เลี่ยนคุนหลุนที่เหล่าผู้คนพูดถึงกันอยู่นั้นคือ ยอดคนของศาสนาศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นหนึ่งในสามศาสนาใหญ่ว่ากันว่าเขามีอายุที่ยืนยาวมากจนน่าจะเลยหนึ่งร้อยห้าสิบปีไปแล้วระดับพลังก็ลึกล้ำจนมิอาจหยั่งถึงได้ แต่เขาไม่ได้ปรากฏออกมาเคลื่อนไหวบนโลกภายนอกนานหลายปีแล้ว

            บนตารางอันดับยุทธภัณฑ์เทวะระดับวิถีราชันนั้นสุดยอดยุทธภัณฑ์ที่ได้อันดับที่หนึ่งคือ “ตราผนึกผู้สรรค์สร้าง”ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ระดับวิถีราชันที่เลี่ยนคุนหลุนสร้างขึ้นเมื่อห้าปีก่อนทันทีที่มันปรากฏสู่สายตาของชาวโลกมันก็ติดอยู่บนอันดับหนึ่งมาต่อเนื่องกันห้าปีแล้ว มั่นคงราวกับภูเขาไท่ซาน

            ในช่วงห้าปีมานี้เมื่อถึงงานประกาศรางวัลก็มักจะเป็นเหล่าลูกศิษย์ของเลี่ยนคุนหลุนที่เป็นตัวแทนขึ้นไปรับรางวัลอันดับหนึ่งทุกครั้งซึ่งก็ได้รับวัตถุดิบขั้นหกที่เหล่านักการช่างทุกคนต่างก็หมายตาไว้ไปเป็นจำนวนมากกลายเป็นยอดอาวุธที่ไร้เทียมทานไปแล้ว

            เคยมีคนบอกไว้ว่านอกจากเลี่ยนคุนหลุนจะสามารถสร้างของใหม่ขึ้นมาทลายขีดจำกัดของตัวเองแล้ว เกรงว่าทั่วทั้งชี่อู่นี้คงไม่มีใครสามารถสร้างอาวุธที่เหนือชั้นกว่าขึ้นมาได้แล้ว

            แต่เมื่อเทียบกับอันดับหนึ่งที่ยืนตำแหน่งได้อย่างมั่นคงดุจภูเขามานานห้าปีติดแล้วนั้นตั้งแต่อันดับสองลงไปกลับมีการแข่งขันเปลี่ยนแปลงกันอย่างดุเดือด

            เหล่านักการช่างที่มีอันดับต่ำกว่าเลี่ยนคุนหลุนนั้นต่างก็พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของแผ่นดินแทนเขาต้องการจะสร้างสิ่งที่อยู่เหนือกว่าอาวุธระดับวิถีราชันที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ออกมาให้ได้ ดังนั้นทุกปีก็มักจะมีสุดยอดผลงานอันทรงพลังชิ้นใหม่ๆปรากฏขึ้นมาเสมอซึ่งต่างก็แลกมาด้วยหยาดเงื่อและหยดเลือดของเหล่านักการช่างจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

            ในกลุ่มคนนั้นมีการถกเถียงกันเรื่องอันดับอื่นๆ ที่เหลืออย่างดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ

            “ข้าว่าตำแหน่งของเลี่ยนคุนหลุนน่าจะยังมั่นคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแต่ว่าอันดับที่สองของ ‘มู่เทียนจี’แห่งศาสนาดาบสวรรค์คงจะต้องเปลี่ยนอันดับแล้ว”

            “หืม? เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไรรึสหาย?”

            “ข้าได้ยินมาว่าพวกภูเขาหมื่นอสูรได้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อวัตถุดิบขั้นห้าจำนวนหนึ่งมานักการช่างอันดับหนึ่งของพวกเขา ‘ซือคงสิง’ เองก็เก็บตัวมานานถึงสองปีแล้วทั้งหมดก็เพื่อที่จะสร้างสุดยอดยุทธภัณฑ์ที่เหนือกว่าตราผนึกของผู้สรรค์สร้างให้ได้อย่างไรล่ะ!!”

            “โอ้วว!!”

            เหล่าผู้คนที่มุงอยู่ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยแต่ไม่นานก็มีคนตอบโต้กลับมาทันที

            “เอ๋? แล้วสหายผู้นี้เจ้ารู้ข้อมูลลับพวกนั้นละเอียดขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า!”

            จากนั้นก็ได้ยินผู้ที่ปล่อยข่าวนั้นออกมากำลังหัวเราะเสียงดังจากนั้นเขาก็กระโดดพลิกตัวกลับไปทางด้านหลังอย่างงดงาม ตอนที่จะลงถึงพื้นนั้นก็มีประกายแสงส่องสว่างขึ้นตรงหน้าเขาแวบหนึ่งจากนั้นก็มีโต๊ะอันกว้างใหญ่ตัวหนึ่งปรากฏขึ้น

            บนโต๊ะแบ่งเป็นสองฝั่ง แต่ละฝั่งก็มีธงผืนหนึ่งปักเอาไว้ บนธงฝั่งซ้ายมีตัวหนึ่งสือเขียนไว้ว่า“พนันน้อยสุขสันต์พนันมากเจ็บตัว”

            ฝั่งขวาเขียนไว้ว่า “อายุมากน้อยไม่เกี่ยง อายุมากน้อยไม่รังแก”

            ส่วนคนผู้นั้นก็ได้เปลี่ยนเสื้อไปใส่ชุดที่เหมือนจีวรพระสีเทาออกขาวตัวหนึ่งแต่มีแขนเสื้อที่ฝั่งซ้ายและโชว์แขนและหน้าอกตรงฝั่งขวา บนหัวถูกพันไว้ด้วยผ้าโพกสีขาวผืนหนึ่งดูท่าทางคึกคักร่าเริงราวกับเพิ่งดื่มเลือดไก่บำรุงกำลังมาก็ไม่ปาน

            “เหล่าคุณท่านทั้งหลายถ้าหากเดินผ่านที่นี่โปรดอย่าได้พลาดเป็นอันขาด! เพราะท่านกำลังเจอกับโต๊ะพนันที่มีระดับมากที่สุดมีเอกลักษณ์มากที่สุดในทวีปชี่อู่ โดยมีข้า ‘เซวียนหยวนกวัง’ เป็นเจ้ามือที่จริงใจที่สุด เงินหนึ่งชั่งข้าก็ไม่รังเกียจว่าน้อยไปเงินหนึ่งหมื่นชั่งข้าก็ไม่กลัวว่าเยอะไปซึ่งพวกท่านสามารถพนันกับของอันดับไหนก็ได้ที่อยู่ในตารางนั่นข้ารับการเดิมพันทุกรูปแบบเลย!!”

            คนผู้นี้พูดจาฉะฉาน เสียงดังฟังชัด แม้แต่คนที่อยู่ไกลออกไปยังได้ยินเสียงชัดเจน

            จากนั้นพอเขาสะบัดมือไปหนึ่งทีก็มีผ้าปูโต๊ะสีเหลืองขนาดมหึมาผืนหนึ่งปูลงบนโต๊ะอันกว้างใหญ่นี้

            ผู้คนที่กำลังยืนดูอยู่นั้นถึงกับยืนงงกันไปเป็นแถบๆ

            แถมไอ้โต๊ะพนันบ้านี่ยังรับพนันทุกรูปแบบอีกด้วย...

            บนผ้าปูโต๊ะขนาดใหญ่นี้มีตัวหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับเงื่อนไขการพนันและอัตราต่อรองเอาไว้เต็มไปหมดตัวอย่างเช่น

            เดิมพันว่าวันแรกจะมีอาวุธชิ้นใหม่เขามาแทนที่ไหม อัตราต่อรองหนึ่งต่อหนึ่ง...

            เดิมพันว่าอาวุธสิบอันดับแรกบนตารางจะมีกี่ชิ้นที่ถูกของใหม่แทนที่...

            จำนวนของอาวุธใหม่ที่เข้ามาแทนที่ทั้งหมดจะเป็นจำนวนคู่หรือจำนวนคี่...

            ซึ่งพวกนี้จะเป็นแบบทั่วๆ ไปแต่ก็มีบางส่วนที่เนื้อหาออกจะแปลกๆ เพี้ยนๆ ไปเสียหน่อย เช่น

            นักการช่างอันดับหนึ่งของศาสนาศักดิ์สิทธิ์ เลี่ยนคุนหลุนปีนี้มีอายุเท่าไรกันแน่...

            ยอดนักการช่างของศาสนาดาบสวรรค์ มู่เทียนจีในชาตินี้จะมีเมียทั้งหมดกี่คน...

            สัตว์วิเศษอันดับหนึ่งของ ซือคงสิงแห่งภูเขาหมื่นอสูรนั้นเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย...

            และคำถามอื่นๆ ที่ทำเอาผู้พบเห็นอดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งออกมา

            ไอ้นี่มันคงไม่ได้มาเล่นตลกใช่ไหม?

            เพียงแต่ตอนที่ผู้คนทั้งหลายมองเห็นรูปร่างท่าทางของเซวียนหยวนกวังผู้นี้แล้วมันก็ดูเป็นนักพนันมืออาชีพเหมือนกันอีกทั้งการพนันเสี่ยงดวงเองก็เป็นสันดานตั้งแต่เกิดของมนุษย์ด้วยทันทีที่ผู้คนทั้งหลายเห็นโต๊ะพนันที่ดูมีเอกลักษณ์โดดเด่นน่าสนใจแบบนี้ ก็มีคนจำนวนไม่น้อยรู้สึกสนใจจนเดินเข้าไปหาทันที

            “ข้าขอพนันสักตาสิ!!”

            ทันใดนั้นก็มีชายฉกรรจ์ที่ชอบความรื่นเริงคนหนึ่งควักเงินขาวออกมาจำนวนสิบชั่งโยนลงบนโต๊ะทันที

            “ข้าขอพนันว่าวันนี้จะต้องมีอาวุธใหม่ขึ้นไปอยู่บนตารางแน่! เงินเดิมพันห้าชั่ง! แล้วก็ ข้าจะขอพนันด้วยว่าอาวุธใหม่ที่จะขึ้นไปอยู่บนตารางจะเป็นกระบี่เล่มหนึ่งเดิมพันห้าชั่งเช่นกัน!!”

            “เจ้าโง่หรือเปล่า หลายปีก่อนหน้ากว่าพวกผลงานชั้นยอดจะลงแข่งขันนั้นก็ปาไปช่วงวันท้ายๆ แล้วมีน้อยมากที่จะได้ขึ้นตารางตั้งแต่วันแรกๆ น่ะ!!” ด้านข้างนั้นมีชาวเมืองท้องถิ่นของดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้กล่าวเตือนขึ้นซึ่งเขาเองก็ควักเงินสิบชั่งออกมาวางไว้บนโต๊ะเช่นกัน

            “ข้าพนันว่าวันแรกจะไม่มีอาวุธใหม่ขึ้นตารางเลย!”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า! ได้ ข้ารับ!!”ท่าทางของเซวียนหยวนกวังดูตื่นเต้นยินดี จากนั้นก็เขียนใบพนันมอบให้ทั้งสองคนพอรับเงินเสร็จแล้วเขาก็เริ่มป่าวประกาศอีกครั้ง

            “มีใครอีกไหม มีใครจะพนันต่อรึเปล่า? คนดวงดีย่อมไม่มีวันแพ้พนัน ต่อให้แพ้พนันก็ต้องยื่นมือกลับมาให้ได้เพราะความสุขเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และการจะมีความสุขได้ก็ต้องมีเงิน คุณท่านทั้งหลายรีบฉวยโอกาสนี้ตักตวงค้นหาความสุขให้ได้มากที่สุดเถอะ!”

            หลังจากที่เซวียนหยวนกวังป่าวประกาศออกไปอย่างต่อเนื่องกลุ่มคนที่มารวมตัวกันก็มีมากขึ้นเรื่อยๆแต่ละคนต่างก็มองไปที่โต๊ะพนันอันมีเอกลักษณ์นั่นกันอย่างสนอกสนใจและก็มีบางคนลงพนันด้วยความอยากรู้อยากลอง เพียงแต่ว่าล้วนพนันกันเล็กๆ เท่านั้นเห็นได้ชัดว่าเหล่าชาวบ้านก็ยังมีความชั่งใจอยู่

            และในตอนนั้นเองในช่วงเวลาหลังเริ่มการคัดเลือกขึ้นอย่างเป็นทางการไม่ถึงครึ่งชั่วยามนั้น อยู่ๆ บนหน้าจอผลึกขนาดใหญ่ก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นแวบหนึ่งจากนั้นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนจอก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น

            ชื่อของอาวุธที่แต่เดิมอยู่ระดับที่หนึ่งร้อยนั้นพลันหายไปทันทีจากนั้นรายชื่ออาวุธตั้งแต่ลำดับที่แปดสิบแปดลงมาล้วนเลื่อนลงไปหนึ่งอันดับพร้อมกับที่มีอาวุธชิ้นใหม่โผล่เข้าไปอยู่ในอันดับที่แปดสิบแปดแทน

            “เฮ้ย! วันนี้มีอาวุธใหม่ขึ้นตารางจริงด้วย!!”