เมื่อต้าหมิงผ่านมาถึงชั้นที่ 9 สิ่งที่ต้าหมิงคิดเอาไว้ก็หายไปหมด ตามจริงต้าหมิงคิดว่าชั้นที่ 9 คือคลังสมบัติและเม็ดยามากมายและเมื่อเขาได้เป็นเจ้าของหอคอยอสูรจำรองอันนี้มาเขาก็จะสามารถใช้ของทั้งหมดในคลังได้ตามใจนึก
แต่สิ่งที่ต้าหมิงเห็นตอนนี้คือโรงศพน้ำแข็งตรงหน้าและนอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรมากนักที่เหลืออยู่ เห็นได้ชัดว่ารางวัลในหอคอยอสูรใกล้จะหมดลงแล้ว
“นี่มันอะไรกัน” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับใบหน้ามืดมนลง
“หลายปีมานี้ผู้คนต่างก็ได้รับรางวัลมากมายไปจากหอคอยอสูรจำลองทำให้สมบัติมากมายถูกใช้ไปอย่างต่อเนื่องและตอนนี้ก็เหลือไม่มากแล้ว” ในตอนนั้นเองร่างเงาของหญิงสาวนางหนึ่งก็ปรากฎ
“ท่านคือวิญญาณงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจเมื่อตนสามารถมองทะลุร่างของหญิงสาวที่ปรากฎออกมาได้
“ถูกต้องข้าเป็นแค่วิญญาณดวงหนึ่งเท่านั้น วิญญาณของข้าถูกผูกติดเอาไว้กับหอคอยแห่งนี้หรือจะเรียกว่าข้าเป็นวิญญาณของหอคอยอสูรก็ได้” หญิงสาวกล่าว
“ถ้างั้นตอนนี้ข้าเป็นเจ้าของหอคอยอสูรแห่งนี้แล้วใช่หรือไม่” ต้าหมิงกล่าว
“ยัง เจ้ายังไม่ผ่านในชั้นสุดท้ายนี้เลย” หญิงสาวที่งดงามกล่าว
ต้าหมิงแสดงสีหน้าบึ้งทันที เขาไม่คิดว่าชั้นที่ 9 เขายังต้องทดสอบอะไรอีกแต่เมื่อต้าหมิงมองไปยังโรงศพน้ำแข็งอีกครั้งต้าหมิงก็เหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะให้ตนทำอะไรกับโรงศพนั้นแน่
“การทดสอบชั้นที่ 9 นี้จะว่าง่ายก็ง่ายอย่างมากแต่ถ้าคิดว่ายากมันก็ยากเหลือเกิน” หญิงสาวกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“แล้วข้าต้องทำยังไง” ต้าหมิงหรี่ตาลง
“จงกล่าวคำสาบานออกมาว่าจะทำตามคำขอของบรรพชนรุ่นแรกให้สำเร็จก็เพียงพอแล้ว” หญิงสาวกล่าว
“แล้วคำขอนั้นคืออะไรช้าขอดูฟังก่อนได้หรือไม่” ต้าหมิงกล่าว
“ไม่ได้ เจ้าจะต้องสาบานก่อน อ้อแล้วอีกอย่างนอกของพวกนี้ข้างในหอคอยอสูรแห่งนี้ยังมีอุปกรณ์เวทที่บรรพชนรุ่นแรกทิ้งเอาไว้อีกด้วยซึ่งนี่เป็นอุปกรณ์สีแดง” หญิงสาวกล่าวขึ้น
“อะไรนะ อุปกรณ์เวทระดับสีแดง!!!!!” ต้าหมิงถึงกับสะดุ้ง เพียงแค่อุปกรณ์สีส้มก็หายากมากแล้วและต้าหมิงในตอนนี้ยังไม่สามารถสำแดงพลังขออุปกรณ์สีส้มออกมาได้อย่างเต็มที่ด้วยซ้ำ และสีแดงกลับเป็นแค่ตำนานในทวีปแห่งนี้ไม่มีใครเคยเห็นมันสักครั้ง
“ถูกต้องและยังเป็นสุดยอดในบรรดาอุปกรณ์สีแดงอีกด้วย ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้บรรพชนรุ่นแรกได้รับมันมาจากซากโบราณบางแห่ง” หญิงสาวที่งดงามกล่าวขึ้น
ต้าหมิงใจเต้นขึ้นมาทันที ตอนแรกเขาไม่มีทางที่จะสาบานอย่างแน่นอน กับคำขอที่ไม่รู้ว่าจะให้ทำอะไรต้าหมิงไม่อยากเสี่ยงแต่ตอนนี้ต้าหมิงกลายเป็นลังเล
“แล้วข้าจะได้อะไรอีกใหมถ้าข้าทำตามคำของจนสำเร็จ” ต้าหมิงกล่าว
“แน่นอน รางวัลนี้สำหรับเจ้ามันคือรางวัลที่วิเศษอย่างมาก” หญิงสาวกล่าว
หญิงสาวนั้นรับรู้ได้ว่าต้าหมิงเป็นคนอย่างไร ซึ่งตัวของต้าหมิงนั้นดูออกง่ายอย่างมากว่าเป็นคนเจ้าชู้และชอบหญิงงามและต้าหมิงก็ไม่คิดจะปิดบังเช่นกันแต่ว่าต้าหมิงในตอนนี้กลับยังไม่สามารถพิชิตหญิงสาวที่ตนเองหมายตาเอาไว้ได้สักคน
“เจ้าหมายความว่ายังไง” ต้าหมิงกล่าวและหรี่ตาลง
“ถ้าเจ้าทำคำขอนี้สำเร็จเจ้าจะได้รับหญิงงามอันดับหนึ่งในดินแดนแห่งเวทมนต์ไปครอบครอง” หญิงสาวกล่าวขึ้น
“หญิงงามอันดับหนึ่งงั้นเหรอ!!!!!!!!!!!” ต้าหมิงกลายเป็นตื่นตระหนกและความปรารถนาอันแรงกล้าพุ่งสูงขึ้น เขานั้นไม่สามารถจิตนาการออกมาว่าหญิงงามอันดับหนึ่งนางนี้หน้าตาเป็นอย่างไรและงดงามแค่ใหนแต่ผู้ได้ชื่อว่าหญิงงามจะต้องงดงามอย่างมากแน่นอน
“ย่อมได้ข้าขอสาบานต่อสวรรค์ว่าจะทำตามคำขอของท่านบรรพชนรุ่นแรก” ต้าหมิงกล่าว
“ยอดเยี่ยมมากเจ้าน่าจะรู้ดีว่าการสาบานต่อสวรรค์นั้นน่าหวาดกลัวแค่ใหนเพราะถ้าเจ้าผิดคำสาบานเจ้าจะถูกสวรรค์ลงทัณฑ์และกลายเป็นเถ้าธุลี” หญิงสาวกล่าวขึ้น
“ข้าย่อมรู้” ต้าหมิงกล่าว
ต้าหมิงเคยได้ยินมาก่อนว่าการสาบานต่อสวรรค์อันตรายอย่างมากถ้าไม่จำเป็นจอมเวทย์จะไม่มีทางสาบานต่อสวรรค์โดนเด็ดขาด
“ดี ถ้างั้นข้าจะบอกเจ้า คำขอนั้นคือการปลดผนึกและปลุกให้หญิงสาวที่อยู่ด้านในโรงศพน้ำแข็งตื่นขึ้นมา และรางวัลก็คือนางจะกลายเป็นภรรยาของเจ้าทันทีเมื่อนางตื่นขึ้นมา็ง” หญิงสาวกล่าว
“หืม ข้าขอดูหน่อยได้หรือไม่ว่าหญิงงามอันดับหนึ่งหน้าตาเป็นอย่างไร” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับมองไปยังร่างของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ในโรงศพน้ำแข็ง
“เฮือก!!!!!!!!!!!!!!!”
ต้าหมิงถึงกับลืมหายใจทันทีความงดงามของนางนั้นทำให้หัวใจของต้าหมิงหยุดเต้นได้เลย ผมสีดำเงารูปร่างที่เย้ายวนและงดงามโครงหน้างดงามแม้แต่ราชินีเหมันต์และจักรพรรดิจิ้งจอกยังเทียบไม่ติดเรียกได้ว่าหญิงสาวนางนี้งดงามราวกับเซียนบนสวรรค์ก็ไม่ผิด
“นางยังมีชีวิตอยู่จริงๆ” ต้าหมิงกล่าวเมื่อได้สติ
“แน่นอน นางแค่ถูกผนึกเอาไว้เท่านั้นเองและหน้าที่ของเจ้าคือคลายผนึกและปลุกให้หญิงสาวคนนี้ตื่นขึ้นมาเท่านั้นเอง” หญิงสาวกล่าว
“ตัวตนของนางคืออะไร” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับตั้งสติ
“นางคือหลานสาวของบรรพชนรุ่นแรก” หญิงสาวกล่าว
“บ้าไปแล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจริงนางอายุเท่าไหร่กันนี่ท่านคิดจะให้บรรพชนของข้ามาเป็นภรรยาของข้างั้นเหรอ” ต้าหมิงถึงกับกรีดร้องออกมา
“ไม่จำเป็นต้องคิดมากเพราะอายุขัยของนางนั้นหยุดนิ่งมานานแล้วและตอนนี้เจ้าต้องทำเพียงแค่คลายผนึกให้ออกก็เพียงแค่นั้นเอง” หญิงสาวกล่าว
“แล้วต้องทำยังไง” ต้าหมิงกล่าว
“มีสองวิธี วิธีแรก เจ้าจะต้องตามข้าแก่นสุริยันให้เจอ แก่นสุริยันคือแก่นแท้แห่งเพลิงซึ่งสำหรับจอมเวทย์ระดับเซียนแล้วมันคือสิ่งล้ำค่าที่จะช่วยยกระดับให้กับจอมเวทย์อัคคีให้เหนือกว่าระดับเซียนซึ่งมันจะปรากฎตามซากโบราณที่หลงเหลือเท่านั้น และอีกวิธีคือ เจ้าจะต้องเรียกหนึ่งในอสูรมายาที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาซึ่งตัวของอสูรมายาตัวนั้นเกิดจากการผสานกันของแก่นสุริยันและสัตว์เวท นามของมันคือ มังกรปีกสุริยันสวรรค์” ร่างเงาของหญิงสาวกล่าวขึ้น ร่างของนางเริ่มจางลงอย่างเห็นได้ชัด
“นี่มันเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยไม่ใช่เหรอ แต่วิธีที่สองกลับค่อนข้างที่จะต้องใช้เวลาเพราะข้าไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ข้าจะเรียกอสูรมายาตัวนั้นออกมาได้” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้ามืดมน
“ข้างในนี้มีตำราที่บันทึกเกี่ยวกับตำราอสูรมายาอยู่เจ้าแค่ต้องศึกษาให้มากขึ้นเท่านั้นเอง ส่วนนี่คือประตูปิดผนึก มันคืออุปกรณ์สีแดงที่ตกทอดมาตั้งแต่โบราณซึ่งเจ้าจะต้องหลอมรวมกับมันเท่านั้น เอาละเวลาของข้าหมดลงแล้วหน้าที่ของข้าในที่สุดก็สิ้นสุดเสียที” ร่างเงาของหญิงสาวกล่าวขึ้นและสลายหายไป