ตอนที่สิบสี่ ม่อเต๋อข่ายแห่งเต๋าแห่งความมืด
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ ผมต้องขอชื่นชมพระเอกจีน Chad Chinaman จากใจจริงว่าพวกเขาไม่พูดพร่ำทำเพลง
ลงมือเป็นลงมือ
ไม่ใจอ่อนแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยการฆ่าล้างตั้งแต่นายน้อยหมู่บ้านแรกไปจนถึงจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์
และคนเขียนก็บรรยายว่าพวกเขามีจิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใยดั่งเทพเซียน ไม่ใช่พระเอกเอดจี้แต่ประการใด
ผมก็ต้องการทำให้ได้อย่างนั้น แต่ผมคงต้องทำตัวแบบ Chad Chinaman โดยการหาคนที่เหมาะสมในการฆ่าล้างตระกูลของพวกเขาก่อน
และชิงทรัพย์สินกลับมาใช้เพื่อประโยชน์ของฝ่ายเราเอง คำถามคือ ใครคนไหนที่ผมสามารถชิงทรัพย์สินได้?
คำตอบคือพวกโจรต่างๆนั่นเอง
ผมจะได้ลองเวทมนตร์แห่งความมืดและจะได้ซากศพมาทำการทดลองเสียที
หลังจากที่อาจารย์อเลสเตอร์ทำสีหน้าแปลกๆเวลาดูการฝึกของผม
“จะคิดอย่างไรหากผมจะให้พวกนักโทษมาผลิตอาหารและบุกเบิกที่ดินรกร้าง?”
แต่ละคนทำหน้าผิดหวัง
ที่ผมบอกคำพูดที่แสนธรรมดาออกมาและไม่ใช่แนวความคิดของพระเอกอิเซไคที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมต่างๆได้ ผมก้อยากทำอย่างนั้น แต่การมาถึงของการนำเครื่องจักรมาใช้ในด้านต่างๆนั้นนำมาซึ่งการสะสมทรัพยากรของไพร่และชนชั้นต่ำ
ผมในฐานะ Chad China Man ผมไม่ต้องการให้ไพร่ชั้นต่ำนั้นฐานะร่ำรวยขึ้นแต่ประการใด
การคิดนอกกรอบ Think outside the box นั้นเป็นเรื่องดี
แต่หากเราต้องการให้กรอบยังคงอยู่ เราต้องคิดภายใต้ข้อจำกัดของสภาพสังคมนั้นที่มีอยู่
หากผมยังเป็นเจ้าชายไร้ค่า ผมคงไม่สนอะไรและพยายามสะสมเงินไปโดยไม่คิดอะไร
แต่เมื่อผมเป็นราชา ผมต้องทำให้อำนาจทุกอย่างอยู่ในมือของผมนั่นเอง..เพื่อที่ผมจะได้ศึกษาการบ่มเพาะพลังและกลายเป็นผู้อาวุโส ม่อเต๋อข่ายแห่งเต๋าแห่งความมืดได้ตามที่วาดฝันเอาไว้เสียที
“เราเอานักโทษมาเป็นแรงงานประหยัดค่าใช้จ่ายบางส่วนและเอางบประมาณส่วนนั้นมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเราบางอย่างทีละนิดก่อน เรามาประนีประนอม ด้วยการสร้างหน่วยทหารประจำการสักห้าไม่สิหนึ่งพันคนก่อน ในงบประมาณที่จำกัดเพื่อคำนวณงบประมาณที่อาจจะสามารถประหยัดหรือใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น “
ผมหันไปทางเสนาคลัง
“หากจำนวนแค่หนึ่งพันแม้จะเป็นค่าใช้จ่าย แต่น่าจะถูกกว่าการสร้างกองทหารประจำการจำนวนมหาศาลใช่หรือไม่ และหากท่านควบคุมดูแลคำนวณค่าใช้จ่าย ก็สามารถสร้างกองทัพจำนวนมากขึ้นใช่ไหมท่านเสนาคลัง”
เสนาคลังทำหน้าลังเล
เขาไม่ชอบการที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่การประนีประนอมก็ยอมรับได้
“และข้าจะให้ท่านเสนาคลังเป็นผู้ดูแลด้านงบประมาณการจัดซื้อต่างๆ ทดสอบได้ว่างบประมาณที่พวกเราสร้างทหารนั้น ไม่ใช้จ่ายเกินกว่าความจำเป็น”
ไม่เกี่ยวว่าพวกคนไหนจะจงรักภักดีหรือทรยศ ตราบใดที่อำนาจแบ่งกันไปคนละส่วน ตราบนั้นก็ถือว่าอำนาจของคนที่อยู่บนบัลลังก์อย่างผมนั้นยังมั่นคง
“ท่านแม่ทัพบัลซาร์ก การฝึกทหารจำนวนจำกัดนั้นท่านน่าจะทุ่มเทได้มากกว่า และเราจะสามารถคัดเลือกทหารเก่งกล้าในหมู่ทหารเก่งกล้าได้สินะท่านแม่ทัพ”
แม่ทัพบัลซาร์กพยักหน้า
“องค์ชา..องค์ราชาโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะคัดเลือกยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ”
บัลซาร์กกล่าวอย่างหนักแน่น และเพื่อให้การใช้ทหารคุ้มค่า เราก็ต้องเลือกสร้างสงคราม
ประเทศที่มีทหารขนาดใหญ่ไม่สามารถขาดสงครามได้
แต่สงครามนั้นต้องเป็นขนาดเล็กไม่อย่างนั้นพวกเราอาจจะรับไม่ไหว
นี่คือสิ่งที่ประเทศต้องเผชิญ เราต้องการมีกองทัพขนาดใหญ่เพื่อไม่ให้ประเทศข้างเคียงบุกเข้ามา เมื่อมีกองทัพขนาดใหญ่ก็สิ้นเปลืองงบประมาณจึงบุกประเทศข้างเคียงสูบเอาทรัพยากรมาเพื่อใช้ในกองทัพต่อไป วนเวียนไม่รู้จบเป็นวัฏจักรนั่นเอง
แต่วางใจได้ ผู้เอาวุโสม่อเต๋อข่ายแห่งเต๋าแห่งความมืดอยู่นี่แล้ว ผมจะจบสงครามเอง