ก่อนจะครบกำหนด 2 เดือนที่ต้องเข้าไปในวิหาร เย่เทียนไม่สามารถยกระดับการบ่มเพาะได้ในตอนนี้ระดับพลังของเขามาถึงขั้นสูงสุดของระดับราชาแล้ว พร้อมจะทะลวงผ่านระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ตลอดเวลา
แต่เขายังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ชั่วคราวดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงฝึกฝนด้านอื่นๆ ตัวอย่างเช่น เจตจำนงดาบหรือหาคัดลอกพรสวรรค์ที่น่าสนใจ
สองวันถัดมา เย่เทียนได้เข้าออกสำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรและหอทหารรับจ้างขวานสงครามเพื่อตรวจสอบและค้นหาพรสวรรค์ที่ต้องการ
ในที่สุดเขาก็พบมัน!
เขตพื้นที่ส่วนกลาง หอทหารรับจ้างขวานสงคราม
เย่เทียนมองไปยังผู้ฝึกยุทธ์ที่มีอายุประมาณ60-70 ปี คนหนึ่งด้วยดวงตาเปล่งประกายชายคนนี้มีดวงตาสีแดงเลือดอยู่ตรงหว่างคิ้ว
มนุษย์ อีกกลุ่มชาติพันธุ์
รูปลักษณ์ของเขาดูแปลกประหลาด ระดับการบ่มเพาะของเขาไม่ได้สูงนักอยู่เพียงขอบเขตปรมาจารย์เท่านั้น
แต่พรสวรรค์ของเขาดึงดูดความสนใจของเย่เทียนมาก
[เผ่ามนุษย์สามตา : กู่ทง
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับหลุดพ้น
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับเริ่มต้น
พรสวรรค์ด้านการปลอมตัว : ระดับสูง]
มนุษย์สามตาที่ชื่อกู่ทง พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขาไม่สูงนักอยู่เพียงระดับหลุดพ้น แต่เขามีพรสวรรค์ในการปลอมตัว
“คนผู้นี้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นไม่มีทางที่เขาจะเป็นเพียงระดับปรมาจารย์ในเมื่อเขามีอายุหกสิบถึงเจ็ดสิบปีแล้ว อายุที่แท้จริงของเขาไม่ควรจะแก่ขนาดนั้นเป็นไปได้ว่าชายคนนี้กำลังใช้พรสวรรค์การปลอมตัวปลอมตัวเป็นชายชราอยู่?” เย่เทียนพึมพำด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
เขามองดูอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งอีกฝ่ายดูเป็นชายชราจริงๆไม่ว่าจะเป็นผิว สายตา หรือพลังชีวิต ทุกอย่างล้วนคล้ายคลึงกับชายชรา ไม่อาจบอกได้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่
หากไม่ใช่เพราะพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาสามารถตรวจสอบพรสวรรค์ของอีกฝ่ายได้เย่เทียนคงจะเชื่อว่าเขาเป็นชายชราจริงๆ
“พรสวรรค์การปลอมตัว พรสวรรค์นี้ไม่เลวเลยอีกไม่นานเราจะต้องเข้าไปในวิหาร พรสวรรค์นี้มีประโยชน์กับเรามาก ถ้าใช้มันปลอมตัวเป็นคนอื่นก็จะไม่มีใครสามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของเราได้”เย่เทียนครุ่นคิด
ดังนั้นเขาจึงแอบคัดลอกพรสวรรค์การปลอมตัวของกู่ทงมา
หลังจากนั้นเขาก็เดินสำรวจสถานที่บางแห่งที่อยู่ใกล้สำนักงานใหญ่ของกองกำลังชั้นนำต่างๆแต่เนื่องจากเขาไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ พรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาจึงตรวจสอบได้ไม่ทั่วถึงดังนั้นจึงไม่มีทางที่เขาจะคัดลอกพรสวรรค์ของแกนนำกองกำลังใหญ่เหล่านั้นได้
สุดท้ายเย่เทียนก็ไม่ต้องการเสียเวลาอีกเขาจึงเลือกคัดลอกพรสวรรค์เงาทมิฬระดับสูงสุดมา
เดิมทีเขามีพรสวรรค์เงาทมิฬอยู่แล้ว แต่มันเป็นเพียงระดับเริ่มต้นเท่านั้นตอนนี้เขาได้คัดลอกพรสวรรค์เงาทมิฬระดับสูงสุดมาแล้ว ซึ่งมันอาจจะมีประโยชน์ต่อเขาในอนาคต
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เย่เทียนก็เริ่มหลอมรวมพรสวรรค์เงาทมิฬระดับสูงสุดและพรสวรรค์การปลอมตัวระดับสูงทันที
หลังจากกระบวนการหลอมรวมสิ้นสุดลง เย่เทียนก็พบว่าพรสวรรค์การปลอมตัวนั้นไม่ธรรมดาเลยมันสามารถทำให้เขาปลอมตัวเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นได้
“สามารถปลอมตัวเป็นสัตว์อสูรได้ด้วย!”
เย่เทียนตกใจมาก
เดิมทีเขาคิดว่าพรสวรรค์นี้สามารถปลอมตัวเป็นมนุษย์คนอื่นได้เท่านั้นแต่หลังจากเขาตรวจสอบตราประทับพรสวรรค์ในการปลอมตัว เขาจึงได้รู้ถึงความมหัศจรรย์ของมัน
อย่างไรก็ตามพรสวรรค์การปลอมตัวระดับสูงไม่สามารถปลอมตัวเป็นสัตว์อสูรได้ทุกชนิดทำได้เพียงปลอมตัวเป็นสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์ เช่น ลิง
แน่นอนว่าเขาสามารถปลอมตัวเป็นผู้หญิงได้แม้แต่เสียงยังเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่พอเย่เทียนคิดว่าตัวเองกลายเป็นผู้หญิงเขาก็รู้สึกกระอักกระอ่วน เพราะงั้นเขาจึงล้มเลิกความคิดนี้ไป
เย่เทียนเดินทางไปยังหอคอยเทพสงคราม เตรียมจะเริ่มเก็บตัวเพื่อทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบต่อการเก็บคะแนนไว้ก็ไร้ประโยชน์ เขาเตรียมที่จะใช้มันทั้งหมดเพื่อทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบเพื่อยกระดับความเข้าใจในเจตจำนงแห่งดาบให้สูงขึ้น
หากว่าเขาได้รับทักษะดาบระดับทองในมิติวิหารมามันคงจะมีประโยชน์อย่างมาก
มิติศิลาเทพสงคราม
เย่เทียนเริ่มทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบเวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป ความเข้าใจในเจตจำนงแห่งดาบของเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เจตจำนงแห่งดาบ 76%
เจตจำนงแห่งดาบ 77%
เจตจำนงแห่งดาบ 78%!
เวลาผ่านไปเกือบ 2 เดือน ตลอดเวลาที่ผ่านมา เย่เทียนก้าวออกจากมิติศิลาเทพสงครามเพื่อคัดลอกพรสวรรค์เพียงครั้งเดียว
เขาได้คัดลอกพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับปลอม20% มา หลังจากหลอมรวมแล้วพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็น 60%
นอกจากนี้เขายังคัดลอกพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับความลึกลับปลอมและยกระดับพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับความลึกลับของเขาเป็น20% ซึ่งถือว่าเขาได้รับประโยชน์อย่างมาก
หลังจากนั้น เขาก็อยู่ในมิติศิลาเทพสงครามเพื่อทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบต่อ
“ฟู่” เย่เทียนเปิดตาของเขาขึ้นด้วยความสุข
“สำเร็จแล้ว ความเข้าใจในเจตจำนงแห่งดาบของเราเพิ่มขึ้นเป็นแปดส่วนแล้ว!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
อย่างไรก็ตามที่มันสามารถเพิ่มขึ้นเป็น8 ส่วนได้ก็เพราะเขาโกง
ใช่แล้ว เย่เทียนแอบใช้พรสวรรค์ด้านเวลาเร่งเวลาขึ้นแต่มันครอบคลุมพื้นที่รอบๆ ตัวเขาเท่านั้น ทำให้คนอื่นๆ ไม่รู้สึกตัว
ด้วยเวลาที่เร็วขึ้น 3 เท่า มันเท่ากับว่าเย่เทียนได้ใช้เวลาทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบไปถึง6 เดือน
ลูกไม้เช่นนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถทำได้ในขณะเปิดใช้งานทักษะเร่งเวลา เย่เทียนจำเป็นต้องใช้หินปราณเพื่อทดแทนพลังงานที่สูญเสียไปแต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าคุ้มค่ามาก
“หอคอยเทพสงครามดูเหมือนจะไม่ได้มีอำนาจทุกอย่างเราสามารถใช้พรสวรรค์เร่งเวลาได้โดยไม่ถูกขัดขวาง แสดงว่ามันไม่ตรวจพบทักษะเร่งเวลาของเรา!”
เย่เทียนคาดเดา
ความเข้าใจในเจตจำนงแห่งดาบของเขามาถึง8 ส่วนแล้ว และตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่มิติวิหารจะเปิดขึ้นเย่เทียนจึงออกจากหอคอยเทพสงครามและมุ่งหน้ากลับบ้าน
เมื่อมาถึงบ้านเขาก็ต้องประหลาดใจเพราะพบว่าเสี่ยวเซวี่ยตื่นแล้ว
“เสี่ยวเซวี่ย ในที่สุดแกก็ตื่นสักทีแกหลับใหลไปหลายเดือนแล้ว!”
เย่เทียนลูบหัวเสี่ยวเซวี่ยขณะกล่าว
“นายท่าน ข้าพบว่ามีบางอย่างในหัวข้า”เสี่ยวเซวี่ยพูดอย่างตื่นเต้น
“มันคืออะไร?”
เย่เทียนรู้สึกเป็นห่วงเล็กน้อย มันเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาแน่นอนว่าเขาไม่ต้องการให้มันตกอยู่ในอันตราย
“ดูเหมือนว่ามันจะเป็นมรดกความทรงจำนะมันเหมือนกับเทคนิคการบ่มเพาะ แต่ข้าก็ยังต้องใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจความหมายของมัน”เสี่ยวเซวี่ยกล่าว
“อะไรนะ!”
เย่เทียนเบิกตากว้างและจ้องเขม็งไปที่เสี่ยวเซวี่ย
ไม่นานเขาเข้าใจ
นี่คือมรดกความทรงจำของเผ่ามังกรโลหิตสงครามมรดกความทรงจำนี้จะถูกปลุกให้ตื่นทุกครั้งที่เติบโตขึ้น ซึ่งมันจะทำให้มังกรโลหิตค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
น่าเสียดายที่เผ่าพันธุ์มังกรโลหิตสงครามมีกฎและข้อบังคับที่เคร่งครัดแม้ว่าเสี่ยวเซวี่ยจะได้รับมรดกความทรงจำเกี่ยวกับเทคนิคการปกครองมา แต่มันก็ไม่สามารถบอกกล่าวกับใครได้ซึ่งมันคล้ายคลึงกับการสาบาน
ในเมื่อมันเป็นเช่นนี้ เย่เทียนจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยให้เสี่ยวเซวี่ยพยายามฝึกฝนอย่างหนักเพื่อตัวมันเองอย่างไรก็ตามเมื่อเสี่ยวเซวี่ยสามารถทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์ได้ เย่เทียนก็สามารถคัดลอกพรสวรรค์ของมันได้อย่างง่ายได้เขาจึงไม่ได้อิจฉาเสี่ยวเซวี่ยเลยแม้แต่น้อย
“เสี่ยวเซวี่ย แกเป็นคลังสมบัติของฉันจริงๆ!”
เย่เทียนมองไปที่เสี่ยวเซวี่ยพลางลอบคิดในใจ
เสี่ยวเซวี่ยที่น่าสงสารไม่รู้เลยว่าเจ้านายผู้ไร้ยางอายของมันเห็นมันเป็นคลังสมบัติพรสวรรค์ไปแล้ว
“เสี่ยวเซวี่ย ฉันกำลังจะออกเดินทางไปยังพื้นที่แห่งหนึ่งแกควรตั้งใจฝึกฝนในห้องบ่มเพาะระดับสูงของฉัน ตอนนี้แกอ่อนแอเกินไป ฉันตอนนี้ใช้นิ้วเดียวก็ฆ่าแกได้แล้ว”
เย่เทียนกล่าวกดดันเสี่ยวเซวี่ยทันที
“ฮึ่ม นายท่าน เมื่อท่านกลับมาข้าจะต้องแข็งแกร่งกว่าท่านแน่!”
เสี่ยวเซวี่ยเอ่ยอย่างมาดมั่น มันเพิ่งได้รับมรดกอันแข็งแกร่งของเผ่ามังกรมาจึงทำให้มันมั่นใจในตัวเองพอสมควร
แต่เสี่ยวเซวี่ยน้อยผู้น่าสงสารไม่รู้เลยว่าไม่ว่ามันจะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหนมันก็ไม่สามารถเอาชนะเจ้านายของมันได้ เพราะเย่เทียนสามารถคัดลอกพรสวรรค์ทั้งหมดของมันได้แล้วมันจะเอาชนะเย่เทียนได้อย่างไร?