ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 104 ช่องโหว่ทั้ง 7!

            “เดิมพัน? ได้สิ!”

            ชายหนุ่มคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกล่าวว่า“การเดิมพันด้วยเงินนั้นน่าเบื่อเกินไป พวกเราไม่สู้เดิมพันด้วยคะแนนกันดีกว่า เมื่อพวกเรากลายเป็นจอมเวทค่ายกลขั้นต้นแล้วพวกเราจะได้รับคะแนน 100 คะแนนจากสมาคมค่ายกล คะแนนนี้ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน มีเพียงการรับภารกิจของสมาคมค่ายกลเท่านั้นจึงจะได้รับมันดังนั้นคะแนนจึงมีค่าอย่างมาก ผมมั่นใจว่าผมสามารถกลายเป็นจอมเวทค่ายกลได้อย่างแน่นอนแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าคุณจะกลายเป็นจอมเวทค่ายกลได้หรือไม่ แต่เรามาเดิมพันกันเช่นนี้ดีหรือไม่?”

            “ตกลง!” เย่เทียนเห็นด้วยเขาไม่ได้ขาดเงิน แต่คะแนนยังเป็นสิ่งที่เขายังขาดอยู่ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าแผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณจะต้องใช้คะแนนเท่าไรแต่การได้รับคะแนนเพิ่มก็เป็นเรื่องดี การที่ชายหนุ่มคนนี้ยินดีที่จะส่งมอบคะแนนให้เขาทำไมเขาจะต้องปฏิเสธด้วย?

            [มนุษย์ : เฉินตง

            พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับสูง

            พรสวรรค์ด้านค่ายกล : ระดับเริ่มต้น]

            เย่เทียนมองพรสวรรค์ของเฉินตงพลางแอบยิ้มเยาะ

            “พรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับเริ่มต้นต่อให้นายศึกษารูปแบบค่ายกลมาอย่างยาวนานแล้วอย่างไร ความแตกต่างระหว่างพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงกับพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับเริ่มต้นก็มิอาจแก้ไขได้ด้วยการฝึกฝน”

            การทดสอบที่สองเริ่มขึ้น แผ่นจานค่ายกลแต่ละแผ่นถูกเจ้าหน้าที่หยิบขึ้นมาแจกจ่าย

            แผ่นจานค่ายกลเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากวัสดุพิเศษสามารถรองรับการจารึกค่ายกลได้ ในขณะที่แผ่นกระดาษปราณสามารถบรรจุรูปแบบค่ายกลได้เพียงเท่านั้นไม่สามารถทนต่อพลังของค่ายกลได้

            ดังนั้นหากต้องการสร้างค่ายกลก็ต้องใช้แผ่นจานค่ายกล

            “เริ่ม!” เมื่อเสียงของผู้คุมสอบเฉินเย่าดังขึ้นผู้เข้าสอบแต่ละคนก็เริ่มสลักค่ายกลทันที

            เย่เทียนหยิบปากกาจารึกจุ่มลงในเลือดของสัตว์อสูรและเริ่มจารึกเมื่อพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงของเขาถูกเปิดใช้งาน เขาก็เริ่มสลักรูปแบบค่ายกลแรกไว้จากนั้นเขาสลักลวดลายอีกรูปแบบหนึ่งไว้บนลวดลายพื้นฐานของรูปแบบนี้ ด้วยความช่วยเหลือของพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงลวดลายที่อยู่ตรงหน้าเขาก็กำลังสร้างพื้นที่ค่ายกลฉนวนกันเสียงในพื้นที่สามมิติ

            “ตรงนี้ และตรงนี้”

            เย่เทียนมีพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงเขาสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าจะจารึกค่ายกลอย่างไร รายละเอียดการก่อร่างรูปแบบค่ายกลทั้งหมดไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับเริ่มต้นจะเทียบได้

            เย่เทียนสลักค่ายกลอย่างต่อเนื่องในที่สุด 20 อักขระค่ายกลก็ถูกจารึกจนเกิดเป็นมิติ

            “ยังเหลือขั้นตอนสุดท้าย!”

            เย่เทียนคิดกับตัวเอง

            หลังจากนั้นเขาก็ส่งพลังปราณเข้าไปในค่ายกล3 มิติ

            ฟูม!!!!

            แสงบนแผ่นจานค่ายกลเปล่งประกายออกมาปรากฏเป็นค่ายกลที่เรียบง่าย!

            ค่ายกลฉนวนกันเสียงถูกจัดวางเรียบร้อยแล้ว!

            เฉินเย่ามองเย่เทียนด้วยความประหลาดใจสายตาแสดงออกถึงความชื่นชม เขาพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เย่เทียนไปยืนอยู่ข้างๆ เพื่อรอให้การทดสอบของคนอื่นเสร็จสิ้น

            เย่เทียนมองไปที่เฉินตงและเห็นเฉินตงรู้สึกประหม่ามากเพราะเขาพบว่าเย่เทียนได้จารึกสำเร็จแล้ว ในขณะที่เขาจารึกค่ายกลไปได้เพียง 12 รูปแบบเท่านั้น

            “ฉันแพ้แล้ว จบสิ้นแล้ว 100คะแนนของฉัน!”

            เฉินตงพูดอย่างสิ้นหวัง

            จิตใจของเขาไม่มั่นคง มือของเขาสั่นและจารึกค่ายกลล้มเหลว

            เคร้ง!!

            แผ่นจานค่ายกลถูกทำลาย แสดงให้เห็นถึงการจารึกค่ายกลล้มเหลวการล้มเหลวครั้งแรกมันไม่สำคัญ แต่หากล้มเหลวอีกครั้ง เขาจะสูญเสียสิทธิ์ในการทดสอบไป

            พนักงานคนหนึ่งนำแผ่นจานค่ายกลที่2 ออกมา เฉินตงรู้ว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเขา ถ้าเขาล้มเหลวอีก เขาจะไม่ผ่านการทดสอบและค่าลงทะเบียนในการเข้ารับการทดสอบก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ!

            นอกจากนี้เขาไม่อาจล้มเหลวได้มิฉะนั้นเมื่อเขากลับไปคงมีหลายคนที่หัวเราะเยาะเขา

            “แพ้ก็แพ้ เรื่องต่อจากนี้ค่อยว่ากันทีหลัง!”

            เฉินตงเริ่มวางค่ายกลฉนวนกันเสียงอย่างจริงจัง

            คราวนี้เฉินตงเริ่มจารึกค่ายกลอย่างมั่นคงและไม่นานเขาก็ได้จารึกค่ายกลฉนวนกันเสียงเสร็จสิ้น

            แม้ว่าเขาจะล้มเหลว 1 ครั้งแต่เขาก็ไม่ใช่คนสุดท้ายที่จารึกค่ายกลสำเร็จ คนสุดท้ายที่จารึกค่ายกลเสร็จคือชายชราหลี่จง

            พรสวรรค์ด้านค่ายกลของหลี่จงนั้นย่ำแย่มากดังนั้นความเร็วในการจารึกค่ายกลของเขาจึงช้าเป็นอย่างมาก เขาจึงไม่กล้าผิดพลาดแม้แต่น้อยเพราะพรสวรรค์ด้านค่ายกลที่อ่อนแอจนแทบจะไม่มีทางผ่านการทดสอบเลย หากเขาทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเขาจะไม่ผ่านการทดสอบนี้

            “ดีมาก ทุกคนผ่านด่านที่สองแล้วไม่มีคนที่ล้มเหลวเกินจำนวนที่กำหนด เช่นนั้นก็เริ่มทดสอบด่านที่สามกันเลย!”

            เฉินเย่าพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

            ด่านที่สามเป็นด่านที่สำคัญที่สุดมันคือการหาช่องโหว่ของค่ายกล เฉินเย่าหยิบแผ่นจานค่ายกลออกมาแผ่นหนึ่ง เป็นแผ่นจานค่ายกลที่ได้รับการจารึกเรียบร้อยแล้ว

            จากนั้นเฉินเย่าก็เปิดจานค่ายกลค่ายกลนั้นขยายขนาดล้อมรอบห้องโถงไว้ทั้งหมด ณ จุดนี้เอง ทุกคนก็ถูกปกคลุมด้วยค่ายกล

            “ค่ายกลระดับเริ่มต้น!”

            เย่เทียนรู้สึกถึงระดับของค่ายกลมันไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก หากว่ามันเป็นกับดัก เขาก็สามารถทำลายค่ายกลนี้ได้อย่างง่ายดาย

            แต่การทดสอบในวันนี้ไม่ได้เพื่อทำลายค่ายกลแต่เป็นการหาช่องโหว่ของค่ายกล

            “ค่ายกลชุดนี้เป็นค่ายกลกักขังระดับต่ำแต่เนื่องจากความผิดพลาดในการจารึก แม้จะสามารถสร้างค่ายกลได้สำเร็จ แต่มันก็ยังมีช่องโหว่อยู่อีกหลายจุดใครก็ตามที่สามารถหาช่องโหว่ของค่ายกลชุดนี้ได้ คนผู้นั้นจะกลายเป็นจอมเวทค่ายกลขั้นต้นและได้รับรางวัล100 คะแนน ในทางกลับกัน หากหาผิดหนึ่งจุดก็จะถูกหักคะแนน 100 คะแนน ทุกคนอย่าประมาทไม่งั้นถ้าหากคุณตรวจสอบผิดพลาดจนคะแนนเหลือ 0 ก็จะถือว่าไม่ผ่านการทดสอบในครั้งนี้เวลาทดสอบครึ่งชั่วโมง!” เฉินเย่าแนะนำ

            เย่เทียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้นการหาช่องโหว่เพิ่มเติมจะได้รับ 100 คะแนน ซึ่งเขาต้องการคะแนนอยู่พอดี

            เมื่อเฉินเย่าประกาศเริ่มทดสอบเย่เทียนก็เปิดพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงทันที

            ฮึ่ม!!!

            ค่ายกลทั้งหมดกลายเป็นภาพ3 มิติในสายตาของเย่เทียน มีรูปแบบค่ายกลประมาณ 50 รูปแบบที่ถูกสร้างขึ้นในภาพ 3 มิติ

            เขาเหลือบมองไปยังรูปแบบของค่ายกลและเริ่มตรวจหาช่องโหว่

            “ค่ายกลนี้ไม่ลงรอยกันกับค่ายกลนี้มันผิดพลาดในขณะจารึก!”

            “อันนี้ก็ผิด ต้องบันทึกไว้!”

            “เอ๊ะ? ที่นี่ควรจะเป็นค่ายกลอีกแผ่นหนึ่งถึงจะถูกต้องเขาคงจะสลักผิด แม้ว่าค่ายกลทั้งสองนี้จะคล้ายคลึงกันมากและมีระยะห่างกันเพียงนิดเดียวแต่การจารึกผิดพลาดเช่นนี้ พลังค่ายกลทั้งหมดจะลดลงอย่างน้อย 10% เราต้องบันทึกไว้!”

            ครึ่งชั่วโมงผ่านไป และการทดสอบก็สิ้นสุดลง

            เย่เทียนยิ้มเพราะเขาพบช่องโหว่ถึงเจ็ดจุดและเขามั่นใจว่าเขาไม่ได้ทำผิดพลาด

            อีกด้านหนึ่ง

            ชายชราหลี่จงหน้าซีดเผือดเขาหาไม่เจอแม้แต่จุดเดียว

            เย่เทียนสังเกตเห็นสีหน้าของหลี่จงเขารู้ว่าชายชราคนนี้ล้มเหลว แต่ในใจของเขาเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

            “พูดง่ายๆ ก็คือปัญหาเรื่องพรสวรรค์พรสวรรค์ที่อ่อนแอไม่สามารถสังเกตพื้นที่ค่ายกลที่สมบูรณ์ได้ แม้แต่รูปแบบค่ายกลก็ยังมองไม่เห็นแล้วจะหาช่องโหว่มันได้อย่างไร?

            ดังนั้นด่านที่สามจึงเป็นการคัดกรองพรสวรรค์แต่ชายชราไม่เข้าใจเหตุผลนี้และไม่มีใครมาเตือนเขา

            อย่าว่าแต่การทดสอบร้อยครั้งเลยต่อให้เป็นการทดสอบนับหมื่นครั้ง ตาเฒ่าหลี่จงก็อย่าได้คิดว่าจะสอบผ่าน

            นี่คือยุคของพรสวรรค์ พรสวรรค์เป็นตัวกำหนดทุกอย่างตาเฒ่าหลี่จงไม่ได้มีพรสวรรค์ในการเป็นจอมเวทค่ายกล ต่อให้พยายามมากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์นอกเสียจากว่าเขาจะสามารถหาสมบัติที่ยกระดับพรสวรรค์ด้านค่ายกลได้

            “เขียนช่องโหว่ลงบนกระดาษแล้วส่งมาให้ผมทีละคน!”เฉินเย่าเก็บแผ่นจานค่ายกลแล้วพูด

            เย่เทียนและคนอื่นๆ เขียนช่องโหว่ทีละคนและชายชราหลี่จงก็เขียนช่องโหว่ไว้ แต่เขาแค่เดาสุ่ม เพราะนี่เป็นวิธีหนึ่ง ถ้าเกิดเขาเดาถูกขึ้นมาล่ะ?

            แต่ความเป็นไปได้นี้ก็ต่ำมาก!

            หลังจากเขียนเสร็จ ทุกคนก็ยื่นกระดาษให้เฉินเย่า

            หลังจากนั้น

            จอมเวทค่ายกลขั้นกลางเฉินเย่าก็เริ่มประกาศผลการทดสอบ

            “ผู้ผ่านการทดสอบมีทั้งหมดเจ็ดคนเย่เทียน เฉินตง หลี่เต๋อไห่...”