“ใครกัน ห้ามเข้านะ!”
เสิ่นหรูหลินเปิดมุมผ้าม่านของรถม้า แล้วมองดูชายชราตรงหน้า เสิ่นหรูหลินควักป้ายออกมา
ชายชราเห็นว่าเป็นรถม้าของสกุลเสิ่นก็ไม่อาจขวางได้อีก ตลอดจนรถม้าหยุดลง จ้าวจือชิงก็ถูกเสิ่นหรูหลินพาไปหน้าประตูบานหนึ่ง
ด้านในประตูเหมือนจะมีกลิ่นเหม็นคาวออกมา แม้นจ้าวจือชิงจะเป็นผู้ที่เคยผ่านสนามรบและเห็นความเป็นตายมามากมาย แต่ก็ยังทนกลิ่นเหม็นคาวนี้ไม่ได้ ตรงกันข้าม เสิ่นหรูหลินที่เป็นเด็กหนุ่มวัยกำลังโต ใบหน้ากลับไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลง แล้วยังมีกลิ่นอายของความชิงชังอีกด้วย
เสิ่นหรูหลินจ้องประตูอย่างบ้าคลั่ง “ผู้เฒ่าจ้าวอยากดูว่าอะไรคือกรรมตามสนองมิใช่หรือ วันนี้เราจะได้เปิดหูเปิดตาพร้อมกัน!”
ขณะพูด เขาก็อยากถีบประตูออก แต่กลับคิดไม่ถึงว่าดันถูกชายชราวิ่งเข้ามาห้ามไว้อย่างร้อนรน
“หยุดนะ!” ชายชราถลึงตาใส่จ้าวจือชิง เหมือนกำลังตำหนิว่าเขากำลังสร้างปัญหา จากนั้นมือเหี่ยวย่นคู่นั้นก็ขึงประตูไว้ไม่ให้พวกเขาเข้าไป “คนที่อยู่ในนี้มีเพียงนายท่านเสิ่นที่เข้าไปพบได้ คนอื่นห้ามเข้าหากยังไม่ถึงเวลา”
เสิ่นหรูหลินรู้ว่าคนในหมู่บ้านถู่ต่างก็มีสถานการณ์คล้ายกับบ้านของตนเอง ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจกับพฤติกรรมไร้มารยาทของชายชรา หากแต่จัดแจงสีหน้าของตนเอง แล้วเกลี้ยกล่อมชายชราด้วยความอดทน
“ท่านตา ข้าคือลูกชายของเสิ่นว่านเหลี่ยง วันนี้มาเพราะได้รับคำสั่งจากท่านพ่อ ขอท่านได้โปรดปล่อยข้าเข้าไปด้วย”
ชายชราจ้องเขาอยู่ชั่วครู่ คนผู้นี้มีความคล้ายกับนายท่านเสิ่นเล็กน้อย เพียงแต่นายท่านเสิ่นเคยบอกว่า เขาจะมาที่นี่ช่วงเวลาเที่ยงคืนของทุกวันเท่านั้นและไม่มาในช่วงกลางวัน ครั้งที่แล้วที่มาช่วงกลางวันก็เพราะนายท่านมีงานอย่างอื่น นายท่านเสิ่นเป็นคนรักษาคำพูด ไม่มีทางตระบัดสัตย์แน่
“ไม่ได้อยู่ดี! นอกจากว่านายท่านเสิ่นพาท่านมาด้วยตนเอง” ชายชรายังคงกั้นประตูไว้ เมื่อเห็นพวกเขาดื้อด้านไม่ยอมไป สายตาที่มองพวกเขาก็เริ่มระแวงหนักกว่าเดิม
“เกิดอะไรขึ้น?” เมื่อเห็นมีคนกั้นประตูไว้ ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านถู่ก็จูงรถม้าเดินมาทางนี้ “ไม่รู้ว่าวันนี้มีการวางแผนหรือ? ถึงขั้นอนุญาตให้คนนอกอยู่ที่นี่!”
ผู้ใหญ่บ้านโมโห ชายชรารีบเข้าไปอธิบาย
ผู้ใหญ่บ้านเห็นเสิ่นหรูหลินท่าทียังดี แต่พอมองไปที่จ้าวจือชิง ชัดเจนว่าสายตาแฝงด้วยความวิเคราะห์
จ้าวจือชิงตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่าตนเองถูกสงสัยแล้ว นับตั้งแต่เริ่มผู้ใหญ่บ้านคนนี้ก็หวาดระแวงอย่างหนัก เขาสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงมากมายกว่าจะตั้งหลักปักฐานที่นี่ได้ ตอนนี้ยังไม่ทันได้เจอตัวสือเลี่ยหยาง ก็ดันถูกเจ้าหนุ่มเสิ่นหรูหลินพาซวยก่อน
“ผู้ใหญ่บ้าน ท่านมองข้าทำไม? ใช่ว่าข้าอยากมาเอง เขาต่างหาก!” จ้าวจือชิงชี้ไปที่เสิ่นหรูหลินและเริ่มตำหนิ “ข้าบอกเจ้าแล้ว เจ้าเด็กดื้อ ที่นี่คือเขตต้องห้าม! เขตต้องห้าม! เจ้ารู้แล้วยังดื้อดึงจะพาข้ามา เจ้าพูดมาสิว่าต้องการอะไรกันแน่?”
“เจ้าอยากให้ผู้ใหญ่บ้านขับไล่ข้าออกจากหมู่บ้านถู่หรือ? ดีนัก! ข้าว่าอยู่แล้วเชียว เจ้าหนุ่มอย่างเจ้าวันนี้มาได้แปลกประหลาดนัก ผ่านไปนานค่อนวัน ที่แท้ก็มาเพื่อกลั่นแกล้งข้า!”
จ้าวจือชิงด่าเสิ่นหรูหลินพร้อมกับหายใจหอบ เสิ่นหรูหลินสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ท่านลุงจ้าว ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น ที่จริงข้าแค่…” เสิ่นหรูหลินเห็นจ้าวจือชิงยืนกอดอกไม่สนใจเขา จึงได้แต่หันไปอธิบายกับผู้ใหญ่บ้าน “เรื่องในวันนี้มิใช่ผู้เฒ่าจ้าวจะพาข้ามา กลับกันคือข้ารั้นจะพาผู้เฒ่าจ้าวเข้าไปเอง ผู้ใหญ่บ้านอย่าได้ทำให้ผู้เฒ่าจ้าวลำบากใจเลย”
ใครจะรู้ว่าผู้ใหญ่บ้านหาได้ไว้หน้าเสิ่นหรูหลินแม้แต่น้อย “คุณชายเสิ่นสินะ!” ผู้ใหญ่บ้านมองเขาแล้วเอ่ยอย่างใจเย็น “ในเมื่อวันนี้ท่านมาโดยไม่ตั้งใจ เช่นนั้นก็ขอเชิญออกจากที่แห่งนี้ด้วย แม้ว่าหมู่บ้านถู่ของเราจะยากจน แต่ก็ใช่ว่าสามารถให้ผู้ใดเหยียบย่างได้ตามอำเภอใจ”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น” เสิ่นหรูหลินเห็นเขาโมโห จึงรีบอธิบาย
“ไม่จำเป็น!” ผู้ใหญ่ขัดอย่างไม่แยแส “หากคุณชายเสิ่นมีใจจริงๆ ครั้งหน้าได้โปรดมาพร้อมกับนายท่านเสิ่นจะดีกว่า”
เสิ่นหรูหลินรู้ว่าวันนี้ไม่ว่าตนจะพูดอะไร ก็ไม่มีทางอยู่ต่อได้อีก เมื่อทำอะไรไม่ได้ เขาจึงได้แต่จากไป พอถูกขับไล่ แน่นอนว่าจึงลืมจ้าวจือชิงไปหมดสิ้น
เมื่อเห็นผู้ใหญ่บ้านจับจ้องมาที่ตนเอง จ้าวจือชิงก็รีบชิงเอ่ยอย่างรู้ตัว “ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ ไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
รอจนเงาของเขาหายไป ผู้ใหญ่บ้านก็ชี้ชายชราคนเมื่อครู่ ชายชรารับรู้และตามติดจ้าวจือชิงไป
ด้านผู้ใหญ่บ้านยังยืนรอยู่ข้างรถม้า จากนั้นเชื้อเชิญคุณหนูตระกูลร่ำรวยคนหนึ่งลงมา ก่อนจะเข้าประตูไป ก็รับแส้ยาวที่เปื้อนเลือดมาจากในมือของผู้ใหญ่บ้าน
จ้าวจือชิงเห็นรถม้าที่จอดอยู่ไม่ไกล เจ้าหนุ่มผู้นี้ยังรู้จักรอเขา
หลังจากเสิ่นหรูหลินเห็นเขาก็มุดออกมาจากรถม้า เมื่อครู่เขารีบร้อนออกมาจนลืมผู้เฒ่าจ้าวไป
“เจ้าหนุ่มดันสร้างปัญหาให้ข้า เจ้ารอดูเถอะ วันรุ่งขึ้นข้าคงไร้ที่อยู่อาศัยแน่!”
เสิ่นหรูหลินสีหน้าสำนึกผิด ขณะนี้เขาไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของตนเอง แม้ว่าจะอธิบายอย่างไรก็เป็นเพียงลมปาก ดังนั้นจึงได้แต่จ้องเขาอย่างหน้าละห้อย
จ้าวจือชิงรู้ว่ามีคนสะกดรอยตามตนเองอยู่ด้านหลัง จึงโบกมืออย่างระอา
“เอาล่ะ เอาล่ะ รีบไปกันเถอะ ครั้งหน้าข้าไปขอสุราก็อย่าขี้เหนียวก็พอ!”
พูดจบตนเองก็เดินขาเป๋ไปยังบ้านที่อยู่อาศัยชั่วคราว
“คุณชายเสิ่นช้าก่อน!”
เสิ่นหรูหลินกำลังจะจากไปก็ถูกคนเรียกไว้ เมื่อหันกลับไปก็เห็นว่าเป็นชายชราคนเมื่อครู่
“ผู้ใหญ่บ้านของเราให้ข้ามาถามคุณชายเสิ่นว่า รู้ประวัติที่มาของตาจ้าวขาเป๋คนนี้หรือไม่?”
เสิ่นหรูหลินพยักหน้า “ผู้เฒ่าจ้าวเองก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายของค่ายโจรเลี่ยหยาง”
ชายชราได้ยินก็พยักหน้าต่อเนื่อง “ตาจ้าวขาเป๋บอกกับท่านเช่นนี้หรือ?”
เมื่อเห็นเขาพยักหน้า ชายชรามองเขาด้วยสีหน้าเคืองโกรธในความไม่เอาไหนของเขา ไฉนนายท่านเสิ่นที่หลักแหลมกลับมีลูกชายโง่เขลาเช่นนี้ ถึงขั้นไม่สืบสาวเรื่องราวเบื้องลึกก็เชื่อคนผู้นี้ ไร้เดียงสาเกินไป!
“ตาจ้าวขาเป๋บอกกับที่นี่ว่า เขาถูกลูกหลานอกตัญญูขับไล่ออกมา จึงไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่รู้ว่าเขาเคยบอกเรื่องนี้กับท่านหรือไม่?”
เสิ่นหรูหลินใบหน้าสงสัย “เหตุใดนี่จึงต่างจากที่เขาบอกกับข้า?”
“เรื่องนี้คงต้องถามคุณชายเสิ่นแล้วล่ะ” ขณะที่ชายชราพูด ดวงตะวันก็คล้อยไปทางทิศตะวันตก “คุณชายเสิ่นมิสู้ลองนึกถึงการพบเจอกันของคนผู้นี้ดู บางทีอาจจะมีเงื่อนงำ ข้าพูดได้เพียงเท่านั้น หวังว่าหนหน้าเจอกัน คุณชายเสิ่นจะสุขุมมากกว่านี้บ้าง”
เสิ่นหรูหลินได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก เขาอยากหาจ้าวจือชิงมาถามซึ่งหน้าว่าเหตุใดจึงหลอกลวงตนเอง แต่พอคิดดู ตนเองมิใช่หรือที่เชื่อคนอื่นง่ายดายเอง เขาย้อนนึกถึงเรื่องราวระหว่างนี้อย่างละเอียด ชั่วขณะนั้นจึงตกอยู่ในภวังค์
จ้าวจือชิงลงมาจากต้นไม้หลังจากพวกเขาจากไป ดั่งที่คาด ผู้ใหญ่บ้านแห่งนี้เป็นคนหลักแหลมจริงๆ ถึงขั้นยืมมือของเสิ่นหรูหลินตรวจสอบตนเอง เดาว่าคงอยากนำเรื่องของตนเองไปรายงานต่อหน้าเสิ่นว่านเหลี่ยงอีกด้วย
ทว่าตอนนี้เขารู้ตำแหน่งแล้ว ขอเพียงไปสืบช่วงกลางดึกที่เงียบสงัดก็พอ
เพียงแต่จ้าวจือชิงคิดไม่ถึงเลยว่าตอนที่เขาไปถึง ในห้องของเขตพื้นที่ต้องห้ามกลับมีแสงไฟสว่างปรากฏขึ้น เมื่อแงะกระเบื้องหลังคาขึ้นมาหนึ่งแผ่น กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นก็พุ่งโชยขึ้นมา เสิ่นว่านเหลี่ยงที่อยู่ด้านล่าง กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดกริชในมือ ทุกครั้งที่เช็ด ก็มีคราบเลือดเป็นรอยยาวหลงเหลือไว้บนผ้าเช็ดหน้า
ส่วนอะไรบางอย่างที่แทบไม่หลงเหลือรูปร่างลักษณะของมนุษย์กำลังนอนอยู่บนเตียงด้านข้าง ซึ่งสามารถเห็นลักษณะของใบหน้าอยู่รางๆ ในปากยังถูกอุดด้วยผ้า จึงได้แต่ส่งเสียงซี้ดซ้าดด้วยความเจ็บปวดทรมาน
-----