รู้ตัวอีกทีผมก็กลายเป็นแมวเป้าในวันสิ้นโลก

    ตอนที่ 30 ผู้ชนะในการต่อสู้

    ตอนที่30 ผู้ชนะในการต่อสู้

    [ติ้ง! ภารกิจระบบ : ภารกิจปกป้องเจ้านาย อย่าให้เจ้านายตาย รางวัล พลังงานแมว 100 แต้ม ค่าประสบการณ์อิสระ 1000 แต้ม]

    [ติ้ง! ระบบขอเตือนโฮสต์ถ้าเจ้านายตาย โฮสต์จะถูกลงโทษโดยการรีเซ็ตทุกอย่าง]

    “บ้าชิบ ว่าแล้ว ว่าระบบต้องเล่นแบบนี้” แมวน้อยกรีดร้องในใจ

    ต่อให้ไม่ตาย แต่การไปเริ่มใหม่เขาก็ไม่อยากอยู่ดีอีกอย่างเขาไม่อยากให้คาร่าตายด้วย แสดงว่าที่นั่นอันตราย

    แมวน้อยไม่มีทางเลือก จึงวิ่งตามหลังคาร่าไปแต่คาร่านั้นรวดเร็วกว่ามาก เธอเป็นถึงนักสู้ระดับสูง แม้ว่าจะบาดเจ็บแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอช้าลงเลย

    กลับกันคาร่าเร่งความเร็วขึ้นเท่าที่จะทำได้เพราะรู้สึกว่าถ้าเธอช้าคงจะไม่เจอกับนาโอมิแน่

    ทำให้แมวน้อยที่วิ่งตามหลังมาต้องใช้ทักษะเร่งความเร็วระยะสั้นไล่ตามไปแต่ต่อให้ใช้ก็ยังตามหลังคาร่าหลายก้าว

    คาร่าเข้าไปด้านในอาคารแล้ว แมวน้อยก็มาถึงที่ประตู

    มีศพของลัทธิถลกหนังหัวนอนตายอยู่สองศพศพทั้งสองเหมือนจะวิ่งหนีเข้าไปด้านในแต่โดนถล่มจากเฮลิคอปเตอร์จนตายอยู่ที่หน้าประตู

    แมวน้อยเปิดประตูเข้าไปด้านในยังเข้าไปไม่ถึงไหน ตอนนั้นเองอยู่ ๆทั้งอาคารก็เกิดเสียงดังสนั่นพร้อมกับแรงสั่นไหวเบา ๆ จากระเบิด

    ตู้ม!

    ระเบิดดังขึ้นมาจากหนึ่งในชั้นของอาคารซึ่งแมวน้อยก็ไม่มั่นใจว่าชั้นไหน แต่ว่ามันทำให้ทั้งอาคารสั่น  ตามมาด้วยไฟฟ้าทั้งอาคารดับลงไฟฉุกเฉินก็เริ่มทำงานแทน

    แมวน้อยวิ่งไปหลบจนแรงสั่นสะเทือนหยุดลงจึงออกมาจากที่ซ่อนและมองดูทางเดินที่มืดมิดแสงไฟสีแดงและความมืดสลัว ๆ บวกกับความเงียบทำให้อาคารดูน่าหวาดกลัวขึ้นเรื่อย ๆ

    “เอาน่ะเหมี้ยว สู้ ๆ หน่อย” แมวน้อยให้กำลังใจตัวเอง

    วิ่งขึ้นไปด้านบนแต่พบว่าที่นี่เป็นอาคารที่ออกแบบมาให้ฝั่งหนึ่งเป็นชั้นและอีกฝั่งมีบันไดลงไปชั้นล่าง ๆ ได้ ซึ่งมันมีอุปกรณ์ปั่นไฟและของอื่น ๆ

    แมวน้อยจึงเลือกที่จะขึ้นไปด้านบนตามสัญชาตญาณแทนเพราะแมวน้อยรู้สึกว่าคาร่าน่าจะไปที่นั่น ไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์

    ปัง! ๆ ๆ ๆ

    เสียงปืนยิงกันอย่างต่อเนื่องมาจากด้านบน แมวน้อยจึงรีบวิ่งไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็พบว่าคาร่ากับพวกลัทธิถลกหนังหัวกำลังปะทะกันอย่างดุเดือดราวกับว่าคาร่าไปขวางทางรอดของพวกมันไว้

    คาร่าบุกเข้าไปด้านในตามเก็บพวกมันทีละคน เพื่อขึ้นไปด้านบน

    แมวน้อยเปิดใช้งานทักษะปกปิดตัวตนอย่างเต็มที่ตามหลังคาร่ามาติด ๆ

    ตอนนั้นก็เห็นว่ามีลัทธิถลกหนังหัวคนหนึ่งวิ่งออกจากอีกห้องเพราะห้องในนี้มันเชื่อมต่อกันหลายทาง

    ชายคนนั้นเห็นคาร่าก็ยกปืนขึ้นเตรียมจะยิงจากด้านหลัง

    “แย่แล้ว ลุยเลย” แมวน้อยพุ่งเข้าไปใส่ก่อนจะตามด้วยกรงเล็บห้าแถวโจมตีไปที่ใบหน้าของอีกฝ่าย

    “อ๊าก!”

    ลัทธิถลกหนังหัวคนนั้นกรีดร้องพยายามดึงแมวน้อยออกแต่แมวน้อยก็ไม่ยอม ข่วนหน้าอีกฝ่ายไม่หยุดทุกกรงเล็บเป็นเหมือนกับใบมีดโกนบาดเข้าใบหน้าและดวงตา

    สุดท้ายลัทธิถลกหนังหัวคนนั้นก็หงายหลังกลับเข้าไปในห้องที่พึ่งวิ่งออกมา

    “เหมี้ยว ๆ” แมวน้อยโจมตีไปเรื่อยๆ จนกระทั่งชายคนนั้นแน่นิ่งไปจึงได้หยุดลง

    “ฉันจัดการได้แล้ว” เป็นครั้งแรกที่แมวน้อยเผชิญหน้าและจัดการกับมนุษย์ได้โดยตรงถึงจะเป็นแค่คนธรรมดาก็เถอะ นั่นหมายความว่าเขาพอจะมีพลังปะทะกับซอมบี้ทั่ว ๆไปได้แล้ว

    แต่แล้วในตอนนั้นแมวน้อยก็พึ่งสังเกตว่าตนเข้ามาอยู่อีกห้องหนึ่งที่นี่ค่อนข้างน่าขนลุก เพราะมันเต็มไปด้วยเตียงคนไข้

    บางเตียงก็มีศพที่ถูกคุมผ้าไว้ บางเตียงก็เหลือแต่อวัยวะที่ถูกตัดแต่ที่ทำให้แมวน้อยตกใจมากกว่านั้นคือ ที่นี่กลับมีศพและลอยเลือดอยู่เต็มไปหมด

    มองดูแล้วมีศพของพวกลัทธิถลกหนังหัวหลายศพแต่ไม่หมดแค่นั้นยังมีศพของทหารเฟอร์แมน และหน่วยที่มาถึงที่นี่ก็มีแค่หน่วยเดียวนั่นคือทหารหน่วยลับกับอีเมอร์สัน

    แต่ว่าทหารหน่วยลับที่บุกเข้ามากลับนอนตายอยู่ที่นี่ถึง 4 ศพ

    แมวน้อยเห็นร่องรอยการต่อสู้ก็รู้สึกสยองมากเพราะนี่ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์แน่นอนถึงจะมีร่องรอยของกระสุนปืนที่ยิงปะทะกันในห้อง

    แต่มันดูเหมือนกับว่ามีตัวอะไรบางอย่างโผล่ออกมาจัดการพวกเขาจนหมดในขณะที่พวกเขากำลังสู้กันเสียมากกว่า ศพและรอยเลือดยังสดใหม่อยู่ แสดงว่าน่าจะเกิดขึ้นได้ไม่นาน

    “ช่วยด้วย! ๆ”

    ตอนนั้นก็มีทหารลากร่างที่บาดเจ็บคลานออกมาจากอีกห้องหนึ่งขาของทหารคนนี้ราวกับถูกเคี้ยวจนแหลกเละลอยเลือดเป็นทางยาวออกมาจากหลังม่านริ้วพลาสติก

    แต่แล้วอยู่ ๆ ก็มีมือยื่นออกมาจากด้านในขนาดของมือนั้นใหญ่เท่ากับตัวคน มันพุ่งออกมากดร่างของทหารคนนั้นไว้ เล็บค่อย ๆแทงเข้าไปในเนื้อราวกับมือที่บีบเต้าหู้

    “อ้า! อัก!” ทหารคนนั้นกรีดร้องพร้อมกับเลือดที่ไหลทะลักออกมา

    เจ้าของมือค่อย ๆ เผยรูปร่างออกมาจากหลังม่าน แมวน้อยเบิกตากว้างยืนตัวแข็งทื่อกับภาพที่เห็น

    มันเป็นสัตว์ประหลาดที่ผสมระหว่างสัตว์มีขนและความบิดเบี้ยวคล้ายก้อนมะเร็งที่มีอวัยวะของมนุษย์

    ขนาดตัวของมันอย่างน้อยก็เท่ากับวัวตัวใหญ่ตัวหนึ่งมันเดินสี่ขาด้วยมือและเท้าของมนุษย์ ปากนั้นกว้างมากพอที่จะกัดกินทั้งร่างของทหารที่อยู่ในมือ

    กรวบ!

    หัวของทหารถูกเคี้ยวในคำเดียว ไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่มันยังกัดเลยส่วนหัวลงไปถึงหน้าอกก่อนที่สัตว์ประหลาดตัวนั้นจะกระแทกซากที่เหลือในมือลงพื้นจนเลือดแตกกระจาย เหมือนกับลูกโป่งใส่น้ำที่ตกลงบนพื้น

    เลือดกระเซ็นมาโดนใบหน้าของแมวน้อยที่ยืนทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว

    “มันคือซอมบี้ตัวโตเหรอ ไม่ใช่” แมวน้อยปฏิเสธตามสัญชาตญาณเพราะว่าซอมบี้ตัวโตก็ไม่น่ากลัวเท่ากับเจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้านี้

    [ประเมิน : สิ่งมีชีวิตทดลองที่บิดเบี้ยวสัตว์ประหลาดวิปริต ตัวต้นแบบหมายเลข 002]

    “ชาเย็น”

    อยู่ ๆ ตอนนั้นก็มีเสียงเรียกของคาร่าดังขึ้นมาจากอีกทางแมวน้อยพึ่งจะได้สติกลับมาจากข้อมูลที่น่าตกใจซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่สัตว์ประหลาดตัวนั้นพุ่งเข้ามาจะโจมตีแมวน้อย

    แมวน้อยอาศัยความเร็วและขนาดตัวที่เล็กหลบหลีกก่อนจะเร่งความเร็วระยะสั้นหนี

    “แน่นอนว่าหนีอยู่แล้ว ใครจะสู้กับตัวบ้า ๆ นี่กัน”แมวน้อยไม่คิดสู้กับมันเลย ใครสร้างตัวแบบนี้ก็รับผิดชอบกันเอง

    ซึ่งแมวน้อยเดาว่าเขื่อนฮูเวอร์ไม่ได้เป็นแค่ที่ผลิตไฟฟ้าแต่อาจจะเป็นห้องทดลองบางอย่างด้วย มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกอยากรู้อยากเห็นและมักต้องการก้าวข้ามทุกสิ่งโดยเฉพาะในยุคนี้ที่ประตูบานใหม่ ๆ เปิดขึ้นมา

    นักวิทยาศาสตร์บ้า ๆ ก็พร้อมจะลงมือเสมอ

    นาโอมิโจมตีที่นี่ไม่ใช่แค่ต้องการทำลายเขื่อนฮูเวอร์ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับเมืองแคปปิตอลแต่น่าจะเพราะห้องทดลองที่นี่ด้วย พวกทหารที่ตายก็ซวยเข้ามาในกับดักเอง

    ระเบิดเมื่อครู่อาจจะเกิดแถว ๆ ที่นี่

    “เหมี้ยว             ๆ” แมวน้อยกระโดดขึ้นไปเกาะบนไหล่ของคาร่าทันทีเพราะคาร่าขายาวกว่า จึงหนีเร็วกว่า

    แมวน้อยอยากจะบอกคาร่าถึงสิ่งที่คิด แต่ดูแล้วก็คงพูดกันไม่เข้าใจแต่แมวน้อยกลับรับรู้ได้ราง ๆว่าคาร่าอาจจะรู้เรื่องนี้และคาดเดาได้อยู่บางส่วนแล้ว

    “อย่าหันไปมอง” คาร่าไม่สนใจสู้กับพวกลัทธิถลกหนังหัวที่เหลือกันอยู่ไม่กี่คนอีกแต่วิ่งหลบหลีกและขึ้นไปยังชั้นบนดาดฟ้าในทันที

    ส่วนพวกลัทธิถลกหนังหัวก็ไม่มีเวลามาสนใจคาร่า พวกนี้แม้จะเข้าลัทธิแต่ก็มาจากสภาพแวดล้อมและแรงกดดันในยุคนี้

    เมื่อความตายมาถึงต่างก็หวาดกลัวไม่ต่างจากคนทั่วไป

    สัตว์ประหลาดวิปริตตนนั้นมันไม่ได้ไล่ตามคาร่าแต่ว่ามันกลับฆ่าคนที่วิ่งช้าที่สุด

    ปัง!

    คาร่าวิ่งจนมาถึงชั้นบนก็ปิดประตูเหล็กในทันทีแต่แล้วพอเข้ามากลับได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์บินออกไป

    “อีเมอร์สัน!”

    ในบรรดาศพทั้งหมดคาร่าพบว่าไม่มีอีเมอร์สันอยู่ที่นี่ทั้งที่อีกฝ่ายก็มาด้วยดังนั้นเธอจึงกลัวว่าอีเมอร์สันอาจจะจับตัวนาโอมิได้แล้วและพาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ออกไป

    แต่ทันทีที่คาร่าเปิดประตูดาดฟ้าออกมากลับต้องพบกับภาพที่ทำให้ประหลาดใจ

    อีเมอร์สันที่เธอคิดว่าบินไปกับเฮลิคอปเตอร์กลับนั่งคุกเข่าตายอยู่กลางลานจอดเฮลิคอปเตอร์เขามีบาดแผลที่เกิดจากรอยกรงเล็บที่น่ากลัวกลางหลังแต่สิ่งที่ฆ่าอีเมอร์สันกลับเป็นดาบที่ปักอยู่กลางหน้าอก

    แมวน้อยเองก็เริ่มสับสนแล้วถ้าไม่ใช่อีเมอร์สันแล้วใครที่ไปกับเฮลิคอปเตอร์

    คาร่าเดินไปดึงดาบออกมาจากตัวของอีเมอร์สัน

    “นาโอมิ” คาร่าพึมพำเบา ๆก่อนมองไปที่เฮลิคอปเตอร์ที่บินไปคนละทางกับเมืองแคปปิตอล

    “นาโอมิเหรอเหมี้ยว!” แมวน้อยสมองแล่นอย่างรวดเร็วก่อนจะเข้าใจในที่สุด “พระเจ้าอย่าบอกนะว่าพี่สาวของคาร่า นาโอมิล่ออีเมอร์สันมาที่นี่เพื่อเอาเฮลิคอปเตอร์ ทุกอย่างคือแผน แผนการขโมยเฮลิคอปเตอร์ที่มีเพียงสองลำในเมืองแคปปิตอลส่วนการตายของอีเมอร์สัน ระเบิดห้องทดลองปล่อยสัตว์ประหลาดก็ด้วย ต่างก็ถูกวางแผนไว้หมดจนถึงตอนนี้”

    ยิ่งแมวน้อยคิดมันเท่าไหร่ก็ยิ่งสมเหตุสมผลแล้วคาร่าละอยู่ส่วนไหนของแผนการ

    แมวน้อยเหลือบมองคาร่าที่ถือดาบและกำมือแน่น

    “เหมี้ยว ๆ” แมวน้อยร้องเรียกคาร่าเพราะตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเหม่อลอยแล้วด้านหลังสัตว์ประหลาดตัวนั้นเหมือนจะมาถึงที่ประตูชั้นดาดฟ้า

    ปัง!

    สัตว์ประหลาดตัวนั้นมันฆ่าทุกคนและพังประตูออกมาได้ในครั้งเดียวมันวิ่งสี่ขามาหาคาร่าและแมวน้อยที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ในทันที

    แถมมองจากมุมนี้ก็เห็นว่ามีรถหุ้มเกราะหลายคันวิ่งมาบนสันเขื่อนมุ่งมาที่นี่ด้วย

    ทั้งสัตว์ประหลาดและกองทัพเฟอร์แมนพวกนั้นต่างก็มาไล่ล่าคาร่า

    “ชาเย็นมานี่” คาร่าตั้งสติได้จากเสียงเรียกของแมวน้อยเธออุ้มแมวน้อยและวิ่งไปสุดกำลัง

    “เดี๋ยวก่อน เธอจะทำอะไรน่ะคาร่า ไม่นะอย่ากระโดดนะ เหมี้ยว!”แมวน้อยสงสัยว่าคาร่าคิดจะทำอะไร แต่ตอนนี้รู้แล้ว

    คาร่ากำลังอุ้มแมวน้อยและวิ่งไปยังขอบของลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่ยื่นไปยังเขื่อนที่เต็มไปด้วยน้ำด้านล่างก่อนจะกระโดดลงไป

    “เหมี้ยววว!!!”

    ตู้ม!!!

    แมวน้อยรู้สึกว่าตัวเองจะจมน้ำ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่เคยถูกกับน้ำสักทีจนกระทั้งคาร่ายื่นมือมาคว้าตัวมันไว้และวางบนไหล่ก่อนที่คาร่าจะว่ายน้ำออกไปจากที่นี่

    โฮกกกก!!!

    เสียงของสัตว์ประหลาดคำรามมาจากลานจอดเฮลิคอปเตอร์แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่ได้กระโดดตามมา

    ...

    คำคืนนี้เป็นคืนแห่งการต่อสู้และจบลงด้วยลัทธิถลกหนังหัวที่โดนไล่ล่าแต่สภาพของกองทัพเฟอร์แมนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน

    เมื่อสัตว์ประหลาดจากห้องทดลองที่เขื่อนฮูเวอร์หลุดออกมามันไล่ฆ่าทุกอย่างไม่เลือกหน้าแถมศพยังดึงดูดฝูงซอมบี้ที่ไม่กลัวตายเข้ามาที่นี่อีก

    สุดท้ายแล้วผู้ที่ชนะในการต่อสู้นี้คงมีแต่นาโอมิ

    แมวน้อยและคาร่าว่ายน้ำอยู่กลางแม่น้ำสายหนึ่งจนกระทั้งมีเรือลำหนึ่งเคลื่อนเข้ามาใกล้ก็พบว่าเป็นอเล็กซานดร้าที่ไปหาเรือยางมาจากไหนไม่รู้เข้ามารับพวกเขา

    ทั้งสองถูกช่วยขึ้นมาและห่มด้วยผ้า พวกเขาตัวสั่นไหวไม่หยุด ขณะที่อเล็กซานดร้าขับเรือออกไปจากที่แห่งนี้เพราะที่เมืองแคปปิตอลไม่มีที่ให้พวกเขาอยู่อีกแล้ว