[จบ] สวรรค์ประทานหนูน้อยนำโชคมาสู่ครอบครัวชาวนา

    บทที่ 46 เรื่องที่ห้ามเอ่ยถึง (รีไรต์)

    บทที่ 46 เรื่องที่ห้ามเอ่ยถึง (รีไรต์)

     

    เฝิงเสี่ยวฮวายังเอ่ยไม่ทันจบประโยค ก็ถูกฉินเหล่าเอ้อร์กระชากแขนอย่างแรงจนร่างกายเสียหลัก ศีรษะกระแทกเข้ากับเสาอย่างแรง

     

    ความเจ็บแล่นเข้ามาจนตาพร่ามัว นางตั้งท่าจะต่อว่าฉินเหล่าเอ้อร์ แต่พอเห็นสีหน้ามืดครึ้มของแม่เฒ่าฉินก็ตกใจจนพูดไม่ออก

     

    ทันใดนั้น นางก็นึกถึงข้อห้ามของบ้านขึ้นมาได้ ความกลัวแล่นเข้าในจิตใจ นางรีบคุกเข่าลงกับพื้นพูดตะกุกตะกักว่า 

     

    “ท่านแม่ ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจ...”

     

    ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ แม่เฒ่าฉินก็กระแทกถ้วยลงบนโต๊ะอย่างแรง ข้าวต้มร้อน ๆ กระเด็นไปทั่ว บางส่วนกระเด็นไปโดนใบหน้าของเล่อเหนียงที่อยู่ในอ้อมแขน ร้อนจนอยากจะร้องไห้

     

    เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของท่านย่าไม่ค่อยดี ในตอนนี้นางจึงได้แต่กัดฟันทน

     

    “นางหญิงบ้า!” ฉินเหล่าเอ้อร์เห็นว่าท่านแม่ของตนโกรธเฝิงเสี่ยวฮวามากจึงรีบดึงนางกลับเข้าไปในห้อง

     

    แม้ว่าลูก ๆ ทั้งสองจะยังคงอยู่ข้างนอก แต่เขาก็ยังถอดรองเท้า แล้วฟาดใส่นางอย่างไม่ปรานี

     

    นางกล้าดียังไงถึงเอ่ยเรื่องของพี่ใหญ่!

     

    กล้าดียังไง!

     

    ผู้ใดก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่นาง!

     

    “ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่พูดจาเหลวไหลอีกแล้ว” 

     

    เฝิงเสี่ยวฮวาอ้อนวอนทั้งน้ำตา

     

    ฉินเหล่าเอ้อร์จึงยอมหยุดมือ แต่กลับไปหยิบแผ่นไม้สำหรับซักผ้ามาให้นางคุกเข่า

     

    “รอให้ท่านแม่หายโกรธ เจ้าค่อยลุกขึ้น”

     

    “เหล่าเอ้อร์...”

     

    เฝิงเสี่ยวฮวาพยายามจะลุกขึ้น แต่พอเห็นฉินเหล่าเอ้อร์ยกรองเท้าขึ้น นางก็รีบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างว่าง่าย ไม่กล้าขัดขืนอีก

     

    เดิมทีนางคิดว่า อย่างน้อยต้องมีผู้ใดสักคนเอ่ยปากขอความเมตตาแทนนางบ้าง อย่างน้อยลูกชายทั้งสองก็ต้องเอ่ยปากช่วย

     

    แต่จนป่านนี้ ก็ไม่มีผู้ใดพูดแทนนางสักคนเดียว ความเกลียดชังในใจของนางก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้น

     

    คนอื่น ๆ ได้ยินเสียงต่อว่าดุด่าดังมาจากในห้อง ต่างก็พากันเงียบกริบ มองสีหน้าของแม่เฒ่าฉินด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะยกชามข้าวขึ้นมากิน

     

    หลี่อันกับเฉินฮั่นหลินมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าควรจะวางชามข้าวลงหรือกินต่อดี นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับลูกชายคนโตของตระกูลฉิน

     

    ฉินเยาเยายืดคอเล็ก ๆ มองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย

     

    ที่แท้แล้ว ลุงใหญ่ที่นางไม่เคยเจอหน้า เป็นเรื่องที่ห้ามเอ่ยถึงของบ้านงั้นหรือ 


    ยิ่งคิดนางก็ยิ่งอยากรู้ แล้วอาห้าที่ไม่เคยเจอหน้าเช่นกันล่ะ 

     

    นางรู้ว่าคนในครอบครัวต่างก็มีเรื่องราวซ่อนอยู่มากมาย ทั้งท่านแม่ ลุงใหญ่ ลุงรอง แม้แต่ป้าสะใภ้รองก็ยังมี นางอยากรู้เรื่องราวของพวกเขาใจจะขาด แต่ตอนนี้นางยังพูดไม่ได้ จึงได้แต่เอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของท่านย่า แล้วส่งเสียงอ้อแอ้ปลอบใจ 

     

    แม่เฒ่าฉินไม่มีกะจิตกะใจจะกินข้าวต่อ จึงอุ้มหลานสาวตัวน้อยเตรียมจะกลับห้อง พอก้มหน้าลงก็เห็นว่าบนใบหน้าของหลานสาวมีรอยแดง

     

    นางตกใจมาก รีบอุ้มหลานสาวยกขึ้นสูงเพื่อดูใบหน้าให้ชัด ๆ

     

    แล้วก็พบว่า บริเวณลำคอมีรอยแดงเป็นจ้ำ ๆ แถมยังมีข้าวต้มติดอยู่ จึงรู้ทันทีว่า หลานสาวโดนข้าวต้มลวกเข้าให้แล้ว

     

    แต่ทำไมตอนนั้นเด็กคนนี้ถึงไม่ร้องไห้เลย หรือว่าจะกลัวนาง

     

    ยิ่งคิด นางก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลออกมาในที่สุด

     

    เหตุใดนางถึงลืมไปได้ว่า เล่อเหนียงยังอยู่ในอ้อมแขนของนาง เหตุใดจึงต้องทำให้หลานโดนข้าวต้มลวก

     

    นางรีบอุ้มหลานสาวกลับเข้าไปในห้อง แล้วเรียกสวี่ซิ่วอิงให้เข้ามา

     

    “สะใภ้สี่ เจ้าบีบน้ำนมออกมาทาใบหน้าของเล่อเหนียงดูเถิด น้ำนมช่วยรักษาแผลน้ำร้อนลวกได้”

     

    สวี่ซิ่วอิงรับคำแล้วหยิบถ้วยชาใบหนึ่งขึ้นมา พลางแหวกเสื้อขึ้นแล้วบีบน้ำนมใส่ลงไปครึ่งถ้วย


    แม่เฒ่าฉินรับถ้วยน้ำนมมา แล้วนำผ้าสะอาดมาชุบน้ำนม แล้วเช็ดบริเวณที่เป็นรอยแดงบนใบหน้าของหลานสาวอย่างเบามือ

     

    “เล่อเหนียง หลานรักของย่า เจ็บหรือไม่ ย่าเป่าให้หายนะ” 


    “ขอโทษเจ้าด้วย เป็นความผิดของย่าเอง ย่าไม่น่าอารมณ์เสียปล่อยให้ข้าวต้มร้อนลวกเจ้าเช่นนี้”

     

    เมื่อเห็นท่านย่าโทษตัวเองแบบนั้น แม้จะรู้สึกเจ็บ แต่ฉินเยาเยาก็ทำได้เพียงยิ้มให้กับท่านย่าเท่านั้น หวังเพียงให้ท่านย่าคลายความกังวลลง

     

    เมื่อเห็นหลานสาวยิ้มให้ แม่เฒ่าฉินก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ 

     

    ฉินเยาเยาที่อยู่ในอ้อมกอดของท่านย่า รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของร่างกายและเสียงสะอื้นที่ดังอยู่ข้างหู ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

     

    แม่เฒ่าฉินเป็นเสาหลักของครอบครัวมาโดยตลอด พูดจาเฉียบขาด เด็ดเดี่ยว แม้ว่าตลอดทางที่อพยพมา พวกเขาจะต้องเผชิญกับความเป็นความตายมาหลายครั้ง แต่นางก็ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ผู้ใดเห็นเลย

     

    ตั้งแต่ที่นางเกิดมา นางเห็นน้ำตาของท่านย่าเพียงสองครั้งเท่านั้น ซึ่งทั้งสองครั้งล้วนมีต้นเหตุมาจากตัวนาง

     

    แต่ตอนนี้ แม่เฒ่าฉินกลับร้องไห้เสียใจเพียงเพราะคำพูดเดียวของเฝิงเสี่ยวฮวา…

     

    เห็นได้ชัดว่า ท่านลุงใหญ่ต้องเคยทำให้แม่เฒ่าฉินเจ็บปวดมากเป็นแน่

     

    ฉินเยาเยาอยากจะปลอบโยนท่านย่า แต่ก็ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้ จึงได้แต่ใช้ใบหน้าเล็ก ๆ ของตนเองคลอเคลียข้างแก้มของท่านย่าเพื่อปลอบใจอย่างเงียบ ๆ

     

    หลังจากที่เฝิงเสี่ยวฮวาโดนฉินเหล่าเอ้อร์สั่งสอนไปครั้งนั้น นางก็ยิ่งไม่อยากออกจากห้องมากขึ้นไปอีก นางขังตนเองอยู่แต่ในห้องทุกวัน จะออกมาแค่ตอนกินข้าวเท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้น นางยังไม่กล้าพูดมากกลายเป็นคนใบ้ไปโดยปริยาย


    เช้าตรู่วันหนึ่ง ฉินเหล่าซื่อก็พาหนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านไปล่าสัตว์บนเขาจนกระทั่งใกล้ค่ำ พวกเขาก็ยังไม่กลับมา หัวหน้าหมู่บ้านเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับพวกเขา จึงมาหาฉินเหล่าเอ้อร์เพื่อออกไปตามหาพวกเขาด้วยกัน

     

    ทว่าเพิ่งจะก้าวขาออกจากประตู ก็มีชายเปื้อนเลือดวิ่งเข้ามา บนบ่าแบกเสือตัวใหญ่เอาไว้ แม่เฒ่าฉินเห็นเข้าถึงกับตกใจ หน้ามืดจะเป็นลม สวี่ซิ่วอิงเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปประคอง

     

    แม้แต่สวี่ซิ่วอิงเองก็ยังใจจนหน้าซีดเผือด

     

    ชายผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น เป็นฉินเหล่าซื่อที่ออกไปล่าสัตว์บนเขานั่นเอง

     

    ฉินเหล่าเอ้อร์ตั้งสติได้จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “เหล่าซื่อ เจ้า… เกิดเรื่องอันใดขึ้น? บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?” 

     

    ฉินเหล่าเอ้อร์ไม่รู้ว่าควรจะมองเสือตัวโต หรือมองน้องชายตนเองก่อนดี

     

    นี่มันคือเสือ! ไม่ใช่หมูป่า ไม่ใช่แพะภูเขา!

     

    เขากลัวจนไม่กล้ามองฉินเหล่าซื่อตรง ๆ กลัวว่าจะเห็นรอยแผลบนร่างกาย

     

    “พี่รอง ข้าไม่เป็นไร รีบมาช่วยยกหน่อย เสือตัวนี้มันหนักมาก!”

     

    ฉินเหล่าเอ้อร์กับฉินฟู่หลินจึงรีบเข้าไปช่วยกันยกเสือลงมาจากบ่าของฉินเหล่าซื่อ

     

    ฉินเหล่าซื่อเหนื่อยจนหอบ พอเอาเสือลงได้แล้วจึงพูดอย่างตื่นเต้นว่า

     

    “พวกข้าเข้าป่าไปได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงเสือคำราม ตอนนั้นพวกข้ากลัวจนขาสั่น”

     

    “ตอนแรกพวกข้าคิดจะถอยกลับ แต่ปรากฏว่าด้านหลังมีเสือตัวหนึ่งไล่ตามมา”

     

    “ตอนนั้นพวกข้าคิดว่าคงไม่รอดแล้ว ภารกิจยังไม่สำเร็จ และเกือบยังจะกลายเป็นอาหารของเสืออีก”

     

    ท่านแม่เฒ่าฉินฟังฉินเหล่าซื่อเล่าแล้วก็ตกใจจนขาอ่อนทรุดตัวลงนั่งกับพื้น นิ้วมือสั่นเทาชี้ไปที่ฉินเหล่าซื่อ นางอยากจะด่าเจ้าลูกคนนี้นัก แต่ก็นึกคำด่าไม่ออก

     

    สวี่ซิ่วอิงถึงกับร้องไห้ออกมา พอเห็นว่าฉินเหล่าซื่อยังจะพูดต่อ นางจึงรีบยกมือห้าม

     

    “เจ้าหยุดพูดก่อน รอให้ข้าตั้งสติก่อน ข้าเกือบจะกลายเป็นแม่ม่ายแล้วเชียว!”

     

    ฉินเยาเยาได้ยินดังนั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

     

    แม่ของนางช่างกล้ายิ่งนัก กล้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าท่านย่า ไม่กลัวว่าท่านย่าจะลงโทษหรือ แต่ใครจะไปคาดคิดว่า แม่เฒ่าฉินไม่เพียงแต่จะไม่โกรธ แถมยังกล่าวเสริมขึ้นมาอีกว่า

     

    “เกือบไปแล้วเชียว เกือบจะทำให้หลานสาวของข้าต้องกำพร้าพ่อตั้งแต่เด็ก!” 



    คล้ายกับเรื่อง[จบ] สวรรค์ประทานหนูน้อยนำโชคมาสู่ครอบครัวชาวนา ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498