[New Life] อิสระของชีวิต

    [112] กลุ่มคนที่ตั้งใจจะเป็นกำลัง

    [112] กลุ่มคนที่ตั้งใจจะเป็นกำลัง****วันนี้มีลง 111 ด้วยน้า //เนื้อหามีเกี่ยวกับตอนที่ 80 นิดหน่อยน้า
    “...‘ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยก้าวผ่านชะตากรรมและความตาย จงฝึกฝนและก้าวข้ามมันอีกครั้ง’ ...เหรอ”...ชะตากรรม......หากพูดถึงความโหดร้ายที่ได้ก้าวข้ามมาก่อนที่จะตาย เซ็ทไม่สามารถบอกได้ว่ามากมายขนาดไหน กว่า 12,845 ภารกิจที่เขาได้ทำ จะมีใครจินตนาการภาพเหล่านั้นออก แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่และร้ายแรงที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่ตัวเขานั้นครั้งหนึ่งเคยได้เข้าร่วมในสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก หรืออีกชื่อที่ถูกเรียกว่า ‘มหาสงคราม’ภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดนับจากกองทัพเป็นผู้ควบคุมโลก เป็นสงครามระหว่างกองทัพพลังพิเศษของมนุษย์และมอนเตอร์จากอีกมิติ (เป็นการคาดเดาที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน) เขาเป็นเพียงหนึ่งในหลายล้านคนที่ได้เข้าร่วมศึกในครั้งนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาเคยมีบทบาทสำคัญอยู่มากทีเดียวสงครามครั้งใหญ่ไม่ใช่ภารกิจสุดท้ายในชีวิต เขายังคงต้องทำภารกิจต่างๆ ที่กองทัพมอบให้จนกระทั่งถูกโละทิ้ง เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่ครั้งหนึ่งนั้นเคยตายมาแล้ว แม้แต่ร่างกายก็คงจะไม่เหลือ และบังเอิญหรือไม่ก็มีใครชักจูงให้เขาได้รับโอกาสให้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง...สงครามแบบเดียวกับในตอนนั้น เป็นไปได้มากว่าระบบไร้ประโยชน์นี่ต้องการให้เขาเป็นผู้ที่ช่วยจบมันอีกหน เลยให้เขาได้กลับมามีชีวิตอีกครา ล้มล้างกองทัพที่อาจะเกิดขึ้นอีกครั้ง? ถ้าเป็นจริงก็ยินดีที่จะทำ รวมโลกเป็นหนึ่งแบบของกองทัพ? หรือสังหารบุคคลสำคัญ?หรือไม่ก็อาจจะเป็นเรื่องอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องกองทัพ แต่ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้แบบไหน มีโอกาสน้อยเพียงใด เซ็ทก็ยังตัดสินใจตัดมันทิ้งไปไม่ได้...แต่ว่า“ใครเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังระบบ ผู้ดูแลของนายคือใคร?”{{จำกัดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลภารกิจหลักยังไม่ได้รับการปลดล็อก}}เซ็ทเม้มปากลงด้วยความหงุดหงิด คำตอบที่อยู่บนหน้าจอนั้นยังเป็นคำตอบเดิมๆ ที่สร้างความปวดหัวให้เขาทุกวินาที อาจจะต้องรอให้มีการอัพเดทอีกหนรึเปล่าเขาถึงจะได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าที่เป็นอยู่ อะไรบางอย่างที่ต้องการให้เขาเดินไปตามที่มันต้องการ...แม้จะเป็นชีวิตใหม่ที่ได้รับจากระบบหรืออะไรก็ตามที่อยู่เบื้องหลังมัน แต่มันก็มีเป้าหมายที่ต้องการให้เขาทำ แม้ว่าถ้ามันเป็นเรื่องที่ถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่แล้วเขาเลี่ยงที่จะทำมันไม่ได้ เขาก็คงจะทำมันอยู่แล้วโดยไม่ต้องรอให้ใครสั่ง ...แต่พอคิดว่าชีวิตเขาก็ยังคงถูกอะไรก็ตามควบคุมอยู่ มันก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้อยู่ดี...เขาเป็นมนุษย์ ไม่ใช่หุ่นเชิดของใคร...{รู้มั้ยว่าอารมณ์คุณกำลังพลุ่งพล่าน การเต้นของหัวใจคุณกำลังเพิ่มขึ้น}“รู้แล้วน่ะ...”{นอนเถอะ คุณสมควรพัก}เซ็ทส่ายหน้าระงับความไม่สบอารมณ์ที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก ตัดสินใจปัดทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าทิ้งแล้วหลับตาพักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็นตามที่โรแนะนำสักที ทว่าคำบ่นงุบงิบในปากก่อนที่จะหลับตาลงก็ยังเป็นที่ได้ยิน หน้าจอสีฟ้าสดใสจึงได้เด้งออกมาแทบจะกระแทกหน้าเจ้านาย แต่คนที่ตั้งใจจะนอนหลับก็หาได้สนใจมัน“ไอ้ระบบไร้ประโยชน์เอ๊ย”{{ระบบไม่ได้ไร้ประโยชน์นะ (โว้ย) !!!}}......อิสระ แท้จริงแล้วมันคืออะไรกัน?


    กลุ่มผู้รอดชีวิตที่หายตัวไปทั้งสิ้นมีมากถึงสามสิบเจ็ด (บวกหนึ่ง) ชีวิต เรียกได้ว่ากำลังเป็นข่าวใหญ่อึกทึกครึกโครมในหน้าข่าวของเมืองไทยและดังไกลยันต่างประเทศ ถือเป็นที่น่าสลดใจและชวนหดหู่ยิ่ง มีคนไทยนับล้านเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ทางตำรวจจะพบตัวพวกเขาสักที ต่างชาติเองก็ติดตามข่าวนี้อยู่เนืองๆ เช่นกันอย่างน้อยๆ ให้คนที่เฝ้ารอจะได้คลายใจว่าคนเหล่านี้ยังปลอดภัยและไม่ประสบกับอะไรร้ายแรง เพราะเพียงข่าวคนที่ตายกลางกองเพลิงกว่าสิบห้าศพนั้นก็เป็นที่เศร้าน่าเสียใจมากพออยู่แล้ว ทั้งยังบ่งบอกถึงการทำงานอันไร้ประสิทธิภาพของคนที่ดูแลความปลอดภัยและการจัดการบริหารประเทศให้มีคุณภาพกลุ่มผู้ที่ยังหายตัวไปกำลังสุมหัวกันอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง สภาพของแต่ละคนเรียกได้ว่าเละเทะจนแทบทนดูไม่ได้ต่างจากที่ใครหลายคนคาดหวังว่าจะได้เห็น“เอาล่ะ...พร้อมจะตายกันรึยัง?”“...แค่ก...โหดเกินไปแล้ว นายมันปิศาจชัดๆ”“...คุณมัน-...รุนแรงเกินไปแล้วนะคะ นี่คิดจะฆ่าพวกเราจริงๆ งั้นเหรอ!?”กลุ่มคนที่นอนโอดโอยส่งเสียงร้องประท้วงกันเป็นแถบๆ ยิ่งเมื่อมีคนหนึ่งเป็นคนต้นเสียง คนต่อๆ ไปก็เพิ่มจะช่วยสำทับ อย่างไรก็ตามผู้ที่ถูกว่ากล่าวนั้นยังคงมีสีหน้านิ่งเรียบ“ฉันออมมือแล้ว ไม่ถึงตายหรอกน่า ไหนพวกนายทุกคนบอกเองนี่ว่ายินดีจะทำทุกอย่าง ขอแค่ให้แข็งแกร่งขึ้นไงล่ะ?”“กะ-ก็ใช่อยู่หรอก...แต่นี่น่ะมัน...”“กับพวกที่ฉลาดพอมีสมองเฉพาะทางอย่างพวกนักวิจัยก็ว่าไปอย่าง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหนก็คงพร้อมอ้าแขนรับ มีคนคอยดูแลเหมือนไข่ในหิน แต่กับพวกมีกิ๊ฟ ถ้าทุกคนมีกิ๊ฟเหมือนกันเมื่อไหร่ กับพวกที่อ่อนแอ คิดว่าจะโดนใช้ทำอะไร?”“...อุ”“เอ้า ถ้ามีอะไรจะเถียงก็รีบว่ามาซะสิ”เซ็ทในบทบาทภาพลักษณ์ของไซท์พูดอย่างไม่แคร์ใครทั้งสิ้น เจ้าตัวยังอยู่ในชุดสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นเอกลักษณ์ หากแต่สิ่งที่ถืออยู่ในมือไม่ใช่มีด ดาบ หรือปืน หากแต่เป็นท่อนไม้ขนาดพอดีมือจับที่เริ่มจะหักๆ ผุๆ เป็นเครื่องยืนยันว่าผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหน่วงสำหรับผู้ที่สามารถหนีรอดจากกรงขังเพราะฝีมือคนตรงหน้ามาแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งที่สองที่มีคนคิดทรยศใช้งานเขาเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ที่พวกเธอก็ยังรอดมาได้ก็เพราะเขาคนนั้นยอมละเว้นให้เพราะเห็นว่าไม่ได้โอนเอียงไปทางการล้างแค้นที่ไร้หัวคิด แม้จะฆาตกรรมให้ตายหมู่ให้หมดภาระไปเลยก็ย่อมได้ พวกนั้นทุกคนจึงพอจะรู้ว่าคนตรงหน้านั้นเป็นผู้มีพระคุณที่โหดเหี้ยมได้มากขนาดไหน...หากเถียงแบบข้างๆ คูๆ คงไม่วายโดนไม้ท่อนนั้นฟาดเอาอีกแน่“ตะ-แต่สิ่งที่คุณบอกเรา ก็ใช่ว่ามันจะเป็นจริงนี่?”“ที่บอกว่าอนาคตจะมีผู้มีกิ๊ฟเดินกันให้เกลื่อนถนน แล้วพวกเธอก็จะเป็นแค่ของตกรุ่นไม่ใช่คนพิเศษอีกต่อไป โลกจะเกิดความเปลี่ยนแปลง ในการสู้กับมอนเตอร์ความแข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญ...นั่นน่ะเหรอ...จะไม่เชื่อก็ตามใจสิ”“คุณหลอกเราเหรอ!?”“หุบปาก เลิกส่งเสียงแว้ดๆ น่าหนวกหูซะที” เซ็ทว่าอย่างรำคาญ คนถูกด่าต่อหน้าชะงักไป “สำหรับอนาคตจนกว่ามันจะเกิดขึ้น พวกนายทุกคนจะไม่เชื่อมันก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับปัจจุบันนี้มันไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าเธอถูกหมายหัวด้วยคนของรัฐบาล และบรรดาแก๊งค์ในเงามืด ในเมื่อไม่มีคนคอยคุมกะลาหัวให้ คิดว่าจะไม่ถูกพาตัวไปใช้งานอีกรึไง?”“...”“ถ้าอยากกลับไปอยู่ในห้องทดลองไม่ได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันอีก ฉันก็ไม่ห้ามหรอกนะ แล้วก็จะเป็นคนพาไปส่งให้ถึงที่เลยด้วย มันสบายกว่าการมาคอยดูแลพวกนายทุกคนตั้งเยอะ”เซ็ทว่าโดยไม่สนใจใครๆ ทั้งสิ้น กับอีแค่คนสามสิบเจ็ดคน (บวกหนึ่ง) เขาจะฆ่าทิ้งทั้งหมดเมื่อไหร่ก็ย่อมได้อยู่แล้ว เพียงแต่ที่ยังปล่อยให้รอดเพราะจิตสำนึก เนื่องจากเขาเป็นคนพาพวกนี้ออกมาด้วยตัวเอง และพวกเขาก็ยังไม่ได้ทำสิ่งใดผิดมากไปกว่าเถียงข้างๆ คูๆ พูดจาไม่เข้าหูเฉยๆ ไม่ได้มีความจำเป็นต้องฆ่า...ก็...ในเมื่อคิดจะช่วยแล้วก็จะช่วยให้ได้มากเท่าที่มากได้...แม้ในความเป็นจริง คนเหล่านี้แทบจะไม่มีความจำเป็นใดๆ กับเขาเลย เพราะหากเขาต้องการกำลังพลหรือผู้ช่วย เขาสามารถไปขอคนจากปู่เท่าไหร่ก็ได้อยู่แล้ว หรือไม่จริง?“ฉัน...ฉันไม่ได้อยากถูกขังไว้ในนั้นอีก...”“...พวกเรา...ยังไม่อยากตาย...”เหล่าผู้รอดชีวิตทั้งสิ้นสามสิบเจ็ดคน เป็นนักวิจัยสิบ ผู้มีกิ๊ฟยี่สิบเจ็ด แต่มีแค่ลูกพีชที่เป็นนักวิจัยที่มีกิ๊ฟ หากแยกเพศก็มีเพศชายเพียงสิบห้าคน และมีเพียงสามคนที่เป็นนักวิจัยปัจจุบันพวกเขาทุกคนถูกพามาอาศัยอยู่ ณ พื้นที่ด้อยพัฒนา รอบข้างยังไม่มีเมืองหรือเทคโนโลยีใดๆ หากจะเข้าเมืองต้องขับรถไปไกลถึงห้าสิบกิโล และดูเหมือนจะเป็นหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้างถึงได้มีกระท่อมและข้าวของบางอย่างถูกปล่อยทิ้งไว้อยู่ มีแปลงปลูกพืชที่รกร้าง ต้นผลไม้ต่างๆ ที่ยังไม่ตาย ปลามากมายในบ่อเก็บน้ำที่มีน้ำไหลมาจากบนภูเขา รวมทั้งไก่กับหมูจำนวนไม่น้อยที่วิ่งไปทั่วสิ่งที่พวกเขาได้รู้จากปากไซท์ในวันที่ที่อยู่แห่งใหม่ถูกเผาทำลาย ก็คือเรื่องของพวกของพวกเขาที่คิดจะใช้ประโยชน์จากคนเบื้องหน้า จากที่รู้อยู่แล้วก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเจ้าพวกนั้นจะไร้หัวคิดขนาดคิดสร้างความปั่นป่วนให้สังคม พร้อมๆ กับควบคุมคนๆ นี้...ถ้าจะทำตัวเป็นม็อปป่วนเมืองก็อย่าไปดึงตัวอันตรายเข้ามายุ่งสิฟะ สมควรตายแล้ว!! มัวแต่อยากล้างแค้นจนสมองกลับกันหมด ดีเท่าไหร่แล้วที่พวกเขาไม่ถูกฆ่าไปด้วย!!ทว่าในตอนนั้นข้อเสนอจากไซท์มีสองอย่าง หนึ่งคือหายตัวไปจากสังคมอีกครั้งชัวคราวเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้คณะรัฐบาล และต้องทำตามคำสั่งเขาอย่างเคร่งครัด หากมีข้อโต้แย้งสามารถนำมาพูดคุยกันได้ แต่ห้ามลงมือทำอะไรโดยพลการเด็ดขาด ในขณะที่ข้อสองคือหากไม่ยินยอมทำตามก็ถูกเขาฆ่าพร้อมๆ กับสิบห้าคนที่ตายในกองเพลิงไปซะ‘...ชีวิตที่ฉันช่วยมา ฉันก็มีสิทธิจะพรากมันไป’นั่นคือคำพูดที่ไซท์พูดกับพวกเขายามยืนอยู่เบื้องหน้าเปลวไฟที่ลุกโหม มันเป็นภาพการทำลายเสมือนกับครั้งก่อนที่เขาทำลายห้องทดลองไป หากแต่ครั้งนี้นั้นพวกเขาดูอยู่ใกล้ความตายยิ่งกว่า เพราะงั้นแม้แต่คนที่โง่ที่สุดก็ไม่มีใครคิดจะขัดขืนคำพูดเขา ทุกคนพร้อมใจจะเป็นคนไร้ตัวตนในสังคมอีกครั้ง...ก็เคยเป็นมาแล้ว เป็นอีกรอบก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนี่หลังจากที่หนีออกมาจากในตัวเมืองได้อย่างน่าเหลือเชื่อ (?) ไซท์ก็เป็นคนเล่าสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจริงเมื่อไหร่ในอนาคตก็ได้ให้พวกเขาทุกคนฟัง...แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่พอได้ฟังแล้วเชื่อไม่ลงสักนิด กับการที่โลกในปัจจุบันจะเปลี่ยนไปเหมือนพวกไซโจมังงะของญี่ปุ่น จากที่เป็นคนธรรมดาจะต้องมาสู้กับอะไรก็ไม่รู้ แต่เมื่อนึกได้ว่าพวกเขายังมีพลังพิเศษที่เรียกว่ากิ๊ฟได้ อะไรก็คงเป็นไปได้เช่นกัน แถมพวกนักวิจัยเองก็ยังออกปากว่ามีความเป็นไปได้หลังจากนิ่งค้างไปเป็นชั่วโมงด้วยเหตุนี้ไซท์จึงมอบข้อเสนอให้อีกครั้งว่าจะหลบๆ ซ่อนๆ ไปเฉยๆ จนกว่าเรื่องรัฐบาลจะคลี่คลาย หรือจะใช้เวลาว่างในตอนนี้ฝึกฝนตัวเองไป เพื่อที่ว่าเมื่อโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงพวกเขาจะได้รับมือได้ ในขณะเดียวกันก็ถือว่าฝึกเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกใครจับตัวไปใช้ประโยชน์ด้วย...สังคมเบื้องหลังที่พวกเขาถูกลากเข้าไปเอี่ยว ถ้าไม่แข็งแกร่งก็เท่ากับตาย เพราะแบบนั้นหลังจากปรึกษากันไม่ถึงสิบนาที แต่ละคนต่างก็รับคำอย่างหนักแน่นว่าจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองให้ได้‘พวกเราจะมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้ จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อดูแลตัวเองให้ได้’ถึงจะว่าอย่างนั้น แต่ไซท์ก็ให้คนที่พอรู้ศิลปะการต่อสู้ในหมู่พวกเขาเองเป็นคนสอนพื้นฐานให้พวกเขาทุกคน ในขณะที่ตัวเองจะนานๆ โผล่มาชี้แนะสักที ซึ่งทุกครั้งที่มาก็จะเป็นเวลากลางคืนอย่างเช่นตอนนี้ และเมื่อไหร่ที่มีการชี้แนะของเขาก็เท่ากับว่าวันนั้นทุกคนที่อยู่ที่นี่จะเละเทะ...ถ้าเป็นพวกนักวิจัยก็ยังได้รับความปราณีหน่อย แต่ถ้าเป็นพวกมีกิ๊ฟก็เตรียมเจ็บกระอักได้เลยในขณะที่ผู้มีกิ๊ฟทั้งยี่สิบเจ็ดคนยืนหอบนั่งหอบ แต่ละคนไม่กล้าส่งเสียงเอะอะอ้าปากเถียงอะไรไปมากกว่านี้ เซ็ทในบทบาทไซท์เองก็ยังยืนเฉยๆ เสมือนปล่อยให้พักโดยไม่ได้ตอกย้ำซ้ำเติมอะไร รอบข้างมีเพียงเสียงจั๊กจั่นที่ร้องระงม กับแสงดาวที่ส่องประกายอยู่อย่างเงียบงัน“มีช่องว่าง! อ๊ะ!!”พลั่ก! ตุ้บ!ร่างเพรียวบางที่ปรากฏกายท่ามกลางความมืด ในมือถือมีดของจริงที่เป็นประกายวาววับสะท้อนกับแสงดาว ทว่าก่อนที่มีดนั้นจะพุ่งเข้าถึงคอ มือข้างที่จับมีดก็ถูกบีบเข้าที่ข้อมือ และเมื่อถูกบิดเพียงเล็กน้อยมีดที่ถือก็ร่วงหล่นออกจากมือลงบนพื้นหญ้าเซ็ทที่เป็นเป้าหมายของร่างบางนั้นขยับตัวเปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วง ใช้ขาข้างหนึ่งเตะตัดข้อเท้าเล็ก จนร่างของหญิงสาวเซถลา ในชั่วพริบตาคนที่ลอบเข้ามาด้านหลังก็ถูกกดลงบนพื้นด้วยมือเพียงข้างเดียว มืออีกข้างที่ถือท่อนไม้ถูกยกขึ้นมาจ่อลำคอเล็ก เป็นการบ่งบอกว่าถ้าในมือเขาเป็นอาวุธของจริงเธอคงตายไปนานแล้ว“เงอะๆ งะๆ ตอนอ้อมเข้าด้านหลัง แถมยังกลัวที่จะลงมือ ที่สำคัญที่สุดคือส่งเสียงเตือนให้เป้าหมายรู้ตัวแบบนี้ นักลอบสังหารโลกไหนเขาทำกันไม่ทราบ หลิน?”“อ่ะ...แหะๆ”หนิงซีหลินเป็นคนเดียวที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องในครั้งนี้ เธอสามารถแยกตัวไปใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาได้ซึ่งเซ็ทไม่คิดจะห้ามปรามแม้แต่น้อยหากเธอต้องการ แต่เธอเลือกที่จะตามมาเอง โดยให้เหตุผลว่าเซ็ทเป็นผู้มีพระคุณของเธอ และลูกพีชก็เป็นเพื่อนสนิทคนแรกของเธอ เธอไม่ต้องการที่จะแยกจากไป...ที่สำคัญหากอนาคตการดำรงชีวิตจะเปลี่ยนไปเพราะสถานการณ์ในโลกจะเปลี่ยนตามที่เซ็ทว่า งั้นเธออยู่กับพวกเขาก็เป็นผลดีต่อตัวเองที่สุดซึ่งก็ดีเพราะตัวตนของหนิงซีหลินไม่ได้ถูกนับรวมเป็นผู้หายสาปสูญ เธอจึงกลายเป็นตัวกลางคอยดูแลความเรียบร้อยระหว่างคนที่เหลือกับเซ็ทอีกหน สิ่งของจำเป็นที่ไม่สามารถหาได้ด้วยการล่าหรือเพาะปลูก ก็มีเธอเป็นคนขับรถ (ที่เซ็ทให้ยืมใช้ เป็นรถธรรมดาที่ใช้ป้ายทะเบียนปลอม) เข้าเมืองไปซื้อมาให้“ก็ยังดีกว่าครั้งก่อนที่ยืนถือมีดแล้วตัวสั่นล่ะนะ เอ้า ลุกขึ้นมา”“ค่ะ เพราะฉันรู้ว่ายังไงคุณก็หลบได้ เพราะงั้นคราวหน้าฉันจะทำให้ดีขึ้นอีก”“ก็ดี เข้ามาโดยคิดจะฆ่าฉันให้ได้ล่ะ”ทุกคนในที่นี้จะได้อาวุธของจริงไปคนละชิ้นไว้สำหรับป้องกันตัว ใครจะได้อะไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเซ็ทมองว่าอีกฝ่ายจะเหมาะกับอาวุธประเภทไหน ซึ่งพอเขามาซ้อมด้วยทุกคนก็ต้องใช้อาวุธเหล่านั้นในการสู้ โดยเซ็ทให้เหตุผลไว้ว่ามีแต่ในสถานการณ์จริงใช้ได้ไม่ถนัดมันก็เท่านั้น อีกอย่าง...“...นายที่ใช้ท่อนไม้กับพวกเราที่ใช้ของมีคมรวมถึงปืน ดูยังไงมันก็อันตรายเกินไปนะ”“บอกไปแล้วไม่ใช่รึไงว่าต่อให้พวกนายทุกคนใช้ทุกอย่างที่มี พวกนายก็ฆ่าฉันไม่ได้อยู่ดี ก่อนจะมาเป็นห่วง สร้างบาดแผลให้ฉันให้ได้สักแผลก่อนเป็นไง จนถึงตอนนี้เหงื่อฉันยังไม่ออกเลยนะ”รอยยิ้มมุมปากมาพร้อมมือที่หงายขึ้นแล้วกวักนิ้วเบาๆ ในขณะที่ท่อนไม้ในมืออีกข้างถูกเหวี่ยงเล่นอย่างไม่ยี่หระ คนถูกดูถูกคิ้วกระตุก ถือค้อนขึ้นพาดบนไหล่หนา“กูจะฆ่าคุณมึงให้ได้เลยคอยดู!”การตะลุมบอนสู้ของคนทั้งสิ้นยี่สิบเจ็ดชีวิตเริ่มต้นอีกครั้ง โดยที่เซ็ทยังคงมีท่าทีสบายๆ หลบการโจมตีแล้วฟาดกลับ ในขณะเดียวกันก็ให้คำแนะนำเป็นครั้งคราว“นายใช้พิษได้ยังไง บอกไปแล้วนะว่ากิ๊ฟมันมีการพลิกแพลงได้ การ์ตูนน่ะเคยอ่านมั้ย ลองไปอ่านแล้วคิดตามดูให้มันเยอะๆ ฉีดพิษพุ่งมาแผ่วๆ ยังกับฉี่ที่ไหลออกมาจากไอ้จ้อนเหี่ยวๆ ใครมันจะยืนนิ่งๆ ให้โดนกันไม่ทราบ?”“ไม่ใช่ฉี่นะเฟ้ย แล้วก็ไม่ได้เหี่ยวด้วย----!!”คนที่ถูกกล่าวถึงหน้าแดงด้วยความอับอาย ที่ถูกฟาดก้นไปยังไม่เจ็บเท่าโดนตราหน้าว่าเหี่ยว ซึ่งคนรอบข้างที่ได้ยินถึงกับหลุดหัวเราะจนสมาธิหลุด“ยืนนิ่งระหว่างสู้นี่อยากตายกันรึไง ขยับหน่อย จะเป็นเป้านิ่งเหรอหะ”เซ็ทว่าพลางถีบก้นใครสักคนไปที เงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วว่าเสียงดังพอให้คนที่อยู่ข้างบนได้ยิน “ยัยหนูบินได้นั่นน่ะ จะบินเล่นเป็นนกไปถึงเมื่อไหร่ อยู่บนนั้นก็ช่วยเพื่อนได้ทำไมไม่ทำ นี่ถ้ายังไม่ลงมามีส่วนร่วมฉันจะไปลากเธอลงมาแล้วนะ”“แบร่! ขึ้นมาได้ก็มาสิ!!”ปกติแล้วเซ็ทจะไม่เคยใช้กิ๊ฟระหว่างซ้อมกับคนเหล่านี้สักครั้ง จนไม่มีใครรู้ว่าเซ็ทมีกิ๊ฟอะไร แต่ในเมื่อมีเด็กมันท้าเจ้าตัวก็เลยจัดให้สักเล็กน้อย เงาร่างสีดำหายวับไปกลางวงล้อม ก่อนจะปรากฏตัวอยู่เหนือหัวของนักเรียนหญิงที่บินเล่นอยู่บนท้องนภาเด็กสาวไม่ทันอ้าปากส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ เงาร่างสีดำก็หมุนตัวลงมายืนอยู่บนแผ่นหลังของเธอ เด็กสาวที่เจ็บระบมไปทั้งแผ่นหลังไม่สามารถรักษาสมาธิได้ ร่วงหล่นลงมายังพื้นเบื้องล่าง ดีแค่ไหนแล้วที่เซ็ทยังดีดตัวออกมาจากแผ่นหลังของเธอก่อนจะเหยียบเธอลงกับพื้น“อ๊า----!!!”“เธอไม่ใช่คนเดียวที่ขึ้นไปบนท้องฟ้าได้หรอกนะ สัตว์กลายพันธุ์ก็ไม่ได้มีเฉพาะบนพื้นด้วย มอนเตอร์ประเภทที่บินได้ก็มีอยู่เยอะแยะ ถ้าอยู่บนนั้นอย่างชะล่าใจจะได้กลายเป็นศพเอา บอกไว้เลยว่าคนที่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากบินน่ะ จะเป็นคนแรกที่ตาย”“คนใจร้าย!!”“จำไม่ได้เหรอว่าฉันฆ่ามากี่ศพแล้ว ที่ยังไม่ฆ่าคนไร้ประโยชน์อย่างเธอไปด้วยเนี่ยก็ถือว่าใจดีมากแล้วนะ”เด็กสาวที่มีกิ๊ฟบินแต่เดิมแล้วก็เป็นเพียงเด็กนักเรียนธรรมดา ในกลุ่มที่ยังมีชีวิตอยู่เธอนับเป็นคนที่อายุน้อยที่สุด ไม่แปลกเลยที่เธอจะหวาดกลัวจนร้องไห้ เธอไม่ชอบความเจ็บปวด ที่ยอมมาฝึกจนเจ็บไปทั้งตัวก็เพียงเพราะความทรงจำตอนถูกจับตัวไปมันยังหลอกหลอนเธออยู่ เธอเลยไม่อยากรู้สึกแบบนั้นเป็นครั้งที่สอง...เด็กสาวกัดฟันตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ น้ำตาปริ่มๆ จะไหลอยู่รอมร่อ“ถ้าฉันไร้ประโยชน์แล้วทำไมฉันต้องกลายเป็นเป้าหมายด้วยล่ะ! ทำไมฉันถึงได้มีชีวิตแบบคนธรรมดาอยู่กับครอบครัว...ที่จากไปแล้ว...ไม่ได้กัน-!”“หากเป็นอนาคตที่ผู้มีกิ๊ฟเดินกันให้เกลื่อนก็มีโอกาส แต่ไม่ใช่กับตอนนี้ ในขณะที่กิ๊ฟยังเป็นของหายาก ก็เท่ากับว่าเธอยังมีประโยชน์ กิ๊ฟไม่ได้มีไว้สำหรับต่อสู้อย่างเดียวสักหน่อย จะสนับสนุน แจ้งข่าว สายลับ เธอน่ะเข้าข่ายสองประเภทหลังได้สบาย แต่ถึงไม่ใช่สายเข้าปะทะเธอเองก็ยังต้องดูแลตัวเองให้ได้อยู่ดี”“...”“มันมีกิ๊ฟมากมายที่ไร้ประโยชน์ แต่กิ๊ฟบางประเภทก็ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ประโยชน์ยังไงต่างหาก”เซ็ทว่าสั่งสอนอีกหน ดึงร่างเล็กที่กองพื้นให้ลุกขึ้น “มาพาไปพักสิ ไว้คิดได้ค่อยออกมาฝึกต่อ ถ้าไม่ก็ปล่อยไปเฉยๆ ส่วนคนอื่นๆ มาฝึกต่อ”เซ็ทพยายามพัฒนาข้อดีของแต่ละคน ในขณะเดียวกันก็พยายามช่วยปกปิดข้อเสียให้ ในฐานะเจ้าหน้าที่พิเศษที่มีประสบการณ์ช่ำชองมาทุกแขนง ใครเหมาะกับอะไร ควรเอาดีด้านไหน เซ็ทล้วนแล้วแต่สามารถสั่งสอนได้หมด ยิ่งถ้าใครมีใจสู้มากหน่อยเซ็ทก็จะยิ่งเขี่ยวเข็ญให้มากขึ้น“นั่นแหละ เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องมีชีวิตอยู่ในโลกที่พึ่งพิงความแข็งแกร่ง ยิ่งแกร่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เปรียบมากเท่านั้น เหวี่ยงแขนกว้างไปแล้ว จะหวดคนหรือจะหวดลมหะ?”“จะหวดมึงนั่นแหละ พูดมากจังวะ!!”“แรงเยอะแต่ไม่โดนไปก็เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเสริมกำลังทุกจังหวะ ออมแรงไว้บ้างก่อนที่กล้ามเนื้อจะรับภาระหนักเกินไป”ทุกคนที่อยู่ตรงนี้รู้ดีว่าไซท์ (ที่ตัวจริงคือเซ็ท) ดูเป็นคนโหดร้ายไร้ความปราณี สามารถฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา แต่แท้จริงแล้วเขาก็เป็นคนที่มีจิตใจดี ยอมช่วยเหลือพวกเขาซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ถึงสองครั้งสองครา ทั้งๆ ที่จะไม่ช่วย จะปล่อยให้ตาย หรือฆ่าทิ้งไปซะให้หมดปัญหาไปอย่างที่เขาเคยว่าเมื่อไหร่ก็ย่อมได้“ลูกพีช กิ๊ฟของเธอไม่ช่วยอะไรในการเอาตัวรอด ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ในการสู้ แถมยังเป็นที่ต้องการด้วย เพราะงั้นเรียนรู้ทุกอย่างจากการดู ใช้ความฉลาดที่มีหาทางที่ดีที่สุดให้ตัวเอง ร่างกายอ่อนปวกเปียกนั่นก็ออกกำลังให้มากขึ้น ถ้าเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยๆ เธอต้องมีแรงวิ่งหนีรอให้คนอื่นมาช่วยได้”“ค่ะ! ฉันจะพยายามให้มากขึ้นค่ะ!”“ฉะ-ฉันก็จะฝึกด้วย!”แม้จะเจ็บระบมที่แผ่นหลังอยู่แต่เด็กสาวก็พุ่งออกมากอดลูกพีชที่เป็นพี่สาวแสนดีของเธอเอาไว้ ครอบครัวแท้จริงของเธอไม่อยู่แล้ว แต่ทุกๆ คนที่นี่ก็เป็นคนดีที่เธอไม่อยากเสียไป นอกเหนือจากตัวเธอเอง เธอก็ไม่อยากให้ใครที่นี่พบเจอเรื่องนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง!“ถ้ายังไม่ไหวก็ไปพักซะ ฝืนไปก็มีแต่จะเจ็บตัวเปล่าๆ หรือไม่ก็ไปคอยสังเกตการณ์ด้านบนพอ ฉันจะไม่โจมตีเธอ ไปดูแล้วมาแนะนำคนอื่นซะว่าควรจะแก้อะไรยังไง”...เห็นมั้ยล่ะว่าคนๆ นี้เป็นคนที่ใจดีกว่าที่เห็น...เพราะแบบนั้นแหละ นอกจากจะพยายามให้มากขึ้นเพื่อดูแลตัวเองได้แล้ว พวกเขาก็พยายามเพื่อเป็นพลังให้คนๆ นี้ในสักวัน พวกเราทุกคนที่เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ต่างก็พร้อมใจกันลงมติกันเป็นเอกฉันท์แทบทุกคน...แล้วที่ตัดสินใจกันไปมีอะไรไม่ดีกัน?“มีคำถามหรือข้อสงสัย หรือมีปัญหาอะไรก็ให้หลินติดต่อมา แต่ฉันไม่ได้ว่างตอบหรือจัดการทุกอย่างให้ทุกวันหรอกนะ เพราะงั้นหัดช่วยเหลือตัวเองให้ได้ซะ”...นี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในช่วงหลายต่อหลายวันก่อนหน้า เป็นความจริงที่มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่รู้ รวมทั้งเป็นความตั้งใจของพวกเขาเอง โดยที่บุคคลเบื้องหน้าไม่ได้รับรู้ด้วยจะมีก็แต่หลินที่เป็นคนเดียวที่ติดต่อไซท์ได้ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เป็นคนบ้าแทบจะตลอดเวลา แค่ดูก็รู้ว่ามีเรื่อง แต่คงไม่ใช่เรื่องไม่ดี เซ็ทจึงไม่เซ้าซี้อะไร หากเป็นเรื่องไม่ดีหรือมีอะไรที่เขาควรรับรู้ หลินที่จงรัก (?) ภักดีกับเขาปานนั้นก็คงแจ้งมาเองโดยไม่ต้องถามอยู่แล้ว{จะบอกว่าตัวเองเดาได้ก็บอก?}‘...ก็มันเป็นเรื่องของสามัญสำนึกนี่นะ’{คนขี้ใจอ่อน ทำเป็นซึนนะ}‘...หนวกหูน่ะโร’
    ‘จะไม่มีสิ่งใดไร้ประโยชน์ ถ้าเรารู้จักวิธีใช้ให้มันเป็นประโยชน์’
    -----------กองกำลังส่วนตัวที่เซ็ทฝึกฝนด้วยตัวเอง โหดไม่โหดไปดูกันในอนาคต //จบแบบไม่ค้างคาละเน้อ จริงมั้ยยยระบบจะให้เซ็ททำอะไรนั้น นักอ่านคงเดาๆ กันได้แล้วล่ะเนอะ ระบบผู้เหมือนจะมีประโยชน์แต่ก็ไร้ประโยชน์ ก็ยังจะโดนว่าไร้ประโยชน์เช่นเคย ถถถถหลังจากนี้แมวจะพยายามหาตอนที่ดูไม่มีอะไรเว้นว่างการติดเหรียญบ้างเนอะ แต่ไม่รับปกว่าจะเว้นได้กี่ตอน จะได้ลดภาระค่าใช้จ่ายของทุกคนลงหน่อย ส่วนตอนเก่าๆ ก็ไว้อย่างนั้นเพื่อความเท่าเทียมกันของคนที่ช่วยเปย์ให้แมวไปแล้ว

    คล้ายกับเรื่อง[New Life] อิสระของชีวิต ที่คุณอ่าน