หลิวเวยอันเก็บพิษซากดิบเอาไว้ แม้สิ่งนี้จะเป็นของดี แต่ไม่มีประโยชน์สำหรับเขาสักเท่าไร เขาไม่ได้ชอบฆ่าคนด้วย เป้าหมายของเขาก็คือฆ่ามอนสเตอร์ ศพของมอนสเตอร์ก็ต้องเก็บไว้แลกเงิน เขาเสียดายที่จะกัดกร่อนมันทิ้งไป
ชีวิตในวันต่อ ๆ มาก็เรียบง่ายและอุดมสมบูรณ์ หลิวเวยอันแช่อยู่ในสุสานทั้งวันทั้งคืน ต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อเมล็ดพันธุ์พลังงาน ฆ่าซากดิบ ผีดิบทุกตัวที่พบเจอ เฉลี่ยแล้วฆ่ามอนสเตอร์ได้สี่ร้อยห้าสิบตัวต่อวัน ในจำนวนนั้นมีซากดิบเยอะสุด เมื่อเดินลึกเข้าไปในสุสาน จำนวนซากดิบก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ต้องค้นหาไปทั่วกว่าจะเจอ ยังดีที่สุสานมีขอบเขตกว้างใหญ่ วิ่งไปวิ่งมาก็ต้องเจอบ้างอยู่แล้ว วิ่งลำบากมาก แต่มองว่าเป็นการฝึกฝนร่างกาย หลิวเวยอันก็ไม่รู้สึกว่าลำบากแล้ว
ในฐานะที่เป็นกองคาราวานม้าชื่อดัง กองคาราวานม้าบิน ประสิทธิภาพการขนส่งก็ยังมีอยู่ ติดที่หลี่เหล่าโถวคอยฟื้นฝอยหาตะเข็บไม่หยุดไม่หย่อนเท่านั้นเอง ราคาเพิ่มขึ้นสามสิบเหรียญทองแดงแล้ว หลิวเวยอันตอบตกลงด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจกลับแอบคำนวณเวลาไว้ ยังเหลือเวลาอีกครึ่งเดือน พวกเฮยหนิวก็จะฟื้นชีพแล้ว คาดว่าไม่ต้องรอครึ่งเดือน อย่างมากอีกสิบกว่าวันพวกเขาก็จะออนไลน์เข้าเกมได้แล้ว
ช่วงหลายวันมานี้ หลิวเวยอันเห็นคนส่วนหนึ่งที่ตายไปเริ่มทยอยกลับมาออนไลน์แล้ว สามสิบวันคือค่าเฉลี่ย เพราะบางคนสภาพร่างกายแข็งแรงมาก ใช้เวลาครึ่งเดือนก็เพียงพอแล้ว พวกเฮยหนิวร่างกายกำยำ รูปร่างสูงใหญ่ พวกเขาทำงานกับตนแล้วได้กำไรไม่น้อย ได้กินอิ่มนอนหลับย ใช้เวลาประมาณยี่สิบวันก็น่าจะถูไถกลับมาออนไลน์ได้แล้ว
หลายวันมานี้เขาผ่าถุงเนื้อไปเยอะมาก ผ่าได้อุปกรณ์เลเวลเดียวกับรองเท้าเฮยหมางหลายชิ้น ซุนหลิงจือบอกเขาว่า อุปกรณ์ที่กะพริบสีดำคืออุปกรณ์เลเวลต่ำสุด เรียกว่าอุปกรณ์เหล็กดำ อุปกรณ์ที่เลเวลสูงขึ้นมาอีกขั้นก็คืออุปกรณ์ที่กะพริบแสงสีเขียว เรียกว่าอุปกรณ์สำริดส่วนกระบี่เหล็ก มีดพร้าที่คนทั่วไปใช้งาน ก็จัดเป็นอุปกรณ์สีขาวที่คุณภาพไม่เข้าขั้น
จำเป็นต้องบอกเลยว่า การได้รู้จักคนจากตระกูลใหญ่สักคน ก็ถือว่าช่วยเหลือเขาได้เยอะมาก อย่างน้อยบางสิ่งก็ไม่มีทางรู้จากปากคนอื่นได้ คนอย่างพวกเฮยหนิวอาจจะบอกเขา แต่พวกเขาไม่รู้ ส่วนคนที่รู้ก็ไม่บอกอุปกรณ์สำริดเขาผ่าเจอเพียงสองชิ้น ขายแล้วได้ห้าสิบกว่าเหรียญทอง คลี่คลายวิกฤติทางการเงินของเขาได้ทันที เมื่อหลายวันก่อน เขาไปหาโจวซิงเฉินเพื่อรับใบอนุญาติกลับมา มีบัตรอนุญาตพำนัก บัตรประจำตัวประชาชน ใบจบการศึกษา ใบรับรองแพทย์ สูติบัตรรวมทั้งสมุดทะเบียนบ้าน แม้จะเป็นของปลอมทั้งหมด แต่กลับมีผลทางกฎหมาย เอกสารหกฉบับนี้ปลอบประโลมจิตใจเขาได้มาก
หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ เขาก็เป็นจอกแหนไร้ที่สิ้นสุด ล่องลอยไม่หยุดนิ่ง แต่เมื่อมีสิ่งนี้แล้ว ก็แสดงว่าเขาเป็นคนที่มีรากฐานแล้ว ขณะเดียวกัน เขาก็ทิ้งเงินไว้อีก 120 เหรียญทอง ให้โจวซิงเฉินรีบจัดการเรื่องบัตรประจำตัวประชาชนให้จ้าวหนานหนานและลูกสาวให้เรียบร้อย เพื่อเจียดเงินจำนวน 120 เหรียญทอง เขาต้องกินเมล็ดพันธุ์พลังงานเพียงวันละสามร้อยเม็ดต่อเนื่องกันหนึ่งสัปดาห์
ยามฟ้ามืด หลิวเวยอันก็หยุดทำงานเช่นกัน พวกหลี่เหล่าโถวกลับไปแล้ว คุณธรรมประจำวิชาชีพของพวกเขาทำให้คนพูดไม่ออกจริง ๆ พวกเขาบอกว่าสภาพแวดล้อมของที่นี่น่ากลัว เมื่อฟ้ามืดเมื่อไร พวกเขาก็จะไปทันที ไม่ยอมอยู่ต่อแม้เพียงครู่เดียว บางครั้งหลิวเวยอันก็อยากจะลองดู ว่าถ้าเพิ่มให้อีก 100 เหรียญทองแดง พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงความคิดหรือเปล่า
เนื่องจากที่นี่ไม่มีคนอื่นแล้ว ศพกระจายเกลื่อนพื้น แต่เขาก็ไม่สนใจเช่นกัน พรุ่งนี้มาลากก็ไม่ต่างกัน ถึงอย่างไรก็เป็นเวลาเพียงคืนเดียว ศพไม่ทันเน่าเสีย ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดก็ยังเป็นซากดิบ เมื่อผ่าถุงเนื้ออันสุดท้ายออกมาแล้ว จู่ ๆ หลิวเวยอันก็ตัวแข็ง สัมผัสได้ว่าบรรยากาศไม่ชอบมาพากล
สุสานไม่มียุง เงียบสงัดมาตลอด แต่ตอนนี้ในความเงียบกลับมีความเยียบเย็นเพิ่มเข้ามา ราวกับท่วงทำนองของฤดูใบไม้ร่วง สรรพสิ่งเงียบเหงาวังเวง
วิกฤตกาลครั้งใหญ่มาเยือนแล้ว หลิวเวยอันเองก็คิดไม่ถึงเช่นกัน เขาหมอบลงพื้น ลมแรงพัดแฉลบหลังไปวูบหนึ่ง สัมผัสที่หนาวเหน็บนั้นราวกับมีงูพิษนอนอยู่บนคอ ศพที่ตัวสูงใหญ่กว่าผีดิบหนึ่งเบอร์แฉลบผ่านหลังหลิวเวยอันไปตกอยู่บนพื้นที่ห่างออกไปห้าหกเมตร เมื่อเหยียบลงพื้นแล้วหันตัวมา การเคลื่อนไหวแข็งทื่อราวกับหุ่นกระบอก แต่กลับรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ มันลอยเข้ามาทางหลิวเวยอัน สาเหตุว่าทำไมต้องลอยน่ะเหรอ?ก็เพราะเจ้าสิ่งนี้มันกระโดดได้ไกลเกินไป ตกลงพื้นโดยไร้เสียง กระโดดได้ไกลหกเจ็ดเมตร ดูแล้วคล้ายกับกำลังลอย
แปะ แปะ!
ลูกธนูคมสองดอกยิงไปบนตัวศพ ราวกับโจมตีเหล็กบริสุทธิ์ ลูกธนูระเบิดกลายเป็นชิ้น ๆ ศพช้าลงเล็กน้อยอย่างที่สังเกตเห็นได้ยาก ยังคงลอยมาทางหลิวเวยอัน
หลิวเวยอันรีบกลิ้งบนพื้น ทุกครั้งที่กลิ้งก็จะยิงธนูออกมาหนึ่งดอก เขากลิ้งต่อเนื่องกันสิบเอ็ดครั้ง ยิงลูกธนูออกมาแล้วสิบเอ็ดดอก ในที่สุดก็บีบให้ศพนั่นถอยไปได้ เขาพลันกระโจนตัวขึ้นมา สายธนูส่งเสียงสั่นแสบแก้วหูเป็นพิเศษ
ธนูลูกโซ่!
ลูกธนูเสียดสีกับอาการจนส่งเสียงแหลม แฉลบผ่านไปในระยะเจ็ดแปดเมตร ยิงไปบนตัวศพแล้ว ดอกแรกที่ยิงโดนมีเสียงดังแปะ แล้วก็หักเป็นชิ้น ๆ ดอกที่สองก็แค่ทิ้งรอยตื้น ๆ เอาไว้หนึ่งรอยแล้วหักเป็นสองท่อน หลิวเวยอันตกใจมาก จึงใช้วิชาธนูลูกโซ่ยิงออกมาอีกชุด บังเอิญว่าศพนั้นกระโดดขึ้นมาพอดี
ลูกธนูดอกแรกยิงเอียงไป ลูกธนูดอกที่สองโดนหน้า พลังโจมตีอันแข็งแกร่งทำให้ความเร็วของร่างกายได้รับผลกระทบเล็กน้อย ครั้งนี้มันกระโดดได้สี่เมตรเท่านั้น
หลิวเวยอันดึงขาแล้ววิ่ง เขาจำได้แล้วว่าเจ้าตัวนี้มันคืออะไร ผีดิบเจียงซือ ไม่เปื่อยไม่ย่อยอย่างแท้จริง ทนทานเหมือนเหล็ก
ผีดิบเจียงซือเคลื่อนไหวรวดเร็ว ชอบดูดเลือด ชอบโผล่ออกมายามวิกาล
มันต่างจากซากดิบกับผีดิบธรรมดา ร่างกายของผีดิบเจียงซือสะอาดมาก ไม่เน่าเปื่อยและไม่มีโคลน ใบหน้าแห้งสีเขียวคล้ำ เล็บยาวแหลม ฟันคมหน้ากลัว แขนตรงดิ่ง กระโดดครั้งหนึ่งไกลห้าหกเมตร จินตนาการได้ยากมากว่าแขนขาที่แข็งทื่อของมันมีตรงไหนเด้งได้
หลิวเวยอันหักเลี้ยวกะทันหันแล้วง้างธนูยิง ลูกธนูแตกกระจายเมื่อยิงไปโดนหว่างคิ้ว ความเร็วของผีดิบเจียงซือยังไม่เปลี่ยนไป ยังคงไล่ตามมาทางเขา ส่วนเขาก็หักเลี้ยวและกลิ้งอยู่ในขอบเขตเล็ก ๆ ไม่หยุด สภาพจนตรอกมาก แต่ก็ไม่มีทางเลือก เพราะเขาหนีไม่ทันความเร็วตอนกระโดดแนวตรงของผีดิบเจียงซือ นอกจากอาศัยความปราดเปรียว เขาก็นึกวิธีการหลบหลีกอย่างอื่นไม่ออก
นักธนูคนหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าต้องอาศัยการโจมตีระยะประชิดถึงจะรับมือศัตรูได้ ต้องบอกเลยว่าเป็นความโชคร้ายอย่างหนึ่ง
พลังกายลดลงครึ่งหนึ่ง ในที่สุดชั่วพริบตาเดียวที่เขาหลบช้า ก็ถูกแขนของผีดิบเจียงซือชนเข้าแล้ว หลิวเวยอันเด้งออกมาราวกับลูกกระสุน ไปตกลงห่างจุดเดิมยี่สิบกว่าเมตร พอตกลงพื้นแล้วยังกลิ้งอีกหลายตลบเพื่อลดแรงกระแทก ยังรู้สึกว่ากระดูกหักเกือบทั้งตัว เกือบจะลุกขึ้นมาไม่ไหวแล้ว
หลังจากโดนสะบัดออกไปเป็นครั้งที่สอง หลิวเวยอันก็พบว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ผล หลบอย่างเดียวมีแต่จะตายเร็วขึ้น เขารีบลุกขึ้น แล้วเล็งไปที่หว่างคิ้วของผีดิบเจียงซือทันที
ธนูลูกโซ่!
ฟิ้ว ฟิ้ว…
ยิงโดนทั้งสองดอก! ตรงหว่างคิ้วผีดิบเจียงซือเกิดรูขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ หลิวเวยอันดีใจมาก มันได้ผล ตอนที่ผีดิบเจียงซือตกลงพื้น ร่างกายของหลิวเวยอันก็ล้มลงพื้นเช่นกัน ตอนที่ร่างเขาขนานกับพื้น สองขาที่หดถึงขีดสุดพลันถีบตรงท้องของอีกฝ่าย ทำให้รู้สึกปวดฝ่าเท้าอยู่พักหนึ่ง ราวกับเตะโดนกระดานเหล็กเข้าแล้วหลิวเวยอันอาศัยแรงสะท้อนกลับพุ่งตัวออกมา ดินโคลนปลิวว่อน ร่างของผีดิบเจียงซือปักลงบนโคลนแล้วไถลตามแรง ไถเป็นรอยลึกสิบรอย เกือบมาชนฝ่าเท้าของหลิวเวยอัน เขาตกใจจนรีบหดเท้า แล้วพลิกฝ่ามือหยิบลูกธนูตั้งบนสาย เสียงสายธนูสั่นดังอยู่พักหนึ่ง ชั่วพริบตานั้น ลูกธนูยิงต่อเนื่องสามดอก ทั้งหมดเป็นการยิงโดยใช้วิชาธนูลูกโซ่
ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ ลูกธนูยิงไปในแนวตรง สองดอกแรกยิงโดน ส่วนดอกสุดท้ายผีดิบเจียงซือกลับหลบได้ ผีดิบเจียงซือเปล่งเสียงคำรามดุร้ายออกมา แล้วมาโผล่อยู่เหนือศีรษะของเขา
ผีดิบเจียงซือกระโดดอยู่ข้างหลังหลิวเวยอัน แต่ตอนตกลงพื้นกลับตามหลิวเวยอันทันแล้ว กลิ่นอายที่น่ากลัวกดดันเข้ามาราวกับมีเขาไท่ซานอยู่บนศีรษะ กล้ามเนื้อบนใบหน้าเขาบิดเบี้ยว แต่สายตากลับฉายประกายมาก เขาพลันคลายมือออกจากสายธนูที่ง้างจนกลมเหมือนพระจันทร์เต็มดวง พอแสงสีเงินแวบผ่านไป ร่างของผีดิบเจียงซือก็สั่นอย่างรุนแรง ลูกธนูแตกกระจายอยู่ตรงว่างคิ้วของมัน ชั่วพริบตาที่ร่างของมันช้าลง เป็นช่วงเวลาอันสั้นเหมือนตอนฟ้าแลบ หลิวเวยอันก็ออกแรงกลิ้ง ข้างหูมีเสียงฝ่าอากาศดังวูบ ตามติดด้วยพื้นดินสั่นสะเทือน ดินโคลนปลิวกระจาย
สองแขนของผีดิบเจียงซือปักลงบนโคลนจนลึกถึงต้นแขน ร่างกายหมุนวนจนทำให้พื้นเป็นรอยตัดเหมือนเหมือนหั่นเต้าหู้ หลิวเวยอันจะไปคาดคิดได้อย่างไรว่ามันจะตอบสนองเร็วขนาดนี้ ตอนที่ถูกแขนของมันกวาดมาโดน เขาส่งเสียงร้องโหยนวนออกมา ถูกสะบัดจนกระเด็นออกมาไกลสิบกว่าเมตร ตรงเอวเกิดบาดแผลหนึ่งรอย เลือดไหลพลั่ก ๆ ออกมา
เมื่อหลิวเวยอันเห็นเลือดไหล ก็รู้สึกได้ว่าท่าไม่ดีแล้ว เจ็บปวดไปทั้งร่าง เขาหมุนตัวเล็กน้อยขณะอยู่กลางอากาศ สายธนูสั่นไหว ยิงธนูออกไปสองดอก
ธนูลูกโซ่
ผีดิบเจียงซือทะยานขึ้นกลางอากาศ ราวกับเป็นฝ่ายเข้ามาต้อนรับลูกธนู แปะ ๆ ลูกธนูยิงโดนตรงหว่างคิ้วทั้งสี่ดอก ดอกเลือดทยอยเบ่งบานสี่ดอก หัวของลูกธนูเกิดเป็นรูเล็กเท่านิ้วมือหนึ่งรู
ตุ้บ!
หลิวเวยอันล้มลงพื้น บังเอิญมาก เขาตกลงบนก้อนหินขนาดเท่าศีรษะคนพอดี ได้ยินเสียงดังกร๊อบ เขาเหงื่อแตกทันที ขาซ้ายหักแล้ว ความเจ็บปวดรุนแรงลุกลามไปทั่วทั้งร่าง ตีปะทะมาที่สมองราวกับเป็นกระแสน้ำ เขากัดฟันทน แขนยังมั่นคงเหมือนเขาไท่ซาน ง้างสายธนูเล็งไปที่ผีดิบเจียงซือ ชั่วพริบตาที่ผีดิบเจียงซือกระโดดขึ้นมา เขาคลายมือยิงธนูออกไปแล้ว
ถ้าผีดิบเจียงซือไม่ได้กระโดดขึ้นมา ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก แต่เมื่ออยู่กลางอากาศ เนื่องจากปัญหาของแรงเฉื่อย ความเปลี่ยนแปลงก็จะน้อยลงแล้ว หากยิงในเวลานี้ ก็มีโอกาสยิงโดนสูงมาก
ลูกธนูสองดอกที่ยิงไปตรงหน้านี้เป็นวิชาธนูทั่วไป ยิงถูกดวงตาทั้งสองดอก ผีดิบเจียงซือเกรี้ยวกราดและพลันเร่งความเร็ว ในตอนนี้เอง ในดวงตาหลิวเวยอันราวกับมีลำแสงระเบิดยิงออกมา จิตวิญญาณการต่อสู้อันดุเดือดตามติดไปกับลูกธนูดอกสุดท้ายด้วย
ธนูลูกโซ่!
ราวกับสายฟ้าผ่าเมฆดำ ตอนที่ผีดิบเจียงซือใช้ความเร็วขั้นสุด ลูกธนูก็จมลงไปตรงกว่างคิ้วจนเป็นแผลเล็ก ๆ แล้ว ท่ามกลางเสียงเสียดสีที่ดังแสบแก้วหู ก้านลูกธนูกลายเป็นผุยผง แต่หัวธนูเหล็กสามดอกยังคงทะลุไปข้างหน้า ตีให้สิ่งที่อยู่ในสมองแตกละเอียด ก่อนจะหยุดลงตอนใกล้จะถึงเปลืองหลังหัวกะโหลก
ผีดิบเจียงซือที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ ตอนนี้เสียแรงขับเคลื่อนกะทันหัน แรงเฉื่อยเหมือนจะไม่มีผลอะไรกับตัวมันแล้ว มันตกลงกระแทกพื้น แขนขาทั้งสี่ชักกระตุก หลังจากดิ้นรนอยู่ห้าหกนาทีก็แน่นิ่งไป ขณะเดียวกันเส้นประสาทที่ตึงเครียดของหลิวเวยอันก็คลายลงแล้วเช่นกัน ความอ่อนเพลียลุกลามทั่วทั้งตัว ร่างกายอ่อนยวบ ทรุดล้มลงบนพื้น
แม้จะเหนื่อยแทบตาย แต่หลิวเวยอันกลับไม่กล้าพัก เขากลืนเมล็ดพันธุ์พลังงานไปสองเม็ด หลังจากพลังกายส่วนใหญ่ฟื้นฟูกลับมาแล้ว เขาก็เดินโซเซไปตรงหน้าผีดิบเจียงซือ ตอนนี้ถึงได้พบว่าผีดิบเจียงซือตัวนี้ยังอายุน้อยมาก คาดว่าคงไม่ถึงสามสิบปี ตายทั้ง ๆ ที่อายุน้อยแบบนี้ ก็ไม่แปลกใจที่ตายตาไม่หลับ เมื่อแรงอาฆาตก่อตัว ก็จะกลายเป็นผีดิบเจียงซือ
ใช้ความพยายามอยู่พักหนึ่งกว่าจะดึงเมล็ดพันธุ์พลังงานออกมาจากหัวของมันได้ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือง กลมกลึงอวบอิ่ม ดูแล้วทำให้อยากกินมาก เขาเก็บมันไว้อย่างระมัดระวัง แล้วควักถุงเนื้อออกมาอีก จากนั้นหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อออฟไลน์ออกจากเกม
- โปรดติดตามตอนต่อไป -