ตอนที่4 เริ่มต้นอีกครั้ง
ณ ตัวปราสาทขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองทราซินเวีย ซึ่งมีกำแพงอันสูงชันล้อมรอบเอาไว้ได้อย่างสง่างาม แต่ภายในนั้นกลับตกแต่งอย่างเรียบง่าย โดยชั้นแรกมีเพียงภาพวาดจากศิลปินชื่อดังตามหัวเมืองต่างๆ ถูกจัดวางไว้บนกำแพงอย่างสมมาตร ส่วนพื้นดินเป็หินอ่อนขาวใสจนสามารถส่องเห็นใบหน้าของผู้ที่ยืนอยู่ได้อย่างชัดเจน
แล้วเมื่อเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองจะพบกับห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ และโต๊ะยาวสามตัวถูกวางเรียงต่อกันเป็ตอนลึกพร้อมด้วยอาหารเลิศรสอย่างไก่ย่างอบเนยจนสีเหลืองอร่ามส่งกลิ่นหอมปะปนเข้ากับคอหมูย่างกะทิซึ่งถูกรองด้วยก้านคะน้าหั่นโรยใบสะระแหน่จำนวนสิบห้าใบและยังตามมาอีกหลายเมนูเช่น หมูหันแดนตะวันตก เนื้อวัวทราซินเวียย่างชีท ไก่พริกไทยดำแดนสนธยา ถูกจัดว่างเฉพาะบุคคลพิเศษที่เป็ถึงเชื้อพระวงศ์เท่านั้น
"ว้าว ของกินแต่ละอย่างช่างหอมหวนอะไรเยี่ยงนี้ ข้าเริ่มชอบเมืองนี้เสียแล้วสิ" ท่าทีอันไร้ความสำรวมของเฟดดี้ได้สร้างความอับอายแก่ลีเดียและไนท์อายจนทั้งสองเริ่มแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย เพราะมิว่าจะดุด่าหรือกล่าวว่าอย่างไรเขาก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"ฝ่าามาเยือนเมืองแห่งนี้มีกิจอันใดให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ" เมื่อทั้งสามนั่งลงบนเก้าอี้เตรียมพร้อมจะรับประทานอาหารกลับถูกขัดจังหวะด้วยคำถามซึ่งสมควรจะพูดคุยกันบนโต๊ะทำงาน และหากคนที่กล่าวนั้นเป็เฟดดี้คงโดนลีเดียเอ็ดไปอีกไม่น้อยแต่นั่นกลับเป็เ้าเมืองแห่งทราซินเวียผู้รู้ดีถึงมารยาทในโต๊ะอาหาร
"นี่เป็วัฒนธรรมของพวกเ้างั้นรึ"
"ต้องขอประทานอภัยฝ่าา ทราซินเวียเราพูดคุยกันก่อนทานอาหารเสมอ "
"เยี่ยงนี้เองรึ " ลีเดียรับฟังแล้วพยักหน้าตอบรับด้วยคำง่ายๆ แต่ก็ทำให้หัวใจของเ้าเมืองชื้นขึ้นมาได้ เพราะจากชื่อเสียงในเื่ความโเี้และเ็าเป็หนึ่งไม่รองใครจึงต้องตระหนักไว้ในใจเสมอว่าอย่าริอาจสร้างความขุ่นเคืองกับนางผู้นี้เป็อันขาด
"เมื่อหลายเดือนก่อนทางราชอาณาจักรเล็งเห็นถึงความผิดปกติตามหัวเมืองต่างๆ ทั้งพื้นดินแห้งแล้งพืชพันธุ์ล้มตาย ผืนน้ำแห้งขอด ราวกับทุกอย่างกำลังเสียสมดุล เราจึงส่งนักชีววิทยาไปตรวจสอบตามพื้นที่พร้อมกับอัศวินขั้นกลางระดับสูงอีกหลายคน และตรงนี้เองคือจุดเริ่มต้นของปัญหา"
" เราตรวจพบการสูญสลายของิญญาในระบบนิเวศ" คำกล่าวของลีเดียทำให้เ้าเมืองผงะด้วยความตกตะลึงประหนึ่งเห็นผีสางในยามกลางวัน
" การสูญสลายของิญญา มันคือการตายอย่างแท้จริง เป็ฝีมือของผู้ใดกันหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"ทุกสรรพสิ่งล้วนแต่มีิญญาไม่ว่าจะเป็สิ่งมีชีวิตหรือไม่ หากิญญาสูญสลายก็มิอาจคงตัวตนเอาไว้ได้และเมื่อสมดุลแห่งหนึ่งพังทลายอีกหลายแห่งก็จะพินาศไปตามๆ กันเป็ลูกโซ่ ซึ่งจากการสืบสวนในอีกหลายเดือนข้าก็ได้พบต้นตอของเื่นี้" ลีเดียเงียบลงครู่หนึ่งก่อนจะจ้องมองไปยังทั้งสามด้วยใบหน้าอันเยือกเย็นจนน่าหวาดหวั่น
"คือพวกปีศาจและกองกำลังอีกนับร้อยชีวิต " เมื่อรับรู้ถึงจำนวนพลของศัตรูก็ยิ่งสร้างความกังวลให้เพิ่มพูน เพราะเหล่าปีศาจนั้นมีร่างกายที่แข็งแรงกว่ามนุษย์หลายสิบเท่า ทำให้กองกำลังอันน้อยนิดก็สามารถถล่มทั้งเมืองได้โดยไม่ยากเย็น
"ตอนนี้ ทางเรายังไม่ทราบถึงเหตุผลในการกระทำที่แน่ชัด แต่พวกมันสามารถย่อยสลายิญญาแปรเปลี่ยนมาเป็พลังงานได้ "
"ถ้าเป็เช่นนั้น เื่ใหญ่แน่พ่ะย่ะค่ะ ทั้งกองกำลังปีศาจและการสลายิญญาจากสรรพสิ่งมาเป็พลังงาน เยี่ยงนั้นแล้วมันก็ทำกับสิ่งมีชีวิตได้ไม่ยากเย็น หากพวกปีศาจ้าสักเมืองที่มีผู้คนอาศัยพลุกพล่านการป้องกันทางการทหารหละหลวมและอยู่ห่างไกลจากราชอาณาจักร….."
เ้าเมืองเริ่มปะติดปะต่อถึงสิ่งที่ลีเดียกล่าวมาข้างต้นจนรู้สึกเอะใจ แล้วเขาก็เริ่มบรรลุถึงจุดประสงค์ในการมาของท่านหญิงคิงลีเดียอย่างแจ่มชัด
"เป็เช่นนั้น เมืองของเ้าสุ่มเสี่ยงที่จะโดนโจมตีในเร็ววัน " ลีเดียเอ่ยขึ้นอย่างตรงคำถามที่อยู่ในใจของเ้าเมืองแม้มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด จึงทำให้ขาทั้งสองข้างลุกยืนโดยไม่ทันยั่งคิดถึงมารยาทในการร่วมโต๊ะอาหารกับเชื้อพระวงค์
"พวกเ้าคลายความกังวลนั้นลงก่อนเถอะระหว่างที่ข้าเดินทางมายังตัวเมืองได้มีการตรวจสอบร่องรอยการบุกรุกแล้วยังไม่พบเจอสิ่งใด ตอนนี้เ้ายังพอมีเวลาสร้างมาตรการป้องกัน แถมข้ายังได้ผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนถึงสองคน"
"ดูเหมือนกระหม่อมยังพอเบาใจได้บ้างนะพ่ะย่ะค่ะ แต่พวกมันจะเอาพลังไปทำเช่นไรหรือฝ่าา"
"ในคราแรกข้าคิดว่ามันอาจจะตั้งกองกำลังขึ้นมาใหม่เพื่อก่อากับมนุษย์อีกครั้ง จึงจำเป็ต้องใช้พลังอีกจำนวนมาก แต่แท้จริงแล้วหาใช่อย่างนั้นเสียทีเดียว"
"หมายถึงอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"รุ่งอรุณใหม่แห่งจอมมาร" เ้าเมืองและขุนนางทั้งสองต่างแสดงสีหน้างุนงงต่อคำกล่าวของลีเดีย ซึ่งดูไม่เกี่ยวข้องกับบทสนทนา
"นี่คือคำพูดจากปีศาจหลายๆ ตนที่ข้าได้สังหารไป ไม่แน่พลังที่พวกมันได้มาอาจจะมิใช่เพื่อพัฒนาความสามารถของตัวเอง แต่เป็การปลุกชีพจอมมาร"
"การคืนชีพศาสตร์มืดที่เป็เพียงเื่เล่าเท่านั้น สิ่งนี้มีจริงหรือฝ่าา"
"เ้ามีความรู้ใช้ได้ แต่ยังไงซะเื่นี้ก็เป็เพียงการคาดเดาเท่านั้น เอาเถอะเราจบการพูดคุยไว้เพียงเท่านี้ ทานข้าวกันดีกว่าก่อนอาหารจะเย็นชืดเสียหมด"
ลีเดียเอ่ยอย่างชื่นมื่นพร้อมกับหยิบช้อนซ้อมเพื่อรับประทานอาหารสุดเลิศรส ผิดกับเ้าเมืองและขุนนางทั้งสองซึ่งมีใบหน้าหมองหม่นเพราะบทสนทนาอันหนักหน่วงจนยากจะทำใจ แต่มันก็เป็วัฒนธรรมที่ลีเดียจำต้องทำตาม
...........................................
"ฟลาฮิล ฟลาฮิล "
เทียนั่งคุกเข่าบนพื้นดินอันหนาวเหน็บจนทั่วทั้งร่างเริ่มสั่นเทาเพราะเสื้อผ้ามิอาจมอบความอบอุ่นได้เพียงพอ
ถึงกระนั้นมือทั้งสองก็ยังคงประคบบนคออย่างทะนุถนอม ก่อนแสงสีเขียวอ่อนจะช่วยเยียวยาาแจนทำให้เด็กสาวกลับมาหายใจได้ดีขึ้นอีกครั้ง
"ท่าน...เทีย"
"ฟื้นแล้วรึ ตอนนี้ข้ากำลังรักษาาแที่คอเ้าอยู่อย่าพึ่งขยับตัว"
"ท่าน...เทีย เกิดอะไรขึ้น ทำไมพลัง ..ของท่านถึงได้เบาบางเยี่ยงนี้กัน...ขั้นต้นหรือเ้าค่ะ" เด็กสาวกล่าวด้วยความเหนื่อยล้าเพราะเสียเืเป็จำนวนมาก ซ้ำร้ายยังต้องอยู่ในกรงขังที่สร้างจากธาตุสแคนเดียมซึ่งเป็พิษต่อตัวนางโดยธรรมชาติ
"รู้จักข้ากันดีสินะ เ้ามีนามว่ากระไรแม่หนู"
"ออเบี้ยน...เจสสิก้า...เ้าค่ะ " นางเอื้อนเอ่ยอย่างแ่เบา ก่อนดวงตาจะปิดลงแล้วกลับคืนสู่ห้วงนิทราอีกครั้งโดยไม่มีคำกล่าวลา
"เ้านอนพักเสียเถอะเจสสิก้า อย่าได้กังวลเลยข้าจะหาวิธีหนีจากที่แห่งนี้เอง"
"หนีรึ วาจาช่างไร้ความผิดชอบเสียจริง" เสียงปริศนาดังกังวานในความมืดนอกห้องขัง จึงทำให้เทียต้องหันไปมองพร้อมกับหยุดการใช้พลัง
"โอ้ คาดไม่ถึงเลยว่าท่านเ้าเมืองจะมาเยี่ยมข้าน้อยผู้ต่ำต้อยได้"
"เรียกข้าเต็มยศเชียวนะ "
"เกิดอะไรขึ้น อีชิลเดอร์"
"คำนั้นข้าควรกล่าวเสียมากกว่านะเทีย ข้าขอร้องเ้าแล้วว่าอย่าได้มีตัวตนจนเสียท่า ข้าขอร้องชาวบ้านนอกเมืองแล้วว่าช่วยอยู่อย่างเงียบงันราวเมฆหมอก ข้าต้องก้มกราบพวกเ้าเลยรึไม่ถึงจะเข้าใจกัน"
"ข้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น อีชิลเดอร์" เทียเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งอย่างเคร่งขรึม ทำให้เ้าเมืองที่กำลังบ่นด่าได้เงียบลงพร้อมความตึงเครียดบนใบหน้า
"เ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปีศาจพวกนั้นหรือไม่"
"ไม่"
เ้าเมืองรับฟังคำตอบสั้นๆ อย่างเชื่อใจในตัวของชายผมขาว ก่อนเขาจะนั่งคุกเข่าแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก
"คราวนี้ข้ามิอาจช่วยเหลือเ้าได้อีกแล้วเทีย นางผู้นั้นคือ คิง ลีเดีย บุตรแห่ง คิง บาร์ตัน กษัตริย์ของมวลมนุษยชาติ และนางกำลังเข้าใจว่าเ้ามีส่วนร่วมเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น" เ้าเมืองหยุดกล่าวลงครู่หนึ่งก่อนที่จะเอ่ยถึงเหตุสำคัญด้วยดวงตาอันสั่นไหวราวแสงเทียนในยามค่ำคืน
"การสลายิญญาในระบบนิเวศ..."
"รุ่งอรุณใหม่แห่งจอมมาร…." เทียเอ่ยแทรกขึ้นในระหว่างที่เ้าเมืองกำลังอธิบาย ใบหน้าของชายผมขาวได้ฉายความเศร้าหมองราวกับแสงตะวันที่ลับขอบฟ้า
"ข้าไม่จำเป็ต้องอธิบายสินะ เมืองแห่งนี้อาจเป็ภัยเพราะพวกปีศาจมีไพร่พลอีกนับร้อยพร้อมจะรุกราน ด้วยกำลังรบของเราคงไม่เพียงพอจะรักษามันไว้ได้ เช่นเดียวกับชาวบ้านนอกเมืองที่มิอาจปกป้อง"
"เ้าตรวจพบสิ่งใดงั้นรึ อีชิลเดอร์"
"ข้ามิได้สำรวจหากเป็ท่านลีเดียที่กล่าวเตือน ถึงแม้ยังไม่พบเจอสิ่งใดแต่มันก็ไม่เป็การฉลาดนักที่จะเพิกเฉยต่อคำของนาง"
"งั้นปล่อยเป็หน้าที่ข้าซะอีชิลเดอร์ อพยพคนนอกเมืองมาไว้ที่ปลอดภัย ข้าจะสืบเื่ราวแล้วส่งข่าวให้เ้าเอง"
"เ้าก็รู้ข้ามิอาจทำเช่นนั้นได้ เทีย"
"แล้วเ้ามาหาข้าทำไม" คำถามของชายผมขาวทำให้เ้าเมืองหยุดชะงักลงก่อนเขาจะนั่งครุ่นคิดจนการสนทนานี้เงียบสงัดไปอีกพักใหญ่
"ท่านเ้าเมือง ท่านคิงลีเดียกำลังมาเเล้วขอรับ" เสียงกระซิบจากทหารเฝ้าประตูได้ย้ำเตือนว่าเวลาในการสนทนานี้หมดลงแล้ว
"ฟังข้าดีๆ นะเทีย หากเกิดเหตุอย่างที่ข้ากังวลจนมิอาจปกป้องชาวบ้านทั้งในและนอกเมืองได้ จงใช้พลังของเ้าเพื่อสิ่งที่ต้องทำ " เ้าเมืองเอามือล้วงเข้ากระเป๋าข้างซ้ายตรงชายเสื้อแล้วนำบางสิ่งออกมา นั่นคือเม็ดยาสีน้ำตาลอ่อนขนาดเท่าลูกอม
"นี่คือเม็ดพลังิญญาเทียม มันสามารถเพิ่มพลังของเ้าได้ถึงสองระดับ ออกฤทธิ์เพียงแค่สามสิบนาทีเท่านั้น ข้าจะซ่อนไว้หลังคบเพลิงตรงบันไดขั้นแรกหลังปราสาท เ้าจำได้รึไม่" เทียรับฟังพร้อมกับพยักหน้าตอบรับโดยมิได้ตอบสิ่งใด เ้าเมืองจึงรีบเดินออกจากห้องขังแห่งนี้โดยทันที
..................................
ลีเดียเดินผ่านกองทหารหลายสิบนายเข้ามาในตัวปราสาทโดยไม่มีผู้ใดขวางกั้น ก่อนจะพบกับเ้าเมืองที่ยืนต้อนรับด้วยกำลังพลเพียงสองนาย
"ข้า้าสืบสวนเ้าผมขาวนำตัวมาให้ข้า "
"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา"
เมื่อลีเดียออกคำสั่งนางก็เดินตรงไปยังชั้นใต้ดินก่อนจะเลี้ยวไปทางขวาซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องขังพิเศษ และภายในมีเพียงโต๊ะตัวน้อยตั้งอยู่กลางพื้นกว้างประมาณยี่สิบสองตารางเมตร พร้อมด้วยอุปกรณ์พิสดารตามผนังนับสิบชิ้น
เทียถูกคุมตัวให้มาพบกับลีเดียที่กำลังนั่งขีดเขียนบางสิ่งอยู่บนโต๊ะตัวเก่า แล้วชายผมขาวก็โดนจับมัดตรึงตรงเก้าอี้เหล็กกล้า
"เ้าดูเปลี่ยนไปนะ เกิดสิ่งใดขึ้นงั้นรึ แผนการดำเนินไปด้วยดีหรืออย่างไร"
"ข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง"
"ส่วนเกี่ยวข้องกับอะไร? "
"ทุกเื่ที่เ้าสงสัยข้า"
"ปีศาจที่ข้าพบเจอในบ้านเ้า ก็ไม่เกี่ยวข้องเลยรึ? " เทียรับฟังและเงียบลงอีกครั้ง เพราะตัวเขาก็มิอาจหาคำตอบใดให้นางมาเชื่อในคำกล่าวของตน
"เ้าเป็ใครกันเทีย เหตุใดพวกปีศาจถึงมาพึ่งพาเ้า "
"ข้าจะเป็ใครเื่นั้นสำคัญด้วยหรือ"
"จะสำคัญรึไม่ หากมีความเป็ไปได้ว่าเ้าคือผู้ชักนำความตายและา เหตุนั้นข้าควรจะละเลยงั้นรึ "
"า? ระหว่างเ้ากับข้าใครกันแน่ที่โหยหามัน"
"รู้จักข้าดีอย่างนั้นรึ" ลีเดียเอ่ยออกมาด้วยสายตาอันเยือกเย็นจ้องมองผู้ที่ทำเป็รู้ดีในเื่คนอื่นอย่างน่ารังเกียจ ลีเดียจึงวางปากกาพร้อมกับทุบโต๊ะตัวเก่าก่อนจะเปล่งเสียงดังด้วยท่าทางฉุนเฉียว
"เลิกเล่นลิ้นเสียที คิดว่านี่เป็ครั้งแรกรึที่ข้าพบเ้า แล้วคิดว่าข้าไม่รู้เลยรึถึงความสัมพันธ์ของเ้ากับเ้าเมืองนั่น ข้าสังเกตพฤติกรรมเ้ามาเป็แรมเดือน ทุกๆ การกระทำ ทุกๆ ความสัมพันธ์ เช่นนั้นแล้วเ้ายังกล้าพูดอีกรึว่าไม่เกี่ยวข้อง "
"ข้ามาแล้วหัวหน้า"
และทันใดนั้นเสียงปริศนาก็ดังขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของลีเดีย
"มาได้จังหวะพอดีเลยนะ ข้ารู้ว่าเครื่องมือที่มีไว้ทรมานเ่าั้มิอาจทำอันตรายเ้าได้เทีย แต่หากเป็พวกนางล่ะ จะทนทานเหมือนเ้าหรือไม่ นำตัวพวกมันเข้ามาเฟดดี้"
เทียหันมองประตูทางเข้าด้วยความกังวลแม้ใบหน้าจะยังคงนิ่งเฉยเหมือนไม่สนใจต่อสิ่งใด กระทั่งเสียงอันแสนคุ้นเคยได้ดังผ่านประตูที่กำลังเปิดออก
"ปล่อยลูกข้าเดี๋ยวนี้นะไอ้เ้าบ้า "
"เทีย เ้าก็ถูกจับมาด้วยรึ นี่มันเื่อะไรกัน!! "
"เอ็มม่า...เอนี่…" ดวงตาของเทียเบิกกว้างเมื่อมองเห็นสองนางถูกจับกุมด้วยกลุ่มคนที่ใส่ร้ายตน จึงทำให้ความหมองหม่นได้แปรเปลี่ยนเป็โทสะดั่งเปลวเพลิงซึ่งกำลังลุกไหม้อยู่กลางหัวใจ
"แล้วอีกคนล่ะ เฟดดี้"
"สามีของนางกำลังปลดทุกข์อยู่ในไร่นา ข้ามิอาจรอจนมันทำธุระเสร็จได้หรอก กลิ่นมันช่าง…"
"พอเท่านี้เฟดดี้ จำเป็ต้องอธิบายให้มากความด้วยรึ"
"อย่าได้เอาผู้อื่นมาเกี่ยวข้อง"
เทียกล่าวแทรกระหว่างการพูดคุยของหัวหน้าและลูกน้องด้วยน้ำเสียงดุดัน จึงทำให้ลีเดียหันมาสนใจต่อท่าทีที่เปลี่ยนไป ก่อนทุกสิ่งจะสั่นไหวจนขาทั้งสองข้างได้ทรุดลงบนพื้นดินประหนึ่งถูกบางอย่างกดทับ
"นี่มันอะไร!! ไม่ใช่การกดดันของพลังิญญา"
"มันคือจิตสังหารหัวหน้า รุนแรงขนาดนี้ข้าไม่เคยพบเจอมาก่อน มาจากผู้ใดกัน"
ลีเดียพยายามเงยหน้าเพื่อหาต้นตอแห่งความโกลาหล แต่กลับไม่เป็ผลเมื่อแรงกดดันมหาศาลที่มาพร้อมกับความสั่นไหวจนสิ่งก่อสร้างหรือเก้าอี้จากเหล็กกล้าได้สลายกลายเป็ฝุ่นอย่างผิดธรรมชาติ
"ตายกันซะตรงนี้เสียเถอะ เหล่าศัตรูของข้า" คำกล่าวของเทียดังกึกก้องอยู่เหนือศีรษะลีเดียอย่างมิควรให้อภัย นางกำหมัดแน่นพร้อมกับดันร่างตนเองขึ้นอีกครั้งด้วยใบหน้าอันแดงก่ำ
"อย่าได้ใจให้มากนัก" ลีเดียปลดปล่อยพลังิญญาทั้งหมดของตนเพื่อต่อกรจิตสังหารจากชายผมขาว พร้อมกับดวงตาสีดำเงาได้เปลี่ยนเป็สีฟ้าส่องสว่างดั่งท้องนภา
แล้วลีเดียก็พุ่งตัวเข้าปะทะร่างของเทียอย่างรวดเร็วจนทั้งสองล้มไปกองกับพื้นห้อง ก่อนประกายสายฟ้าจะปรากฏรอบๆ กำปั้นพร้อมชกลงบนใบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเทียนอนแน่นิ่งในชั่วขณะ
แต่หาใช่เพราะเ็ปจากการถูกชก หากเป็ดวงตาสีเทาเข้มซึ่งพบเห็นสองแม่ลูกที่กำลังทรมานจากจิตสังหารอันรุนแรง
"ข้า..ขอโทษ..เอ็มม่าเอนี่" เทียรีบสลายจิตสังหารของตนด้วยความโศกเศร้าเพราะเขาเกือบสังหารสองนางด้วยโทสะอันไม่รู้จักหยั้งคิด แล้วทุกสิ่งก็เริ่มสงบจนลีเดียหยุดมือลงพร้อมกับถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่
"โฮกกก!! "
แต่ไม่ทันที่สถานการณ์จะคลี่คลาย เสียงคำรามอันะเืเลื่อนลั่นก็ดังสนั่นจนแผ่นดินสั่นไหวพร้อมแรงะเิที่สร้างความวุ่นวาย แล้วเสียงกรีดร้องอีกมากมายทำให้บุคคลภายในห้องแคบนี้ต่างงุนงงกับเื่ราวต่างๆ
"ท่านหัวหน้า!! " ไนท์อายโผตัวเข้ามาในห้องแคบที่มีคนอยู่กันอย่างหนาแน่นด้วยน้ำเสียงอันตื่นตระหนก
"ปีศาจนับร้อยตนกำลังจู่โจมเมืองนี้ เ้าค่ะ"
และจำนวนพลก็ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง รวมถึงเทียกับสองแม่ลูกที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ผู้คนนอกกำแพงเป็อย่างไร
"พวกมันตั้งกองกำลังอยู่ประตูทิศใด ได้ตรวจสอบระดับพลังของพวกมันหรือไม่"
"พวกปีศาจไม่ได้ตั้งกองกำลังเพื่อฝ่าประตูเมืองเข้ามาเ้าค่ะ แต่ปรากฏตัวขึ้นนับร้อยตนในใจกลางเมือง พวกมันทำลายสิ่งก่อสร้างบ้านเรือนมากกว่าห้าสิบหลังภายในเสี้ยววินาที เ้าค่ะ"
"ไนท์อายตามเ้าเมืองไปพบข้าบนดาดฟ้า เฟดดี้มากับข้า "
เมื่อกล่าวจบลีเดียก็พุ่งตัวไปยังบันได้าด้วยความเร็วที่มากกว่ามนุษย์หลายสิบเท่า จนมาถึงดาดฟ้าที่สามารถมองเห็นได้ทุกเหตุการณ์ แต่นางกลับคุกเข่าพร้อมใช้มือััพื้นดินแล้วสูดหายใจเพื่อทำสมาธิ
"ไม่..รอ..ข้าเลยนะ..หัวหน้า"
เฟดดี้เดินขึ้นบันไดมาด้วยท่าทีอันเหนื่อยล้า ถึงแม้ว่าจะเป็ชายร่างกายกำยำแต่หากวิ่งขึ้นบันไดแปดชั้นด้วยความเร็วเกินธรรมดาเช่นนี้คงต้องนั่งพักเอาแรงไปอีกสักพักใหญ่ แต่เมื่อเห็นลีเดียนั่งคุกเข่าเขาก็ไม่เอ่ยสิ่งใดขึ้นมาอีก ทำเพียงแค่รอจนกว่านางจะออกจากสมาธิ
ซึ่งไม่นานลีเดียก็ลุกขึ้นยืนโดยมิได้กล่าวสิ่งใด นางหันมามองทางเฟดดี้ด้วยสีหน้าซีดเผือดอย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยเห็นมาก่อน
"พระเ้า…"