Jong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน

    ตอนที่ 5.1 เกรียนตัดเกรียน 1

    ตอนที่ 5

    เกรียนตัดเกรียน

     

                    การทำพันธะอสูรติดตามของมาโอทำให้จงลั่วสามารถสื่อสารกับเซบาสเตียนได้ทางโทรจิต ซึ่งสะดวกในการติดต่อเป็นอย่างยิ่งและด้วยความสามรถในการสื่อสารนี้ ทำให้จงลั่ว ใช้งานเซบาสเตียนแปลงกายเป็นค้างคาวยักษ์เพื่อบินไปสำรวจบนฟ้าและคอยเฝ้าระวังภัยรอบ ๆ เมืองอวาเรส ในรัศมีทำการ 5 กิโลเมตร หากเซบาสเตียนพบเห็นกลุ่มคนหรือกองกำลังใด ๆ ในรัศมี ซึ่งมองว่าน่าจะเป็นอันตราย จงลั่วได้หลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้หรือหลบหนีออกไปจากเมืองอวาเรสได้ก่อนที่จะเกิดเรื่อง

     

                    แต่ทันทีที่ได้รับ...แผนที่โลกไกอามาจากกลุ่มแก๊งโจรรถถังจงลั่วก็รีบติดต่อไปยังเซบาสเตียนให้กลับมาหาตนในทันที เพราะในตอนนี้จงลั่วอยากรู้ว่ามีโอกาสแค่ไหนที่ตนเองจะได้รับผลึกอสูรของเจ้าทานุกิสามหางเพราะอย่างไรการกลับคืนสู่สังคมมนุษย์ได้ โดยที่ตนเองยังมีพลังอยู่น่าจะเป็นหนทางที่เข้าใกล้ความฝัน การเป็นฮีโร่ในตำนานของจงลั่วมากที่สุด

    .

    .

                    ผ่านไปราวสิบนาทีค้างคาวยักษ์สีดำสนิทก็บินลงมาหยุดที่ตรงหน้าจงลั่วก่อนจะแปลงร่างกลับคืนไปอยู่ในรูปลักษณ์ของแวมไพร์หนุ่มสุดหล่อเช่นเดิม

     

                    "เซบี้ข้าได้แผนที่มาแล้ว" จงลั่วยื่นแผนที่โลกไกอายุคปัจจุบันให้เซบาสเตียน

     

                    เซบาสเตียนนิ่งงัน...จ้องดูแผนที่อยู่นานเพราะมันต้องทำความเข้าใจกับรูปร่างที่เปลี่ยนไปของจุดต่าง ๆ บนแผนที่หลังจากที่มันโดยกักขังไปเป็นเวลานานแสนนาน เมืองเก่าแก่หลายเมือง ซึ่งคงอยู่ในยุคสมัยของเซบาสเตียนล้วนสาบสูญไปจากแผนที่โลกไกอายุคใหม่ รวมถึงปรากฏเมืองใหม่ ๆ ของมนุษย์ที่ถูกก่อตั้งใหม่ขึ้นมาในภายหลังเช่นกัน

     

                    แม้เซบาสเตียนจะไม่สามารถอธิบายจุดที่ตั้งต่างๆ บนแผนที่โลกไกอาในมือได้ทั้งหมด แต่ที่แน่ใจได้ก็คือในยุคปัจจุบันเผ่าอสูรดูจะเรืองอำนาจกว่าในอดีตมากเพราะพื้นที่ปกครองของหอคอยวิญญาณนั้นกว้างขวางจนแทบจะชิดติดกับแม่น้ำกราเวียร์อยู่ร่อมรอ

                    (แม่น้ำกราเวียร์เป็นเส้นกั้นเขตแดนสุดท้าย และเป็นเส้นทางหลักหาเผ่าอสูรจะยกทัพผ่านเข้ามาจู่โมเมืองหลวงของมนุษย์ อาณาจักรไฮการ์เด้นซึ่งปัจจุบันบริเวณเชื่อมต่อของแม่น้ำกราเวียร์ ได้ถูกก่อสร้างเป็นปราการด่านแรกของเขตแดนมนุษย์ในชื่อของ...หอคอยกราเวียร์สถานที่ซึ่งรวบรวมภารกิจต่าง ๆ ของกิลด์นักล่าทั้งหลาย และถือเป็นเขตแดนอิสระไม่ได้ขึ้นตรงต่ออาณาจักรใด อาณาจักรหนึ่ง)

     

                    "อา....อืมมมม"

     

                    เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากไรฟันของเซบาสเตียนทำลายความเงียบ และกระตุ้นความอยากรู้ของจงลั่วในทันที

                    "ตกลงแกรู้ไหมว่าจะหาเจ้าทานุกิสามหางได้ที่ไหน"

     

                    "ข้าน้อยไม่แน่ใจนักนะขอรับแต่ดูเหมือนว่าเจ้าทานุกิสามหางมันจะชอบพื้นที่...สองเขตแดน"

     

                    "พื้นที่สองเขตแดน...มันคืออะไร"

     

                    "พื้นที่สองเขตแดน...คือบริเวณที่เป็นรอยต่อของเขตแดนอันสมบูรณ์ของมนุษย์กับเขตแดนอันแห้งแล้งของพื้นที่รกร้างขอรับ"

     

                    "แล้วไอ้สองเขตแดนที่ว่ามันอยู่ตรงไหนกันห่างจากที่นี่ไปไกลไหม"

     

                    "ดูเหมือนว่านายท่านจะโชคดีนะขอรับ"เซบาสเตียนส่งแผนที่คืนกลับไปให้จงลั่ว "ตอนนี้ดินแดนอสูรนั้นขยายขอบเขตจนประชิดติดกับชายขอบป่าเรดวู้ด ทางทิศตะวันตกพอดี"มันเอานิ้วชี้ไล่ไปตามเส้นแบ่งเขตในแผนที่ "และถ้าเซบี้ดูไม่ผิด"แม้จะรู้สึกกระดากปากบ้างที่ต้องแทนตัวเองเป็นเซบี้ แต่เพราะเป็นคำสั่งของจงลั่วมันจึงไม่มีทางเลือกอื่น "เซบี้คิดว่าหากเรามุ่งตรงไปยังขอบป่าเรดวู้ดทางทิศตะวันตกเฉียงขึ้นไปทางเหนือเล็กน้อย" เซบาสเตียนชี้ไปที่สุดเขตป่าในแผนที่"ถ้าดวงดีของนายท่านยังดีอยู่ เซบี้เชื่อว่านายท่านอาจจะได้พบเจ้าทานุกิสามหางที่นั่นขอรับ"

     

                    "ดีงั้นเราก็ออกเดินทางกันเลย"

     

                    "นายท่านไม่ค้นหาสมบัติต่อแล้วหรือขอรับ"เซบาสเตียนเลื่อนสายตาไปยังซากเมืองอวาเรส

     

                    จงลั่วยกยิ้มที่มุมปาก"ไม่จำเป็นข้าตรวจสอบซากเมืองจนหมดแล้วไม่น่าจะมีของมีค่าที่น่าสนใจหลงเหลืออยู่แล้วละ"

     

                    "ขอรับนายท่าน"แม้ปากจะเอ่ยคล้อยตาม แต่มันกลับไม่เข้าใจว่าจงลั่วอาศัยอะไรมาตรวจสอบพื้นที่เมืองขนาดใหญ่ว่าไม่เหลือสิ่งของมีค่าพอที่เขาจะค้นหา หรือนี่อาจจะเป็นแค่ราคาคุยของเจ้านายมันเท่านั้นและที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า เซบาสเตียนไม่รู้ว่าจงลั่วมีความสามารถในการตรวจสอบขั้นเทพอยู่ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าสถานะที่แสดงในร่างมนุษย์ของจงลั่ว จะยังติดอยู่ที่ระดับสิบแต่พลังจากระดับที่แท้จริงของทักษะต่าง ๆ ในปัจจุบันนั้นขึ้นกลับความสามารถในตอนที่จงลั่วกลายร่างเป็นอสูรทำให้ตอนนี้เขาสามารถใช้ทักษะกูเจอ...ตรวจสอบได้ไกลหลายร้อยเมตรแล้ว

     

                    "อ้าว...ข้าจะไปแล้วเจ้าจะยืนนิ่งอยู่ทำไมละ...ค้างคาวไง!!!"

     

                    "ค้างคาว..."

                    เซบาสเตียนทำตาละห้อย...ก่อนที่มันจะแปลงร่างกลายเป็นค้างคาวยักษ์อย่างไม่เต็มใจนัก

    .

    .

    .

                    หลังออกจากเขตของป่าเรดวู้ด ทิวทัศน์ไกลลิบตาของพื้นที่สองเขตแดนที่แตกต่างก็ปรากฏให้เห็นถนัดตาขึ้นพื้นดินสีแดงอมเหลืองอันแห้งแล้งของชายป่า ปรากฏเส้นตัดแบ่งสีเทาอ่อนจาง ซึ่งเขตสีสันที่ตัดกันจนดูแปลกตาและสถานที่นี้เองเป็นจุดหมายในการเดินทางครั้งนี้ของจงลั่วและอสูรติดตามเซบาสเตียน

     

                    "พื้นดินเป็นสีเทาราวกับขี้เถ้าเลยวุ้ย"จงลั่วชี้นิ้วไปยังเส้นแบ่ง

     

                    "บริเวณนั้นคือเขตแดนที่เรียกว่าดินแดนอันรกร้างขอรับ"เซบาสเตียนในร่างของค้างคาวยักษ์ ไม่สามารถเปิดปากพูดเช่นเดียวกับในร่างมนุษย์แต่เพราะเซบาสเตียนสามารถสื่อสารกับจงลั่วทางโทรจิต ทำให้การสื่อสารของทั้งสอง ในระหว่างที่เซบาสเตียนบินอยู่ไม่ได้เป็นปัญหา"ข้าจะร่อนลงแล้วนะขอรับ นายท่านโปรดทรงตัวให้ดี"รอยยิ้มเจ้าเล่ห์...ปรากฏบนใบหน้ามู่ทู่ของค้างคาวยักษ์แวบหนึ่งก่อนที่จะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

     

                    แต่แม้ว่าเซบาสเตียนจะไวสักเพียงใดเจ้าค้างคาวยักษ์ก็ไม่มีทางรู้เลยว่า เจ้านายของมันไม่ได้มองภาพเห็นผ่านลูกตาทั่วไปเช่นเดียวกับมนุษย์หรืออสูรตนอื่น ๆ แต่จงลั่วที่ใช้ทักษะสังเกต จะสามารถมองเห็นภาพรอบตัวประมวลผลผ่านสมองโดยตรงจากทักษะเป็นมุมรวมทั้งสามร้อยหกสิบองศา

     

                    ทำให้เรื่องราวเล็กน้อยที่เกิดขึ้นรอบตัวของจงลั่ว...ไม่อาจจะเล็ดรอดสายตาแบบพิเศษขั้นเทพของเขาไปได้

     

                    ...รอยยิ้มแบบนี้ไอ้ค้างคาวนี่มันคงคิดแผนการไม่ดีเอาไว้แน่นอน ดีนะที่เรายังเฝ้าระวังอยู่และไม่ไว้ใจมันจนเกินไป แม้แผนการแกจะแนบเนียนแค่ไหน แต่รู้ไว้เลยว่าวันนี้แกเลือกคู่ต่อสู้ผิดคนซะแล้วคิดจะเกรียนใส่ตัวพ่อ เดี๋ยวเอ็งได้รู้สึกแน่

     

                    "ขอบใจมากเซบี้ที่เตือนข้า...ตอนนี้ข้ารู้สึกแล้ว...ว่าลมแถวนี้มันแรงชะมัดยาดเลยพับผ่าสิ"เมื่อคิดได้ว่าเซบาสเตียนอาจจะวางแผนการบางอย่างทำให้จงลั่วเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ

     

                    ยิ่งเข้าใกล้เขตแดนรกร้าง...สายลมยิ่งพัดแรงแถมยังฉวัดเฉวียนไปมาอยู่ตลอดเวลา และที่มันรุนแรงกว่าปกติล้วนเป็นแผนการของเซบาสเตียนทั้งสิ้นเพราะค้างคาวยักษ์นั้นมีสัมผัสพิเศษ ทำให้มันรับรู้ถึงร่องกดอากาศต่าง ๆได้อย่างแม่นยำ และแน่นอนว่าสิ่งนี้เกิดจากการเลือกของเซบาสเตียนที่ต้องการบินเข้าไปเพื่อหาความยากลำบาก...ด้วยเหตุผลเดียวคือต้องการจะเอาคืนจงลั่วที่นั่งสบายอุราอยู่บนหลังของมันให้ร่วงตกลงไปจนเข็ดหลาบ คราวหน้าจะได้ไม่กล้าใช้บริการให้มันแปลงเป็นค้างคาวยักษ์เพื่อเดินทางบนฟ้าอีก

     

                    "เป็นหน้าที่ของกระผมอยู่แล้วขอรับ"

                    ...ฮ่าฮ่า ฮ่า เดี๋ยวพอข้าบินโฉบตัดลงต่ำในแนวดิ่งแล้วละก็ ดูสิว่านายท่านของข้าจะยังคงนั่งอยู่บนหลังอันสูงศักดิ์ของข้าได้อีกไหม

     

                    "ดิ่งแล้วนะขอรับ!!!"คำพูดมาพร้อมการเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหันจากเดิมที่บินอยู่ในแนวราบเฉียงทำมุมไม่ถึงสิบห้าองศากลับดิ่งตัดลงมาเกินกว่าเจ็ดสิบห้าองศาในพริบตา ทำให้สิ่งใดก็ตามที่อยู่บนหลังของเซบาสเตียนล้วนถูกกระชากให้เทลาดตามทิศทางที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน โดยไม่อาจขัดขืน แต่แค่นั้นคงยังไม่พอที่จะสลัดนายท่านที่เป็นสัตว์อสูรระดับกลางซึ่งเกาะแน่นอยู่บนหลังของมันไปได้ มันจึงได้จงใจบินเข้าสู่ร่องลมด้านบนทำให้เมื่อมันดิ่งหนีออกจากช่องลมที่พัดขวางก็เกิดแรงลมยกตัวมหาศาลผลักทุกสิ่งให้ลอยห่างออกจากปีกและส่วนหลังของเซบาสเตียนในจังหวะเดียวกัน

     

                    ความรู้สึกเบาหวิวที่หลังของเซบาสเตียนทำให้มันรับรู้ได้ว่าอะไรก็ตามที่อยู่บนหลังของมันก่อนหน้า ในตอนนี้ล้วนว่างเปล่าและหลุดลอยออกไปตามกระแสลมแต่มันก็ไม่คิดที่จะใจร้ายกับจงลั่วนัก เพราะมันคิดเอาไว้ว่าต้องการจะสั่งสอนเจ้านายของมันเพียงแค่พอหอมปากหอมคอเท่านั้น ก่อนที่มันจะใช้ความสามารถในการเร่งความเร็วบินโฉบไปรับร่างที่กำลังร่วงลงมาจากฟ้าของจงลั่ว ในชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่ร่างนั้นจะกระแทกกับพื้นดิน

     

                    ...ฮ่าฮ่า ฮ่า...ครานี้ทำไมข้าถึงได้สะใจเยี่ยงนี้กันละนี่

                    ...ภายในใจของเซบาสเตียนปรากฏเสียงหัวเราะร่าเสียงอันแสนสุขอุราอย่างที่อสูรร้ายในอดีตอย่างมัน...ไม่เคยได้รับมาก่อนแม้จะใช้ชีวิตในฐานะอสูรบรรพกาลมาแสนยาวนานแล้วก็ตาม

     

                    "ที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง"จงลั่วพึมพำกับตัวเอง เมื่อร่างของเขาถูกแรงกระชากของลมยกขึ้นจนขาทั้งสองข้างลอยขึ้นสูงและพลิกกลับไปอยู่เหนือศีรษะ แม้สองมือจะยังพยายามยืดออกเพื่อเอื้อมคว้าจับยึดขนเส้นสั้นบริเวณหลังของเซบาสเตียนด้วยความทุลักทุเลแต่ดูเหมือนว่านั่นจะไม่เพียงพอเสียแล้ว "ท่าทางจะไม่ดีแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกไม่กี่วินาทีเราได้ถูกสลัดตกลงไปจากหลังของเจ้าเซบี้เป็นแน่"

     

                    การกระทำไปไวกว่าความคิดเพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่จงลั่วยังมีแรงยึดเหนี่ยวอยู่บนหลังของเซบาสเตียน เขาก็เลือกที่จะใช้แรงนั้นเพื่อเบี่ยงตัวจากกลางหลังไปยังด้านข้างบริเวณใกล้กับปีกสีดำมหึมาที่กำลังลู่ลงไปในทิศทางเดียวกับลำตัว

     

                    "อา..."จงลั่วเผลออุทานขึ้นอย่างลืมตัวดวงตาดำขลับปรากฏแสงวาววับแห่งความเจ้าเล่ห์ฉายขึ้น "เซบี้...เอ๋ย...เซบี้แผนการของแกไม่ได้ผิดพลาดแม้แต่น้อย แต่ที่แกผิดเพราะว่าแกดันเล่นกับคนอย่างข้า...จงลั่ว"ปากพึมพำเบาพลางใช้สองมือยืดเหยียดออกไปทางด้านหลังจงลั่วจัดท่าทางตัวเองให้ลู่ลมไปในทิศเดียวกับปีกค้างคาวอาศัยปีกมหึมาต้านแรงยกตัวที่เกิดขึ้นพร้อมดิ่งลงไปขนานกับเซบาสเตียน

     

                    "ลมอัดกระแทก...ลมอัดกระแทก...ลมอัดกระแทก"เวทลมอัดกระแทกถูกใช้ออกอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งความเร็วในการพุ่งทะยานไปด้านหน้าแรงลมจากเวทลมอัดกระแทกต่อต้านแรงยกตัวที่ถาโถมเข้ามาจนร่างของจงลั่วพุ่งเฉียงลงสู่พื้นดินด้วยความเร่งในทิศเดียวกับปีกของค้างคาวยักษ์

     

                    แม้ว่าใบหน้าของจงลั่วจะบู้บี้ไปมาตามแรงลมที่พุ่งเข้ามาปะทะแต่หากเราจ้องดูให้ดี จะพบว่าหน้าที่บู้บี้อยู่นั้นเป็นใบหน้าที่กำลังยิ้มเยาะด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด

    คล้ายกับเรื่องJong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน ที่คุณอ่าน