การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 94 ความลับของสัตว์อสูรปีศาจและเมืองโบราณ

           เวลาสามวันผ่านไป       “นายท่าน ม่าม๊า พวกเรากลับมาแล้ว” เด็กน้อยทั้งเจ็ดกล่าวอย่างร่าเริงขณะเดินเข้ามาภายในที่พักของฉิงเหม่ย       “พวกเจ้าช่างกลับมารวดเร็วนัก เรื่องสมบัติเป็นอย่างไรบ้าง ?” หวังเหว่ยกล่าวถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม       วิหคน้อยส่งยิ้มหวานให้กับหวังเหว่ยขณะนำแหวนมิติออกมา “ทุกอย่างเรียบร้อยดีนายท่าน ภายในแหวนมิติวงนี้มีสมุนไพรระดับเซียนอายุนับแสนปีอยู่มากมายนับแสนต้น และยังมีอุปกรณ์ประเภทชุดเกราะระดับมหากาพย์อยู่นับแสนชุดอีกด้วย !”       “โอ้! อุปกรณ์ประเภทชุดเกราะระดับมหากาพย์คงเป็นสมบัติของกาเวน และสมุนไพรระดับเซียนคงเป็นสมบัติของออร์เรลล์สินะ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามด้วยสีหน้าที่พึ่งพอใจ       “ใช่แล้วขอรับนายท่าน” กาเวนและออร์เรลล์กล่าวตอบหวังเหว่ย       “ฮ่าๆ ขอบใจพวกเจ้ามากที่เตรียมสมบัติเหล่านี้เอาไว้ให้ข้า เอาล่ะ วิหคน้อยข้ารบกวนเจ้านำแหวนมิติวงนี้ไปมอบให้จิวซื่อจัดการนำสมุนไพรไปปลูกและนำอุปกรณ์ประเภทชุดเกราะไปแจกจ่ายด้วย”       “รับทราบนายท่าน” “ม่าม๊าพวกหนูขอไปเล่นกับพี่สาวลู่เมิ่งต่อนะ”       ฉิงเหม่ยได้ยิ้มให้กับเด็กน้อยทั้งเจ็ดคน “ม่าม๊าเข้าใจแล้ว แต่พวกเจ้าอย่าได้ซุกซนกันจนเกินไปล่ะ”       “อือ ม่าม๊า” “เอาล่ะ พวกเราไปกันได้แล้ว” วิหคน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง       “รับทราบพี่สาว” มังกรน้อยทั้งหกกล่าว       หลังจากเด็กน้อยทั้งเจ็ดออกไปจากอาคารที่พักของฉิงเหม่ยแล้วหวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นว่า “ฮ่าๆ พวกเขาก็ดูน่ารักดีนะ ในอนาคตเหล่าเด็กรุ่นใหม่มากมาย คงถือกำเนิดขึ้นและพากันมาเล่นวิ่งภายในมิติแดนอสูรแห่งนี้” หวังเหว่ยกล่าวด้วยความเบิกบานใจ       เวลาหนึ่งปีผ่านไป       ตลอดหนึ่งปีมานี้ เผ่าพันธุ์วิหคได้ทำสงครามกับเผ่าพันธุ์มังกรและเหล่าสัตว์อสูรปีศาจอยู่ตลอดเวลา โดยมีสุดยอดกองกำลังนักรบบินอันลึกลับที่สามารถกวาดผ่านทุกสมรภูมิได้อย่างไร้ผู้ต้านทานคอยช่วยเหลือพวกเขา! จนในที่สุดเผ่าพันธุ์วิหคก็สามารถยึดครองเกาะกลางน้ำหลายสิบเกาะของเผ่าพันธุ์มังกรได้ทั้งหมดและสามารถจับกุมตัวจักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงเอาไว้ได้ โดยเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ประกาศขอเป็นกลางในเรื่องนี้ และจะยอมเข้าร่วมกับเผ่าพันธุ์ที่ได้รับชัยชนะ จึงทำให้เมืองทั้งสิบหกแห่งของอาณาจักรมนุษย์รอดพ้นจากภัยสงครามในครั้งนี้มาได้       “อืม เผ่าสัตว์อสูรปีศาจหลบหนีกลับไปเมืองโบราณหมดแล้วรึ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามสามพยัคฆ์อสูรที่ในตอนนี้พวกเขาได้เลื่อนระดับเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์กันหมดแล้ว       “ใช่แล้วขอรับนายท่าน พวกเรายังหาตำแหน่งเมืองโบราณทั้งสิบไม่เจอ เนื่องจากพวกนั้นมีของวิเศษบางอย่างปกป้องเมืองเอาไว้ขอรับ”       “อืม ถึงแม้เผ่าพันธุ์วิหคจะชนะสงครามในครั้งนี้แต่พวกเขาก็คงจะอ่อนแอลงไม่น้อย พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ พวกเจ้านำกำลังของนักรบบินไปยึดครองเกาะกลางน้ำและเมืองหลวงของอาณาจักรเทพวิหค และหากจำเป็นให้พวกเจ้าใช้เม็ดยาสมุนไพรเหล่านี้บดเป็นผงและโปรยไปให้ทั่วกองทัพของเผ่าพันธุ์วิหค โดยเม็ดยาสมุนไพรเหล่านี้จะมีผลทำให้เหล่าเผ่าพันธุ์วิหคไม่สามารถใช้พลังเวทของพวกเขาได้เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ในทุกครั้งที่พวกเจ้าใช้เม็ดยาสมุนไพรเหล่านี้ !” หวังเหว่ยกล่าวขณะมอบแหวนมิติที่บรรจุเม็ดยาสมุนไพรชนิดพิเศษเอาไว้       “เม็ดยาสมุนไพรเหล่านี้มีผลกับกองทัพของพวกเราหรือไม่ขอรับ ?” พยัคฆ์ครามกล่าวถามขณะยื่นมือไปรับแหวนมิติ       หวังเหว่ยได้ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเม็ดยาสมุนไพรเหล่านี้จะส่งผลกับเผ่าพันธุ์วิหคเท่านั้น เพราะพวกเขาเคยใช้เม็ดยาสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ข้าได้ปรุงขึ้นเป็นพิเศษเพื่อใช้ร่วมกับเม็ดยาสมุนไพรชนิดนี้”       “พวกเราเข้าใจแล้วขอรับนายท่าน พวกเราจะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยขอรับ” สามพยัคฆ์อสูรกล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นพวกเขาได้แยกย้ายกันไปเตรียมพร้อมออกรบในทันที       หลังจากพูดคุยกับสามพยัคฆ์อสูรเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้หันมามองซูฮวาหลงและเหวินหนิงถังที่กำลังยืนรอเขาพร้อมกับลูกน้อยในอ้อมแขนพวกนาง       “พวกเจ้าพึ่งมีบุตรคนแรกกันไปได้ไม่นาน นี่พวกเจ้าตั้งครรภ์กันอีกแล้วรึ !” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม       “เอ่อ... คือ... พวกเราอยากช่วยเพิ่มกำลังรบให้กับนายท่านเจ้าค่ะ จึงได้รีบร้อนเช่นนี้” เหวินหนิงถังกล่าวขณะมองดูลูกน้อยในอ้อมแขนของนางด้วยสายตาอ่อนโยน       “ฮ่าๆ เอาล่ะ ข้ายอมแพ้พวกเจ้าแล้ว ในแหวนมิติสองวงนี้มีเม็ดยาสมุนไพรที่ใช้สำหรับบำรุงครรภ์อยู่วงละหนึ่งร้อยเม็ด พวกเจ้ากินวันละเม็ดก็พอเข้าใจหรือไม่ ?”       “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ”       “ฮ่าๆ พยายามกันเข้าล่ะ ข้าอยากให้ภายในมิติแดนอสูรแห่งนี้มีเด็กรุ่นใหม่มาวิ่งเล่นกันเยอะๆ”       “ระ รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” ซูฮวาหลงและเหวินหนิงถังกล่าวอย่างเอียงอายพร้อมกับเดินออกไปจากปราสาทของหวังเหว่ยเพื่อกลับไปยังอาคารที่พักของพวกนางอย่างรวดเร็ว       “อืม... คงได้เวลาไปหาจักรพรรดิมนุษย์แล้วสินะ” หวังเหว่ยพึมพำเบาๆ จากนั้นเขาได้ไปหาฉิงเหม่ยภายในที่พักของนาง       “นายท่าน” ฉิงเหม่ยกล่าวทักทาย       หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนาง “เจ้าอยากไปพบจักรพรรดิมนุษย์พร้อมกับข้าหรือไม่ ?”       ฉิงเหม่ยพยักหน้าของนางเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย       “อืม เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเลย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้พาฉิงเหม่ยไปยังเมืองหลวงของอาณาจักรมนุษย์ผ่านทาง "อุปกรณ์ผลึกเคลื่อนย้าย" ที่กลุ่มสัตว์อสูรทั้ง14กลุ่มได้นำไปวางไว้ตามสถานที่ต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว       วูบ
    ณ ด้านหลังร้านอาหารหญิงงาม
           “นายท่าน” เหล่าหญิงสาวที่กำลังช่วยกันทำอาหารอยู่กล่าวทักทายหวังเหว่ย       “โอ้! ดูท่ากิจการกำลังไปได้ด้วยดีเลยนะ พวกเจ้าดูเหนื่อยกันน่าดูเลย”       “ถึงพวกเราจะเหนื่อย แต่พวกเราก็มีความสุขที่มีคนชอบอาหารของพวกเราเจ้าค่ะ” เหล่าหญิงสาวกล่าวกับหวังเหว่ย       “ฮ่าๆ เห็นพวกเจ้ามีความสุขเช่นนี้ ข้าเองก็มีความสุขเช่นกัน เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนการทำอาหารของพวกเจ้าแล้ว ฉิงเหม่ยพวกเราออกไปข้างนอกกัน”       “เจ้าค่ะนายท่าน”       หลังจากกล่าวจบทั้งสองคนได้ออกไปจากร้านอาหารหญิงงามและได้ไปยังคฤหาสน์ส่วนตัวของจักรพรรดิมนุษย์ในทันที
    ณ สถานที่พักส่วนตัวของจักรพรรดิมนุษย์
           “นายท่าน! หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยมาหาพวกเราเจ้าค่ะ” พลอยใสกล่าวขณะปรากฏตัวออกมายืนข้างจักรพรรดิเสวี่ยซง       “โอ้! พวกเราออกไปต้อนรับพวกเขากัน”       “เจ้าค่ะนายท่าน”       “คำนับองค์จักรพรรดิ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ ” หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยกล่าวพร้อมกัน       “ฮ่าๆ พวกเจ้าไม่ต้องคำนับข้าหรอก คิดซะว่าข้าเป็นญาติผู้ใหญ่ของพวกเจ้าก็แล้วกัน” จักรพรรดิเสวี่ยซงกล่าวอย่างเป็นกันเอง       “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ ” หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยกล่าว       จักรพรรดิเสวี่ยซงพยักหน้าให้กับทั้งสองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “พวกเจ้ามาหาข้าด้วยเรื่องอะไรหรือ ?”       หวังเหว่ยยิ้มออกมาหลังจากได้ยินคำถามของจักรพรรดิเสวี่ยซง “ข้าอยากจะขอรบกวนให้ท่านช่วยออกใบรับรองร้านค้าขายเม็ดยาสมุนไพร ร้านอาหารและร้านขายอุปกรณ์ให้กับพวกเราขอรับ”       “โอ้! เจ้าต้องการให้ข้าออกใบรับรองเพื่อให้ร้านค้าของเจ้ามีความน่าเชื่อถือมากขึ้นงั้นรึ ?”       หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของจักรพรรดิเสวี่ยซง “ใช่แล้วขอรับ ข้าอยากให้ร้านค้าของข้ากลายเป็นร้านค้าประจำอาณาจักร เพื่อทำให้รากฐานของอาณาจักรแห่งนี้มั่นคงมากยิ่งขึ้นในระยะยาวขอรับ”       “อืม ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะออกใบรับรองของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรมนุษย์ให้กับเจ้า หลังจากนี้เป็นต้นไปร้านค้าของเจ้าทุกร้านจะกลายเป็นร้านค้าประจำอาณาจักร !”       หวังเหว่ยได้แสดงสีหน้ายิ้มแย้มออกมาหลังจากได้ยินคำกล่าวของเสวี่ยซง “ขอบคุณท่านปู่ขอรับ”       “ปะ ปู่ !” พลอยใสอุทาน       “ฮะๆ ฮ่าๆ ต่อไปเจ้าเรียกข้าเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน พวกเราจะได้สนิทกันมากขึ้น” จักรพรรดิเสวี่ยซงกล่าวด้วยความเบิกบานใจ       “ขอรับท่านปู่” หวังเหว่ยกล่าว       “ฮ่าๆๆ วันนี้ข้าช่างมีความสุขยิ่งนักที่ได้มีหลานที่มีความสามารถเช่นเจ้า นี่คือใบรับรองที่เจ้าต้องการ ข้าได้ประทับตราและเซ็นกำกับที่ใบรับรองทุกใบแล้ว เจ้าสามารถนำใบรับรองไปติดที่ร้านค้าทุกร้านที่เป็นของเจ้าได้เลย”       “ขอบคุณท่านปู่มากขอรับ เช่นนั้น ข้าขอตัวไปจัดเตรียมเรื่องการเปิดร้านค้าก่อนขอรับ”       “อืม ปู่เข้าใจแล้ว ไว้มีเวลาหลานก็มาเยี่ยมปู่บ้างล่ะ”       “รับทราบขอรับท่านปู่” “ฉิงเหม่ยพวกเราไปจัดเตรียมเรื่องการเปิดร้านกัน” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้จูงมือของฉิงเหม่ยออกไปจากคฤหาสน์ส่วนตัวของจักรพรรดิเสวี่ยซง และได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อบกับฉิงเหม่ยในทันที       “พวกเขาดูเหมาะสมกันดีนะเจ้าค่ะนายท่าน” พลอยใสกล่าวหลังจากที่หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยออกไปจากคฤหาสน์แล้ว       “อืม ใช่แล้ว พวกเขาดูเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก” จักรพรรดิเสวี่ยซงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
    มิติแดนอสูร
           หลังจากเข้ามาภายในมิติแดนอสูรหวังเหว่ยได้เรียกเหล่ามดงานร่างมนุษย์นับพันคนมารวมตัวกันและได้จัดแบ่งหน้าที่ให้เหล่ามดงานร่างมนุษย์แยกย้ายกันไปเปิดร้านค้าขายเม็ดยาสมุนไพร ร้านอาหารและร้านขายอุปกรณ์ ภายในเมืองทั้ง16เมือง โดยหวังเหว่ยได้ทำการซื้อร้านค้าต่างๆ เตรียมพร้อมเอาไว้นานแล้ว       “พวกเจ้าอย่าลืมติดใบรับรองเอาไว้ภายในร้านด้วยล่ะ เอาล่ะ แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว” หวังเหว่ยกล่าว       “รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ เหล่ามดงานร่างมนุษย์นับพันคนได้แยกย้ายกันไปเปิดร้านค้าตามที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ในทันที       “ฟู่ว ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ฉิงเหม่ยพวกเราไปฝึกซ้อมการต่อสู้กันดีกว่า”       “เจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ ทั้งสองคนได้ไปฝึกซ้อมการต่อสู้กันภายในพื้นที่ว่างแห่งหนึ่งที่ห่างออกไกลจากจุดที่มีอาคารที่พัก โดยในตอนนี้ฉิงเหม่ยได้มีทักษะการต่อสู้ไม่ด้อยไปกว่าหวังเหว่ยแล้ว!       เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ สามพยัคฆ์อสูรได้แจ้งกับหวังเหว่ยว่าพวกเขาได้ยึดครองดินแดนของอาณาจักรเทพมังกรและอาณาจักรเทพวิหคเอาไว้ได้ทั้งหมดแล้ว! โดยพวกเขาได้จับกุมตัวจักรพรรดิวิหคเคอร์ริแกนและจักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว       “อืม ข้าควรจะไปพูดคุยกับพวกเขาทั้งสองสักเล็กน้อย เจ้าจะไปด้วยกันกับข้าหรือไม่ ?”       “ข้าไปด้วยเจ้าค่ะนายท่าน”       “เช่นนั้น เราก็ไปกันเลย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ไปหาพยัคฆ์ครามผ่านทางประตูมิติพร้อมกับฉิงเหม่ยในทันที       วูบ
    ณ ห้องพักที่ถูกคุ้มกันอย่างเข้มงวดภายในอาณาจักรเทพวิหค
           “พวกเจ้าเป็นใคร ?” จักรพรรดิวิหคเคอร์ริแกนที่ถูกสวมใส่อุปกรณ์ปลอกแขนผนึกพลังเอาไว้กล่าวถามหวังเหว่ยและฉิงเหม่ย       “เจ้าคือ !” จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงกล่าวออกมาเสียงดังเนื่องจากเขาสามารถจดจำฉิงเหม่ยได้       “โอ้! ที่แท้ท่านก็คือจักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงนี่เอง แล้วปีศาจที่ชั่วร้ายตนนั้นล่ะนางหายไปไหนแล้ว ?” หวังเหว่ยแสยะยิ้มออกมาขณะกล่าวถาม       “เจ้าเป็นใคร ?” จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงหันมากล่าวถาม หลังจากได้ยินหวังเหว่ยกล่าวกับเขาราวกับเคยพบเจอกันมาก่อน       “ฮ่าๆ อยู่ในรูปลักษณ์เช่นนี้ท่านคงจำข้าไม่ได้สินะ แล้วถ้าแบบนี้ล่ะ” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์กลับไปเป็นคุณชายแมวขาว       “เจ้าคือคุณชายแมวขาว !” จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงและจักรพรรดิวิหกเคอร์ริแกนกล่าวเสียงดังพร้อมกันด้วยความตกตะลึง       “โอ้! ท่านยังจำข้าได้อยู่สินะ ใช่แล้ว ข้าคือคุณชายแมวขาว... เอาล่ะ ข้าจะไม่ถือสาเรื่องที่ท่านเคยทำร้ายข้าเพราะเรื่องราวเหล่านั้นได้ผ่านไปแล้ว” “ฉิงเหม่ย เจ้าเองก็ด้วยใช่หรือไม่ ?”       ฉิงเหม่ยพยักหน้าของนางเล็กน้อยแทนคำตอบ “เจ้าค่ะนายท่าน”       หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับฉิงเหม่ยหลังจากได้ยินคำกล่าวของนาง จากนั้นเขาได้หันมามองจักรพรรดิทั้งสอง “ข้าขอพูดสั้นๆก็แล้วกัน พวกเราสามอาณาจักรไม่สมควรมาทำสงครามกันเช่นนี้ เพราะอีกไม่ถึงห้าร้อยปีจะมีสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายหลุดออกจากผนึกและกลับมาทำลายล้างพิภพแห่งนี้ และหากพวกเราพ่ายแพ้พิภพแห่งนี้จะกลายเป็นของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้น !”       “เจ้าพูดจริงรึ !?” จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงกล่าวถามด้วยความตกตะลึง       หวังเหว่ยพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อยืนยันคำกล่าวของเขา “ข้าไม่จำเป็นต้องหลอกลวงท่าน บางทีท่านอาจจะพอระแคะระคายเรื่องของเผ่าสัตว์อสูรปีศาจอยู่บ้างท่านจึงได้ถามข้าเช่นนี้... ”       “อืม... ข้าเองก็สงสัยพวกนั้นอยู่เหมือนกัน แต่พวกนั้นไม่ได้แข็งแกร่งกันมากนัก ข้าจึงได้ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป แต่หากที่เจ้ากล่าวเป็นความจริงข้าเกรงว่าอีกไม่นานอาจจะมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นภายในพิภพแห่งนี้ เพราะเท่าที่ข้าได้รู้มาเผ่าสัตว์อสูรปีศาจกำลังวางแผนกระทำการบางอย่างอยู่ !”       “กระทำการบางอย่าง! ท่านพอรู้อะไรหรือไม่ว่าพวกนั้นกำลังทำอะไรกันอยู่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม       “อืม ข้าก็ไม่แน่ใจนัก แต่เท่าที่ข้าได้สืบทราบมา ภายในเมืองโบราณทั้งสิบเมืองจะมีผลึกเมืองปีศาจอยู่ และถ้าผลึกเมืองปีศาจเหล่านี้ถูกทำลายไป เมืองโบราณและเหล่าสัตว์อสูรปีศาจภายในเมืองนั้นก็จะสูญสลายหายไปทั้งหมด... แต่เมื่อเดือนก่อนข้าได้สืบทราบมาว่าเหล่าสัตว์อสูรปีศาจกำลังพยายามทำลายผลึกเมืองปีศาจทั้งสิบนี้ด้วยตนเองอยู่ !”       “หรือว่าระยะเวลาการคืนชีพของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้นจะขึ้นอยู่กับผลึกเมืองปีศาจ !” หวังเหว่ยกล่าวออกมาเสียงดัง       และในขณะนั้นเอง ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวของหวังเหว่ยได้หยุดนิ่งไปคล้ายเวลาได้ถูกหยุดเอาไว้ จากนั้นได้มีแสงสีขาวสาดส่องลงมาข้างหน้าของหวังเหว่ยและมีเสียงพูดดังขึ้นว่า       “เจ้าเข้าใจถูกต้องแล้ว ในเวลานี้เผ่าสัตว์อสูรปีศาจได้ถูกกดดัน จนเลือกที่จะสละชีพของตนเพื่อช่วยให้สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้นหลุดออกจากผนึกได้ไวขึ้น ข้าจะบอกความลับของเมืองโบราณให้เจ้าได้รู้ อันที่จริงแล้วเมืองโบราณและสัตว์อสูรปีศาจได้ถูกสร้างขึ้นมาจากพลังอันชั่วร้ายของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้น โดยสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้นได้สร้างสองสิ่งนี้ขึ้นเพื่อช่วยเขายึดครองพิภพแห่งนี้ แต่ในตอนนี้สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้นคงรับรู้ได้ว่าตนเองไม่มีหนทางที่จะชนะได้ด้วยวิธีนี้ได้แล้ว สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายจึงได้เลือกที่จะทำลายเมืองโบราณและสัตว์อสูรปีศาจทั้งหมดเพื่อนำพลังในส่วนนี้คืนกลับมาช่วยให้เขาทลายผนึกได้เร็วยิ่งขึ้น และจากการคาดเดาของข้าเจ้าเหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงหนึ่งปีเท่านั้นก่อนที่สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้นจะหวนกลับมายังพิภพแห่งนี้ ผู้ถูกเลือกเอ๋ยทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”       หลังจากผู้สร้างทุกสรรพสิ่งกล่าวจบ แสงสีขาวที่สาดส่องลงมาได้จางหายไป จากนั้นเวลาก็เริ่มกลับมาเดินเป็นปกติอีกครั้ง       “หนึ่งปีงั้นรึ... ” หวังเหว่ยพึมพำเบาๆ       “มีอะไรหรือเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยกล่าวถามด้วยความสงสัย       “อืม มีใครบางคนบอกกับข้าว่า เหล่าสัตว์อสูรปีศาจกำลังทำลายผลึกเมืองปีศาจเพื่อช่วยให้สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายออกจากผนึกได้ไวขึ้น! ในตอนนี้พวกเราเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งปีเท่านั้น !”       “จริงหรือเจ้าค่ะนายท่าน !” ฉิงเหม่ยกล่าวอย่างตื่นตระหนก       หวังเหว่ยพยักหน้ายืนยัน จากนั้นเขาได้หันไปมองจักรพรรดิทั้งสองและได้เขียนอักษรบางอย่างขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อปลดอุปกรณ์ปลอกแขนผนึกพลังออกจากแขนและขาของจักรพรรดิทั้งสอง       เคร้ง เคร้ง       “พวกท่านจะเชื่อข้าหรือไม่ก็แล้วแต่พวกท่าน แต่พวกเราเหลือเวลาอีกเพียงปีเดียวเท่านั้น และบางทีอาจเป็นปีสุดท้ายของสามอาณาจักรหากพวกเราพ่ายแพ้        ข้าขอตัวกลับไปเตรียมพร้อมรับมือสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้นก่อน” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้กลับไปยังมิติแดนอสูรพร้อมกับฉิงเหม่ยในทันที       วูบ       จักรพรรดิทั้งสองได้หันมามองกันและกันเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจพูดคุยเจรจาสงบศึกกันก่อนอย่างน้อยหนึ่งปีเพื่อรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นภายในพิภพแห่งนี้หรือไม่ จากนั้นทั้งสองได้แยกย้ายกันกลับไปดูแลอาณาจักรของตน ที่ในตอนนี้หวังเหว่ยได้ให้สามพยัคฆ์อสูรถอนกำลังออกจากอาณาจักรทั้งสองจนหมดแล้วเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน
    ณ อาคารที่ประชุมภายในมิติแดนอสูร

            “นายท่าน ด้วยความร่วมมือกันของสามอาณาจักร ทำให้กลุ่มโจรภูเขานับล้านคนได้สลายตัวกันไปจนหมดแล้วขอรับ ในตอนนี้อาณาจักรทั้งสามได้กลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขอีกครั้ง อีกทั้งกิจการร้านค้าของพวกเราภายในอาณาจักรทั้งสามก็เป็นไปได้ด้วยดีขอรับ” พยัคฆ์ครามกล่าวรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหวังเหว่ย        “อืม พวกเจ้าทำได้ดีมากในเรื่องนี้” “จิวซื่อเรื่องการขายกระจกสื่อสารเคลื่อนย้ายเป็นไปได้ด้วยดีหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวขณะหันไปทางจิวซื่อ        “การขายกระจกสื่อสารเคลื่อนย้ายทั้งสามรุ่นเป็นไปได้ด้วยดีเจ้าค่ะ รุ่นทั่วไปได้ถูกขายออกไปหลายล้านชิ้นแล้ว ส่วนรุ่นพิเศษถูกขายออกไปนับแสนชิ้น และรุ่นหรูหราได้ถูกขายไปหลายหมื่นชิ้นแล้วเจ้าค่ะ” จิวซื่อกล่าวตอบหวังเหว่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม        “ดีมาก! ข้าฝากเจ้าดูแลในเรื่องนี้ด้วยล่ะจิวซื่อ สำหรับเรื่องราคาขายนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ข้าต้องการให้อุปกรณ์ชิ้นนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายไปทั่วทั้งสามอาณาจักร”        “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” จิวซื่อกล่าว        หวังเหว่ยได้ยิ้มตอบรับคำกล่าวของนาง จากนั้นเขาได้ให้เหล่าสัตว์อสูรแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ ส่วนเขาได้กลับไปยังที่พักและได้เริ่มฝึกฝนทักษะการต่อสู้เหมือนดั่งเช่นทุกวัน

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน