หวงเจียลี่ที่ยืนรออยู่นานแล้ว เมื่อเห็นเฟิ่งอิงฮวาเดินออกมาหาตนพร้อมกับพูดว่าจะเลี้ยงอาหารตนเองด้วยความยิ้มแย้มก็พาให้นางคลายความกังวลลงไปได้บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดจะเอ่ยปากถามออกไปด้วยความเป็ห่วงไม่ได้เช่นกัน เพราะเสี่ยวฮวาเล่นหายเข้าไปในห้องนั้นเสียนาน
"เสี่ยวฮวา มีเื่อะไรเกิดขึ้นหรือไม่? เหตุใดเ้าถึงเข้าไปนานนักล่ะ?"
"พอดีสมุนไพรที่ข้านำมามีจำนวนเยอะเ้าค่ะ ท่านหมอจึงใช้เวลาตรวจคุณภาพและแยกสมุนไพรพวกนั้นนานสักหน่อย ไม่ได้มีเื่อะไรหรอกเ้าค่ะ" เฟิ่งอิงฮวาก็ตอบออกไปโดยเลี่ยงที่จะบอกเื่สมุนไพรล้ำค่าไปก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อมองไม่เห็นยาที่อีกฝ่ายบอกว่าจะมาซื้อไปให้คนที่บ้าน
"พี่เจียลี่ ไหนยาของท่านล่ะเ้าค่ะ? ไม่ใช่ท่านบอกว่าจะมาซื้อยาไปให้ท่านย่าไม่ใช่หรือ?"
"อ่ะเอ่อ…พอดีว่าข้ามีเงินไม่พอนะ ครั้งก่อนๆก็ราคาเพียงแค่เทียบล่ะร้อยสิบอีแปะ แต่วันนี้ทางร้านแจ้งว่าราคาได้ปรับขึ้นมาเป็ร้อยสิบห้าอีแปะต่อเทียบแล้ว" หวงเจียลี่พูดออกมาด้วยความเศร้าสลดที่นางมีเงินไม่พอซื้อ แต่นี่เงินที่นางพกติดตัวมาก็เป็เงินเก็บทั้งหมดของที่บ้านแล้ว หลายปีมานี้เงินที่หามาได้ล้วนถูกใช้ไปกับค่ายาของท่านย่าไปหมดแล้ว
เฟิ่งอิงฮวาได้ยินเช่นนั้นก็เกิดสงสารพี่สาวตรงหน้าอย่างห้ามไม่ได้จริงๆ ั้แ่ได้มาอยู่ที่นี่มาสามเดือนกว่าๆแล้ว นางรู้ดีว่าชาวบ้านต่างก็อยู่กันอย่างยากลำบากเพราะอาหารและยาไม่ได้แพร่หลายดังเช่นในยุคที่นางจากมา ผู้คนที่นี่ไม่ค่อยรู้จักพืชผักที่นำมากินได้มากมายนัก พวกเขามักจะกินแต่ของที่เคยกิน ไม่ค่อยมีใครกล้ากินอะไรที่แปลกแยกเพราะกลัวถูกพิษ
"เอาเงินที่ข้าไปซื้อยาก่อนนะเ้าคะ" เฟิ่งอิงฮวาล้วงเอาก้อนเงินหนึ่งตำลึงเงินออกมายัดใส่มือของหวงเจียลี่พร้อมกับพูดกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มจริงใจ จากนั้นก็ไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธความช่วยเหลือด้วยการจับจูงมือหวงเจียลี่เดินกลับเข้าไปในร้านแล้วขอซื้อยาทันที
"อย่าพึ่งพูดอะไรเลยเ้าค่ะ ไหนๆเราก็ได้ยามาแล้ว ต่อไปก็ไปกินบะหมี่ที่ร้านนั้นกันก่อนเถอะเ้าค่ะ ข้าหิวมากแล้ว" เฟิ่งอิงฮวายิ้มกว้างให้กับหวงเจียลี่พร้อมทั้งรีบจูงมืออีกฝ่ายไปด้วยความรวดเร็วทันที
"ด่ะ เดี๋ยวๆ เดี๋ยวสิเสี่ยวฮวา" หวงเจียลี่คิดจะเอ่ยห้ามก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะตอนนี้ทั้งสองคนได้มานั่งอยู่ที่ร้านบะหมี่และเฟิ่งอิงฮวาก็เอ่ยสั่งบะหมี่เนื้อไปแล้วเช่นเดียวกัน
"เสี่ยวฮวา เ้าสั่งแค่ชามเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องสั่งให้ข้าด้วยหรอก" หวงเจียลี่พูดกับอีกฝ่ายด้วยความเกรงใจ แค่เงินหนึ่งตำลึงนั้นนางก็ไม่รู้ว่าจะหาจากที่ไหนมาคืนให้กับสหายผู้นี้แล้ว วันนี้เสี่ยวฮวายังใจดีเลี้ยงบะหมี่นางอีก คิดมาถึงตรงนี้แล้ว หวงเจียลี่ทั้งรู้สึกเกรงใจและละอายใจอย่างบอกไม่ถูก นางรู้สึกว่านางเอาเปรียบเสี่ยวฮวามากไปแล้ว
"พี่เจียลี่ไม่ต้องคิดมากไปหรอกเ้าค่ะ พวกเราเป็สหายกันแล้วนะเ้าคะ สำหรับข้าแล้ว…ข้าไม่คิดจะปล่อยให้สหายของข้าลำบากทั้งๆที่ข้าสามารถช่วยได้หรอกนะเ้าคะ ในเมื่อข้าพอจะช่วยได้ข้าก็อยากจะช่วยเ้าค่ะ ท่านเองก็อย่าได้คิดมากเลย" เฟิ่งอิงฮวาพูดขึ้นด้วยความจริงจังและจริงใจที่สุดแล้ว
ได้ยินคำพูดของเฟิ่งอิงฮวา หวงเจียลี่ถึงกับน้ำตาไหลออกมาด้วยความซาบซึ้งที่เสี่ยวฮวาที่พึ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่กลับมีน้ำใจช่วยเหลือนางมากขนาดนี้ กลับกัน…แม้แต่ครอบครัวของท่านตาท่านยายที่นางกับท่านแม่เคยไปขอหยิบยืมเงินกลับไม่ได้รับความช่วยเหลือ ซ้ำพวกนางสองคนแม่ลูกยังถูกด่าทอและถูกบ้านเดิมของท่านแม่ไล่กลับมาอย่างไม่ไว้หน้า
"เสี่ยวฮวา…ข้าขอบคุณเ้ามาก ข้าสัญญาว่าจะหาเงินมาคืนเ้าอย่างแน่นอน" หวงเจียลี่จ้องมองใบหน้าของสหายตรงหน้าพร้อมกับพูดสัญญาอย่างแน่วแน่
"ไม่ต้องคิดเื่นั้นแล้ว ตอนนี้เรากินกันก่อนเถอะเ้าค่ะ ขืนชักช้าบะหมี่จะเย็นชืดซะก่อน" เฟิ่งอิงฮวายิ้มบางให้กับสหายพร้อมกับพูดขึ้นด้วยอยากจะเปลี่ยนเื่ ดังนั้นบทสนทนาของทั้งคู่จึงจบลงเพียงเท่านี้ก่อนจะพากันก้มหน้ากินบะหมี่แสนอร่อยตรงหน้ากันเงียบๆ
ออกจากร้านบะหมี่ เฟิ่งอิงฮวาก็ได้หวงเจียลี่คอยบอกทางพานางไปซื้อข้าวของมากมายกลับบ้านไปด้วย ไหนๆวันนี้นางก็มีเงินมากมายในมือแล้ว ดังนั้นเฟิ่งอิงฮวาจึงได้ให้หวงเจียลี่พาไปซื้อข้าวและธัญพืชอีกหลายชั่ง ไหนจะพวกเครื่องปรุงและเครื่องครัวที่นางยังขาดอีกหลายอย่าง ที่สำคัญนางยังไปหาซื้อจอบกับเสียมกลับมาไว้ใช้งานที่บ้านหลังน้อยของนางด้วย
หวงเจียลี่ที่เห็นว่าเสี่ยวฮวาซื้อของมากมายและจ่ายเงินจำนวนมากออกไปอย่างไม่นึกเสียดายก็พาให้หัวใจดวงน้อยๆของหญิงสาวรู้สึกเ็ปและแสนจะเสียดายเงินพวกนั้นยิ่งนัก ส่วนเฟิ่งอิงฮวาที่ไม่ได้รับรู้ความคิดของสหายก็ได้แต่เดินซื้อของร้านนั้นทีร้านนี้ทีอย่างมีความสุข
"เสี่ยวฮวา เ้าพอก่อนดีหรือไม่? ยามนี้ใกล้จะเข้ายามอู่แล้ว พวกเรารีบกลับไปให้ทันนั่งเกวียนของท่านลุงหวงเหวินกันก่อนดีหรือไม่?" หวงเจียลี่พูดขึ้นอย่างไม่เป็ธรรมชาติ นางรู้สึกว่าสหายของนางคนนี้ช่างใช้จ่ายเงินได้อย่างฟุ่มเฟือยเสียจริง
"ข้าซื้อของครบแล้วพอดีเลยเ้าค่ะ เช่นนั้นพวกเราก็กลับกันเถอะ" เฟิ่งอิงฮวายังหันมาพูดกับสหายด้วยความสดใสเช่นเคย
หวงเจียลี่ได้แค่คิดในใจว่าวันนี้เสี่ยวฮวาคงจะขายสมุนไพรได้ราคาดีมากแน่ๆ ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายคงจะไม่ซื้อข้าวของมากมายถึงเพียงนี้หรอก แม้จะคิดเช่นนั้น แต่เมื่อเห็นเสี่ยวฮวาที่ใช้เงินอย่างมือเติบเช่นนั้นก็อดเป็ห่วงไม่ได้ ดังนั้นนางจึงได้หันไปพูดกับอีกฝ่ายเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน "เสี่ยวฮวา เ้าต้องรู้จักเก็บเงินเอาไว้บ้างนะ ภายหน้าหากมีเื่จำเป็เ้าจะได้ไม่ลำบาก"
"ขอบคุณพี่เจียลี่ที่เป็ห่วงเ้าค่ะ แต่ของที่ซื้อวันนี้เป็ของที่จำเป็จริงๆนะเ้าคะ ท่านก็รู้ว่าข้าพึ่งย้ายมาที่นี่ได้ไม่นาน ที่บ้านของข้ายังขาดข้าวของพวกนี้อยู่จริงๆ วันนี้ข้าโชคดีขายสมุนไพรมาได้ราคาดีจึงอยากจะซื้อกลับไปทีเดียวเลย ต่อไปก็คงจะไม่ได้ซื้อของมากมายเช่นนี้แล้วล่ะเ้าค่ะ"
เฟิ่งอิงฮวาเองก็เข้าใจดีว่าอีกฝ่ายเอ่ยเตือนเพราะความเป็ห่วง ดังนั้นนางจึงอธิบายกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มไม่ได้คิดโกรธเคืองแต่อย่างใด ส่วนทางด้านของหวงเจียลี่ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะนางเองก็พอจะรู้มาว่าสหายของนางคนนี้ใช้เงินทั้งหมดที่มีติดตัวซื้อที่ดินและสร้างบ้านไปจนหมดแล้ว ไหนเลยจะมีเงินซื้อข้าวของเข้าบ้านได้ครบกัน
ในเมื่อวันนี้ขายสมุนไพรได้เงินมามากก็เป็ธรรมดาที่เสี่ยวฮวาจะซื้อของเข้าบ้านมากมายเช่นนี้ "เข้าใจแล้ว ใกล้จะถึงหมู่บ้านแล้วล่ะ ข้าว่ากลับถึงบ้านแล้วจะลองขึ้นเขาไปหาเก็บผักป่าดูสักหน่อย เ้าสนใจจะไปด้วยกันหรือไม่?"
"ไปเ้าค่ะ ข้าเองก็ตั้งใจว่าจะขึ้นไปดูกับดักสัตว์เหมือนกัน เมื่อเช้ายังไม่ได้ไปดูเพราะรีบเข้าเมืองมาซะก่อน" เฟิ่งอิงฮวาพยักหน้าตกลงพร้อมพูดด้วยรอยยิ้มสดใส
หวงเจียลี่กลับมาถึงบ้านก็ได้บอกกล่าวกับครอบครัวว่าตอนนี้ราคายาของท่านย่าได้ขึ้นราคาแล้ว อีกทั้งยังเล่าให้ทุกคนในครอบครัวได้ฟังด้วยว่าที่นางสามารถซื้อยากลับมาได้ถึงสองเทียบนั้นเพราะเสี่ยวฮวาช่วยออกเงินให้และนำเงินที่เหลือจากจ่ายค่ายาส่งให้กับท่านแม่ของนาง
"ลี่เออร์ เ้ารับเงินจากเสี่ยวฮวามาเช่นนี้ได้อย่างไรกัน? เ้ารีบนำเงินนี้ไปคืนนางเร็วเข้า ส่วนเงินที่ซื้อยานี้พ่อจะรีบหามาคืนให้นางให้เร็วที่สุด" หวงหยุนพูดขึ้นมาด้วยความใที่บุตรสาวของตนไปเอาเงินมาจากผู้อื่นเช่นนี้
"ท่านพ่อ ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากจะคืนให้นาง แต่ไม่ว่าข้าจะพูดเช่นไร เสี่ยวฮวาก็ไม่ยอมรับเงินคืนท่าเดียว เช่นนี้แล้วข้าจะทำอย่างไรได้" หวงเจียลี่ก็พูดขึ้นมาด้วยความจนใจเช่นกัน
ครอบครัวของหวงเจียลี่พากันนั่งฟังเื่ราวที่บุตรสาวเล่าแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจพร้อมทั้งรู้สึกขอบคุณเฟิ่งอิงฮวาที่นางช่วยเหลือครอบครัวของพวกเขาในครั้งนี้มาก ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับเงินนี้กลับคืนไป เช่นนั้นพวกเขาก็จะถือว่าครอบครัวหวงได้ยืมเงินนี้จากเฟิ่งอิงฮวามาก่อนก็แล้วกัน หลังจากพูดคุยกันเข้าใจแล้ว หวงเจียลี่ก็สะพายตระกร้าขึ้นหลังแล้วเดินออกจากบ้านไปทันที
เฟิ่งอิงฮวาที่ยืนรอสหายอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินมาถึงทั้งสองคนก็รีบพากันขึ้นเขาไปตรวจดูกับดักสัตว์ที่เฟิ่งอิงฮวาไปวางเอาไว้ก่อนเป็ลำดับแรก หวงเจียลี่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นว่ามีไก่ป่ากับกระต่ายป่ามาติดกับดักของเสี่ยวฮวาจริงๆ
"โอ้โห!! กับดักของเ้ามีสัตว์มาติดทุกอันเลย เสี่ยวฮวา…เ้าสุดยอดมาก!!!" หวงเจียลี่พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ไม่ใช่แค่หวงเจียลี่แล้วที่ตื่นเต้น แม้แต่เฟิ่งอิงฮวาก็ตื่นเต้นจนหุบยิ้มไม่ได้เช่นกัน นางดีใจจนเผลอะโไชโยด้วยความดีใจเลยทีเดียว "พี่เจียลี่ วันนี้พวกเราก็จะได้กินเนื้อกันอีกแล้วล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า"
"เ้าจะแบ่งให้ข้าอีกแล้วหรือ? ไม่ได้นะ!! เ้าให้ข้ามาเยอะแล้ว ข้ารับอีกไม่ได้แล้ว มันเป็การเอาเปรียบเ้ามากเกินไป เ้าเอากลับไปเก็บไว้กินที่บ้านเถอะ" หวงเจียลี่รีบพูดขึ้นมาด้วยความใ 'ให้ตายสิ!! เ้าเด็กคนนี้ไม่คิดจะหวงของบ้างเลยหรืออย่างไรกัน? ได้อะไรมาก็จ้องแต่จะแบ่งปันผู้อื่นเช่นนี้ หากเจอคนไม่ดีเข้าจะทำอย่างไร?'