อสูรล้างสวรรค์

ตอนที่ 170 ดินแดนแห่งทวยเทพ

   อย่าลืมว่าโจวเย่ เขายังเป็นนักปรับแต่งระดับที่หก! และเขายังเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุอีกด้วย! เหลียนยี่กล่าวอย่างเคร่งขรึม นักปรับแต่งระดับหก เหลียนยี่รู้ดีว่าตัวตนของปรมาจารย์นักปรีบแต่งอาวุธนั้นน่ากลัวเพียงใด


           เป็นเพราะเหตุนี้เองที่เหลียนยี่ จึงยังไม่ได้แสดงจุดยืนของเขา


           เมื่อได้ยินสิ่งนี้เหลียนซุนและผู้อาวุโสก็เงียบ


           โจวเย่ เด็กชายอายุสิบเจ็ดปีที่มีตัวตนที่น่าสะพรึงกลัว เขาเป็นนักปรับแต่งอาวุธและนักเล่นแร่แปรธาตุ พรสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวนี้ เขาทำมันได้อย่างไร ?


             โจวเย่ เขาได้รับการสนับสนุนจากคนที่แข็งแกร่งหรือไม่ นี่คือสิ่งที่เหลียนยี่กังวลมากที่สุด


                พวกเจ้าไม่เคยไปที่แผ่นดินอเวจี พวกเจ้าไม่รู้ว่าฐานะที่ยอดเยี่ยมของนักปรับแต่งอาวุธระดับที่หกคืออะไร และข้าไม่รู้ว่าโจวเย่มีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ฮั่นซิงเหรินกล่าวอย่างเคร่งขรึม


           เมื่อได้ยินสิ่งนี้ การแสดงออกของเจ้าหน้าทีและผู้อาวุโสหลายคนในห้องโถงก็เปลี่ยนไปอย่างมาก



              การมีอยู่ของนักปรับแต่งอาวุธระดับหกนั้นน่ากลัวจริงๆ 



            ท่านพ่อ บางทีโจวเย่อาจจะได้รับมรดกบางอย่าง และอาจจะไม่มีใครอยู่เบื้องหลังเขา หากเขามีใครอยู่เบื่องหลังคนผู้นั้นต้องออกมาแล้ว กู่ซืออ้าวกล่าว


เหลียนซุนพยักหน้า แต่ไม่แน่ใจ


                 แต่คำพูดของ เหลียนซืออ้าว ก็สมเหตุสมผลเช่นกัน 



        ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า เราจะต้องกำจัดโจวเย่ คนๆ นี้มีความทะเยอทะยานและเป็นภัยคุกคามของนิกายเมฆาสวรรค์มากเกินไป 


           หลังจากคิดอยู่นาน เหลียนยี่ก็พูดอย่างเคร่งขรึม หลังจากรายการอัจฉริยะจบลงแล้ว เราค่อยกำจัดโจวเย่ซะ


-



อีกด้านหนึ่ง    



            เจ้านิกายเจียงหลิว ท่านได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้าจะพาท่านกลับไปรักษาก่อน เจียวมิ่งกล่าวขึ้น


             การปรากฏตัวของนิกายเมฆาสวรรค์ที่แข็งแกร่งทำให้หวังเจียงหลิวกังวลมาก


              หลังจบสงคราม หวังเจียงหลิวและเจียวมิ่งก็เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ที่นี่ แต่นิกายเมฆาสวรรค์ก็ไม่ได้ลงมืออะไรเลย


           ไปกันเถอะ หวังเจียวหลิวพยักหน้า แต่เขายังคงกังวลอยู่ในใจ



           ในอีกด้านหนึ่ง รั่วเฉิน ได้ตามโจวเย่ไปที่ดินแดนแห่งทวยเทพเพื่อรายงานสถานการณ์


            นิกายเมฆาสวรรค์ช่วยเหลือตระกูลฮั่น รั่วเฉินต้องแจ้งให้โจวเย่ทราบโดยเร็วที่สุด และในขณะเดียวกัน เขาต้องการแผนสำหรับขั้นตอนต่อไปด้วย


               รั่วเฉินไม่รู้ว่านิกายเมฆาสวรรค์จะเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ แต่เขาต้องเตรียมแผนไว้


             นกกระเรียนขาวบินไปตลอดทาง สองวันต่อมา เมิ่งจางหลันและคนอื่น ๆ ได้เข้ามาในเขตดินแดนแห่งทวยเทพแล้ว และพวกเขาก็ยังคงรีบเร่งไปยังลานการต่อสู้แห่งทวยเทพต่อไป 



              เมื่อเข้าสู่เทือกเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของดินแดนแห่งทวยเทพ เมิ่งจางคง และหลิวจางหลัน ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทหารที่เฝ้าชายแดนไม่ได้ปิดกั้นทางเข้าสู่ดินแดนแห่งทวยเทพ 


                ดินแดนแห่งทวยเทพ ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนของสามจักรวรรดิ 


               เเม่ทัพที่คอยเฝ้าชายแดนในตอนนี้คือ เเม่ทัพหนานเจียง 


          แม่ทัพหยานเจียงปรากฏตัวที่นี่ โจวเย่ก็เดาได้ว่าหนานเป่ยหลินเองก็อยู่ที่นี่ด้วย 


              ทันทีที่พวกเขามาถึงขอบด้านนอกของดินแดนแห่งทวยเทพ ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงพลังแห่งสวรรค์และโลกที่หนานแน่น ซึ่งมันน่าตกตะลึงมาก



                  ระหว่างทางมีทหารจักรวรรดิจำนวนมาก เรียกได้ว่ามีทหารคุ้มกันอย่างแน่นหนา


                ทหารจำนวนมากจากทั้งสามจักรวรรดิมารวมตัวกันที่ทางเข้าหุบเขาดินแดนแห่งทวยเทพ 


                 ดินแดนแห่งทวยเทพ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีมนต์ขลังมาก 


               ในอดีต เพื่อแย่งชิง ดินแดนแห่งทวยเทพนี้ จักรวรรดิทั้งสามได้ปะทุสงครามเมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และในที่สุดทั้งสามจักรวรรดิก็ตั้งขอตกลงสงบศึกขึ้น และข้อตกลงสงบศึกคือการแข่งขันเพื่อเข้าร่วมบดทดสอบทั่งสามของทวยเทพ 


                ดินแดนแห่งทวยเทพที่อยู่ในกลางหุบเขานั้นมีขนาดใหญ่มาก พร้อมด้วยถนนบนภูเขาที่ขรุขระ มีต้นไม้และเถาวัลย์มากมาย 


               และนี่เป็นเพียงบริเวณรอบนอกของดินแดนแห่งทวยเทพ 


           ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าพลังแห่งสวรรค์และโลกจะหนาแน่นเพียงใดเมื่อไปถึงดินแดนแห่งทวยเทพ ดินแดนแห่งทวยเทพนี้เป็นสถานที่มหัศจรรย์จริงๆ เถียนซีเว่ย แอบพูด เธออยากรู้อยากเห็นมาก


                 มันเป็นสถานที่ที่มอัศจรรย์จริงๆ" โจวเย่ก็ค่อนข้างประหลาดใจเช่นกัน ทันทีที่เขาเข้ามาในบริเวณรอบนอกของภูเขาดินแห่งทวยเทพ โจวเย่ก็สามารถได้กลิ่นของสมุนไพรแล้ว


               คุณชายเย่!” ไม่นานหลังจากที่โจวเย่และคนอื่น ๆ เข้ามาในบริเวณรอบนอกของภูเขา เสียงตะโกนของรั่วเฉินก็ดังมาจากด้านหลังหลัง รั่วเฉินไม่ต้องการให้เด็กนักเรียนทราบตัวตนของโจวเย่ เขาเลยต้องเปลี่ยนวิธีการเรียกเมื่ออยู่ต่อหนาคนอื่น



            รั่วเฉินเหรอ? โจวเย่มองย้อนกลับไปด้วยความประหลาดใจ 


             ท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านผู้อาวุโส ท่านไปก่อนเลย โจวเย่หันไปกล่าว กับเมิ่งจางคงและผู้อาวุโสคนอื่นๆ


เมิ่งจางคงหันมาพยักหน้า แล้วจากไป


             เมื่อเห็นว่า เมิ่งจางคงและคนอื่น ๆ จากไป รั่วเฉิน ก็เริ่มรายงานทันที ท่านเจ้าสำนัก นิกายเมฆาสวรรค์ส่งผู้ฝึกยุทธ์์ที่แข็งแกร่งหลายคนมาช่วยเหลือตระกูลฮั่นจำนวนยี่สิบกว่าคน เราล้มเหลวในการกำจัดตระกูลฮั่น และท่านเจ้านิกายหวังเจียงหลิวได้รับบาดเจ็บสาหัส และกองกำลังอื่นๆก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แต่ข้าได้ให้คนของเรา พาพวกเขากลับไปเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของพวกเขาแล้ว”


             นิกายเมฆาสวรรค์เหรอ ?” โจวเย่ขมวดคิ้ว


               ผู้บาดเจ็บของฝั่งเราเป็นยังไงบ้าง” โจวเย่ถามอย่างจริงจัง


                 มีผู้เสียชีวิตไม่มาก แต่ตระกูลฮั่นเหลือผู้คนเพียงยี่สิบกว่าคน รั่วเฉินตอบด้วยความเคารพ


                 โจวเย่พยักหน้าและกล่าว ไม่ต้องสนใจพวกเขาในตอนนี้



               โจวเย่ในตอนนี้ ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่า และนั่นก็คือการแข่งขันจัดอันดับการต่อสู้อัจฉริยะ


               เมื่อเข้าสู่ดินแดนแห่งทวยเทพ โจวเย่ก็ถูกดึงดูดด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างสมบูรณ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีมนต์ขลังเช่นนี้ หากติดอันดับ เขาจะสามารถเข้าร่วมบดทดสอบแห่งทวยเทพได้ และหากเขาผ่านการทดสอบบางที่เขาอาจจะได้รับสมบัติอันทรงพลัง 


                มีนักเรียนเพียงสิบห้าคนจากสามจักรวรรดิที่เข้าร่วมในการต่อสู้ในรายการอัจฉริยะ ห้าอันดับแรกสามารถเข้าไปในดินแดนแห่งทวยเทพเพื่อเข้าร่วมบททดสอบทั้งสามแห่งทวยเทพได้ ซึ่งไม่ยากเกินไปสำหรับโจวเย่     


               ดินแดนแห่งทวยเทพ ตั้งอยู่กลางหุบเขา หากต้องการเข้าไปในดินแดนแห่งทวยเทพต้องเข้าประตูมิติไป   


             ด้วยเหตุนี้ ทหารของจักรวรรดิจึงทำได้เพียงปิดล้อมภูเขาด้านนอกเท่านั้น


           สี่ชั่วโมงต่อมา เมิ่งจางคงและคนอื่นๆ ก็มาถึงลานการต่อสู่ของดินแดนแห่งทวยเทพแล้ว และไม่นานโจวเย่ก็ไล่ตามหลังมา