ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่56 ชวีเก้อและการประลองวาดรูป

    “ บ้าเอ๊ยแกกล้าหลอกฉัน? ฉันเกือบจะซื้อไปแล้วเชียว ! บัดซบ ! ’’ หลังจากที่ยูหมิงเดินออกไปจู้ยันก็อดไม่ได้ที่จะจ้องไปยังเจ้าของร้านด้วยสายตาหงุดหงิด

     

    เจ้าของร้านที่ได้ยินถึงกับสะดุ้งเขารีบก้มหน้าทันที “ เอ่อมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะคุณชาย ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นของปลอม’’

     

    “ หา !ไม่รู้ ? ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้แกเป็นคนยอมรับออกมาเองรึไง ?ไอ้บ้าเอ๊ย ! ’’ จู้ยันรู้สึกอยากจะคลั่งจนแทบบ้าไอ้เจ้าของร้านคนนี้มันปัญญาอ่อนรึไง มันเพิ่งยอมรับออกมาเองแท้ๆแล้วนี่จะมากลับคําพูด ? ไอ้ปัญญาอ่อนเอ๊ย !

     

    ‘ เขาเป็นใครกันแน่นะ? ’ ตรงข้ามกัน ลี่หยานเดินออกมาแล้วครุ่นคิดเขาสงสัยเป็นอย่างมากว่าอีกฝ่ายเป็นใครเพราะในแวดวงนักประเมินวัตถุน่ะเขายังไม่เคยได้ยินข่าวลือของคนๆนี้มาก่อนเลย

     

    ภายในร้าน เสียงของจู้ยันที่หงุดหงิดดังขึ้นตลอดก่อนจะหยุดจากนั้นจู้ยันก็เดินออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิด “ บัดซบ ! สายตาของฉันคนนี้พร่ามัวเท่านั้นแหละหากไม่แล้วมันคงไม่ได้กินเงินของฉันหรอก ! ’’ ตอนนี้เขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากที่พ่ายแพ้การพนันกับคนที่ไม่รู้จักแถมยังต้องเสียเงินสองล้านหยวนไปฟรีๆอีก

     

    “ นายจะโอนให้เขา? ’’ เงินสองล้านหยวนไม่ใช่เงินน้อยๆ ลี่หยานจึงประหลาดใจ

     

    “ แกประหลาดใจ? จะบอกอะไรให้นะ ถึงฉันคนนี้จะหยิ่งยโสมากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่เคยผิดคําพูดหรอกเฟ้ย! ’’ จู้ยันกลอกตาไปมาก่อนจะพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น

     

    “ โอ้ !ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่านายเองก็เป็นคนมีคําพูดเหมือนกัน ’’ นัยน์ตาของลี่หยานสะท้อนให้เห็นถึงความประหลาดใจเขารู้สึกว่าตั้งแต่วันนี้เขาคงต้องมองไอ้นายน้อยคนนี้ใหม่ซะแล้ว

     

    “ ว่าแต่บัญชีมันชื่ออะไรนะ? สงสัยต้องกลับเข้าไปถามไอ้เจ้าของร้านซังกะบ๊วยนั่นอีกแล้ว! ’’ จู้ยันนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถามถึงบัญชีธนาคารจากเจ้าของร้านดังนั้นเขาจึงได้รีบกลับเข้าไปโดยไม่สนใจลี่หยานที่ยืนมองตามหลังมา

     

    “ สงสัยในเร็วๆนี้คงจะมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นอย่างแน่นอน’’ ลี่หยานมองจู้ยันที่วิ่งกลับไปในร้านแล้วหัวเราะออกมา

     

    …

     

    ณ บริษัท GSO

     

    ที่ห้องประชุมใหญ่ในตอนนี้มีผู้คนกําลังนั่งมองไปยังจุดศูนย์กลางของโต๊ะประชุมด้วยสีหน้าตกตะลึงชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าดูดีที่ถูกจับจ้องก็ได้เอ่ยขึ้น “ พวกคุณคงจะได้ยินกันแล้วในตอนนี้ฉายาพิเศษของเราที่ทางเราไม่คิดว่าจะมีใครได้รับมันมันได้ถูกมอบให้กับผู้เล่นคนหนึ่งไปแล้ว แถมผู้เล่นคนนี้ยังเป็นผู้เล่นที่เพิ่งเข้าเล่นครั้งแรกอีกด้วย! ’’

     

    วินาทีถัดมาเสียงของผู้คนในห้องประชุมก็ดังขึ้นเป็นแถบๆ

     

    “ เป็นไปไม่ได้!ฉายานั้นเป็นเพียงฉายาที่ถูกคิดค้นขึ้นมาจากความผิดพลาดของระบบแล้วมันจะมีผู้เล่นที่สามารถได้รับมันได้ยังไง?! ’’

     

    “ ใช่ๆรวมถึงเรื่องที่เขาเป็นผู้เล่นมือใหม่ที่เพิ่งเข้าเล่นนี่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลย! ’’

     

    “ เป็นไปไม่ได้! ’’

     

    “ ผมก็คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้! ’’

     

    “ ฉันก็ด้วยค่ะ! ’’

     

    “ … ’’

     

    นัยน์ตาของชายวัยกลางคนเกอเหลียวปรากฏความสับสนให้เห็นใช่แล้ว เขาเองก็สงสัยและสับสนเช่นเดียวกันกับทุกคนเพราะเขารู้ดีว่าการที่จะได้รับฉายานั้นมันเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้ !

     

    นอกซะจากว่า…

     

    นอกซะจากว่าเขาจะเป็นยอดมนุษย์!

     

    ซึ่งนี่มันก็เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!

     

    “ อืมผมเองก็คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นผมจึงคิดว่าเขาอาจจะทําการแฮกระบบของเราก็ได้ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถทําอย่างนั้นได้หรอก ’’ เมื่อพูดจบเกอเหลียวก็โบกมือให้สัญญาณกับพนักงานคนหนึ่ง พนักงานคนนั้นที่เห็นก็รีบพยักหน้า

     

    วินาทีต่อมาที่จอมอนิเตอร์ด้านหลังของเกอหลียวปรากฏวิดีโอการเล่นของกลุ่มยูหมิงและอู้เจ๋อทุกๆคนที่ได้เห็นต่างสงสัยว่าท่านประธานเปิดขึ้นมาทําไมต่อมาไม่นานหลังจากที่พวกเขาได้ดูมันจนจบพวกเขาก็ต้องตกตะลึง

     

    “ พละกําลังนั่น? เขาต้องเป็นแฮกเกอร์แน่ๆ ! ’’

     

    “ ใช่แน่นอน! ไม่งั้นคงไม่มีทางที่ผู้เล่นธรรมดาจะสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วแบบนั้นหรอก !’’

     

    “ ไม่ต้องพูดถึงผู้เล่นธรรมดาหรอกแม้แต่ผู้เล่นมือโปรที่เก่งที่สุดยังไม่สามารถทําได้เลย นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าระบบของเราในตอนนี้ได้ถูกแฮกโดยใครบางคนและชายหนุ่มคนนั้นก็เป็นคนเข้ามาทดสอบ หรือไม่เขาก็อาจจะเป็นคนที่แฮกโดยตรงเลย !’’

     

    “ … ’’

     

    ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นออกมาด้วยใบหน้าซีเรียสเพราะการถูกแฮกนั้นเป็นอะไรที่ร้ายแรงมาก บางที่นั่นอาจจะนํามาซึ่งการคัดลอกระบบของบริษัทพวกเขาไปสร้างเกมส์ใหม่ที่ดีกว่าเดิมได้ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นกังวลเป็นอย่างมากนั่นเอง

     

    “ อืมแต่เราก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะเอาความผิดเขา ดังนั้นขอให้ทุกคนรอดูไปอีกทีก่อนแล้วกัน’’ ทางด้านเกอเหลียวที่ได้ยินความคิดเห็นของทุกคนก็พยักหน้าเบาๆเขาเองก็เป็นกังวลไม่น้อยแต่ในเมื่อยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าอีกฝ่ายเป็นแฮกเกอร์จริงๆเขาจะไปเอาความผิดกับอีกฝ่ายได้อย่างไร

     

    ทั้งหมดที่ทําได้ในตอนนี้คงมีแต่ต้องรอรอดูสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น !

     

    เมื่อเกอเหลียวประชุมถึงเรื่องนี้เสร็จเขาก็ได้สั่งให้ผู้คนแยกย้ายไปวินาทีต่อมามีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา “ เมียวอ๋อง ! ’’

     

    ชายที่เดินเข้ามาเป็นชายวัยกลางคนอีกคนที่ดูดีเช่นกันอย่างไรก็ตามเขากลับดูแข็งแรงกว่าเกอเหลียวเป็นอย่างมาก ใบหน้าของเขาแจ่มใสอย่างเห็นได้ชัด

     

    “ ฉันรู้เรื่องทั้งหมดแล้วจะให้ฉันส่งคนไปสืบให้รึเปล่า ? ’’ เมียวอ๋องมองเกอเหลียวแล้วพูด

     

    “ อืมฝากด้วยล่ะ ’’ เกอเหลียวพยักหน้าถึงตอนนี้จะยังไม่เกิดอะไรขึ้นแต่อย่างน้อยก็ต้องเตรียมการกันไว้ก่อน

     

    หลังจากที่ได้รับการยืนยันแล้วเมียวอ๋องก็บอกลากับเกอเหลียวก่อนจะเดินออกไป

     

    …

     

    ติ๊ง

     

    “ โอ๊ะคุณคนนั้นโอนมาให้จริงๆด้วย ’’ ยูหมิงที่กําลังนั่งดื่มนํ้าชาในร้านนํ้าชาพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจเพราะในตอนนี้เขาได้รับการแจ้งเตือนถึงเงินที่ถูกโอนเข้ามานับสองล้านหยวน

     

    “ ตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็นแล้วฉันควรเที่ยวเล่นอีกซักหน่อยแล้วกลับน่าจะดีกว่า ’’ หลังจากที่ได้มองดูยอดเงินที่เพิ่มเข้ามายูหมิงก็เก็บโทรศัพท์เข้าไปแล้วพึมพําเพราะในตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นแล้วดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะเที่ยวต่ออีกซักหน่อยก่อนจะกลับไปยังมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

     

    ต่อมาเมื่อยูหมิงดื่มนํ้าชาเสร็จเขาก็ตรงไปจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้าน แต่ในขณะที่เขากําลังจะเดินไปยังทิศทางอื่นเขาก็บังเอิญเห็นคนที่รู้จักแล้วอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ “ นั่นมันฮั่นเสี่ยวนี่หน่า…’’

     

    ที่ตรงกันข้ามของร้านนํ้าชามีร้านอาหารแห่งหนึ่งที่บ่งชี้ว่าเป็นภัตตาคารระดับห้าดาวภายในร้านมีหญิงสาวคนหนึ่งที่กําลังนั่งทานอาหารกับชายหนุ่มและชายวัยกลางคนๆหนึ่งอยู่ข้างๆของพวกเขามีชายกํายํานั่งทานอาหารอยู่ด้วย

     

    “ เป็นไงอร่อยไหมคุณฮั่นเสี่ยว ? ’’ ชายหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลามองดูหญิงสาวตรงหน้าที่กําลังทานอาหารแล้วถามขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

     

    “ เฉยๆ’’ ฮั่นเสี่ยวตอบอย่างไม่ใส่ใจ สําหรับเธออาหารพวกนี้มันธรรมดามากมันไม่สามารถแม้แต่จะได้ครึ่งหนึ่งของรสชาติของอาหารที่ยูหมิงทําได้เลย

     

    “ เฉยๆ ?ทําไมเธอถึงพูดอย่างนั้นล่ะ ? อาหารทั้งหมดนี้ผมเป็นคนขอให้เชฟระดับห้าดาวทําให้เลยนะซึ่งนี่ไม่ใช่โอกาสง่ายๆนะที่จะได้กินน่ะ ’’ ชวีเก้อถามอย่างประหลาดใจ

     

    ชายวัยกลางคนที่ข้างๆเองก็อดไม่ได้ที่จะมองไปทางฮั่นเสี่ยวด้วยความไม่พอใจ “ เสี่ยวเอ๋อร์ลูกทําหน้าตาให้มันดีๆหน่อยเดี๋ยวอีกสามวันข้างหน้าลูกก็ต้องเข้างานแต่งกับคุณชายชวีเก้อแล้วลูกจะมัวมาทําหน้าตาบูดเบี้ยวอยู่ทําไม ? ’’

     

    ฮั่นเสี่ยวที่กําลังทานอาหารอยู่พลันหยุดทานแล้วหันไปทางชายวัยกลางคนทันที “ พ่อ นี่พ่อจะให้ฉันแต่งงานกับคนที่ไม่แม้จะรู้จักงั้นเหรอ? อีกอย่างฉันก็ไม่ต้องการด้วย ! ’’

     

    “ ฮะฮะ’’ ชวีเก้อเพียงมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าแล้วหัวเราะเบาๆเขาไม่สนใจสองพ่อลูกตรงหน้าหรอกเพราะยังไงซะฮั่นเสี่ยวก็ต้องแต่งงานกับเขาในอีกสามวันข้างหน้านี้ !

     

    “ ทําไม ?คุณชายชวีเก้อเองก็เป็นนายน้อยอันดับต้นๆของเมืองหลวงเหมือนกันนะลูกไม่รู้สึกดีรึยังไงที่จะได้แต่งงานกับเขาน่ะอีกอย่างนี่ก็ถือว่าเป็นการทําเพื่อครอบครัวของเรานะหากไม่แล้วธุรกิจของครอบครัวเราคงจะได้ล้มละลายเอาแน่ๆ ’’ ฮั่นฟางจ้องมองลูกสาวของตัวเองกลับไปอย่างไม่สนใจในความคิดของเขานี่มันก็เพื่อครอบครัวอีกอย่างการได้แต่งงานกับคุณชายชวีเก้อน่ะมันจะช่วยทําให้ระดับฐานะของครอบครัวเขาดีขึ้นได้

     

    “ คุณชาย ?หึ ! คุณชายอย่างเขาทําอะไรเป็นบ้างล่ะ ? ก็แค่เกิดมาในตระกูลที่รํ่ารวยเท่านั้นแหละ! ’’ ทางด้านฮั่นเสี่ยวที่ได้ยินก็พลางมองดูชวีเก้อแล้วแค่นเสียงอย่างไม่พอใจถึงแม้ธุรกิจของครอบครัวเธอจะล้มละลาย แต่เธอก็รู้ดีว่าทางครอบครัวก็ไม่ได้ลําบากยํ่าแย่อะไรขนาดนั้นเพราะงั้นเธอจึงรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่พ่อของเธอหมั้นเธอกับชวีเก้อโดยที่เธอไม่รู้เรื่อง!

     

    “ ฮะฮะ คุณถามว่าผมทําอะไรเป็นบ้างงั้นเหรอ? เอางี้ดีไหมผมจะวาดรูปให้คุณดูเป็นไง ? ’’ ทางด้านชวีเก้อไม่เพียงแต่ไม่โกรธแต่เขายังได้หัวเราะด้วยความอารมณ์ดีออกมาอีกด้วย

     

    “ คุณชายชวีเก้อน่ะเป็นถึงจิตกรระดับห้าดาวเลยนะเธอควรจะดีใจเข้าไว้ที่จะได้เห็นคุณชายชวีเก้อวาดรูป ! ’’ ในตอนนั้นคนที่นั่งเงียบๆอยู่ตลอดอย่างชายกํายําก็ได้มองฮั่นเสี่ยวแล้วพูดขึ้น

     

    “ จิตกรระดับห้าดาว? หึ ต่อให้ดาวเยอะแค่ไหนนั่นมันก็แค่ดาวเพราะยังไงซะนายก็ไม่มีทางวาดรูปให้สวยจริงๆได้หรอก ! ’’ ฮั่นเสี่ยวไม่สนใจชายกํายําแล้วพูดตอกหน้ากลับไป

     

    “ นั่นก็จริง! แต่ผมก็กล้าพูดว่าถ้าสุ่มคนมาประลองการวาดรูปกับผม ผมก็สามารถบอกได้เลยว่าจะชนะ! แถมรูปของผมยังต้องห่างชั้นกับเขามากอีกด้วยเอางี้ดีไหมผมจะสุ่มคนๆหนึ่งมาแล้วมาประลองวาดรูปกับผมหากผมชนะเขาด้วยความห่างชั้นที่มากกว่า คุณจะต้องไม่พูดอะไรอีก ! ’’ ชวีเก้อพยักหน้าเบาๆ

     

    “ แล้วถ้านายแพ้ล่ะ? ’’ ฮั่นเสี่ยวขมวดคิ้วถาม ข้อเสนอของอีกฝ่ายน่าสนใจไม่น้อยเพราะถ้าอีกฝ่ายสุ่มคนมาจริงๆแล้วประลองชนะแต่ไม่ได้ชนะด้วยความห่างชั้นที่เทียบไม่ติดนั่นก็จะถือว่าไม่ชนะ ดังนั้นเธอจึงให้ความสนใจไม่น้อยเพราะถึงยังไงซะเธอก็มีแต่ต้องแต่งอยู่ดีถ้างั้นสู้คว้าโอกาสอันน้อยนิดเอาไว้ไม่ดีกว่าเหรอ ? เพราะบางทีสวรรค์อาจจะเข้าข้างเธอส่งคนที่วาดรูปได้ขั้นเทพมาให้ก็ได้!

     

    “ ถ้าผมแพ้ผมก็จะยกเลิกงานแต่งในอีกสามวันข้างหน้าให้เอง! ’’ ชวีเก้อพูดด้วยนํ้าเสียงมั่นใจออกมา เขาน่ะหรือจะแพ้ ?เหอะ ! ถ้าหากเขาแพ้คงต้องไปโทษสวรรค์แล้วล่ะ !

     

    “ คุณชายชวีเก้อเรื่องนี้มัน…’’ ฮั่นฟางที่ได้ยินก็พลันรู้สึกใจหาย

     

    “ อะไรกัน ?นี่คุณกําลังดูถูกฝีมือของผมอยู่อย่างนั้นเหรอ ? ’’ ชวีเก้อหันไปทางฮั่นฟางแล้วขมวดคิ้ว ไอ้นี่มันกําลังดูถูกฝีมือของเขาอยู่อย่างแน่นอน!

     

    “ ปะ...เปล่า! ’’ ฮั่นฟางที่ถูกถามก็ทําได้เพียงส่ายหัว

     

    “ ตกลง !ฉันรับคําท้าของนาย ! ’’ ทางด้านฮั่นเสี่ยวนั้นเมื่อรู้ว่าถ้าชวีเก้อแพ้เธอจะได้เป็นอิสระเธอจึงกัดฟันรับคําท้าทันที

     

    “ ในเมื่อคุณรับคําท้าแล้วงั้นก็เริ่มเลยแล้วกัน! ’’ ชวีเก้อพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะหันไปทางชายกํายําแล้วพูด“ หานเยี่ยนายไปเอาคนที่มาใหม่คนนั้นมาได้เลยบอกเขาว่าแค่ตามมาแล้วจะได้รับเงินฟรีๆไปหนึ่งหมื่นหยวน ’’ ในตอนนี้เขาสังเกตเห็นถึงลูกค้าคนใหม่ที่เข้ามาในร้านเขาจึงตั้งใจที่จะเอาคนๆนั้นมาประลองด้วยนั่นเอง

     

    ‘ เอ๊ะ !นั่นมันเขา ! ’ ฮั่นเสี่ยวที่ได้มองเห็นว่าชวีเก้อตั้งใจจะพาใครมาประลองเธอถึงกับประหลาดใจเป็นอย่างมากเพราะเธอพบว่าคนๆนั้นคือ...

     

    ยะ...ยูหมิง !