ตอนที่ 18 บรรเทาภัยในฝู่โจว (1)
“ยายโง่เอ๊ย นั้นเป็นเพราะหมินเกาจู่ก่อตั้งราชวงศ์หมินที่ฮั่นผิง ผลสุดท้ายหลังจากผ่านไปห้าสมัยลูกหลานที่ไม่เอาไหนของเขาก็ย้ายเมืองหลวงไปยังอวี๋หยาง หลังจากนั่งครองบัลลังก์ได้ไม่เท่าไร ก็ถูกเหอเจิงแย่งชิงราชบัลลังก์ไปเสียแล้ว!” ภายในมิติถัดไป ฉู่อวี้ที่กำลังจะเคลิ้มหลับไปนั้น ก็ได้ยินเสียงใครบางคนกำลังท่อง ‘คัมภีร์สามอักษร’ อย่างติดๆ ขัดๆ แว่วเข้ามาในหู หากท่องติดๆ ขัดๆ ยังพอรับไหว แต่นี่คนจากอีกฝั่งหนึ่งยังอธิบายความหมายอย่างส่งเดช สิ่งที่อธิบายออกมาล้วนหาใช่ใจความที่ถูกต้องไม่ นี่ทำให้เขาซึ่งกำลังจะหลับใหลรู้สึกไม่พอใจนัก แม้แต่ ‘คัมภีร์สามอักษร’ ยังอ่านไม่เข้าใจ เจ้าอยากทำให้ตนเองโง่เขลาไปกว่านี้หรือไรกัน
อวี๋เจียวซึ่งยังมีสติครบถ้วนไม่ได้ยินคำชี้แนะจาก ‘ท่านผู้รอบรู้’ แต่ทว่านางก็คิดได้ในที่สุด ข้าอย่ามัวเสียเวลาอยู่เช่นนี้เลย ในเวลานี้ปัญหาที่หนักที่สุดคือการจดจำตัวอักษร รอให้รู้จักตัวอักษรแล้ว แล้วจึงให้ท่านพี่รองส่งตำราประวัติศาสตร์มาให้เพื่อเปรียบเทียบ คิดว่าน่าจะอ่านเข้าใจได้ทั้งหมดเป็นแน่
เมื่อนึกถึงจุดนี้ นางจึงหยิบตำราขึ้นมาอ่านออกเสียงต่อ เพียงแต่จังหวะในการอ่านออกจะช้าเกินไป อย่างไรเสียตอนนี้จุดมุ่งหมายของนางก็คือการจดจำตัวอักษร
นางเมื่ออ่านได้เป็นปกติแล้ว ฉู่อวี้ที่เดิมทีหน้านิ่วคิ้วขมวดก็ค่อยๆ คลายปมที่หัวคิ้วลง เมื่อได้ยินน้ำเสียงท่อง ‘คัมภีร์สามอักษร’ อันนุ่มนวลกังวานใสและยังเข้าจังหวะของเจียวเจียว ในที่สุดเขาก็หลับใหลไปอย่างพออกพอใจ ความคิดที่ผุดขึ้นมาก่อนเข้าสู่ห่วงนิทราคือ แม้ว่าคนผู้นี้ยังโง่เขลาไปสักหน่อย แต่น้ำเสียงช่างน่าฟังอยู่ไม่น้อย วันหน้าหากนอนไม่หลับ จับนางมาอ่านตำราให้ข้าฟังก็ไม่เลว
หลังจากฉู่อวี้มาเกิดใหม่ เพียงแค่หลับตาลงก็มองเห็นการเข่นฆ่าในสนามรบอยู่ทั้งค่ำทั้งคืน และทุกครั้งที่เขากำลังต่อสู้ร่างอาบเลือดเพื่อฝ่าวงล้อมของศัตรูอยู่นั้น ก็จะเห็นจิ่งเซี่ยวฮ่องเต้ซึ่งในมือถือดาบอันคมกริบกำลังจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่สุดท้ายในทุกครั้งขณะที่กองกำลังทหารของสองพ่อลูกกำลังจะรวมพลเพื่อต่อกรกับทหารของอีกฝ่ายนั้น เขาก็จะเห็นจิ่งเซี่ยวฮ่องเต้ซึ่งมีสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไป และกำลังฟันดาบมาที่ร่างของเขา
เขาต้องถูกบิดาของตนสังหารในทุกค่ำคืน คงไม่มีสิ่งใดที่จะแย่ไปกว่าความรู้สึกในตอนนี้อีกแล้ว
เมื่อไม่กี่คืนก่อนเขาล้วนต้องลุกขึ้นมานั่งจิบชาร้อน หลังจากที่สะดุ้งตื่นจากฝันอยู่ในห้องนอนของตนเอง เขาสามารถที่จะกลับไปนอนต่อเพื่อรอคอยการถูกฆ่าอีกครา แต่คืนนี้เขาอยู่ในระหว่างการเดินทาง จึงเกรงว่าผู้อื่นจะล่วงรู้ถึงจุดอ่อนข้อนี้ของตน ฉู่อวี้คิดแล้วคิดอีก จึงตัดสินใจเข้าไปนอนหลับในมิติ…
เมื่อได้หลับสนิททั้งคืน ฉู่อวี้ออกมาจากมิติด้วยความสดชื่นปลอดโปร่ง ในเวลานี้เขากลับลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาได้แต่รู้สึกว่าของล้ำค่าของตนชิ้นนี้มิใช่ของธรรมดา เพียงเข้าไปนอนหลับยังช่วยให้นอนหลับสนิทได้ถึงเพียงนี้
เมื่อได้ท่านอ๋องขึ้นรถม้าไปอย่างสดชื่นกระปรี้กระเปร่า คนในขบวนเดินทางต่างพากันแบกขนเสบียงอาหารและหยูกยา เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปยังฝู่โจวอย่างเอิกเกริก
ฉู่อวี้ผู้ซึ่งเกิดใหม่อีกครั้งย่อมรู้ถึงต้นเหตุของโรคระบาดนี้เป็นอย่างดี ในปีที่เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่พืชสวนไร่นาไร้ผลผลิตให้เก็บเกี่ยว เดิมทีประชาชนก็กินไม่อิ่มท้องอยู่แล้ว นายอำเภอโหยวชวีกลับละโมบโลภมาก เขาไม่สนใจเลยว่าเหล่าราษฎรจะเดือดร้อนสักเพียงใด ยังคงเก็บภาษีจากเสบียงที่เหลืออยู่อันน้อยนิดของชาวบ้าน ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกเช่นนั้น ชาวบ้านผู้ซึ่งหิวโหยจนทนไม่ได้ถึงกับขุดหลุมจับหนู ไล่ฆ่าหนูที่วิ่งหนีตายเหล่านั้นมาถลกหนังกินเป็นอาหารประทังชีวิต
ชาวบ้านที่กินเนื้อหนูซึ่งถูกฆ่าตายไปนั้นส่วนใหญ่ไม่มีอาการใดๆ แต่มีคนกลุ่มน้อยที่มีอาการบวมที่ศีรษะ ไข้ขึ้นสูงไม่ยอมลด โรคที่เกิดขึ้นนี้รักษายากและยังแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว ซ้ำยังต้องเจอกับผู้ตรวจการที่ทุจริต รายงานสิ่งที่ไม่เป็นความจริง จึงทำให้ยิ่งร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ อยู่ในภาวะอันตรายที่ยากจะแก้ไข
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นในครานั้น ฉู่อวี้ไม่เพียงวิตกกังวลในจิตใจ พอออกจากเมืองหลวงก็สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาของตน แบ่งทหารติดตามออกเป็นสองกอง ให้ผลัดกันดูแลเสบียงอาหารและหยูกยา เดินทางทั้งวันทั้งคืน จะต้องไปให้ถึงภายในสิบวัน ตัวเขาเองก็ใช้ม้าแทนเกี้ยวเพื่อเร่งความเร็วในการเดินทาง