วันวานถึงวันนี้
" ใจเย็นๆ นะคะ จับหัวใจเอาไว้แบบนี้ค่ะ....ใจเย็น ใจเย็น " ภรรยาสาวจับมือสามีขึ้นแล้ววางทาบลงหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง
" ยังจะมาพูดเล่นอีก จะให้ใจเย็นได้ยังไงมีคนมาจีบเมียตัวเองถึงที่ แบบนี้มันหยามกันชัดๆ "
" โธ่พี่ใหญ่...ช่างเค้าเถอะค่ะ หนูยิ้มไม่ได้คิดอะไรกับเค้าซะหน่อย "
" เป็นเมื่อก่อนไม่ได้ พี่จะต่อยให้หน้าแหกเลย "
" พี่ใหญ่ .... ดูพูดเข้า ไม่เอานะคะ....อย่าหาทำ " รินรดาว่า หญิงสาวอดนึกถึงสมัยก่อนไม่ได้
11.10 น.
เด็กหญิงญาดา วีระวัฒน์โยธการในชุดนักเรียนมัธยมต้นของโรงเรียนเอกชนชื่อดังกำลังเดินอย่างเร่งรีบ...ดูเหมือนว่าเธอกำลังเดินหนีใครอยู่
สายตาคมนึกแปลกใจ ชายหนุ่มชะโงกหน้าลงไปมองก็เห็นสิ่งที่ทำให้ตนหายคลางแคลงใจ ภาคินเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังถือดอกกุหลาบสีแดงเดินตามเด็กหญิงตัวน้อยไป
สายตาเข้มดุดัน ...มือหนากำแน่น ชายหนุ่มกำลังควบคุมอารมณ์ของตัวเองอยู่ เขาชะโงกหน้าออกไปทางหน้าต่างอีกครั้ง เด็กผู้ชายคนนั้นกำลังจะถึงตัวหนูยิ้มของเขา ไม่ทน...เขาจะไม่ทนอีกต่อไป
ภาคินลุกพรวดขึ้นทำให้เพื่อนทึ่นั่งอยู่ต่างหันไปมองเขาเป็นตาเดียว ทุกคนกำลังรอเรียนวิชาสุดท้ายก่อนพักเที่ยง พวกเขาเรียนอยู่ชั้นมอปลายซึ่งเวลาพักจะเป็นคนละเวลากับนักเรียนมอต้น
" ไอ้คิน..นั่นมึงจะไปไหน " เสียงเพื่อนสนิทเอ่ยถาม
" ไปเข้าห้องน้ำแป็บเดียว อาจารย์มาก็ฝากเช็คชื่อให้ด้วย " พูดจบเขาก็รีบวิ่งออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้เพื่อนที่เอ่ยถามทำหน้างง
ก็เมื่อกี้...ก่อนจะเปลี่ยนมาเรียนคาบนี้ เขาทั้งคู่พึ่งไปเข้าห้องน้ำกันมา แล้วนี่มันปวดอีกแล้วเหรอ...
เด็กนักเรียนมอปลายร่างสูงวิ่งลงบันไดจากอาคารเรียนชั้น 5 ลงมาถึงชั้นล่างในเวลาอันรวดเร็ว เขาวิ่งตรงไปทางด้านหลังอาคารทันที
" พี่ชอบน้อง อ๊ะ..นี่ดอกกุหลาบ..พี่ให้ เป็นแฟนกับพี่นะ " เด็กชายตรงหน้ายื่นดอกกุหลาบให้ญาดา เขาเป็นรุ่นพี่ของเธอถ้าจำไม่ผิดเด็กผู้ชายคนนี้น่าจะเรียนอยู่ชั้นมอสาม เพื่อนๆ ในห้องเคยพูดถึงเขาอยู่บ่อยๆ
" เป็นเด็กเป็นเล็กจะมีแฟนได้ยังไงกัน "
" พี่ใหญ่ " ญาดาหันไปตามเสียง เธอตกใจที่เห็นเขาในเวลานี้...พี่มอปลายคนอื่นๆ เค้ากำลังเรียนกันอยู่ไม่ใช่เหรอ
" หนูยิ้มนี่มันเวลากินข้าวกลางวัน มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ แล้วนี่เพื่อนไปหมด " ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเข้ม
" เพื่อนไปรอที่โรงอาหารกันแล้วค่ะ พอดีหนูยิ้มลืมเอาคูปองมาเลยจะกลับมาเอาที่ล็อกเกอร์น่ะค่ะ "
" อ่ะ...นี่เอาของพี่ไปก่อน แล้วทีหลังก็ดูดีๆ จะได้ไม่เที่ยวเดินไปไหนมาไหนคนเดียว มันอันตราย " ญาดาขมวดคิ้วสงสัยในคำพูดของเขา
อันตราย? ... ที่โรงเรียน...ในเวลานี้นี่นะ
" เอ่อ..ไม่ " ยังไม่ทันที่เธอจะได้ปฏิเสธ เขาก็จับมือของเธอขึ้นพร้อมกับยัดคูปองอาหารที่อยู่ในกระเป๋าใส่เข้าไปในมือน้อยๆ
" ไปกินข้าวได้แล้ว " ภาคินส่งสายตาดุให้เธอ ญาดาพยักหน้าและเตรียมจะหมุนตัวเดินกลับไปยังโรงอาหาร
" เอ่อ.น้องครับ ดอกกุหลาบนี่ล่ะครับ " คนที่ถูกขัดจังหวะตั้งแต่แรกเอ่ยขึ้น
" ขอบใจ " คนที่รับดอกกุหลาบหาใช่เด็กหญิงใบหน้าหวานแต่กลับเป็นเด็กผู้ชายตัวโตยืนหน้ายักษ์อยู่
" ผมให้น้องดาครับ ไม่ได้ให้พี่ "
" เหมือนกันนั่นแหละ คนๆ เดียวกัน " คำตอบของรุ่นพี่มอปลายทำเอาเด็กหนุ่มรุ่นน้องเข้าใจผิดคิดไปต่างๆ นานา
" ไปได้แล้วหนูยิ้ม ป่านนี้เพื่อนกินข้าวเสร็จแล้ว "
" เอ่อค่ะ " ญาดาที่กำลังนึกสงสัยและเตรียมจะเอ่ยถามจำต้องเก็บคำพูดของตัวเองไว้ เธอเดินห่างออกจากสองหนุ่มไป
แต่ในใจก็ยังเก็บซ่อนความสงสัยอยู่
คนละคนกันแท้ๆ จะมาว่าเธอกับเขาเป็นคนเดียวกันได้ยังไง ...เดี๋ยวเย็นนี้เธอต้องโทรถามเอาคำตอบจากเขามาให้ได้
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
วันนี้เป็นวันแสดงผลงานของนักเรียนชั้นมอปลาย โรงเรียนจึงจัดกิจกรรมงดการเรียนการสอนโดยให้รุ่นน้องเข้าชมผลงานของรุ่นพี่
นอกจากการแสดงผลงานยังมีการจัดการแสดงดนตรีของนักเรียนจากชมรมดนตรีอีกด้วย ได้ความรู้แถมยังได้ความบันเทิง...
เพื่อนคนอื่นๆ ได้เดินเที่ยวชมซุ้มต่างๆ ของรุ่นพี่ แต่.... สำหรับเธอ ญาดา วีระวัฒน์โยธการ
" พี่ใหญ่ .... ขอหนูยิ้มไปเดินชมงานกับเพื่อนๆ นะคะ " เสียงหวานเอ่ยขออนุญาตชายหนุ่มที่พึ่งเดินลงจากเวทีมา
วันนี้พี่ใหญ่ของเธอฮอตมากในหมู่สาวๆ ขณะเล่นกีต้าร์อยู่บนเวทีมีหญิงสาวหลายคนส่งดอกไม้ให้ ฮอตยิ่งกว่านักร้องนำซะอีก
" รอพี่ก่อน เดี๋ยวไปพน้อมกัน " ภาคินเอ่ยพร้อมกับยกขวดน้ำขึ้นดื่ม
" พี่ใหญ่...นี่มันน้ำของหนูยิ้ม ทำไมไม่ไปหยิบขวดใหม่ ขวดนี้หนูยิ้มดื่มไปแล้ว "
" ไม่เห็นเป็นไร " ชายหนุ่มดื่มต่อจนหมดขวด เขาไม่เคยคิดรังเกียจเธอแต่ถ้าเป็นของคนอื่นเขาไม่ดื่มด้วยเด็ดขาด
" พี่ใหญ่ .... หนูยิ้มขี้เกียจรอแล้วอ่ะ นี่นั่งรอมาเป็นนชั่วโมงแล้วนะ ขอหนูยิ้มไปเดินกับเพื่อนเถอะนะ " เสียงหวานเว้าวอน
อีกครั้ง
" รอพี่ อีกแค่ 3 เพลงก็จบแล้ว "
" เฮ้อ!!! " เสียงถอนหายใจอย่างแรงดังออกมา ชายหนุ่มส่ายหน้ามองเด็กหญิงตรงหน้าของเขา เรื่องอะไรเขาจะปล่อย
เธอไปเดินเข้าซุ้มนั้นซุ้มนี้คนเดียว ...เออ ไม่ใช่คนเดียว
ไปโดยไม่มีเขาไปด้วย...ขืนปล่อยไปสิ คงมีคนขายขนมจีบให้เธอเป็นว่าเล่นแน่นอน คุณย่าบอกแล้วว่าอนาคตเขาและเธอต้องแต่งงานกัน ฉะนั้นก็ไม่ควรเสียเวลาไปคบใคร
ชีวิตของเธอและเขาแทบจะมีกันและกันตลอดเวลา ดังนั้นชีวิตในช่วงมัธยมของทั้งคู่จึงแทบไม่ค่อยมีสีสันเท่าใดนัก ต่อเมื่อชายหนุ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยความที่มีกิจกรรมค่อนข้างมากและเรียนก็หนักแถมเขายังเริ่มศึกษาธุรกิจอีกด้วย เพราะอย่างนี้เธอและเขาจึงห่างกันออกไป เจอกันน้อยลง ความห่างเหินก็มีมากขึ้น
จวบจนชายหนุ่มเรียนจบ นั่นจึงเป็นเวลาที่ครอบครัวทั้งสองเห็นเหมาะที่จะให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง
ปัจจุบัน
" เป็นยังไงบ้างคะ ดีขึ้นรึยัง " ภรรยาสาวเอ่ยถามผู้เป็นสามี
" ก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย " ประธานใหญ่ตอบขณะที่สายตายังคงจ้องไปที่ตัวเลขที่อยู่ในลิฟต์ เขาใจเย็นลงตั้งแต่ที่เธอจับมือของเขาวางทาบที่หน้าอกของตัวเองแล้ว
" แหม... เมื่อกี้ยังห้าวอยู่เลย " รินรดายิ้มน้อยๆ
" หนูยิ้มก็รู้ว่าพี่ไม่ได้พูดเล่น "
" ค่าาาา... รู้ค่ะ ก็เพราะรู้นี่ไงถึงบอกให้พี่ใหญ่ใจเย็นๆ ตอนนี้กับแต่ก่อนไม่เหมือนกันนะคะ คุณย่าแก่แล้วจะให้มาเคลียร์ปัญหาให้พี่ใหญ่อีกคงไม่ไหว " ญาดาเอ่ยในขณะที่ประตูลิฟต์เปิดออกพอดี ประธานใหญ่รีบเดินออกไปแต่ก็ไม่ลืมที่จะจูงมือภรรยาออกไปด้วย
รินรดามองแผ่นหลังหนาของสามี เคยขี้หวงยังไงตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น เมื่อก่อนคุณย่าต้องมาโรงเรียนเกือบทุกอาทิตย์เพราะหลานชายตัวดีมีเรื่องชกต่อยไม่ว่างเว้น ต้นเหตุก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...เธอนี่แหละ
ในตอนนั้นเธอยังเด็กไม่รู้สิ่งที่เขาทำอยู่คืออะไร พี่ใหญ่บอกว่าเธอยังเด็ก ยังไม่ควรคิดเรื่องนี้ เป็นเด็กเป็นเล็กจะมีแฟนได้ยังไงกัน......
...........................................................
โธ่!!! .....คุณพี่ หวงน้องไว้เองก็บอกมาเถอะ
ฝากอีบุ๊คนิยายหัวใจรักรินรดาด้วยนะคะ ลงขายที่ meb ลงขายที่ meb ในราคา 89 บาทจ้า
นิยายเรื่องใกล้จบแล้วและมีภาคสองต่อในเรื่องใหม่ชื่อ
ดวงใจญาดา เป็นเรื่องราวความรักของภาคินและรินรดาต่อหลังจากที่ทั้งคู่ปรับความเข้าใจและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
แต่ !!! ....
อุปสรรคใช่มีเพียงแค่นี้
เพราะคำสัญญาที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอก็จะไม่มีวันทิ้งเขาไปเด็ดขาด
แม้ในวันนี้เขา...จะลืมเธอแล้วก็ตาม
ติดตามเรื่องราวความรักของทั้งคู่ต่อได้ใน
นิยายดวงใจญาดา
ลงขายที่ meb ในราคาเพียง 69 บาทเท่านั้นจ้า