38 เกือบโดนรุมกินโต๊ะ
หานชิงเว่ยตะโกนบอกอีกฝ่ายอย่างมีอารมณ์ เพราะดูเหมือนว่าเขาแทบจะไม่มีทางที่จะโค่นบัณฑิตหนุ่มหน้าขาวที่ดูอ่อนแอลงได้เลย “ แม่ทัพหาน จะครบยี่สิบกระบวนท่าแล้วนะ ท่านคงต้องเร่งมือกว่านี้แล้ว” เสียมหลอหลงร้องตะโกนบอกกับอีกฝ่าย พร้อมทั้งใช้เคล็ดวิชาบาทาล่องลอย คอยหลบหลีกไปมา ทำเอาหานชิงเว่ยและผู้ที่ร่วมชมการประลองเป็นอันตาลาย เพราะมองไม่เห็นการเคลื่อนดุจสายฟ้าแลบของเขา “ ชิงเว่ย เจ้ามัวรออะไรอยู่ รีบใช้ท่าไม้ตายจัดการกับเขาสิ” เป็นซุนเตียวหุยเจ้านายของเขาที่ร้องเตือนให้เขางัดไม้ตายก้นหีบขึ้นมาใช้จัดการคู่ต่อสู้โดยเร็ว ก่อนที่ชื่อเสียงของกองทัพจะต้องป่นปี้ด้วยน้ำมือของเขา “ ยกโทษให้ข้าด้วยนะเสียมหลอหลง ถือว่าเป็นคราเคราะห์ของเจ้าก็แล้วกัน” รองแม่ทัพหนุ่มเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายในใจ ก่อนที่เขาจะซัดอาวุธลับจำนวน 7 ดอกติดต่อกันใส่เสียมหลอหลงด้วยความเร็วและทิศทางที่แม่นยำ ซึ่งที่ผ่านมาเขาไม่เคยพลาดเป้าแม้แต่ครั้งเดียว “ ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก” “ เป็นไปได้อย่างไร ข้าไม่อยากเชื่อว่าเสียมหลอหลงจะสามารถหลบลูกดอกของชิงเว่ยได้” ซุนเตียวหุยเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ และเหลือเชื่อกับสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า เพราะคนสนิทของเขาผู้นี้มีฉายาว่า “ เจ็ดดอก บอกลาโลก” ถ้าเขาได้ลงมือซัดอาวุธลับใส่ใครแล้ว เป็นเรื่องยากที่ผู้นั้นจะมีชีวิตรอดต่อไปได้ แต่เสียมหลอหลงกลับทำให้เขาต้องเสียสถิติ100% ที่เขาภูมิใจมาตลอดชีวิต เมื่อลูกดอกทั้งเจ็ดลูกนั้นกลับซัดไม่โดนอีกฝ่ายแม้แต่ลูกเดียว แต่กลับพุ่งไปปักต้นไม้ที่อยู่ด้านหลังทั้งหมด “ แม่ทัพหาน ระวัง!” “ ปั๊ก ปั๊ก ฉึก” อาหลงตะโกนเตือนคู่ประลองให้ระวังตัว แต่ว่าสายไปเสียแล้วเพราะอาวุธลับจากมือที่สามถูกซัดมาอย่างรวดเร็วและแม่นยำราวจับวาง ถึงแม้หานชิงเว่ยจะทะยานหลบได้ถึงสองลูก แต่เขาก็มิอาจหลบลูกที่สามได้ ดังนั้นลูกดอกลูกที่สามจึงพุ่งเข้าปักที่หน้าอกด้านขวาของเขาอย่างจัง ทำเอาเขาต้องทรุดตัวและล้มลงตรงนั้น “ ชิงเว่ย เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าสามคน ! รีบออกตามล่าจับผู้ร้ายกลับมาให้ได้ ส่วนเจ้ารีบไปตามหมอมาที่นี่ด่วน รีบไป” แม่ทัพซุนรีบเข้าไปดูอาการของลูกน้องคนสนิทของตน พร้อมทั้งสั่งให้ลูกน้องที่ติดตามมาด้วยออกไล่ล่าจับคนร้ายมาให้ได้ รวมทั้งให้อีกคนรีบเร่งไปตามหมอมารักษาอาการของรองแม่ทัพหาน “ ท่านแม่ทัพ ข้าขอโทษที่ทำให้ชื่อเสียงกองทัพของเราต้องมาด่างพร้อยเพราะข้า ข้า ข้า อึก ๆ” หานชิงเว่ยเอ่ยขอโทษเจ้านายของตน ก่อนจะกระอักเลือดออกมา เพราะวันนี้เขาติดตามซุนเตียวหุยมายังสถานเริงรมย์ จึงมิได้สวมชุดเกราะอ่อนมาด้วย ดังนั้นจึงถูกลูกดอกปักทะลุเข้าหน้าอกได้รับบาดเจ็บสาหัส เข้าตำราหมองูตายเพราะงู “ ชิงเว่ย เจ้าอย่าเพิ่งพูดอะไร แข็งใจเอาไว้ อีกเดี๋ยวหมอก็จะมาแล้ว” ซุนเตียวหุยเอ่ยปลอบโยนอีกฝ่ายให้อดทนไว้ ในขณะที่คนอื่น ๆ ที่ร่วมชมการประลองต่างพากันตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่มีมือที่สามลอบทำร้ายรองแม่ทัพอย่างอุกอาจ และหลบหนีหายไปในความมืด “ ลูกดอกนี้มีพิษ ก่อนอื่นเราจะต้องดึงลูกดอกนี้ออกมาก่อน จากนั้นค่อยให้ยาถอนพิษกับเขา ก่อนที่พิษจะแล่นสู่หัวใจ” อาหลงรีบเข้ามาดูอาการของคู่ประลองด้วยความเป็นห่วง พร้อมทั้งลองตรวจอาการเบื้องต้นของเขา ทำให้เห็นว่าอีกฝ่ายโดนพิษร้ายแรง ตอนนี้กำลังดิ้นรน ทุรนทุราย เจ็บปวดเพราะพิษของลูกดอก ถ้าไม่รีบทำการรักษาโดยเร็ว เขาคงต้องไปเฝ้าท่านมหายมบาลเป็นแน่ “ เสียมหลอหลง ท่านรู้วิชาการแพทย์เช่นนั้นหรือ โปรดช่วยชีวิตชิงเว่ยด้วย?” แม่ทัพซุนเอ่ยปากขอร้องคนที่เขาเพิ่งสั่งให้ซัดลูกดอกใส่มาหยก ๆ ทั้ง ๆ ที่ชีวิตนี้เขาแทบจะไม่เคยเอ่ยปากขอร้องใครมาก่อน แต่ครั้งนี้เขายอมเสียศักดิ์ศรี ก็เพราะหานชิงเว่ยคือเพื่อนที่โตมาด้วยกันกับเขาและรักใคร่นับถือกันดุจพี่น้องท้องเดียวกัน “ แม่ทัพหาน ทำใจดี ๆ ไว้ ข้าจะช่วยท่านเอง รับรองว่าท่านต้องไม่เป็นไร” เสียมหลอหลงเอ่ยกับอีกฝ่ายที่กำลังเจ็บปวดเพราะพิษที่บาดแผล โดยที่เขาไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นคนเจ็บที่อยู่ตรงหน้านี้เลย จากนั้นเขาจัดการดึงลูกดอกอาบยาพิษออกมา แล้วจึงนำยาแก้สารพัดพิษออกมาจากอกเสื้อและค่อย ๆ เทลงบนปากแผลของอีกฝ่าย ก่อนจะฉีกเสื้อของแม่ทัพหานเพื่อพันแผลตรงหน้าอกให้กับเขา พร้อมกับที่หานชิงเว่ยค่อย ๆ สงบลง ไม่ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด อย่างเช่นเมื่อครู่ที่ผ่านมา “ ชิงเว่ย เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม?” แม่ทัพซุนเอ่ยถามสหายในวัยเด็กและคนสนิทของตนด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะบอกว่าตนเองดีขึ้นมากแล้ว เพราะยาของเสียมหลอหลงที่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น ไม่เจ็บปวดเหมือนเมื่อครู่ “ ขอบคุณคุณชายเสียมหลอที่ยื่นมือช่วยเหลือข้า ทั้ง ๆ ที่ข้าพยายามจะปองร้ายท่านแท้ ๆ แต่ท่านกลับไม่ถือสา และยังยื่นมือเข้าช่วยเหลือข้าอีก ข้ารู้สึกละอายใจจริง ๆ” แม่ทัพหานกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความละอายใจ รวมทั้งเขายังเกิดความนับถือในความเป็นจอมยุทธที่มากน้ำใจเช่นนี้ “ ท่านแม่ทัพ ข้าว่าท่านสั่งให้คนของท่านรีบนำตัวแม่ทัพหานกลับไปพักผ่อนและพักฟื้นที่บ้านโดยเร็วเถอะ ส่วนนี่คือยาแก้พิษและยาสมานแผล เอาไว้ให้เขาทาเช้าเย็นเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ อาการของเขาก็จะค่อย ๆ ทุเลาจนหายเป็นปรกติเองในไม่ช้า” ชายหนุ่มแนะนำอีกฝ่ายรีบพาตัวหานชิงเว่ยกลับไปพักฟื้นที่บ้าน ก่อนที่ซุนเตียวหุยจะทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย ด้วยการจัดรถม้าให้หานชิงเว่ยนั่งกลับที่พักของตน ในขณะที่ทหารที่ส่งไปตามล่ามือสังหารก็พากันกลับมารายงานว่าพวกตนไม่สามารถจับคนร้ายได้ โดยในขณะที่รายงานพวกเขาต่างพากันตัวสั่นงก ๆ เพราะกลัวว่าแม่ทัพอารมณ์ร้อนผู้นี้จะสั่งลงโทษพวกตนอย่างไร้เหตุผลเหมือนอย่างเช่นที่ผ่านมา แต่พวกเขาก็ต้องประหลาดใจ เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้โดยไม่มีอาการเกรี้ยวกราด แต่กลับสั่งให้พวกตนคุ้มครองรถม้าที่บรรทุกหานชิงเว่ยกลับไปยังจวนบิดาของตน “ คุณชายเสียมหลอ ขอบคุณท่านที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือชิงเว่ย ทั้ง ๆ ที่เขาพยายามจะปองร้ายท่าน” ซุนเตียวหุยขอบคุณอีกฝ่ายอย่างให้เกียรติ ต่างจากกริยาที่เขาเคยดูถูกอีกฝ่ายราวฟ้ากับเหว ทั้งนี้เพราะเขาเห็นแล้วว่าศัตรูหัวใจของเขาผู้นี้นับว่าเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่มีวรยุทธที่ไม่ธรรมดา อีกทั้งยังเชี่ยวชาญในด้านการแพทย์อีกด้วย จากนั้นเขาจึงขอตัวกลับไปดูอาการของหานชิงเว่ย โดยก่อนกลับเขาไม่ลืมที่จะไปบอกลาแม่นางหลี่ซา นางในดวงใจของเขา จากนั้นเสียมหลอหลงและหลี่ซาจึงกลับไปยังห้องของตน “ คุณชายเสียมหลอ วันนี้ท่านทำให้ข้าต้องประหลาดใจจนนับไม่ถ้วนจริง ๆ” ลิซ่าเอ่ยกับเสียมหลอหลงด้วยความยินดีและโล่งอกที่เขาไม่ได้รับอันตรายอันใด นอกจากนี้นางยังต้องทึ่งในความสามารถรอบด้านของเขาไม่ว่าจะเป็นด้านสติปัญญา วรยุทธ หรือแม้กระทั่งทางด้านการแพทย์อีกด้วย “ คุณชายเสียมหลอ วันนี้ท่านช่างเป็นคนโชคดีจริง ๆ โชคดีอย่างไม่น่าเชื่อ” จู่ ๆ คุณชายสาม ซ่งติง ก็เดินเข้ามาเอ่ยวาจาประชดประชันอาหลง โดยมีฉินอี้เซียนตามมาด้วยอยู่ข้าง ๆ และส่งสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยมายังเสียมหลอหลงเป็นระยะ “ วันนี้ท่านก็เป็นคนโชคดีมาก ๆ เช่นกันนะคุณชายสาม ทั้ง ๆ ที่ท่านทำเรื่องที่มิอาจจะให้อภัยได้ แต่ก็มีคนขอร้องแทนท่าน ทำให้ท่านยังสามารถมายืนเอ่ยวาจาประชดประชันข้าตรงนี้ได้” เสียมหลอหลงเอ่ยเหน็บอีกฝ่ายกลับไป พร้อมทั้งพูดเป็นนัย ๆ ว่า ขอให้เขาเตรียมพร้อมรับผลในสิ่งที่ได้ก่อเอาไว้ในเร็ว ๆ นี้ “ ข้าหวังว่ามือที่สามที่ลอบทำร้ายแม่ทัพหานในคืนนี้ คงจะไม่ใช่ฝีมือการบงการของท่านหรอกนะคุณชายสาม” ชายหนุ่มเอ่ยดักคอซ่งติง ซึ่งมีสีหน้าที่ซีดเผือกเมื่ออีกฝ่ายรู้ว่าเขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในคืนนี้ทั้งหมด “ น้องเล็ก เจ้ากลับบ้านกับพี่ได้แล้ว คุณชายเสียมหลอข้าขอตัวก่อน” คุณชายรองซ่งผาน เอ่ยอำลากับอีกฝ่ายก่อนจะฉุดกระชากลากถูน้องชายตัวดีของตนพร้อมกับเหล่าบรรดาลิ่วล้อกลับบ้านในทันที “ อี้เซียน เจ้ามานั่งตรงนี้กับคุณชายเสียมหลอสิ” หลี่ซาเอ่ยปากพร้อมทั้งเดินไปจูงมือเพื่อนรักของตนมานั่งลงข้าง ๆ ด้านขวามือของเสียมหลอหลงซึ่งกำลังยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน “ เจ้าก็นั่งด้วยกันสิซาเอ๋อ ด้านซ้ายมือของฮัสแบนด์ยังว่างอยู่” ฉินอี้เซียนกล่าวหยอกเย้าเพื่อนรักของตนด้วยความเบิกบานใจ เพราะนางได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับชายในดวงใจที่นางคิดถึงทุกเมื่อเชื่อวัน และวันนี้ก็เป็นนางที่ขอร้องให้หลี่ซามาเป็นคนคอยดูแลคนรักของนาง เพราะนางรู้ว่าวันนี้คุณชายสามซ่งติงจะต้องเรียกตนไป ก่อนที่เสียมหลอหลงจะมาอีกแน่นอน “ เอ่อ...ข้าไม่อยากรบกวนเวลาแห่งความสุขของเจ้า เชิญเจ้ากับคุณชายตามสบายเถอะ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะคุณชาย ขอบคุณทุกอย่างที่ท่านทำให้ข้าในวันนี้เจ้าค่ะ” หลี่ซาเอ่ยปฏิเสธคำชวนของเพื่อนรักเพราะไม่อยากอยู่เป็นกขค ทั้ง ๆ ที่นางเองยังอยากจะอยู่สนทนาต่อกับชายหนุ่มผู้นี้ แต่นางก็ต้องตัดใจเพราะไม่อยากถลำตัวถลำใจต่อชายในดวงใจของเพื่อนรักของนางมากไปกว่านี้เช่นกัน ดังนั้นนางจึงขอตัวคนทั้งคู่กลับไปพักผ่อนยังห้องของตนเพื่อรีบไปศึกษาปากกาที่เสียมหลอหลงมอบให้กับนางในวันนี้ “ ฮัสแบนด์ ท่านรู้มั้ยว่าวันนี้ท่านทำให้ข้าเป็นห่วงท่านมาก ๆ” ฉินอี้เซียนเอ่ยกับชายคนรักของนาง ก่อนที่เขาจะลูบศีรษะของนางอย่างอ่อนโยน ด้วยความรู้สึกขอบคุณในความห่วงใยที่นางมีให้กับเขา “ คุณชายสามส่งคนไปลอบทำร้ายท่านใช่หรือไม่เจ้าคะ?” นางเอ่ยถามเขาตรง ๆ ก่อนที่เขาจะยิ้ม ๆ ไม่ตอบอะไร เพียงแค่บอกกับนางว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน เพราะเขารู้ว่ายังมีฮันนี่ที่เป็นห่วงเป็นใยเขาอยู่ตรงนี้ทั้งคน ชายหนุ่มเอ่ยพลางโอบสาวงามเข้ามาซบที่ไหล่ของเขา “ ข้าเป็นห่วงว่าแม่ทัพซุนอาจจะคิดร้ายต่อท่าน เพราะว่าซาเอ๋อเป็นหญิงที่เขาหมายปองอยู่ ข้าไม่อยากให้ท่านมาที่นี่เลย เพราะกลัวท่านจะได้รับอันตราย” นางเอ่ยเตือนอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง ก่อนที่ชายหนุ่มจะแกล้งหยอกเย้าว่าแล้วนางไม่คิดถึงฮัสแบนด์คนนี้หรือ ทำเอานางต้องแกล้งทำเป็นงอนใส่อีกฝ่ายอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “ เซียนเอ๋อรู้สึกต่อฮัสแบนด์เช่นไร ท่านยังไม่รู้อีกหรือ ใยท่านต้องเอ่ยวาจาเช่นนี้ด้วย” ฉินอี้เซียนใช้มือน้อย ๆ ทุบไปที่อกของอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนที่จะโดนเขากุมมือคู่งามนั้นมาจุมพิตอย่างแผ่วเบา ทำเอานางหน้าแดงเป็นกุ้งนึ่ง แต่บรรยากาศในตอนนี้ คนทั้งคู่ต่างเปี่ยมไปด้วยความสุขและซึมซับช่วงเวลานี้เอาไว้ให้มากที่สุด หน้าโรงเตี๊ยมแสงดาว “ นายท่าน ท่านกลับมาแล้วเหรอขอรับ?” เป็นฮวยเซ็งที่ออกมาต้อนรับเจ้านายของเขาที่กลับมาโรงเตี๊ยมเกือบเที่ยงคืน ก่อนที่คนทั้งสองจะกลับเข้าไปที่พักของ โดยอาหลงเปลี่ยนชุดก่อนจะสวดมนต์ทำวัตรเย็น(ที่น่าจะเรียกว่าทำวัตรดึกแทน) จากนั้นจึงทบทวนชีวิตของตนในวันนี้ และปิดท้ายด้วยการวางแผนงานของวันรุ่งขึ้น เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจทุกอย่างเขาก็รีบเข้านอนด้วยความอ่อนเพลีย “ ก๊อก ๆ ๆ” “ นายท่าน นายท่านขอรับ ท่านแต่งตัวเสร็จหรือยัง?” เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงเรียกของอาห่าว ทำให้อาหลงที่เพิ่งแต่งตัวพร้อมกับทบทวน 20 สุดยอดเป้าหมายในชีวิตเสร็จพอดี เปิดประตูออกมาถามอีกฝ่ายว่ามีเรื่องใดแต่เช้า ก่อนที่อาห่าวจะรายงานว่า หลู่กงกงส่งเกี้ยวมารับท่านเข้าวังเพื่อเข้าเฝ้าฝ่าบาทแต่เช้า “ ทรงมีรับสั่งให้ข้าเข้าเฝ้าแต่เช้า ท่านกงกงบอกหรือไม่ว่ามีเรื่องด่วนอันใด?” “ ฝ่าบาทไม่ได้ทรงมีรับสั่งอันใด ทรงรับสั่งเพียงว่าให้นายท่านรีบเข้าเฝ้าโดยด่วนขอรับ” อาห่าวเอ่ยตอบคำถามของเจ้านายของตน ก่อนจะเดินนำทางเสียมหลอหลงไปยังรถม้าที่หลู่กงกงส่งมาซึ่งจอดอยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยม “ คำนับท่านกุนซือ เชิญท่านกุนซือขึ้นรถม้า กงกงรอท่านอยู่บนนั้นแล้ว” ทหารราชองครักษ์ที่เป็นคนขับรถม้าคำนับชายหนุ่มก่อนจะเชิญเขาขึ้นรถม้าที่มีหลู่กงกงรออยู่ด้านใน “ คำนับกงกง มีเรื่องด่วนอันใด เหตุใดวันนี้ท่านถึงต้องมารับข้าด้วยตนเอง” กุนซือหนุ่มเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย เพราะว่ายังไงเย็นนี้เขาก็จะต้องเข้าเฝ้าถวายโอสถอยู่แล้ว “ ท่านยังใจเย็นอยู่ได้นะท่านกุนซือ ท่านคงยังไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หลู่กงกงเอ่ยกับอีกฝ่ายที่ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ก่อนจะเล่าสาเหตุที่ทำให้ฝ่าบาทต้องเรียกเขาเข้าเฝ้าโดยด่วน เมื่อได้ฟังแล้วอาหลงถึงกับตกใจกับสิ่งที่หลู่กงกงบอกกับตนเมื่อสักครู่ “ กงกง ท่านบอกว่าทางต้าหมิงส่งคณะทูตมาสู่ขอองค์หญิงห้าเพื่อไปอภิเษกเป็นพระสนม เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง?” ...................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก..... มาแล้วนะครับ ตามมาติด ๆ และมาก่อนกำหนด ตอนแรกไรท์คิดว่าน่าจะอัพได้วันพรุ่งนี้ แต่สุดท้ายก็กลั้นใจเขียนต่อจนเสร็จ เพื่อจะได้อัพให้รีดที่น่ารักทุกท่านได้อ่านอย่างต่อเนื่อง สำหรับตอนนี้อาหลงของเราก็เกือบจะโดนรุมกินโต๊ะจากทั้งคุณชายสามและซุนเตียวหุยเจ้าอารมณ์ โชคดีที่เขาใช้ไหวพริบเอาตัวรอดมาได้ด้วยดี เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นไร องค์หญิงห้าที่เขารักต้องแต่งไปต้าหมิงหรือไม่ ติดตามอ่านได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณจริง ๆ........................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ จุดมุ่งหมายในชีวิตของข้า คือใช้ชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมาย”