คำเตือนของจ้าวหยุนเป็ดั่งพายุที่พัดเข้าสู่จิตใจของลู่ซาน เขาใช้เวลาตลอดคืนขบคิดถึงเื่หลี่จื่อเหว่ย และอนาคตที่ดูเหมือนจะมืดมิดลงไปอีกขั้น ความรักระหว่างเขากับท่านหญิงอวิ๋นซีก็เหมือนบัวในโคลนตม ที่ยากจะเบ่งบานอย่างอิสระ
ในวันรุ่งขึ้น เมื่อลู่ซานเดินทางไปยังสระบัวม่วงตามนัดหมาย เขาก็เห็นท่านหญิงอวิ๋นซีนั่งอยู่ริมสระ ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายด้วยความสนใจใน "วิทยาการ" กลับมีแววหม่นหมองคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
"อวิ๋นซี..." ลู่ซานเรียกเบาๆ
ท่านหญิงอวิ๋นซีเงยหน้าขึ้น นางยิ้มให้เขา แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่สดใสเหมือนเช่นเคย
"หลินเฟย... วันนี้เ้ามาเร็ว" นางกล่าวเสียงแ่
ลู่ซานทรุดตัวลงนั่งข้างนาง มองเข้าไปในดวงตาที่เศร้าหมองคู่นั้น "ท่านหญิง... อวิ๋นซี มีเื่ใดไม่สบายใจหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
อวิ๋นซีถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันมามองลู่ซานตรงๆ "หลินเฟย... เ้าเคยได้ยินเื่คู่หมั้นของข้าหรือไม่?"
คำถามนั้นราวกับคมมีดกรีดแทงหัวใจของลู่ซาน เขารู้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะเผชิญหน้ากับความจริง "กระหม่อม... ได้ยินมาบ้างพ่ะย่ะค่ะ"
"บิดาของข้า... ท่านเ้าสำนัก... ได้หมั้นหมายข้ากับ หลี่จื่อเหว่ย ศิษย์เอกของสำนักดาบฟ้าั้แ่ข้ายังเด็ก" อวิ๋นซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความรวดร้าว "เป็พันธสัญญาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองสำนักใหญ่"
ลู่ซานกำมือแน่น เขาอยากจะเอื้อมมือไปปลอบนาง แต่ก็รู้ดีว่าฐานะของเขายังไม่คู่ควร เขากล่าวเสียงเรียบ "หลี่จื่อเหว่ยเป็ผู้ที่เลื่องลือด้านวรยุทธ และมีฐานะสูงส่ง ย่อมคู่ควรกับท่านหญิงพ่ะย่ะค่ะ"
อวิ๋นซีส่ายหน้าช้าๆ "เ้าไม่เข้าใจหรอกหลินเฟย... เขาเป็คนดี มีความสามารถก็จริง แต่ข้า... ข้าไม่ได้เลือกเขา" ดวงตาของนางมองลึกเข้าไปในดวงตาของลู่ซาน "ข้ากับเขา... เหมือนอยู่กันคนละโลก เขาพูดเื่วรยุทธ ข้าก็ฟัง แต่ข้าไม่เข้าใจทั้งหมด... แต่กับเ้า... เ้าทำให้ข้าเห็นสิ่งที่แปลกใหม่ ทำให้ข้าสนใจสิ่งที่ไม่เคยสนใจ"
นางหยุดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เ็ป "แต่สิ่งที่เ้ากับข้ากำลังทำอยู่นี้... มันผิดต่อจารีตของโลกวรยุทธ มันผิดต่อพันธสัญญาที่บิดาข้าได้ให้ไว้"
ลู่ซานไม่พูดอะไร เขาปล่อยให้นางได้ระบายความรู้สึกออกมา เขาเข้าใจความรู้สึกของอวิ๋นซีดี นางถูกผูกมัดด้วยภาระหน้าที่และเกียรติยศของตระกูล
"ข้ารู้ว่าข้าไม่ควรมีความรู้สึกเช่นนี้" อวิ๋นซีกล่าวพร้อมหลุบตาลง "แต่ทุกครั้งที่ได้อยู่กับเ้า ได้เรียนรู้จากเ้า... ข้ากลับรู้สึกเป็อิสระอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน"
ลู่ซานรวบรวมความกล้า เขาค่อยๆ เอื้อมมือออกไปวางบนมือของอวิ๋นซีเบาๆ "ท่านหญิง... อวิ๋นซี... ความรู้สึกของคนเรา... ไม่ใช่สิ่งที่เราควบคุมได้ทั้งหมด" เขาจ้องมองนางด้วยแววตาที่จริงใจ "ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจเช่นไร กระหม่อมก็เคารพในการตัดสินใจของท่านเสมอพ่ะย่ะค่ะ"
อวิ๋นซีเงยหน้าขึ้นมองมือที่ัักัน แววตาของนางสั่นไหว นางไม่ได้ดึงมือกลับไป แต่กลับบีบมือของลู่ซานเบาๆ แทน
"แต่ข้ากลัว... ข้ากลัวว่าหากบิดาข้ารู้เื่นี้... หรือหากหลี่จื่อเหว่ยรู้... เ้าอาจจะตกอยู่ในอันตราย" น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความกังวลอย่างแท้จริง
ลู่ซานยิ้มบางๆ "กระหม่อมไม่กลัวพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนที่กระหม่อมรัก"
คำว่า "คนที่กระหม่อมรัก" หลุดออกมาจากปากของลู่ซานโดยไม่ทันยั้งคิด อวิ๋นซีเบิกตากว้าง ใบหน้านางขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย แต่ในดวงตากลับมีประกายความสุขฉายขึ้นมา แม้จะเป็เพียงชั่วครู่ก็ตาม
"เ้า... เ้าพูดอะไรน่ะ" นางพึมพำ
ลู่ซานรู้สึกเขินอายเช่นกัน แต่ในเมื่อพูดไปแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรจะเสีย เขาจับมือของอวิ๋นซีให้แน่นขึ้น
"กระหม่อมพูดจริงพ่ะย่ะค่ะ" ลู่ซานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงใจ "นับั้แ่กระหม่อมได้พบท่าน ได้เรียนรู้จากท่าน ได้เห็นความงดงามทั้งกายและใจของท่าน กระหม่อมก็ไม่สามารถห้ามใจตัวเองไม่ให้รักท่านได้พ่ะย่ะค่ะ"
บรรยากาศรอบสระบัวม่วงเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดและเสียงใบไม้ไหว อวิ๋นซีมองลู่ซานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผสมปนเป ทั้งความประหลาดใจ ความสุข ความกังวล และความหวาดหวั่น
นางหลุบตาลงอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ซบหน้าลงบนบ่าของลู่ซานอย่างแ่เบา "หลินเฟย... เ้าทำให้ข้าสับสนเหลือเกิน"
ลู่ซานััได้ถึงความอบอุ่นจากร่างของอวิ๋นซีที่ซบลงมา เขากอดนางเบาๆ เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็อย่างไร แต่ในตอนนี้ เขารู้เพียงว่าเขากับนางได้ก้าวข้ามกำแพงบางอย่างไปแล้ว
แม้ความจริงที่เ็ปเื่คู่หมั้นจะเปิดเผยออกมา แต่ความรู้สึกที่พวกเขามีให้กันกลับชัดเจนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น นี่คือจุดเริ่มต้นของบททดสอบครั้งใหญ่ ที่จะพิสูจน์ว่าความรักระหว่างศิษย์พรรคมารผู้บุกเบิกวิทยาการ กับท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ จะสามารถยืนหยัดต่อกรกับขนบธรรมเนียม ประเพณี และอำนาจที่มองไม่เห็นได้หรือไม่