หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 49 บอสราชินีซอมบี้นักล่าแห่งดันเจี้ยนค่ายทหารกลางป่า

    ตอนที่ 49บอสราชินีซอมบี้นักล่าแห่งดันเจี้ยนค่ายทหารกลางป่า

    อาคารหลังนี้ค่อนข้างใหญ่และมีทางเข้าหลายทางจากการคำนวนเวลาแล้วถ้ายังมีคนที่รอดอยู่พวกเขาก็น่าจะสังเกตเห็นและเดินทางมาที่นี่จนหมดแล้ว

    เบนจามินมองออกไปด้านนอกเห็นฝูงซอมบี้ทหารมารวมที่นี่กันมากขึ้นเรื่อยๆ

    “ตามหลักการแล้วสถานที่สำคัญในดันเจี้ยนมักจะมีอันตรายมากที่สุดแต่ก็เป็นโอกาศมากที่สุดด้วย มันมีสมบัติที่มีค่าอยู่ที่นี่เช่นกัน แต่ว่าจุดที่มีสมบัติย่อมมีผู้พิทักษ์เฝ้าอยู่ด้วย”

    “บอส” มาโครพูดขึ้นมา

    “ใช่และยิ่งเป็นดันเจี้ยนนี้ความแข็งแกร่งของมันน่าจะอยู่ในจุดสูงสุดของระดับพื้นฐานขั้นสูงเลย”

    “พวกคุณรับมือมันไหวไหม”ออสก้าเอ่ยถามขึ้นมา

    “ไม่ไหว บอสมันไม่ได้อยู่ตัวเดียวยังมีสมุนอยู่ด้วยถึงอย่างนั้น ถ้ามีนักผจญภัยคนอื่น ๆ อยู่ด้วย เราก็สามารถร่วมมือกันได้ แต่ก็ไว้ใจพวกเขาไม่ได้อยู่ดี”เบนจามินกล่าว “แน่นอนว่าเป้าหมายเราไม่ใช่การฆ่าบอส แต่เป็นการแย่งชิงสมบัติของพวกมันแล้วออกไปให้เร็วที่สุด”

    พรึบ!

    ตอนนั้นเองอยู่ ๆ ทั้งอาคารก็มีไฟฟ้าติดขึ้นมาทำเอาทุกคนหน้าเหวอกันในทันทีเพราะไฟฟ้าหมายถึงแสงสว่าง แสงที่อยู่ท่ามกลางความมืดหมายถึงการเป็นจุดสนใจและจุดเด่น

    ฝูงซอมบี้ทหารจะมารวมตัวกันที่นี่

    “มีคนเปิดระบบไฟ”

    “ประตูส่วนใหญ่น่าจะล็อกต้องรีเซ็ตระบบไฟใหม่เพื่อให้เปิดใช้งานได้ นั้นหมายความว่า...” ทุกคนเข้าใจทันทีมีคนเจอกับคลังสมบัติแล้ว

    พวกเขาช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว

    ตอนนี้เหลือ เบนจามิน เลียม มาโครและออสก้ามีแค่ 4 คนเท่านั้น พวกเขาต้องทำให้สำเร็จ

    ทั้งสี่คนมุ่งหน้าตรงไปตามทางเดินพวกเขาได้ยินเสียงซอมบี้พากันพังประตูเข้ามาจากทุกทิศทาง ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีทางให้ถอยกลับ

    “ตอนกลับเราจะออกไปยังไง” ออสก้าอดที่จะถามไม่ได้

    “ตามปกติแล้วในห้องบอสจะมีทางออกไปได้ถ้าเราสามารถเคลียร์มันได้แต่ว่านั่นมันในรูปแบบเกม หอคอยโลกาวินาศก็คล้ายกันอยู่เพียงแต่เราไม่จำเป็นต้องเคลียร์บอส แค่หาทางออกให้เจอก็ออกไปได้ในทันที”เบนจามินอธิบาย

    “เราทำข้อตกลงกับลอร์ดของนายแล้วเราไม่มาตายง่าย ๆ ที่นี่หรอก”

    “ระวัง ข้างหน้ามีคน”

    มีนักผจญภัยและทหารจากค่ายอื่นซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นค่ายระดับ 3 อย่างค่ายโลหิต ซึ่งค่ายโลหิตในตอนนี้มีคนของค่ายมากกว่า14 คนที่รอดมาได้นักผจญภัยอีก 5 คนและยังมีค่ายระดับ 2 อีก 8 คนกับนักผจญภัย 2 คนที่รอดมา

    ทั้งสองฝ่ายวิ่งมาเผชิญหน้ากันที่ทางแยกและไม่ต้องพูดให้มากความพวกเขาเริ่มยิงใส่กันในทันที

    “ไป” ออสก้าเอาตัวเข้าไปขวางเขาสวมใส่ชุดเกราะอยู่ไม่ต่างจากโล่เดินได้

    “ทางนี้” เบนจามินยิงสกัดฝ่ายตรงข้ามและหลบด้านหลังของออสก้าโดยในมือก็มีโล่ป้องกันของตัวเองติดตัวมาด้วย เพื่อให้เลียมและมาโครนำไปก่อน

    พวกเขามีน้อยกว่าฝ่ายตรงข้ามมาก ทำให้ไม่สามารถสู้ตรงๆ ได้ ทำได้แค่สกัดไว้ชั่วคราวเท่านั้น

    “ไอ้เวรนั่นมีชุดเกราะ T1 บุกเข้าไป” มือเหล็ก คือชื่อของนักผจญภัยที่มากับค่ายโลหิตและเป็นผู้นำของนักผจญภัยคนอื่นๆ เหมือนกับเบนจามิน

    ระดับพลังไม่ต่างกัน  เพียงแต่กำลังคนนั้นมากกว่าเบนจามินอย่างมาก

    “ฉันเอง” นักผจญภัยคนหนึ่งอาสาวิ่งนำเข้าไปและเอาโล่เหล็กออกมาเป็นโล่แบบอัศวินทรงยาว แต่ก็โดนปืนของเบนจามินยิงสกัดไว้ได้

    “ไปก่อน” ออสก้าหันกลับมากล่าว

    “ไปพร้อมกัน” เบนจามินตอบกลับ เพราะเขาไม่อยากเสียออสก้าไป

    อีกฝ่ายพลังไม่แข็งแกร่งเท่าแต่อุปกรณ์ช่วยชดเชยจุดนั้นได้ ถ้าไปถึงห้องบอสแล้วไม่มีออสก้าเป็นตัวยืนให้พวกเขาก็กลัวว่าจะสู้ไม่ได้และคว้าน้ำเหลวกลับไปถึงตอนนั้นแม้แต่ชีวิตก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้

    ออสก้าขมวดคิ้วเล็กน้อย ซอมบี้เข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ยังมีพวกผู้เล่นและทหารจากค่ายเหล่านี้อีก

    “ให้สัญญาณแล้วไปเลย” ออสก้ากล่าวก่อนจะหยิบเอาคันธนูเหล็กดำออกมา ออสก้าเป็นพวกชอบใช้หอกมากกว่า แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะพกอาวุธระยะไกลติดตัวไว้ด้วย

    คันธนูนี้พึ่งได้มาไม่นานมันต้องใช้พละกำลังอย่างน้อยก็ทหารมืดขั้นกลางขึ้นไปถึงจะง้างได้และหากจะใช้อย่างชำนาญต้องรวมกับทักษะยิงธนูเข้าไปด้วย

    ออสก้ามีทักษะยิงธนูพื้นฐานระดับเริ่มต้นเท่านั้นยังไม่ถึงขั้นดึงประสิทธิภาพสูงสุดของมันออกมาได้ แต่ว่าเป้าที่ใหญ่ขนาดนั้นยังไงก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา

    ลูกศรล่าพยัคฆ์ถูกหยิบออกมา ท่ามกลางชุดเกราะที่แบกรับกระสุนปืนออสก้าง้างคันธนูและยิงออกไปตอนแรกพวกศัตรูกลับดูถูกที่ใช้ธนูในการยิง

    แต่ว่าพอลูกศรยิงออกไปในพริบตาต่อมานักผจญภัยที่ถือโล่นำหน้าและมีพลังพื้นฐานขั้นสูงก็ยืนนิ่งไปทันทีสายตามองโล่ที่มีรูขนาดเล็กพอให้นิ้วแหย่ไปได้เท่านั้น

    รูนั้นไม่ควรจะเกิดขึ้นต่อให้เป็นกระสุนปืนยิงถ้าไม่ใช่กระสุนเจาะเกราะก็ไม่มีทางยิงแผ่นเหล็กที่หนาขนาดนี้ได้

    สายตาอีกฝ่ายค่อย ๆลดลงไปมองที่หน้าอกของตนพบว่ามีรูอยู่เช่นกัน ลูกศรนั้นไม่เพียงแต่ยิงทะลุโล่เหล็กยังยิงทะลุหน้าอกด้วยก่อนลูกศรจะหมดแรงลงยังพุ่งเสียบแทงคาร่างของทหารค่ายโลหิตอีกนายที่ไม่ทันระวังตัว

    ตุบ! เคล้งงงง!

    โล่ที่หลุดมือพร้อมกับร่างนักผจญภัยที่ล้มลงทำให้ทุกคนได้สติกลับมา

    “อะไรกัน”

    “เป็นไปไม่ได้”

    นักผจญภัยทุกคนต่างก็หวาดผวาไปตาม ๆกัน เพราะไม่คิดว่าพลังในการทะลุทะลวงของลูกศรจะมากขนาดนี้ ชัดเจนว่านั้นไม่ใช่ธนูธรรมดา

    “ไปเร็ว”ออสก้าอาศัยจังหวะที่ทุกคนยังตกตะลึงรีบหนีไปพร้อมกับเบนจามิน

    มือเหล็กมองดูศพของนักผจญภัยก็โกรธขึ้นมาทันทีนักผจญภัยเหล่านี้ต่างก็เป็นกำลังสำคัญของตนเองในโลกความจริง การที่มาตายที่นี่เท่ากับทำให้เขาเสียหายอย่างมาก

    “เป็นแค่ NPC โง่ ๆ กลับกล้าฆ่าคนของกู! ตามไปฆ่ามัน!!!” ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธตวาดลั่นทันที

    ไม่ใช่ทุกคนจะมองว่าผู้รอดชีวิตในหอคอยโลกาวินาศนั้นคือชีวิตจริงๆ หลายคนมองพวกเขาเหมือนกับเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาโดยหอคอยโลกาวินาศ เพื่อทดสอบและเป็นสิ่งเติมแต่งเท่านั้น

    การคิดแบบนี้ทำให้การฆ่าในโลกของหอคอยโลกาวินาศนั้นง่ายขึ้นไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดในใจเพราะพวกเขามาจากสังคมที่ต่างออกไปในโลกที่ยังมีกฏหมายอยู่ แน่นอนว่าก็มีบางคนที่ไม่สนใจว่าจะเป็นแบบไหนแค่ปลดปล่อยความชั่วร้ายในใจของตัวเองออกมาก็เท่านั้น

    ...

    “เอานี่ไป” ออสก้าส่งคันธนูและลูกธนูให้กับเบนจามินถ้าต้องการใช้คันธนูนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เบนจามินคือคนที่ควรจะใช้มัน

    เบนจามินมองดูและพยักหน้ารับมาไม่ปฏิเสธสิ่งนี้คืออาวุธ T1 ในโลกภายนอกอาจจะไม่ได้หายากแต่ในโลกหอคอยชั้นที่ 1 นี่คืออาวุธที่สูงสุดแล้วที่นักผจญภัยสามารถครอบครองได้

    อีกอย่างกระสุนของเบนจามินหมดแล้วกระสุนพิเศษมีค่าใช้จ่ายที่สูงและเบนจามินก็ใช้มันหมดไปแล้วตั้งแต่ก่อนจะเข้ามาที่นี่

    ออสก้าและเบนจามินวิ่งตามพวกมาโครและเลียมจนทันพวกเขาทั้งหมดไปถึงพื้นที่ซึ่งเป็นต้นต่อของทุกสิ่ง

    ลานขนถ่ายสินค้าของอาคารที่นี่กว้างอย่างมากข้าวของกระจัดกระจาย มีนักผจญภัยกำลังต่อสู้กับซอมบี้ลิ้นแฉกอยู่ที่นั่นด้านหลังคือประตูทางออกและถัดมาเป็นกล่องที่ยังไม่ถูกเปิด

    หลายคนพอเดาได้ว่าด้านในจะต้องเป็นของที่มีมูลค่าแน่นอนแต่ที่ขวางไว้นอกจากซอมบี้ลิ้นแฉกก็คือ ซอมบี้ตัวใหญ่

    [บอสราชินีซอมบี้นักล่าระดับฝันร้ายสิ่งมีชีวิตจากตัวอย่างทดลองที่หลุดออกมาตอนเคลื่อนย้าย มันแพร่เชื้อให้กับทหารและเปลี่ยนพวกเขาให้เป็นซอมบี้ลิ้นแฉกก่อนจะให้กำเนิดซอมบี้นักล่าขึ้นมาอีกหลายตัว]

    สุดท้ายแล้วค่ายทหารกลางป่าแห่งนี้ก็โดนทำลายโดยมันในคำอธิบายไม่มีการกล่าวว่ามันเกิดมาจากอะไร แต่ที่แน่ ๆมันแตกต่างจากซอมบี้ที่เปลี่ยนมาจากมนุษย์

    เจ้านี่เหมือนกับอสูรร้ายสูง 3 เมตรเต็มไปด้วยชั้นไขมันรอบ ๆ ตัวมันมีซอมบี้นักล่าคอยปกป้องไว้อยู่และมีถึง 4 ตัวแต่ละตัวแข็งแกร่งกว่าพวกที่เบนจามินเคยเจอมา

    ถัดมาคือซอมบี้ลิ้นแฉกล้วน ๆไม่มีพวกซอมบี้ทหารระดับต่ำอยู่เลยเพราะพวกนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ

    ส่วนฝ่ายที่มีชีวิตตอนนี้คือนักผจญภัยจากค่ายดีแลนและค่ายอสูรที่นำพานักผจญภัยจากค่ายระดับต่ำที่เหลือกันอยู่ไม่มากรวมกันทั้งหมดแล้วแค่30 คนเท่านั้นกำลังสู้กับพวกมันอยู่

    นี่คือซอมบี้ฝันร้ายที่มีสถานะเป็นบอสมันแข็งแกร่งเท่ากับผู้เล่นระดับพื้นฐานขั้นสูงสุดเลยทีเดียวและพอรวมกับร่างกายของซอมบี้ของมัน ก็เหนือกว่าพวกเขาอย่างชัดเจน

    อย่างน้อยอาจจะต้องใช้นักผจญภัยขั้นสูงสุดหลายคนช่วยกันปราบมันแต่ที่นี่กลับไม่มีเลย

    แน่นอนว่าเป้าหมายก็ไม่ใช่การฆ่าแต่เป็นการแย่งชิงของที่อยู่ในกล่องพวกนั้น

    “ลุยเลย” เบนจามินเองก็ลุยเช่นกันขืนช้าแบบนี้มีหวังโดยแย่งไปจนหมดแน่นอน

    ...

    ขณะเดียวกันที่ด้านนอกของดันเจี้ยนค่ายทหารกลางป่าก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

    ค่ายแกนนอนเริ่มลงมือโจมตีใส่ค่ายอื่นๆ โดยไม่ปล่อยโอกาสให้ตั้งตัว ส่งผลให้สถานการณ์ด้านนอกค่ายนั้นตึงเครียดขึ้นมาในทันที

    “ค่ายแกนนอนจะเหิมเกริมเกินไปแล้วคิดว่าค่ายอสูรพวกเราไม่มีตัวตนหรือยังไง”

    “ถ้ากล้าเปิดละก็พวกเราก็พร้อมสู้ตายเช่นกัน ค่ายโลหิตไม่กลัวพวกแกหรอกน่า”

    “ค่ายดีแลนก็ไม่ใช่พวกอ่อนแอเหมือนกันอย่าคิดว่าจะรังแกกันได้ง่าย ๆ”

    ค่ายระดับสามทั้งสามต่างก็ร่วมมือกันเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ในตอนนี้พวกเขาจับมือกันพร้อมสู้เต็มที่ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่ออยู่ ๆ ในค่ายระดับสามกลับมีผู้ทรยศปรากฏขึ้นมาและลอบโจมตีกันเอง

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน