ขณะที่ทั้งสองสาวกำลังหลับใหลเพราะความเมามายจากรสสุรา เย่หยุนซีจึงใช้โอกาสนี้เดินตรงเข้าไปหาบิดาของเขาซึ่งกำลังจัดทัพรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“เอ่อ........ท่านพ่อ พอจะมีเวลาว่างสนทนากับลูกสักประเดี๋ยวหรือไม่ขอรับ?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามอย่างจริงจัง
“หือ! ได้สิ ถ้างั้นเราเปลี่ยนสถานที่กัน” สังเกตได้เห็นความผิดปกติอะไรบางอย่าง เย่ชิงหยางจึงเลือกที่จะเดินไปสนทนากับบุตรชายในกระโจมใกล้ๆซึ่งถือเป็นที่ลับตา
“เอาล่ะ ลูกมีอะไรก็ว่ามา?”
“ข้าเพียงอยากถามท่านพ่อว่า ท่านใกล้จะทะลวงระดับมหาจักรพรรดิแล้วหรือยัง?” เย่หยุนซีเผยสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมา
“เห้อ หากจะพูดถึงเรื่องนี้ พ่อก็คงต้องตอบตามตรงว่ายังอีกยาวไกล” เย่ชิงหยางกล่าวอย่างปลงๆออกไป ปัญหานี้ไม่ใช่เขาเพียงคนเดียวที่ประสบพบเจอ แต่ผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิขั้น 9 ทุกคนล้วนแต่ต้องประสบพบเจอด้วยกันทั้งนั้น
“อ่า ถ้างั้นท่านพ่อรับนี่ไปเถอะขอรับ ลูกพึ่งได้มันมาจากงานประมูลที่เมืองหลวงเมื่อไม่นานมานี้” พูดจบ! เย่หยุนซีก็ดึงเอากล่องหยกกล่องหนึ่งออกมาจากแหวนมิติแล้วยื่นให้ผู้เป็นบิดา
“หืม นี่มัน แก่นฟ้าดินในตำนาน!!” เย่ชิงหยางถึงกับดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นถี่กระชั้น เมื่อได้เห็นลูกแก้วสีฟ้าครามที่อันแน่นพลังปราณธรรมชาติมหาศาลเอาไว้
เย่หยุนซีพยักหน้าอย่างฉับไว “ใช่แล้วขอรับ นี่คือแก่นฟ้าดินที่ข้าช่วงชิงมาได้ในระหว่างที่เหล่าผู้แกร่งกล้ากำลังปะทะกัน ถ้าหากท่านพ่อได้ดูดซับมันย่อมต้องกลายเป็นระดับมหาจักรพรรดิได้แน่”
“ของล้ำค่าเช่นนี้ ลูกเก็บเอาไว้ใช้เองในอณาคตไม่ดีกว่าหรือ?” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถาม
เย่หยุนซียกยิ้มบางพลางส่ายศีรษะ “ระดับมหาจักรพรรดิสำหรับลูกยังอีกยาวไกลนัก แต่ในตอนนี้ลูกอยากให้ท่านพ่อกลายเป็นระดับมหาจักรพรรดิเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”
“อ่า ถ้าหากลูกว่าอย่างนั้น พ่อก็จะทำตามความปรารถนา ขอบใจลูกมากนะ ซีเอ่อร์ ที่มอบโอกาสที่มีค่าเช่นนี้ให้กับพ่อ” เย่ชิงหยางไม่รีรอรีบเข้าไปสวมกอดบุตรชายด้วยความซาบซึ้งใจ
“ฮ่าๆๆก็พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่ขอรับ” เย่หยุนซีหัวเราะร่า
หลังจากมอบแก่นฟ้าดินให้กับบิดา เด็กหนุ่มก็เดินกลับบ้านพักอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะเอนหลังลงบนเก้าอี้โยกตัวเดิมอย่างสบายอกสบายใจเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ
-
-
ตัดภาพไปทางอาณาจักรมังกรสีชาด ณ พระราชวังสีแดงฉาน ที่ด้านในโถงบัลลังก์บัดนี้มีเหล่าขุนนางมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการช่วยเหลือองค์ชายลำดับที่ 4 ซึ่งตอนนี้ถูกจับเป็นเชลยศึกหลังจากพ่ายแพ้สงครามครั้งใหญ่
แน่นอน! การประชุมครั้งนี้ย่อมต้องมีองค์หญิงและองค์ชายคนอื่นๆเข้าร่วมด้วยเช่นเดียวกัน เพราะนี่ถือเป็นโอกาสดีในการสร้างผลงานให้องค์มหาจักรพรรดิได้ประจักษ์
“ฟุ๊บ”
“เรียนองค์มหาจักรพรรดิ บัดนี้ทหารของพวกเราได้ประจำการอยู่บริเวณเขตชายแดนจักรวรรดิเมฆครามตามคำสั่งแล้วขอรับ” แม่ทัพผู้สวมใส่เกาะสีทองปรากฏตัวขึ้นแล้วคุกเข่ารายงาน
องค์มหาจักรพรรดิ เหยียนซานหลาง เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เบนสายตาซึ่งเต็มไปด้วยความดุดันไปทางเหล่าองค์หญิงและองค์ชายที่เหลืออยู่ 4 คนในทันที
“ไหนพวกเจ้าลองเสนอความคิดเห็นมาสิว่าสถานการณ์ตอนนี้ อาณาจักรของพวกเราควรจะเคลื่อนไหวอย่างไร”
“เสด็จพ่อ ลูกขอเสนอตัวเป็นทูตเจรจากับอีกฝ่าย” องค์ชายลำดับที่ 1 เสนอความคิดเห็นออกไปอย่างนอบน้อม ซึ่งแน่นอน! องค์ชายคนอื่นๆเองก็เสนอตัวเช่นเดียวกัน
จะมีก็เพียงองค์หญิงลำดับที่ 1 ซึ่งเป็นพี่ใหญ่เท่านั้นที่มิได้เห็นด้วยกับความคิดนี้
“หืม เหยียนลี่ เจ้าไม่คิดเสนอตัวเหมือนกับเหล่าน้องชายของเจ้างั้นหรือ” องค์มหาจักรพรรดิเหยียนเอ่ยถาม
องค์หญิงเหยียนลี่ผสานมือคาราวะโดยพลัน “เสด็จพ่อ จากความเห็นของข้า ผู้ใดทำผิดพลาดในสงครามเท่ากับคนผู้นั้นได้ตายไปแล้วและไม่มีความจำเป็นต้องไปเจรจา”
“โอ่ว เจ้ากำลังจะบอกว่าชีวิตของน้องชายเจ้าไม่สำคัญเช่นนั้นหรือ?” องค์มหาจักรพรรดิเหยียนหรี่ตามองด้วยความสนใจ
“เมื่ออยู่ในสงคราม ชีวิตของราชวงศ์ก็มิได้แตกต่างอะไรจากทหารธรรมดานี่เจ้าคะ” โฉมสะคราญในชุดเกราะตอบกลับโดยไม่มีท่าทีลังเลใจเลยสักนิด แต่ทว่าคำพูดนี้ของนางกลับทำให้องค์ชายคนอื่นๆถึงกับต้องพากันกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“ฮ่าๆๆช่างเป็นการตัดสินใจที่ไร้ปราณี สมกับฉายาเจ้าหญิงแห่งสงคราม เหยียนลี่เอ๋ย ถ้างั้นในความเห็นของเจ้า พวกเราควรจะดำเนินการต่อไปอย่างไร” องค์มหาจักรพรรดิเหยียนเอ่ยปากชื่นชม แต่กลับยังทิ้งท้ายด้วยคำถาม
“เรียนเสด็จพ่อ ข้าอยากเสนอให้เปิดศึกเต็มกำลังแบบสายฟ้าแลบ ต่อให้กองทัพประจิมแห่งจักรวรรดิเมฆครามจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานกองกำลังเต็มรูปแบบของพวกเราได้” องค์หญิงเหยียนลี่กล่าวอย่างมั่นใจ ส่วนเรื่ององค์ชายลำดับที่ 4 ซึ่งเป็นเชลยศึก นางไม่คิดที่จะหยิบยกขึ้นมาพูดเลยด้วยซ้ำ
“ฮ่าๆๆ วิธีนี้ช่างถูกใจข้ายิ่งนัก เหยียนลี่เอ่ยศึกครานี้พ่อจะให้เจ้านำทัพ จงศึกษาศัตรูให้ดีและอย่าทำให้พ่อผิดหวัง” พูดจบ! องค์มหาจักรพรรดิเหยียนก็ผายมือมอบตราสัญลักษณ์ลวดลายมังกรดำให้กับองค์หญิงลำดับที่ 1 โดยพลัน ทำเอาเหล่าขุนนางและองค์ชายคนอื่นๆพากันแตกตื่นยกใหญ่
เพราะใครก็ตามที่ได้รับป้ายตรามังกรดำนั่นหมายความว่า คนผู้นั้นมีสิทธิ์ในการเคลื่อนทัพหลักของอาณาจักรได้อย่างอิสระ หรือก็คือมีอำนาจเป็นรองเพียงองค์มหาจักรพรรดิเพียงเท่านั้น
“ลูกจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวัง” รับป้ายตรามังกรดำ องค์หญิงเหยียนลี่กล่าวปฏิญาณด้วยความมั่นใจ