คำว่า “หน้าเื” ของหวงฝู่เหิงคำนี้จวินเซี่ยวอวิ๋นยินดียิ้มรับด้วยความภาคภูมิใจ นางเป็คนทำการค้าถูกผู้อื่นตราหน้าว่าหน้าเืได้ย่อมแสดงให้เห็นว่านางประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากเพียงใด
และเหตุผลนี้คงมีเพียงนางเท่านั้นที่เข้าใจเพราะหวงฝู่เหิงจ้องมองรอยยิ้มของนางด้วยความฉงนใจแต่ก็มิได้ซักถามอันใด
“ความจริงที่เปิ่นหวางมาหาเ้าในคืนนี้นอกจากตั้งใจมาดูหน้าว่าที่หวางเฟยแล้ว ยังมีอีกเื่หนึ่งที่สำคัญและเปิ่นหวางเองก็คิดว่าเ้าจำเป็ต้องรู้ เพื่อที่จะได้ระวังตัวเอาไว้บ้าง”
ท่าทีที่เปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นมาอย่างฉับพลันของหวงฝู่เหิงทำให้จวินเซี่ยวอวิ๋นเก็บท่าทีไม่จริงจังและซุกซนไว้ชั่วคราวแววตาพลันเปลี่ยนเป็เฉียบคมขึ้นหลายส่วนก่อนเดินนำหวงฝู่เหิงมานั่งที่ตั่งยาวริมหน้าต่าง แล้วจึงเอ่ยพลางรินน้ำอุ่นที่เจือกลิ่นหอมจางๆของดอกไม้รวยรินเลื่อนไปตรงหน้าหวงฝู่เหิง
“ท่านอ๋องหมายถึงเื่คนผู้นั้นที่เฝ้าสุสานหลวงมานานปีกระมัง?”
หวงฝู่เหิงยกยิ้มอย่างพึงใจ การข่าวของนางฉับไวและแม่นยำจริงๆ
“ไม่ผิด คนผู้นั้นมีนามว่าหวงฝู่อิง เป็โอรสของอดีตรัชทายาท นับว่าคนผู้นี้มีฝีมือไม่น้อยทีเดียวปกปิดตัวตนมิดชิดมาได้นานถึงเพียงนี้ แต่ที่เปิ่นหวาง้าบอกเ้าก็คือหวงฝู่อิงผู้นี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางเพลิงสังหารล้างสกุลกู้โหวเมื่อยี่สิบปีก่อนเบาะแสเดียวที่เปิ่นหวางมีวันนี้เพิ่งถูกคน่ชิงไป สามวันก่อน ตำหนักของเปิ่นหวางเพิ่งผลัดเปลี่ยนข้ารับใช้เก่าแก่บางส่วนออกไปและรับคนใหม่เข้ามาจำนวนหนึ่งเพราะจำเป็ต้องใช้คนไม่น้อยมาจัดเตรียมเื่การสมรสของเราทำให้พวกเขาสบโอกาสส่งคนแฝงเข้ามา” หวงฝู่เหิงขมวดคิ้วมุ่นคล้ายมีเื่รำคาญใจ
“เปิ่นหวางกำลังจะเดินทางไปชายแดน ไม่มีเวลามาใส่ใจมดปลวกพวกนี้หากเ้าไม่ยุ่งจนเกินไป เปิ่นหวางอยากให้เ้าช่วยจัดการอย่างไรเสียอีกหน่อยตำหนักของเปิ่นหวางก็ย่อมเป็ของเ้าเช่นกัน”หวงฝู่เหิงมองใบหน้างามสะคราญของจวินเซี่ยวอวิ๋นอย่างแฝงความนัย แววตานั้นอ่อนโยนเป็ที่สุด
จวิ๋นเซี่ยวอวิ๋นที่กำลังมีท่าทีจริงจังอย่างหาได้ยากถึงกับทำตัวไม่ถูกเมื่อจู่ๆ ก็ได้รับสายตาอบอุ่นอ่อนโยนเช่นนั้นจากหวงฝู่เหิงอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ทะ ท่านอย่าใช้สายตาเช่นนั้นมองข้า มะมันทำให้ข้าขนลุกอย่างไรชอบกล”
หวงฝู่เหิงมองท่าทีขัดเขินของจวินเซี่ยวอวิ๋นอย่างชอบใจแม้จะอยากมองท่าทางเช่นนี้ของนางนานๆแต่เขารู้ดีว่ายามนี้มีเื่อื่นที่สำคัญกว่าให้ต้องจัดการ
“ท่านบอกว่ากำลังจะเดินทางไปชายแดนไม่ทราบว่าจะออกเดินทางเมื่อไหร่กัน?” จวินเซี่ยวอวิ๋นพยายามเบี่ยงเบนความสนใจแต่สองข้างแก้มนั้นยังคงแดงระเรื่อไม่คลาย
“อีกสิบวันระหว่างนี้เปิ่นหวางต้องจัดเตรียมกำลังพลและรอเสบียงจากเ้ากรมการคลังทั้งยังต้องจัดการเื่การหมั้นหมายของเราให้เรียบร้อยเสียก่อนเปิ่นหวางจึงจะไปชายแดนได้อย่างวางใจ”หวงฝู่เหิงไม่วายเน้นย้ำเื่ระหว่างตนและจวินเซี่ยวอวิ๋นอีกครา
แม้จะพูดออกไปเช่นนั้นแต่ภายในใจของหวงฝู่เหิงกลับร้อนรุ่มอย่างไม่เคยเป็มาก่อนยิ่งได้พูดคุยกับนางเขาก็ยิ่งไม่วางใจนางที่โดดเด่นถึงเพียงนี้จะทำให้เขาวางใจได้อย่างไร
จวินเซี่ยวอวิ๋นถลึงตาใส่หวงฝู่เหิงอย่างดุดันนางเข้าใจความกังวลของเขาอย่างชัดเจน แต่นางรู้จักตัวเองดีกว่าใครมีหรือที่นางจะหวั่นไหวไปกับใครอื่นได้อีก ในเมื่อเขาใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็สามารถยึดครองหัวใจของนางไปแล้วกว่าครึ่งใจ
จวินเซี่ยวอวิ๋นเป็คนที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนเองมาั้แ่ไหนแต่ไรครั้งนี้ก็เช่นกัน เพียงแต่ความรู้สึกนี้ก่อตัวขึ้นอย่างขึ้นมาอย่างรวดเร็วเกินไปทำให้รู้สึกเหมือนไม่ใช่ความจริงอยู่บ้างแต่นางก็สามารถยอมรับกับตัวเองอย่างอาจหาญ
นางชมชอบบุรุษตรงหน้านี้เหลือเกิน
“ท่านอ๋องยังมีอะไรให้ไม่อาจวางใจได้อีก ด้วยฐานะของข้านอกจากท่านอ๋องแล้ว ในแคว้นอู๋แห่งนี้ก็มีเพียงฝ่าาเท่านั้นที่ข้าสามารถแต่งให้ได้โดยไม่ก่อให้เกิดา”จวินเซี่ยวอวิ๋นเบ้ปากน้อยๆ เมื่อนึกถึงเปี่ยวเกอของตน
“อีกอย่าง เปี่ยวเกอของข้าย่อมยินดีให้ข้าแต่งให้ท่านอ๋องมากกว่าจะเข้าไปนั่งตำแหน่งหนึ่งในสี่เฟยที่ชั่วชีวิตต้องรบรากับสตรีมากหน้าหลายตาเพื่อแย่งชิงบุรุษที่มองสตรีเป็เพียงหมากในกระดานอย่างแน่นอนฮึ! นี่ก็ยังไม่รู้ว่าเปี่ยวเกอทรงทราบแล้วจะตีปีกสักปานใด”
หวงฝู่เหิงมองท่าทางกระฟัดกระเฟียดของนางอย่างรักใคร่เอ็นดู เขาเอื้อมมือไปเกาะกุมมือเรียวงามของนางไว้ในอุ้งมือใหญ่ของตนบีบกระชับแแ่เอ่ยถามแ่เบา
“เปี่ยวเกอของเ้ายินดีที่เ้าแต่งให้เปิ่นหวาง แล้วตัวเ้าเองเล่ายินดีหรือไม่?”
จวินเซี่ยวอวิ๋นใจนเบิกตาโต ส่งเสียงอึกๆ อักๆ อยู่ในลำคอใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย พยายามดึงมือที่ถูกมือใหญ่เกาะกุมกลับคืนมา
หวงฝู่เหิงพอใจกับท่าทีของนาง แม้นางไม่ได้ให้คำตอบด้วยวาจาแต่ปฏิกิริยาของนางก็ให้คำตอบที่เขา้าเรียบร้อยแล้ว
“เ้ายังไม่ต้องให้คำตอบเปิ่นหวางในตอนนี้ก็ได้รอเปิ่นหวางกลับมาจากชายแดนแล้ว เปิ่นหวางค่อยเอาคำตอบจากเ้า”
หวงฝู่เหิงไม่ได้รุกไล่บีบคั้นเอาคำตอบจากนางนั่นทำให้จวินเซี่ยวอวิ่นหายใจได้อย่างคล่องคอเช่นเดิมเพียงแต่มือเรียวงามของนางยังคงถูกอุ้งมือใหญ่ที่หยาบกระด้างเล็กน้อยด้วยจับอาวุธอยู่เป็อาจิณเกาะกุมไว้ไม่ยอมปล่อยวางแม้นางจะพยายามดึงมือกลับมาเพียงใด แต่หวงฝู่เหิงก็ไม่มีท่าทีจะปล่อยมือนางเสียทีจึงได้แต่ต้องยอมปล่อยให้เขากุมมือและบีบคลึงเล่นต่อไป
“จะ จริงสิ เื่ในท้องพระโรงเมื่อเช้า ท่านพ่อเล่าให้ข้าฟังแล้ว ท่านเล่นงานเ้ากรมการคลังเสียน่าอนาถปานนั้นจะไม่เป็อะไรจริงๆหรือ?” จวินเซี่ยวอวิ๋นคิดแล้วก็รู้สึกกังวลใจฉินชิงสามารถนั่งตำแหน่งเ้ากรมการคลังมาได้อย่างยาวนานแน่นอนว่าย่อมมีเล่ห์เหลี่ยมไม่ธรรมดา
หวงฝู่เหิงแค่นเสียงอย่างเ็า ั์ตาเยียบเย็นเมื่อคิดถึงการกระทำทั้งหมดของเ้ากรมการคลังฉินชิง
“ฮึ! ฉินชิงผู้นั้นแรกเริ่มก็บีบคั้นบิดาของเ้าคิดรับเ้าเป็อนุภรรยาคนที่หกของบุตรชายต่อมาพอบุตรชายผู้นั้นเกิดใช้การไม่ได้ขึ้นมา ก็คิดที่จะรับเ้าเป็อนุของตนเองการกระทำที่น่าละอายเช่นนี้ก็ยังกล้าทำออกมาได้ เพียงแต่เ้าเป็สตรีของเปิ่นหวางกล้าคิดแย่งชิงสตรีกับเปิ่นหวาง เปิ่นหวางหรือจะละเว้นเขาได้เพียงให้เขาคายเสบียงกึ่งหนึ่งที่กักตุนเอาไว้ออกมาก็ถือว่าเปิ่นหวางไว้หน้าเขาแล้ว”
จวินเซี่ยวอวิ๋นฟังแล้วก็เกิดอาการวางหน้าไม่ถูกนางเป็สตรีของเขาั้แ่เมื่อไหร่กัน?
วันนี้เพิ่งมีราชโองการพระราชทานสมรสออกมากระทั่งเทียบชะตาก็ยังไม่ได้แลกเปลี่ยนกันเขากลับพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเช่นนี้แล้ว
แต่จะว่าไป ท่าทางเช่นนี้ของเขาช่างทำให้นางรู้สึกหวานล้ำไปทั้งใจเป็ความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ
“พูดถึงบุตรชายของฉินชิงผู้นั้นแล้วก็น่าแปลกใจนัก จู่ๆบุรุษที่ปกติดีผู้หนึ่งกลับกลายเป็เช่นนั้นไปได้ในชั่วข้ามคืน”หวงฝู่เหิงเกิดความรู้สึกสงสัยขึ้นอย่างแท้จริง
จู่ๆ มืออ่อนนุ่มเรียวงามที่เขากุมอยู่ก็เกิดอาการแข็งเกร็งหวงฝู่เหิงเอะใจเหลือบตาขึ้นมองสตรีตรงหน้า
“นี่คงมิใช่ฝีมือเ้ากระมัง?”
จวินเซี่ยวอวิ๋นใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเก พยักหน้ายอมรับอย่างไม่เต็มใจ
คิดถึงสิ่งฉินจี้ต้องเผชิญ หวงฝู่เหิงก็บีบกระชับมือเล็กคราหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่นทันที
“อวิ๋นเอ๋อร์ เ้าสามารถวางใจได้ชั่วชีวิตนี้เปิ่นหวางไม่มีวันผิดต่อเ้าอย่างเด็ดขาด!”
.
.
.
เช้าวันรุ่งขึ้น ขบวนส่งสินสอดของหมั้นหมายจากตำหนักอี้ชินอ๋องมาถึงหน้าประตูจวนผู้ช่วยรองเ้ากรมการคลังอย่างยิ่งใหญ่ชาวบ้านร้านตลาดชี้ชวนกันดูอย่างตื่นตาตื่นใจ
สามวันต่อมา จวินเซี่ยวอวิ๋นก็ได้รับสาส์นจากเปี่ยวเกอผู้เป็ฮ่องเต้แห่งแคว้นเว่ยใจความสำคัญย่อมแสดงความยินดีกับเื่มงคลของนางอีกทั้งยังระบุว่าจะส่งของขวัญหมั้นหมายมาให้อีกด้วย
บ่ายนี้จวินเซี่ยวอวิ๋นต้องเข้าวังหลวงเพราะซุ่นจงฮ่องเต้เพิ่งให้ขันทีน้อยผู้หนึ่งมาถ่ายทอดรับสั่งว่าทรงมีพระประสงค์พบนางเป็การส่วนพระองค์ดูท่าพระองค์คงได้รับสาส์นจากเปี่ยวเกอของนางแล้วเช่นกัน
จวินเซี่ยวอวิ๋นทราบดีว่าเปี่ยวเกอของนางต้องอาศัยเื่มงคลครั้งนี้ยื่นข้อเสนอบางอย่างกับฮ่องเต้แคว้นอู๋อย่างแน่นอนนางเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าเปี่ยวเกอจะมีเงื่อนไขอะไร
“คุณหนู ่นี้ข่าวสารจากหอคลื่นลมมีมากมายเสียจริง ดูสิเ้าคะนี่เป็ข่าวสารทั้งหมดใน่สามวันนี้เ้าค่ะ”
เสี่ยวจูถือกระดาษปึกหนึ่งเดินเข้ามาส่งให้จวินเซี่ยวอวิ๋นแล้วจึงผละไปจัดเตรียมเสื้อผ้าอาภรณ์สำหรับเข้าวังในตอนบ่ายให้ผู้เป็นาย
จวินเซี่ยวอวิ๋นรับไปพลิกอ่านทีละแผ่นจนไปสะดุดตากับข้อความหนึ่งเข้า ต้องรีบอ่านทวนซ้ำอีกที
เสี่ยวซินยกถาดน้ำแกงบำรุงร่างกายมาวางบนโต๊ะเบื้องหน้าผู้เป็นายพลางมองอย่างแปลกใจ ข่าวใดกันหนอถึงกับทำให้คุณหนูของนางหน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนี้ได้
เสี่ยวซินหันหน้าไปมองเสี่ยวจูพยักเพยิดเป็เชิงถามไถ่
เสี่ยวจูได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ นางเองก็ไม่รู้เช่นกัน ในเมื่อจนถึงบัดนี้นางยังไม่ได้ยินคุณหนูเอ่ยอะไรสักคำ
“เปาซาน”
จวินเซี่ยวอวิ๋นเรียกหาหนึ่งในองครักษ์ประจำตัว
“คุณหนู”
เปาซานปรากฏตัวด้านนอกหน้าต่าง คุกเข่าประสานมือพร้อมรับคำสั่ง
“ส่งข่าวถึงท่านอ๋อง ทูลว่า…”
จวินเซี่ยวอวิ๋นกลอกตาไปมาอย่างซุกซนน้ำเสียงเ้าเล่ห์จนคนฟังสังหรณ์ใจไม่ดี
“ข้า้าให้ท่านอ๋องรับฉินเยว่หนิงเป็พระชายารองทั้งยังต้องรับก่อนออกเดินทางไปชายแดนสองชั่วยาม หากทรงถามหาเหตุผลเ้าก็ทูลตอบไปว่า ข้า้าใช้งานนาง”
สองสาวใช้หนึ่งองครักษ์มองหน้าผู้เป็นายอย่างตื่นตะลึง
อา…คุณหนูฉินผู้นั้นล่วงเกินคุณหนูของพวกเขาตรงที่ใดกันดูท่าจุดจบของนางคงน่าอนาถยิ่งแล้ว!!
จวินเซี่ยวอวิ๋นแย้มยิ้มเบิกบานใจ
ฉินชิงเอ๋ยฉินชิง คิดส่งบุตรสาวเข้าตำหนักอ๋องเช่นนั้นหรือไม่ว่าเ้าจะมีแผนการเื้ัอันใด เอาเป็ว่าเปิ่นกงจู่จะส่งเสริมเ้าเอง!!
.
.
.
ยามนี้หวงฝู่เหิงกำลังคัดเลือกกำลังพลอยู่ที่ค่ายทหารนอกกำแพงเมือง
วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส สายลมพัดเอื่อย แสงแดดบางเบา อากาศดียิ่งนัก
แต่แล้วจู่ๆ สายลมไร้ที่มาระลอกหนึ่งก็พัดโหมอย่างรุนแรงทำให้เสื้อคลุมด้านหลังของหวงฝู่เหิงสะบัดไปมาเสียงดังพึ่บพั่บจนเขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าฤดูร้อนปีนี้อากาศช่างแปรปรวนเสียจริง
เฮ้อ! ไม่ได้เห็นหน้าอวิ๋นเอ๋อร์มาสองวันแล้ว ตอนนี้นางกำลังทำอะไรอยู่นะ?