“ เหลือจะเชื่อ แดดส่องหน้าขนาดนั้นเธอยังหลับได้อีก ”
แอลลี่ขยี้ตาพลางหัวเราะเบาๆ เธอไม่รู้จะขำหรือร้องไห้ดีกับการวิวัฒนาการ 2 ครั้ง ดูเหมือนว่าความร้อนของแดดจะไม่ทำให้เธอแสบร้อนเหมือนเมื่อก่อน การนอนกลางแดดที่สาดส่องในตอนเช้าจึงไม่ได้ทำให้เธอตื่นนอน หากพี่ของเธอไม่ปลุกคงจะนอนยาวไปถึงช่วงสายของวัน
“ มีอะไรเหรอคะ ”
“ พวกเขากำลังจะจัดทีมสำรวจเพื่อตรวจสอบดูว่าเมื่อคืนมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ”
“ เราต้องไปกับพวกเขาด้วยเหรอ ”
“ ไม่ล่ะ ฉันยังมีที่อยากจะไปอยู่ หากว่าเราไม่สร้างปัญหาพวกเขาก็น่าจะให้เราเข้าออกสถานีนี้ได้ ”
โยฮันเดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ แม้จะมีการแบ่งกลุ่มออกไปมากมาย แต่สุดท้ายก็ต้องมีคนที่คอยเฝ้าสถานีแห่งนี้เอาไว้เพื่อส่งสัญญาณบอกกลุ่มที่เดินทางออกไปล่าให้รีบกลับมาหากเกิดสถานการณ์ที่ซอมบี้บุกสถานี
หลังจากที่ทุกคนขึ้นรถ โยฮันกลับเดินเข้าไปพูดกับวิน วันนี้เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะเดินทางกับทุกคนเพราะเขามีที่ที่อยากจะไปสำรวจ
“ วิน วันนี้ฉันยังไม่ได้ไปด้วยนะ ”
“ พี่จะไปไหน ”
“ ฉันอยากรู้ว่าบ้านเศรษฐีพ่อค้ายาอยู่ไหน ฉันอยากจะไปสำรวจที่นั่นสักหน่อย ”
“ มันอยู่ไกลสักหน่อย ผมไม่อยากให้คุณเดินทางไปเลย ”
“ ฉันดูแลตัวเองได้ เหมือนเดิม ฉันจะไม่ล่อซอมบี้มาที่นี่ ”
“ งั้นให้ผมนำทางไหม ถ้าใช้รถมันน่าจะเร็วสุด ”
ชายสวมแว่นดูผอมแห้งแรงน้อยเสนอตัว เขาคือคนที่แอลลี่ถามบนรถระหว่างเดินทางมายังสถานีแห่งนี้
“ ลืมแนะนำตัว ผมพอล หากเราขับรถไปน่าจะถึงที่นั่นภายใน 10 นาที ผมรู้จักเส้นทางแถวนั้นเป็นอย่างดี จะว่ายังไงไหมถ้าให้ผมนำทาง ”
“ แบบนี้ก็ดีนะพี่โย ให้คนของผมนำทางพี่ไปเถอะ เราไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ”
“ งั้นก็ได้ ”
โยฮันพยักหน้ารับข้อเสนอ เขากลัวว่าตนจะไม่สามารถออกจากสถานีได้ สถานการณ์ตอนนี้ดูอันตรายและวุ่นวาย อีกฝ่ายเสนอตัวจะนำทางไปเขาจึงต้องยอมรับ หลังจากที่หน่วยล่าขับรถออกไปจากสถานี พอลก็รีบวิ่งไปยังโรงจอดรถแล้วขับรถเก๋งคันหนึ่งออกมา รอบด้านติดเต็มไปด้วยใบมีด เพียงแค่มันวิ่งผ่านซอมบี้คงจะตัดร่างเป็นชิ้นๆ
“ ไปกันเถอะครับ เช้าๆอาจจะไม่อันตรายมาก ”
โยฮันปีนหน้าต่างเข้าไปในรถ แอลลี่ก็เช่นกัน ด้วยเหล็กที่เสริมตัวรถเพื่อไม่ให้บุบจากแรงกระแทกทำให้ประตูเปิดปิดไม่ได้ต้องปีนหน้าต่างเข้าไปเท่านั้น เมื่อทุกคนขึ้นรถพอลก็เริ่มเหยียบคันเร่งขับรถขึ้นไปบนถนนก่อนจะหักพวงมาลัยพาทุกคนวิ่งไปทางทิศตะวันออกด้วยความเร็วหวังจะรีบไปให้ถึงที่นั่นแล้วกลับมาก่อนเที่ยง
“ หัวหน้า คุณทำแบบนี้ไม่กลัวคนอื่นจะเอาเขาเป็นตัวอย่างเหรอ ”
วินหันมองชายวัยกลางคน ต่อให้อีกฝ่ายจะอายุเยอะกว่ากลับยอมเรียกวินว่าหัวหน้าเพราะเขาสามารถตัดสินใจและคาดการณ์สถานการณ์ต่างๆที่ทุกคนไม่เคยพบเจอได้ดีกว่าคนอื่นๆ
“ ใครล่ะจะกล้าทำเหมือนเขา อีกอย่างที่ผมให้เขาไปนั่นก็มีเหตุผลอยู่ ”
“ เหตุผลอะไรอย่างนั้นเหรอ ” วินหันมองรอบตัว รถที่เขานั่งไม่มีตำรวจและคนที่มาพร้อมกับโยฮัน
“ ฉันไม่รู้ว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน แต่หากเขาแข็งแกร่งมาก ไม่ดีเหรอที่ฉันจะให้เขาออกไปในที่เสี่ยงเพื่อนำข้อมูลสำคัญๆกลับมา ”
“ แบบนี้นี่เอง แต่มันก็เสี่ยงไม่ใช่เหรอถ้าเขาพาซอมบี้มาด้วย ”
“ จากท่าทางของผู้ชายคนนั้น ฉันคิดว่าเขาคงไม่ลากซอมบี้กลับมาด้วยแน่นอน การที่เขาวิ่งหนีซอมบี้ก่อนกลับมาที่นี่จะทำให้เขาเห็นหลายอย่างที่เราไม่เห็น ดูยังไงเราก็ได้ประโยชน์ เพราะงั้นฉันคิดว่าคงไม่มีใครใช้เขาเป็นตัวอย่างแล้วเลียนแบบหรอก ”
เมื่อทุกคนเข้าใจสิ่งที่วินต้องการทำจึงนั่งเงียบต่อไป กระทั่งผ่านมา 5 นาทีพวกเขาก็กระโจนลงจากรถเมื่อพบว่าซอมบี้เข้ามาในอาณาเขตปลอดภัยที่พวกเขาสร้างขึ้น จากจำนวนของมันไม่เยอะมาก แต่ระดับของมันกลับทำให้พวกเขารู้สึกวิตกไม่น้อยเพราะระดับต่ำสุดเป็นระดับ 2
การที่เขาเชื่อว่าพวกมันเป็นระดับ 2 ก็เพราะว่าซอมบี้ที่อยู่รอบๆตัวในตอนนี้ ไม่ได้เดินลากขาไปมาเหมือนแต่ก่อน พวกมันยืนนิ่งราวกับกำลังรอเหยื่อให้เดินทางมาหา แม้พวกมันจะไม่ได้ดูฉลาดเหมือนซอมบี้ที่กินพวกเดียวกันจนวิวัฒนาการขึ้นมา แต่การยืนนิ่งๆของพวกมันทำให้พวกเขากลัวเช่นเดิมเพราะมันมีความคิดมากกว่าเดิมจนอาจจะสร้างความเสียหายให้พวกเขาได้มากยิ่งขึ้น
“ อย่าลุยเดี่ยว พยายามจับคู่ เราจะกวาดล้างที่นี่แล้วรีบจากไป ”
วินออกคำสั่งไปยังทุกคนที่เดินทางมาด้วย ชายราว 10 คนจึงรีบจับคู่กันแล้ววิ่งเข้าไปสังหารซอมบี้ ต่อให้พวกมันจะเป็นระดับ 2 ก็ตามที หลายคนในที่นี่ก็เป็นระดับ 2 เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นวินยังเป็นระดับ 3 หากเกิดอันตรายขึ้นพวกเขาสามารถถอยหนีได้ทุกเมื่อ
“ ให้เน้นวิธีการมากกว่าเน้นใช้กำลัง ไม่งั้นจะเปลืองแรงเปล่าๆ ”
ทุกคนพยายามรับฟังคำสั่งของวิน ในระหว่างนี้เขาก็เริ่มกวาดตามองทุกสิ่ง อันตรายที่แท้จริงอาจจะหลบซ่อนตัวอยู่รอบๆมองดูพวกเขาต่อสู้ ทันใดนั้นซอมบี้ระดับ 3 ก็เริ่มเดินออกมาจากตึกหลังหนึ่ง ขนาดของมันไม่ได้ใหญ่โตเหมือนที่เคยเจอ แต่ความกดดันที่แผ่ออกมาทำให้หลายคนตัวแข็งค้างจนต้องให้วินเรียกสติถึงสามารถขยับร่างกายได้ปกติ
“ ขึ้นรถเร็วเข้า เรายังปะทะกับระดับ 3 ตรงๆไม่ได้ ”
ทุกคนรีบวิ่งกลับขึ้นไปบนรถแล้วขับหลบหนีซอมบี้ ในระหว่างนี้ทุกคนที่อยู่บนรถพยายามกวาดตามองรอบข้างเพื่อสำรวจหาซอมบี้ระดับ 3 ซึ่งทุกคนตกใจมาก เนื่องจากว่าซอมบี้ระดับ 3 เพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าเดิม จากปกติสามารถนับได้ด้วยนิ้วมือทั้งสองข้าง ตอนนี้ไม่ว่าจะขับรถไปที่ไหนก็ตามพวกเขาสามารถพบเห็นซอมบี้ระดับ 3 ได้ทั้งหมด
“ หัวหน้าแบบนี้ไม่ดีแล้ว ”
วินพยายามประเมินสถานการณ์ ทันใดนั้นซอมบี้ระดับ 3 ตัวหนึ่งลักษณะคล้ายหนูก็ได้กระโจนเข้ามาขวางทางจนพวกเขาต้องหักหลบ รถด้านหลังที่ตามมาติดๆเมื่อเห็นคันหน้าพยายามหักหลบด้วยเช่นกัน หนูท่อที่เห็นว่าเหยื่อกำลังหลบมันจึงตวัดกรงเล็บขัดขวาง ทำให้รถคันที่ 3 ถูกตัดเข้าไปครึ่งคันจนพลิกคว่ำ รถคันที่เหลือต่างรีบขับผ่านก่อนที่วินจะลงมาจากรถแล้วขอกำลังไปช่วยคนที่ติดอยู่ในรถคันที่คว่ำลงไปข้างทาง
“ ที่เหลือรีบกลับไปก่อนเลย! ”
รถจำนวน 4 คันวิ่งกลับไปยังสถานีปล่อยให้หน้าที่ช่วยเหลือเป็นของวินและชายอีก 3 คน หนูท่อที่สกัดเหยื่อได้มันกลับไม่เดินไปยังรถพลิกคว่ำเมื่อรู้ว่ามีเหยื่ออยู่นอกรถกำลังเดินเข้ามาใกล้มันจึงให้ความสนใจทางฝั่งนี้แทน
“ฉันจะยื้อเอาไว้ให้ พวกนายรีบไปพาคนลงจากรถแล้วก็หนีไป ”
“ แล้วหัวหน้าล่ะ ”
“ ฉันจะรีบวิ่งตามไปแน่ แต่ก่อนอื่นทำตามที่บอกก่อน ”
วินมองไปยังหนูท่อ เขาจำเป็นต้องหลบกรงเล็บของมันให้ได้ ต่อให้เขาจะเป็นระดับ 3 ไม่ต่างจากมัน พละกำลังของมนุษย์กลับด้อยกว่า จากการต่อสู้หลายวันที่ผ่านมาทำให้เขารู้ว่าถ้ามนุษย์ต้องการจะฆ่าซอมบี้ระดับเดียวกัน จำเป็นต้องพึ่งเครื่องมือเพื่อทดแทนพละกำลังที่ไม่ได้เยอะเหมือนซอมบี้ แต่ด้วยความคล่องตัวและขนาดร่างกายที่เล็กของมนุษย์ พวกเขาจึงสามารถเอาตัวรอดได้ดีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ตัวใหญ่
หลังจากที่หนูท่อไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากวิน เขาจึงชักดาบที่ทำขึ้นจากเหล็กแหนบรถยนต์ มันคือสิ่งที่แข็งที่สุดเท่าที่เขาจะหาได้ในตอนนี้ หลังจากมองดูท่าทางของมันอยู่นานเขาจึงตัดสินใจพุ่งเข้าหาพลางง้างดาบฟัน อีกฝ่ายตวัดกรงเล็บสวนกลับมาเช่นกัน เขากลับกระโจนหลบเพราะไม่ได้ตั้งใจสู้ตั้งแต่แรก สิ่งที่เขาพยายามทำคือการซื้อเวลาให้ได้มากที่สุดจนกว่าคนของเขาจะกลับขึ้นไปบนรถอีกคัน
“ ออกมาเร็ว! ”
---------------------------------------------------------------
ปึง ปึงปึงปึง แผละ!
เสียงชนร่างซอมบี้ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งที่เลือดสีแดงกระจายไปทั่วหน้ารถที่ปัดน้ำฝนจะทำงานปัดเลือดทิ้งไปจนมองเห็นทางได้อีกครั้ง ขณะรถวิ่งด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมุ่งตรงไปตามถนน 4 เลนด้วยความเร็วนั้น จู่ๆก็มีสุนัขตัวใหญ่ไม่ต่างจากรถเก๋งกระโจนขึ้นมาขวางทางทำให้คนที่กำลังขับรถตกใจตื่น เพียงแต่ว่าโยฮันที่นั่งอยู่ด้านข้างกลับใช้มือของเขาคว้าจับพวงมาลัยไม่ให้อีกฝ่ายเลี้ยวหนี
“ คุณจะบ้าหรือไง นั่นมันระดับ 3 เลยนะ ”
“ ขับต่อไป อย่าได้หักหลบเด็ดขาด ”
พอลมองหน้าโยฮัน เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร แม้รถจะเต็มไปด้วยใบมีดมันกลับไม่สามารถสร้างความเสียหายให้ซอมบี้ระดับ 3 ได้มากเท่าที่ควร ฝ่ายเขาจะเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายมากกว่ามัน ทันใดนั้นโยฮันก็ได้ปีนออกมาทางหน้าต่างแล้วค่อยๆปีนป่ายไปตามช่องว่างจนไปยืนอยู่หน้ารถ พอลที่เห็นว่าโยฮันต้องการสู้โดยใช้หน้ารถเป็นแท่นยืนจึงวิตกแต่ก็ทำตามที่อีกฝ่ายบอกโดยไม่คิดจะหักรถเลี้ยวหลบแต่อย่างใด
โบร๋ว!
เสียงร้องคำรามดังลั่นออกมาจากสุนัขระดับ 3 ปากที่ส่งเสียงเห่าหอนค่อยๆอ้ากว้างจนราวกับดอกไม้บานเผยให้เห็นฟันแหลมคมมากมาย ทันทีที่รถพุ่งเข้าใกล้มันก็เริ่มย่อตัวเตรียมพุ่งเข้าใส่ โยฮันที่ยืนอยู่หน้ารถเตรียมต่อสู้กับมันเช่นเดียวกัน แอลลี่ที่นั่งอยู่เบาะหลังมองไปยังมือทั้งสองข้างของพี่ชายที่ค่อยๆมีเล็บยาวงอกออกมา ทันใดนั้นพี่ของเธอก็กระโจนไปด้านหน้ารถที่วิ่งด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนที่เขาจะใช้พละกำลังขาดีดตัวเองที่เหยียบลงไปบนพื้นถนนพุ่งเข้าหาสุนัขซอมบี้ที่กำลังอ้าปากกว้างพุ่งปากเข้ามาเขมือบร่างเล็กๆที่เข้าใกล้
แต่แล้วปากขนาดใหญ่กลับฉีกอ้าออกเป็นสองฝั่งจากเล็บเล็กๆที่ตวัดออกไป ร่างของมันที่ขวางทางต่างก็ถูกแยกออกเป็นสองฝั่งไม่ต่างกัน รถที่ควรจะพุ่งชนร่างสุนัขกลับขับผ่าน หลังจากที่สิ่งกีดขวางถูกตัดเป็นสองท่อนล้มลงไปสองฝั่งของถนน
แอลลี่ที่เห็นพี่ชายตกกระแทกพื้นหลังจากพุ่งเข้าไปตัดร่างซอมบี้จึงยื่นมือออกจากรถดึงพี่ชายที่ยื่นมือขอความช่วยเหลือจากตนจนกลับขึ้นมาบนรถได้อีกครั้งหนึ่ง
“ ขับต่อไปไม่ต้องสนใจระดับ 3 ฉันจะฆ่ามันให้เอง ”
พอลพยายามสงบสติ เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนฆ่าซอมบี้ระดับ 3 ได้ง่ายดายเช่นนี้ สำหรับโยฮันมันไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ซอมบี้ระดับ 3 สำหรับเขาในตอนนี้ราวกับเด็กอมมือ นอกจากมันจะสร้างความเสียหายให้กับเขาได้น้อยนิดแล้ว เขายังสามารถฆ่ามันได้ง่ายๆด้วยการตวัดกรงเล็บผ่าน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ภาวนาให้การเดินทางไม่เจอซอมบี้ระดับ 4 เพราะเขาไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองจะรับมือกับมันไหวหรือเปล่า
“ อีกไกลไหมจะถึงที่นั่น ”
“ ราว 4 กิโลเมตรก็น่าจะถึง ผมจะเลี้ยวขวาจับให้แน่นๆนะ ”
รถเก๋งหุ้มเหล็กหักเลี้ยวลงข้างทางหลังจากชะลอความเร็วลง หลังจากนั้นมันก็เพิ่มความเร็วขึ้นแต่ก็ไม่ได้ขับรถเหมือนอยู่บนทาง 4 เลน.