รอยซ์คอยดูแลอาการของเพื่อนรักอยู่ถึงสามวันสามคืน ไม่ยอมให้ทหารภายใต้บังคับบัญชาที่ขาดประสบการณ์ หรือคนรับใช้ชาวแซ็กซอนเข้าไปใกล้เพื่อนรักอย่างเด็ดขาด ด้วยรู้ดีว่าพวกแซ็กซอนจะต้องวางยาพิษบารอนฮิวจ์ ในโอกาสแรกที่ทําได้ทันที เมื่อเป็เช่นนี้ หน้าที่ในการรักษาพยาบาลจึงตกเป็ภาระของเขาแต่เพียงผู้เดียว และมันเป็หน้าที่ซึ่งเขาไม่เคยคุ้นมาก่อนเลยด้วย
รอยซ์สั่งให้เจมส์คนเก็บภาษีพำนักอยู่ในปราสาทแห่งนั้นด้วย เขาจะละจากข้างเตียงเพื่อนก็ต่อเมื่อมีเื่ราวที่จะต้องสอบถามจากเจมส์เกี่ยวกับครอบครัวของ เลดี้นิโคล่าเท่านั้น ขณะนี้เขามีแผนการอันสมบูรณ์ที่จะเอาตัวเธอออกมาจากสํานักนางชีแห่งนั้นแล้ว แต่เขาไม่้าให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นอีก
อาการของฮิวจ์ออกจะน่าวิตก เมื่อถึงตอนปลายสัปดาห์ก็มีท่าทีว่าเขาอาจจะถึงตาย ถ้าไม่ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างถูกต้อง เมื่อความสิ้นหวังเกิดขึ้น รอยซ์ก็จำเป็ที่จะต้องพาเพื่อนรักไปยังสำนักนางชี เพื่อขอให้แม่ชีที่นั่นช่วยรักษาพยาบาลให้ อินเจลแรมกับชาร์ลส์ผู้เป็ทหารรับใช้ของฮิวจ์ติดตามไปด้วย
แต่นายทหารทั้งสี่มิได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสํานักนางชี จนกว่าจะปลดอาวุธ ซึ่งรอยซ์ก็ยินยอมแต่โดยดี จนเมื่อทุกคนปลดอาวุธเรียบร้อยแล้ว ประตูเหล็กบานหนาหนักจึงเปิดออกต้อนรับพวกเขาเข้าไปภายใน
แม่ชีอธิการออกมาต้อนรับตรงลานหินหน้าโบสถ์ นางเป็สตรีวัยกลางคน ใบหน้าบริสุทธิ์แจ่มใส ทั่วทั้งเรือนกายปกคลุมด้ยอาภรณ์สีดำ นับแต่เวลที่คลุมศีรษะลงมาจนถึงรองเท้าที่สวมใส่ แม้ว่านางจะมีรูปร่างต่ำเตี้ย แต่ก็มิได้แสดงความแปลกใจหรือตระหนกกับเรือนกายอันสูงใหญ่ของรอยซ์เลยแม้แต่น้อย และยังประสานสายตากับเขาอย่างแน่วแน่มั่นคง มิได้แสดงออกถึงความหวั่นไหวเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ภาพของแม่ชีอธิการเตือนใจให้เขาคิดไปถึงแม่ชีผู้มีนามว่า...ซิสเตอร์แดเนียล...
“เพราะเหตุใดท่านถึงได้เอาทหารมาล้อมสํานักนางชีที่นี่ไว้” แม่ชีอธิการเอ่ยถามขึ้นเป็คําแรก
“การที่กระผมสั่งการให้ทหารมาคอยดูแลที่นี่ไว้ก็เพื่อให้แน่ใจว่า เลดี้นิโคล่ามิได้หลบหนีออกไปจากสํานักนางชีแห่งนี้น่ะสิขอรับ” รอยซ์ตอบอย่างมีสัมมาคารวะ
“แล้วการที่ท่านเดินทางมาที่นี่เพื่อจะมาเอาตัวเขาไปยังงั้นรึ”
รอยซ์สั่นศีรษะแทนคําตอบ เดินไปทางด้านหลังของเกวียน พร้อมกับทำมือเป็สัญญาณให้แม่ชีอธิการตามมา
ทันทีที่แม่ชีอธิการเห็นสภาพของคนเจ็บเข้าก็รีบสั่งให้นําตัวเข้าไปภายใน
ฮิวจ์ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน รอยซ์จึงจำเป็ต้องแบกร่างเพื่อนขึ้นพาดไหล่ และออกเดินตามแม่ชีอธิการเข้าไปภายใน มีบันไดหินขนาดใหญ่ตรงไปยังทางเข้าด้านซ้ายมือ รอยซ์กับผู้ติดตามต่างเดินตามแม่ชีเข้าไปตามช่องทางเดินที่จุดไฟไว้สว่างไสว
แม้เสียงฝีเท้าของพวกทหารจะดังกึกก้องอยู่กับทางเดินที่ปูด้วยแผ่นไม้ แต่กระนั้นรอยซ์ก็ยังแว่วเสียงเพลงสวดที่ดังอยู่ในบริเวณนั้น ยิ่งเข้าไปใกล้ประตูที่อยู่สุดปลายของห้องโถงทางเดินมากเท่าไร เสียงนั้นก็ยิ่งได้ยินชัดเจนขึ้น เขาเดาเอาว่าห้องประชุมนมัสการของพวกแม่ชีจะต้องอยู่ชั้นบนของตัวอาคาร
“เรามีห้องใหญ่อยู่ห้องเดียวสําหรับคนป่วยที่เดินทางมาขอความช่วยเหลือจากเรา” แม่ชีอธิการพูดเป็เชิงอธิบาย “เมื่ออาทิตย์ก่อนแทบจะไม่มีที่ว่างเลย แต่วันนี้เหลือทหารแซ็กซอนที่อยู่ในความดูแลของเราเพียงคนเดียวเท่านั้น ท่านคงจะเห็นด้วยกับฉันนะบารอน ว่าใครก็ตาม เมื่อเข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งนี้แล้ว ย่อมจะมีความเป็มนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าเขาจะเป็นอร์มันหรือแซ็กซอนก็ตาม”
“ขอรับ” รอยซ์ตอบออกไป “ว่าแต่ทหารแซ็กซอนคนที่ท่านว่านั่นน่ะ เป็น้องชายของเลดี้นิโคล่าใช่ไหมขอรับ”
“ใช่” แม่ชีอธิการหันมามองหน้าเขาอยู่ “จัสตินมารักษาตัวอยู่ที่นี่”
“เท่าที่กระผมได้รายงาน รู้สึกว่าอาการของเขาจะหนักมากใช่ไหมขอรับ”
“ก็เห็นจะมีแต่พระเ้าเท่านั้น ที่จะตอบคำถามของท่านได้” นางตอบกลับมา “ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า มันเป็เพราะอะไร จัสตินดูจะไม่ยอมรับการรักษาตัวอย่างถูกต้องเอาเสียเลย เขาภาวนาขอให้ตายไปเร็ว ๆ ในขณะที่เราก็ภาวนาขอให้ชีวิตของเขารอดปลอดภัย ฉันน่ะหวังแต่เพียงว่าพระเ้าจะไม่ทรงสับสนกับคําอธิษฐานที่ขัดแย้งของเราเท่านั้น”
รอยซ์ไม่ใคร่แน่ใจนักว่า คําพูดประโยคนั้นของแม่ชีอธิการหวังจะให้เป็เื่ขันหรือไม่ เพราะคิ้วบาง ๆ ของนางขมวดมุ่นดูจริงจังมาก ซึ่งทําให้เขาต้องพยักหน้ารับรองไปตามเื่
“ตอนนี้ผมอยากจะให้เพื่อนได้นอนพักรักษาตัวเสียก่อนเท่านั้นละขอรับ”
“เื่ที่ฉันกําลังกังวลอยู่ในตอนนี้ มันก็มีอยู่เื่เดียวเท่านั้น” แม่ชีอธิการเอ่ยต่อ “คือฉันจะต้องจัดให้เพื่อนท่านนอนอยู่ในเตียงข้างจัสติน ซึ่งจากสีหน้าของท่านฉันก็พอจะรู้อยู่ว่า ท่านไม่ค่อยพอใจกับความคิดนี้เท่าไหร่นัก แต่ฉันมีเหตุผลที่จะต้องทําอย่างนั้น...” นางมองหน้าเขาอยู่
“คือแม่ชีคนที่ฉันให้ดูแลพยาบาลจัสตินอยู่ตอนนี้ ชื่อแม่ชีเฟลิซิตี้ เป็พยาบาลที่มีความสามารถพอจะดูแลคนเจ็บทีเดียวสองคนได้ แต่ก็แก่มากแล้ว ฉันไม่อยากให้เธอต้องวิ่งรอกหัวห้องท้ายห้อง จำเป็จะต้องให้นั่งอยู่ระหว่างเตียงของคนเจ็บทั้งสอง ท่านจะยอมรับในเงื่อนไขอันนี้ได้ไหมล่ะ”
รอยซ์พยักหน้ารับ และแม่ชีอธิการก็มีสีหน้าบอกความโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด นางเปิดประตูออก และรอยซ์ก็ได้พบว่าห้องที่เขากําลังเดินเข้าไปนั้น เป็ห้องโถงกว้าง แสงสว่างที่สาดเข้ามาทางหน้าต่างกระจกใหญ่ทั้งสามด้านนั้น ทำให้เขารู้สึกว่าสายตาพร่าเลือนไปจนต้องหรี่ตาลง กลิ่นอายในห้องบ่งบอกถึงการรักษาความสะอาดที่กระทํากันอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ผนังฟากตรงข้ามนั้น มีเตียงคนเจ็บตั้งเรียงรายอยู่กว่ายี่สิบเตียง ตรงหัวของทุกเตียงจะมีโต๊ะซึ่งเป็ตู้เก็บเสื้อผ้าไปในตัวตั้งขนาบอยู่ มีเทียนไขตั้งอยู่โต๊ะละแห่ง
โดยรอบของแต่ละเตียงจะมีม่านสำหรับรูดปิดกั้นเพื่อความเป็ส่วนตัวไว้ด้วย เพียงแต่ว่าขณะนี้ม่านเ่าั้ถูกเปิดโล่งไว้ทั้งหมด นอกเสียจากตรงเตียงหนึ่งตรงกลางห้องที่ม่านถูกรูดปิดไว้ รอยซ์เดาเอาว่าจะต้องเป็เตียงที่จัสตินนอนพักรักษาตัวอยู่อย่างแน่นอน
เขาวางร่างฮิวจ์ลงตรงเตียงที่อยู่ข้างกัน จัดการถอดเสื้อผ้าออกจากร่างของเพื่อน ก่อนจะดึงผ้าห่มหนานุ่มขึ้นคลุมร่างไว้ให้
“รู้สึกว่าาแตรงหัวไหล่กับแขนทั้งสองข้างกำลังเป็พิษ” สีหน้าของแม่ชีอธิการบอกความเดือดร้อนใจ “ซิสเตอร์เฟลิซิตี้คนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าควรจะต้องทํายังไงกับาแนั่น” นางโน้มกายลงลูบไล้รอยขมวดมุ่นตรงหน้าผากของฮิวจ์ด้วยความปรานี “ขอพระเ้าทรงประทานพรให้เราสามารถรักษาเขาให้หายด้วยเถิด”
รอยซ์รู้สึกประทับใจในการแสดงออกของแม่ชีอธิการยิ่งนัก เขายืนมองเพื่อนรักอยู่ แต่เมื่อแม่ชีอธิการบอกว่า เขากับผู้ติดตามควรจะกลับได้แล้ว รอยซ์ก็สั่นศีรษะปฏิเสธทันที
“ทหารนอร์มันจะต้องคอยให้การอารักขากับบารอนฮิวจ์จนกว่าเขาจะหายขอรับ ทั้งอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดจะต้องได้รับการตรวจสอบ โดยให้คนของท่านดื่มกินเสียก่อน เราจึงจะอนุญาตให้เขารับอาหารนั้นได้” เขาเน้นเสียงกร้าว
สีหน้าที่บ่งบอกความแปลกใจของแม่ชีอธิการยามนี้ บอกให้รู้ว่านางไม่เคยได้ยินคําพูดทํานองนี้มาก่อนเลย
“ท่านนี่ช่างเป็ขี้ระแวงเสียจริงทีเดียวนะบารอน” สีหน้าของนางบอกความไม่พอใจ “ก็แล้วถ้าฉันจะไม่ยอมรับในเงื่อนไขของท่านล่ะ”
“ถึงยังไงท่านก็ไล่ฮิวจ์ออกไปจากที่นี่ไม่ได้แล้วขอรับ เพราะศีลที่ท่านถืออยู่ไม่อนุญาตให้ท่านทําอย่างนั้นได้”
รอยยิ้มที่ฉาบขึ้นบนใบหน้าของแม่ชีอธิการ สร้างความแปลกใจให้กับรอยซ์ไม่น้อยเลย
“ท่านนี่เป็คนหัวดื้อเหมือนฉันไม่มีผิด เอาละ เป็อันว่าฉันยอมรับในเงื่อนไขของท่านก็แล้วกัน”
ฮิวจ์ละเมอครางออกมาด้วยพิษไข้ แม่ชีอธิการรีบก้มลงสำรวจสีหน้าแล้วก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้เรียบร้อย กล่าวคําปลอบโยนด้วยน้ำเสียงแ่เบา แล้วจึงได้รูดม่านปิดลงก่อนจะออกไปตามหาตัวซิสเตอร์เฟลิซิตี้