The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 1 บทที่ 35 ศัตรูของอาจารย์และกุมภีล์ผู้เป็นมิตร

            ภายในความมืดมิดของห้องสำหรับคุมขังนักโทษคดีร้ายแรง ที่ล้อมรอบไปด้วยกำแพงศิลาก้อนหนา ด้านในมีลูกกรงที่สร้างขึ้นเป็นห้องขนาดเล็กอีกชั้นหนึ่ง เบื้องหลังติดกับกำแพง มีรูหน้าต่างที่ติดกรงเหล็กขนาดไม่ใหญ่มากประมาณหน้าคน คอยให้แสงจันทร์จากภายนอกสาดส่องเข้ามาเป็นครั้งคราว



            มิเนอร์วายังคงลืมตาไม่ยอมนอนหลับ หลังจากกลายมาเป็นผู้วิเศษชั้นสูง มิเนอร์วาค้นพบว่าการอดนอนไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับตัวเองอีกต่อไป ถึงแม้จะยังคงรู้สึกเหนื่อยมากกว่าปกติแต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่ร่างกายรับไหว และแน่นอนการได้นอนหลับเต็มอิ่มยอมดีกว่าอยู่แล้ว ต่อให้เป็นยอดอาชาถ้าฝืนวิ่งไม่ยอมหยุด จะเหนื่อยตายเอาง่ายๆ กลางทาง แต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้การเลือกที่จะไม่นอนหลับในถิ่นศัตรูที่มองไม่เห็นและไม่รู้จำนวน เห็นได้ชัดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด การอดนอนเพียงหนึ่งวันย่อมไม่นับเป็นอะไรได้



            ระหว่างที่รอคอยให้เวลาไหลผ่าน มิเนอร์วาที่เริ่มรู้สึกเบื่อเพราะไม่มีอะไรให้ทำ จึงเริ่มคิดหาเรื่องคุยกับอาจารย์ทั้งสองคน จะอย่างไรก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งเป็นเพราะผ่านประสบการณ์ด้านความอดทนมาน้อย อีกทั้งไม่อยากสูญเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ความรู้คือสิ่งที่ตนยึดมั่น และประวัติศาสตร์ก็ถือเป็นแขนงหนึ่งของการเรียนรู้



            "ท่านอาจารย์นอกจากเผ่ามังกรสวรรค์อนธการผู้ยิ่งใหญ่เหนือห้วงอาณาเขตหมู่เกาะอันมากมายแล้ว ก็ยังมีเผ่าพยัคฆ์สยบโลกา และเผ่าสิงหราชเพลิงกัลป์ แต่จากที่ท่านเคยเล่าให้ข้าฟังดินแดนทางทวีปใต้จะมีจุดเชื่อมต่อกับโลกเบื้องล่าง และในโลกนั้นก็มีตัวตนระดับจักรพรรดิเทวะที่เรียกว่าปีศาจปกครองอยู่เช่นกัน พวกเขาเป็นตัวตนแบบใดกันขอรับ ข้าสังหรณ์ใจว่าถ้าได้รับความรู้หายากจากท่านสิ่งนี้จะช่วยให้ข้าพัฒนาตัวเองได้ไวขึ้น"



            หลังจากใช้เวลาอยู่ด้วยกันมานาน ลูกศิษย์ตัวดีก็เริ่มจับทางอาจารย์ของตนทั้งสองได้บ้างแล้ว ราชันย์มังกรนั้นไม่ได้เป็นพวกบ้ายอ แต่เป็นพวกชอบใจอ่อนแพ้การออดอ้อนทางวาจา ดังเช่นคืนนั้นที่ตนขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย แต่กลับถูกไล่ให้นอนหลับตา อีกฝ่ายเห็นท่าทางกระตือรือร้นของลูกศิษย์ก็ไม่อยากทำให้ผิดหวัง รู้ทั้งรู้ว่าโดนอ่านทางออกแต่ก็ยินยอมเพราะรักศิษย์



            "งั้นวันนี้ข้าจะเล่าเรื่องศัตรูของอาจารย์เจ้าให้ฟังก็แล้วกัน ครานั้นเป็นเพราะราชันย์เทวะพิษพิสดารอวดอุตริชุบชีวิตสิ่งมีชีวิตเป็นจำนวนมาก ฝืนกฎแห่งชีวิตและความตาย การชุบชีวิตไม่ใช่เรื่องแปลกแต่การชุบชีวิตติดต่อกันหลายครั้งในสมัยนั้นได้ทำให้ราชันย์ปีศาจอสรพิษกลืนฟ้าที่กำลังบาดเจ็บตนหนึ่ง ไม่สามารถหาวิญญาณคนตายจำนวนมากมารักษาตัวเองได้อีก และเผ่าอสรพิษกลืนฟ้านี้ยังเคยมีแค้นเก่ากับบิดาของแอสคลีเพียส มันจึงได้ออกอุบายแจ้งเรื่องเท็จให้แก่เจ้าแห่งยมโลกทางทิศเหนือผู้เป็นตัวตนระดับจักรพรรดิเทพเพียงหนึ่งเดียวในโลกเบื้องล่าง อันที่จริงพวกมันเรียกขานโลกเบื้องล่างนั้นว่าโลกวิญญาณหรือนรกนั่นเอง"



            "จักรพรรดิเทพองค์นั้นเนื่องจากไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับเรื่องบนผืนดินใต้การปกครองของพี่ชายได้จึงทำได้แค่นำความไม่พอใจไปกล่าวทูลกับเทพผู้พี่ให้มาตักเตือนการกระทำของแอสคลีเพียส เทพผู้นั้นจึงเสกสายฟ้าฟาดร่างแอสคลีเพียสดับสิ้นไม่ทันได้ดิ้นก็ตายทันที เมื่อข่าวรู้เข้าถึงหูเทพผู้เป็นบิดาของแอสคลีเพียส ท่านก็โกรธจัดต่อให้จะไม่พอใจในตัวอดีตภรรยา แต่แอสคลีเพียสที่ขึ้นชื่อว่าบุตรนั้นมีสายเลือดของเขาไหลเวียนอยู่ เขาจึงเดินทางไประบายโทสะกับเผ่าไซคลอปส์ยักษ์รับใช้ตาเดียวผู้สร้างสายฟ้าให้เทพองค์นั้น"



            "อีกฝ่ายรู้สึกไม่พอใจบิดาของแอสคลีเพียสเป็นอย่างมาก จึงใช้อำนาจกดดันลงโทษอยู่เป็นเวลานานถึงหนึ่งปีเต็ม หลังจากลงโทษครบหนึ่งปีก็ปล่อยตัวให้เป็นอิสระ ชุบชีวิตไซคลอปส์ขึ้นมา อีกทั้งยังสละอายุขัยตัวเอง ช่วยผนึกเสี้ยววิญญาณของแอสคลีเพียสลงในหนังสือแห่งเพลิออนเล่มนั้น มอบโอกาสในการคืนชีพให้แก่เขาอีกครั้ง"



            อีฟริทเล่าเหตุการณ์ที่มันรู้ทั้งหมดให้ศิษย์ฟัง เล่าไปตามความเป็นจริงที่เคยได้รู้ได้ฟังมา



            "หึ! ใครใช้ให้พวกมันโง่เง่าเชื่องูผีนั่นกัน ถึงแม้ข้าจะไม่อาจระบายโทสะนี้กับพวกเขาเหล่าทวยเทพได้ แต่กับเผ่าปีศาจอสรพิษกลืนฟ้านั้นย่อมแตกต่าง เจ้าไพธอนนั่นในอดีตก็ถูกสังหารโดยบิดาข้า ถ้าไม่เป็นเพราะมีจักรพรรดิปีศาจโบทิสคอยหนุนหลังเจ้างูบัดซบนั่นย่อมไม่นับเป็นตัวอะไรได้ สักวันข้าจะจับมันมาถลกหนังหั่นเนื้อเป็นท่อนๆ แล้วเอามาทำต้มยำ จับกินมันทั้งตัว"



            เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง แอสคลีเพียสจึงออกอาการฉุนเฉียวไม่พอใจอยู่บ้าง



            "ใช่แล้วพวกมันเรียกว่าเผ่าปีศาจอสรพิษกลืนฟ้า มีลำดับภายในเผ่าไล่เรียงได้ตามร่างวิวัฒนาการดังเช่นเผ่าสัตว์อสูร สัตว์วิเศษทั่วไป ร่างที่ 1 อสูรอสรพิษกลืนฟ้า ร่างทารก ถึงจะเรียกพวกมันว่าทารก แต่ถ้าเทียบช่วงอายุกับมนุษย์ ก็นับได้ว่าอยู่ในวัยเด็กที่พร้อมจะโตเป็นหนุ่มได้ตลอดเวลา เรียกได้ว่าสติปัญญานั้นเติบโตขึ้นไวมาก ทั้งร่างจะถูกปกคลุมด้วยเกล็ดหลากหลายสีที่ถูกสร้างตามพื้นฐานที่ติดตัวพวกมันมาแต่กำเนิด โดยปกติจะมีรูปร่างเป็นงู แต่เมื่อโกรธหรือต้องการสังหารร่างกายส่วนบนด้านหน้าสุดที่เคยเป็นส่วนท้องและลำคอจะเปลี่ยนเป็นมัดกล้ามเนื้อของมนุษย์และด้านข้างลำตัวบริเวณที่สมควรจะเป็นส่วนแขนและหัวไหล่นั้นจะปรากฏตุ่มนูนขึ้นมา สามารถแปลงเป็นแขนได้"



            "ร่างที่ 2 อสูรอสรพิษกลืนฟ้า ร่างวัยเยาว์ ทันทีที่ทำลายพันธนาการแห่งชีวิตครั้งที่ 2 ลงตุ่มนูนนั้นจะมีหนามแหลมงอกยาวแทงออกมา ร่างกายตั้งแต่หัวจรดหางก็ขยายออกทั้งขนาดและความยาว เนื่องจากเผ่าปีศาจอสรพิษกลืนฟ้าเชี่ยวชาญทางด้านการล่อลวง วางกับดัก แม้ในสายตาคนนอกจะมองว่าเป็นพวกขี้ขลาด แต่ในความเป็นจริงยิ่งพวกมันเติบโตดาบยาวที่ถูกเก็บเอาไว้ในปากก็จะโตตามไปด้วย ดังนั้นแล้วการไม่ประมาทต่อพวกมันจะเป็นการดีที่สุด"



            "ร่างที่ 3 อสูรอสรพิษกลืนฟ้า ร่างผู้พิทักษ์ ในร่างอสรพิษโตเต็มวัยนี้หนามแหลมข้างลำตัวก็จะยืดยาวขึ้นแปลงเป็นแขนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม การตระหนักรู้ถึงแก่นของอสรพิษกลืนฟ้า ทำให้พวกมันเชี่ยวชาญในเรื่องวิชาดาบที่รวดเร็ว และรุนแรง แก่นของอสรพิษกลืนฟ้าย่อมไม่ใช่ของธรรมดาหากมันวางแผนได้ดีมากเท่าไหร่ เจ้าก็ยิ่งต้องวางแผนให้ลึกยิ่งกว่าพวกมัน เรียกได้ว่าหากพวกมันพกพามา 4 แผน เจ้าต้องมีอย่างน้อยถึง 6 แผนจึงจะเอาชนะมันได้ แค่ 5 แผนนั้นยังไม่เพียงพอ"



            "ร่างที่ 4 อสูรอสรพิษกลืนฟ้า ร่างผู้คุมกฎ อย่างที่เจ้ารู้พวกมันเป็นตัวตนในระดับครึ่งปีศาจที่ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะกลายเป็นปีศาจเต็มตัว เป็นอสูรอสรพิษกลืนฟ้าครึ่งปีศาจที่แข็งแกร่ง และเชี่ยวชาญในความลึกล้ำของวิชาดาบ สร้างเป็นกฎที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากแก่น ซึ่งมีรากเหง้ามาจากจักรพรรดิปีศาจอสรพิษกลืนฟ้า"



            "ร่างที่ 5 อสรพิษกลืนฟ้า ร่างสัตว์ปีศาจ เป็นตัวตนระดับเดียวกับเทพรับใช้หรือเทวะสัตว์วิเศษ เมื่อตามหารากเหง้าของกฎมาเรื่อยๆ พวกมันจะได้พบความเปลี่ยนแปลงปรากฏสองเขาที่งอกขึ้นมา เขาทั้ง 2 ข้างนั้นโค้งสั้นงอไปข้างหลัง ดาบที่ซ่อนไว้ในปากจะผสานรวมเป็นส่วนเดียวกันกับร่างกาย สื่อให้เห็นว่าพวกมันกายและดาบเป็นหนึ่งเดียวกัน วิชาดาบที่ว่าแข็งแกร่งแล้วยังสามารถแข็งแกร่งรวดเร็วขึ้นได้อีก"



            "ร่างที่ 6 ปีศาจอสรพิษกลืนฟ้า ร่างจอมปีศาจ จะเรียกได้ว่าเป็นปีศาจเต็มตัวที่แท้จริงก็ว่าได้ รากเหง้าที่พวกมันหาพบจะเติบโตจนกลายเป็นทางเส้นหนึ่ง ทางเส้นนี้ย่อมมีจุดหมาย ปลายทางนั้นอยู่ที่ผู้ให้กำเนิดรากเหง้าซึ่งก็คือจักรพรรดิปีศาจแห่งเผ่าอสรพิษกลืนฟ้า การฆ่าสังหารของพวกมันบวกผสมกับแผนการอันแยบยลจะเรียกพวกมันว่านักลอบสังหารที่น่ากลัวก็ไม่ผิดนัก"



            "ร่างที่ 7 ปีศาจอสรพิษกลืนฟ้า ร่างราชันย์ปีศาจ เมื่อกำแพงที่พันธนาการชีวิตชั้นนี้ถูกทำลายลง ย่อมหมายความว่าปีศาจอสรพิษกลืนฟ้าผู้โชคดีตนนั้นเดินทางตามเส้นทางมาได้แล้วเกินครึ่งทาง เส้นทางแห่งการสังหารที่ปลายทางมีจักรพรรดิปีศาจอสรพิษกลืนฟ้าผู้ให้กำเนิดรออยู่ ไพธอนศัตรูของอาจารย์เจ้าก็อยู่ในระดับนี้ มันเคยตกตายลงด้วยน้ำมือของสุริยเทพเมื่อแรกเกิด และถูกคืนชีพโดยจักรพรรดิปีศาจอสรพิษกลืนฟ้า แต่การตายหนึ่งครั้งย่อมต้องทิ้งบาดแผลร้ายแรงเอาไว้"



            "ดังนั้นมันจึงได้วางอุบายกำจัดอาจารย์เจ้าที่ดึงวิญญาณคนตายจำนวนมากในโลกเบื้องล่างกลับไป เมื่อไม่มีวิญญาณที่กำลังรอเดินทางไปปรโลกบนเส้นทางแห่งความตาย ก็เป็นดั่งหนทางอันว่างเปล่าเป็นยาน้ำที่รักษาสิ่งใดไม่ได้เลย ไม่แปลกที่มันจะออกอุบายดับชีวิตแอสคลีเพียส ในตอนนี้ข้าเดาว่าหลังจากวิญญาณบนเส้นทางแห่งความตาย กลับมาเพิ่มจำนวนมากขึ้น การเก็บเกี่ยววิญญาณผู้หลงผิดของไพธอนย่อมง่ายดายขึ้นมากกว่าเดิม"



            "สุดท้าย จักรพรรดิปีศาจอสรพิษกลืนฟ้า ผู้ใช้หนึ่งดาบกลืนกินนภาทั้งผืน จักรพรรดิปีศาจผู้ฝืนกฎบนเส้นทางการสังหาร ผู้ปกครองเผ่าปีศาจอสรพิษกลืนฟ้าทั้ง 60 กองพล จักรพรรดิปีศาจอสรพิษกลืนฟ้า 'โบทิส' ตัวตนที่แม้แต่พวกข้าก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วยมากนัก ถึงทั้งเผ่าของพวกมันจะมีวิชาดาบกลืนฟ้าที่น่าตกตะลึงมากเท่าใด แต่ก็ไม่มากเท่าความแข็งแกร่งของเผ่ามังกรข้า แต่ที่ไม่อยากยุ่งด้วยเป็นเพราะคร้านจะมานั่งปวดหัวกับแผนการมากมายของอีกฝ่ายก็เท่านั้น"



            ราชันย์เทวะมังกรอย่างมันสมัยมีชีวิตอยู่ไม่เคยนึกเกรงกลัวในวิชาดาบของตัวตนระดับจักรพรรดิปีศาจเช่นโบทิสเลย แต่กลับหลีกเลี่ยงที่จะยุ่งเพราะแผนการของอีกฝ่ายมันน่าปวดหัวมากเกินไป นี่จะเห็นได้จากคำว่า 'เก่งทางด้านล่อลวง วางกับดัก' ที่อีกฝ่ายได้มากนั้นไม่ได้มาเพราะนึกขึ้นเอง แต่มาจากการที่ผู้อื่นมอบให้เพราะความสามารถของเส้นทางแห่งการสังหารที่พวกเขามีอยู่ติดตัว



            ภายในคุกมืดเด็กหนุ่มยังคงนั่งหลังพิงกำแพงแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงดาวนอกหน้าต่าง ครุ่นคิดถึงเส้นทางแห่งการสังหารว่าจะมีลักษณะเป็นแบบไหน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้ว่าการรับรู้ถึงเส้นทางที่ไม่ใช่ของตนเองนั้น ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถกระทำได้เพียงเพราะแค่ใจอยาก รู้ว่าสังหารคือการฆ่า แล้วต้องฆ่าแบบไหนล่ะถึงจะเรียกว่าสังหาร เป็นการสังหารที่จะมีเฉพาะแค่ผู้ที่ตระหนักรู้ครอบครองเป็นเจ้าของ เพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้สึกได้



            "ไม่คิดให้มากความแล้ว ท่านอาจารย์นอกจากเผ่าปีศาจแล้ว เผ่าเทวะสัตว์อสูรผู้พิทักษ์โชคชะตาทิศต่างๆ ในนรกเป็นตัวตนแบบใดกันขอรับ แข็งแกร่งได้ครึ่งหนึ่งของมังกรสวรรค์อนธการหรือไม่"



            มิเนอร์วาที่เลิกคิดถึงเรื่องการสังหารรีบเปลี่ยนประเด็นอย่างรวดเร็วหวังใช้โอกาสหลอกถามราชันย์มังกรที่กำลังอารมณ์ดี



            "คำว่าแข็งแกร่งย่อมหมายถึงในหลายๆ ด้าน หากเทียบด้านความแข็งแกร่งทางกายภาพและพลังวิญญาณแน่นอนว่าเผ่ามังกรข้าล้วนอยู่ในระดับแนวหน้า แต่หากนับในด้านการรักษา หล่อหลอม หรือค้นหาย่อมต้องมีผู้แข็งแกร่งกว่า ดังเช่นเผ่าเทวะสัตว์อสูรผู้พิทักษ์โชคชะตาแห่งทิศจระเข้ สาเหตุที่ถูกเรียกว่าเทวะสัตว์อสูรไม่ใช่เทวะสัตว์วิเศษหรือสัตว์ปีศาจนั้น เป็นเพราะว่าเริ่มต้นเดิมทีแรกกำเนิดก็เป็นเผ่าพันธุ์มายาอยู่แล้วเพียงแต่เป็นเผ่ามายาที่ถือกำเนิดขึ้นในโลกเบื้องล่าง เป็นสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในนรกแห่งนี้มาก่อนที่พวกปีศาจจากโลกกึ่งกลางจะอพยพหลบหนีมาอาศัยอยู่ที่โลกใต้ดินแห่งนี้"



            "ตามที่เจ้าเข้าใจนั่นแหละ ก่อนที่จะถูกเรียกว่านรกที่นั่นเคยถูกเรียกว่าโลกใต้ดินมาก่อน ถ้ามนุษย์แข็งแกร่งมากพอจนสามารถเดินเหินไปบนอากาศหรือเอาตัวรอดในมหาสมุทรได้ ก็จะรู้ว่าที่แท้แล้วโลกใบนี้นั้นมีทรงกลม มากกว่า 6 ส่วนของพื้นที่ล้วนมีมหาสมุทรปกคลุมกระจายไปทั่ว สถานที่ซึ่งถูกเรียกว่านรกก็เป็นแค่มิติโลกใต้ดินขนาดใหญ่ที่เป็นทางเชื่อมไปสู่ปรโลกซึ่งเป็นโลกหลังความตายที่ทุกดวงวิญญาณจะต้องเดินผ่านเพื่อกลับเข้าสู่สังสารวัฏแห่งการเกิดใหม่"



            อีฟริทเอ่ยเล่าเรื่องราวของนรกที่เคยเป็นโลกใต้ดินมาก่อน และจะเห็นได้ว่าเผ่ามายาในสมัยอดีตกาลนั้นมีประชากรเป็นจำนวนมาก



            "อา… ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ แล้วทิศโชคชะตาแห่งจระเข้มีตัวตนแบบใดเป็นผู้ปกครองกันขอรับท่านอาจารย์?"



            "เป็นเผ่าเทวะสัตว์อสูรกุมภีล์บรรพกาล ผู้ปกปักพิทักษ์โชคชะตาแห่งทิศจระเข้อันเป็นทิศที่ 3 จากทั้ง 12 ทิศของนรกแห่งทวีปใต้ มีกองกำลังใต้การปกครองทั้งหมด 26 กองพล ภายในเผ่าแบ่งออกเป็นเช่นเดียวกันกับเผ่าผู้พิทักษ์อื่นๆ ไล่เรียงตามพันธนาการแห่งชีวิตที่ถูกทำลายในแต่ละชั้นอันได้แก่…"



            "ร่างที่ 1 สัตว์อสูรกุมภีล์บรรพกาล ร่างทารก เป็นสัตว์อสูรจระเข้วัยทารกที่มีพื้นฐานทางด้านวิญญาณที่เกี่ยวข้องกับกาลเวลา พวกมันมีเพียงร่างกายเท่านั้นที่แข็งแกร่ง การศึกทางด้านโจมตีด้วยพลังวิญญาณค่อนข้างอ่อนแอ มีลางสังหรณ์ดีเป็นเลิศ เกล็ดแข็งที่ราวกับเกราะแต่ละสี ย่อมบ่งบอกถึงพื้นฐานที่พวกมันแต่ละตัวมี"



            "ร่างที่ 2 สัตว์อสูรกุมภีล์บรรพกาล ร่างวัยเยาว์ ร่างกายวัยทารกของพวกมันจะเติบโตขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งจะฟักไข่ออกมา 1 ฟอง พวกมันจะอมไข่ใบนี้ไว้ในปากเสมอ มีนิสัยค่อนข้างรักสงบขัดแย้งกับหน้าตาที่ดูดุร้าย ด้วยพื้นฐานวิญญาณที่พัฒนาขึ้น กุมภีล์บรรพกาลวัยนี้จะสามารถเริ่มรับรู้ร่องรอยแห่งกาลเวลา พร้อมจะตามหาแก่นแห่งบรรพกาล"



            "ร่างที่ 3 สัตว์อสูรกุมภีล์บรรพกาล ร่างผู้พิทักษ์ พวกมันเป็นจระเข้โตเต็มวัย ที่สามารถสร้างแก่นแห่งบรรพกาลของตนเองขึ้นมาได้ พัฒนาต่อเนื่องจากลางสังหรณ์มาสู่กาลเวลาเมื่อสร้างแก่นสำเร็จก็กลายเป็นอดีตกาลและอนาคตกาล ใช่แล้วพวกมันสามารถตระหนักถึงเหตุการณ์ในอดีตและอนาคตได้อย่างเลือนรางดังเมฆาที่ล่องลอยยากไขว่คว้า ไข่ที่อยู่ในปากจะฟักตัวออกมาเป็นวิหคสีเทาดำมันจะเติบโตอย่างรวดเร็วและจะอยู่อาศัยใกล้ตัวผู้ให้กำเนิดตลอดเวลา"



            "ร่างที่ 4 สัตว์อสูรกุมภีล์บรรพกาล ร่างผู้คุมกฎ พวกมันสามารถแปลงเป็นร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งจระเข้ได้ตั้งแต่สมัยยังเป็นทารก แต่เมื่อมาถึงลำดับนี้จะเกิดความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงกับความสามารถในด้านโจมตี เพราะนกเขาสีเทาดำที่ฟักไข่ออกมานั้น จะแข็งแกร่งขึ้นตามระดับของแก่นที่สมบูรณ์ จนสามารถกลายเป็นกฎบรรพกาลทางหนึ่งได้ ภาพอดีตและอนาคตจะไม่เลือนรางอีกต่อไปแต่กระนั้นก็ยังคงมีหมอกมัวปกคลุมบ้างในบางจุด"



            "ร่างที่ 5 เทวะสัตว์อสูรกุมภีล์บรรพกาล ร่างเทวะสัตว์อสูร ผู้หลอมกฎจนสมบูรณ์และตระหนักได้ถึงรากเหง้าที่แท้จริงที่มาจากจักรพรรดิเทวะสัตว์อสูรแห่งทิศจระเข้ ภาพในอดีตและอนาคตล้วนสามารถมองเห็นจนแจ่มชัดได้ในเวลาสั้นๆ เมื่อพบเจอรากเหง้า กฎที่หลอมผสานจะสามารถแปลงออกมาเป็นพญาจระเข้ตัวใหญ่ใช้เป็นสัตว์อสูรพาหนะศึกประจำกาย"



            "ร่างที่ 6 เทวะสัตว์อสูรกุมภีล์บรรพกาล ร่างเทวทูต พวกมันควบคุมกองทัพทั้งหมดไว้ใต้การปกครองจะรับคำสั่งเฉพาะราชันย์กุมภีล์และองค์จักรพรรดิเหนือหัวของพวกมันเท่านั้น การหาเรื่องพวกเขาล้วนเป็นเรื่องโง่เง่า ถึงพวกเขาจะรักสงบแต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาอ่อนแอ ถ้าบอกว่านกเขาตัวใหญ่และจระเข้พาหนะนั้นแข็งแกร่งแล้ว กาลแห่งอดีตและอนาคตของมันนั้นน่ากลัวกว่าหลายสิบเท่า บรรพกาลนี้แต่เดิมเริ่มต้นก็สามารถหาสิ่งของที่หายไปในกระแสกาลเวลาได้อยู่แล้ว แต่เมื่อมาถึงระดับเทพแท้จริงเช่นนี้การคว้าเอาสิ่งของที่หายไปกลับมาล้วนไม่ใช่เรื่องยาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสิ่งของที่จะเอากลับคืนมาอีกทีว่าเป็นอะไร"



            "ร่างที่ 7 เทวะสัตว์อสูรกุมภีล์บรรพกาล ร่างราชันย์เทวทูต เป็นราชันย์ผู้พิทักษ์โชคชะตาแห่งทิศจระเข้ อดีตกาลและอนาคตกาลในพื้นที่ทิศจระเข้ทั้งหมดล้วนสามารถล่วงรู้ได้ เนื่องจากพวกมันมีนิสัยแปลกประหลาดอีกอย่างคือมักจะขี้สงสาร บางครั้งเมื่อพบเจอสิ่งมีชีวิตใดทำของหายจึงมักปรากฏตัวช่วยเหลืออยู่เสมอ บางครั้งก็ใจดีเล่าเรื่องในอดีตและอนาคตของโลกใบนี้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตใด ให้แก่ผู้ที่พบเจอโดยบังเอิญได้สอบถาม หากเจ้าเจอก็อย่าลืมสอบถามซะล่ะ จะเป็นประโยชน์กับตัวอย่างมากในอนาคตแน่นอน"



            "สุดท้าย จักรพรรดิเทวะสัตว์อสูรกุมภีล์บรรพกาล 'วาสซาโก้' เทวะสัตว์อสูรผู้พิทักษ์โชคชะตาแห่งทิศจระเข้ จักรพรรดิเทวะสัตว์อสูรผู้หยั่งรู้กาลเวลาทั้งสองฝาก ผู้ไขว่คว้าโชคชะตาที่หายไป ข้าเคยมีโอกาสได้เจอท่านเพียงไม่กี่ครั้ง และเนื่องจากพวกเขาค่อนข้างเป็นมิตรจึงกล้าบอกเล่าบรรพกาลซึ่งเป็นเส้นทางที่พวกเขาเลือกเดิน"



            "บรรพกาลคือกาลเวลาที่เป็นอดีต หากแต่อนาคตก็ถือเป็นอดีตรูปแบบหนึ่ง และอดีตก็ถือเป็นอนาคตรูปแบบหนึ่งเช่นกัน หากแต่อดีตและอนาคตของพวกเขาเป็นแบบไหน และไขว่คว้าสิ่งของที่หายไปกลับคืนมาได้อย่างไรนั้น ทั้งหมดคงมีเพียงแค่เจ้าตัวเท่านั้นที่สามารถรับรู้ได้ เมื่อรู้อดีตรู้อนาคตย่อมไร้ต้าน คงมีเพียงอนาคตที่ไม่คาดฝันเท่านั้นที่จะสามารถต่อต้านเผ่ากุมภีล์บรรพกาลนี้ได้"



            เมื่อสิ้นเสียงเล่าของอีฟริทไม่มีเสียงใดตอบกลับ และไม่มีผู้ใดส่งเสียงรบกวนออกมา มิเนอร์วาเหม่อมองท้องฟ้าที่สว่างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับม่านราตรีกาลที่เต็มไปด้วยดวงดาวถูกดึงขึ้น ผืนนภากำลังเปลี่ยนสี มิเนอร์วาจมจ่อมอยู่ในห้วงคิดแห่งอดีตและอนาคต



            "นั่นสินะตอนนี้ก็คืออนาคตของเมื่อกี้ และตอนนี้ก็กำลังจะกลายเป็นอดีตที่จะผ่านไปเพื่อรออนาคตใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ หากข้าไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ก็คงมีเพียงต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยปัจจุบันแล้ว"



            ราวกับตระหนักได้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างตนเองและธรรมชาติรอบกาย ดอกบัวสามสีภายในร่างลู่ไหวไปมาทั้งๆ ที่ไม่มีสายลม ราวกับกำลังตื่นเต้นดีใจ มังกรสวรรค์อนธการสีดำนิลเองก็นอนหาวตีปีกสะบัดหางส่ายไปมาด้วยความเคลิบเคลิ้ม



            สายตามิเนอร์วาที่ยังคงจ้องไปบนท้องฟ้ามองลอดผ่านช่องขนาดเล็กนั้น ได้ตวัดก้มหันหน้ากลับมาจ้องประตูที่อยู่ด้านนอกกรงขัง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แสยะออกมา เวลานี้ท้องฟ้าได้สว่างชัดอย่างสมบูรณ์แล้ว เมื่อประตูบานนั้นถูกเปิดออก นั่นหมายความว่าเวลาแห่งการพิพากษาได้มาถึงแล้ว

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134