การปรากฏเสาหินใหญ่นี้ เป็นไปอย่างเชื่องช้า ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ลู่ซือและอ้ายเหม่ยอยู่ภายใน โดยลู่ซือยังคงเจ็บปวดไม่หยุด ทว่าในช่วงเวลานี้เอง สิ่งที่ลู่ซือกำลังสัมผัสได้อีกประการก็ปรากฏในห้วงความคิด
"มิติแห่งมังกร" ลู่ซือคำรามออกมาเสียงดัง
"มิติแห่งมังกรเชื่อมประสาน" ลู่ซือหัวเราะออกมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ไม่หยุด
ที่ด้านนอกสำนัก ในเวลานี้มีสำนักต่าง ๆ มารวมตัวกันด้วยความสนใจ แม้ทางสำนักอัสนีหิมะ จะห้ามอย่างไรก็ไม่ยอม ในที่สุด ด้วยจำนวนผู้คนมากมาย เจ้าสำนักจึงปล่อยให้เข้ามาบางส่วนในพื้นที่ที่กำหนดให้เท่านั้น แต่ถึงกระนั้น ผู้คนก็เรียกได้ว่ามากมายเต็มลานด้านหน้าเขายอดที่ห้า
เสาหินลายมังกรต้นที่ห้าถึงเก้า เมื่อปรากฏขึ้นมา วงแหวนแต่ละเสาก็เข้มขึ้นเรื่อย ๆ ยากที่ผู้คนจะมองเข้าไป และราวครึ่งชัั่วยาม วงแหวนแต่ละเสา ต่างแผ่รัศมีเชื่อมโยงทุกเสา ที่ยอดเสาที่สูงลิบด้านบน ปรากฏเป็นส่วนต่าง ๆ ของมังกร เริ่มจากส่วนหัวไปถึงส่วนหาง มีขนาดใหญ่ สร้างความระทึกให้กับฝูงชนไม่หยุด
เมื่อมังกรทุกส่วนต่อเชื่อมกัน พลันขยับ หินศิลาที่อยู่ด้านหน้าโถงห้องมังกรบรรพกาล และที่บนชั้นเก้า ต่างลอยขึ้นไปที่ร่างมังกรที่ส่วนหัว เสียงมังกรคำราม คลื่นเสียงดังสนั่นไปทั่ว พร้อมกับการประสานระหว่างหินศิลามังกร ดวงตาสีแดงที่อยู่บนหินศิลาปรากฏเป็นดวงตาสีแดงบนร่างมังกร การประสานใช้เวลาไม่นาน จากนั้นร่างมังกรก็ขยับและบินไปรอบยอดเขาที่ห้าถึงเก้า
ไม่เพียงเท่านั้น ที่ขาส่วนหน้าของมังกรพลันปรากฏเป็นศัสตราวุธชิ้นหนึ่ง มีขนาดใหญ่
"ดาบ"
"ศัสตราวุธ"
"อัศจรรย์จริง ๆ"
"ข้าต้องการอาวุธนี้"
ผู้คนต่างวิพากย์วิจารณ์สิ่งที่เห็น ไม่ว่าจะเสาหิน มังกรบิน และดาบ ที่ค่อย ๆ ปรากฏออกมาไม่หยุด
"หลังจากการปรากฏขึ้นมาทั้งหมด ทำให้สำนักต่าง ๆ หลายสำนัก เกิดความโลภ อยากได้ศัสตราวุธนั้น แม้จะยังไม่แน่ใจว่าคืออะไร แต่ทุกคนก็มั่นใจว่า จะต้องเป็นของดีแน่นอน"
"เจ้าสำนัก ศัสตราวุธที่ปรากฏแม้จะอยู่ในเขตสำนักเจ้า แต่ไม่ได้หมายความว่า ท่านจะครอบครองมันได้แต่อย่างใด เพราะมันปรากฏอยู่บนฟากฟ้า ใครมีวาสนาย่อมจะได้ไป" เจ้าสำนักหยวนมังกรกล่าว
"ถูกต้อง"
"แน่นอนที่สุด"
"ใช่ ใครมีวาสนาย่อมได้ไป"
ผู้คนมากมายจากหลายสำนัก ต่างกดดันเพื่อจะให้ตนเองได้มีสิทธิ์ที่จะครอบครองศัสตราวุธนั้น
"พวกเจ้าจะทำเกินกว่าเหตุไปแล้ว ทั้งหมดอยู่ในอาณาเขตของสำนัก เพียงเพราะพวกเจ้าอยากได้ จะมากำหนดกฏเกณฑ์บังคับสำนักข้า ย่อมเป็นไปไม่ได้" เจ้าสำนักจิวล่งกล่าวเสียงดัง ได้ยินไปทั่ว
"เจ้าลองไตร่ตรองดูให้ดี หาไม่ สำนักเจ้าอาจเกิดความเสียหาย" เจ้าสำนักจากอารามไตรวิหคกล่าวออกมา แม้จะเป็นนักบวช หากแต่ความโลภ ยังไม่สิ้นสุด ความต้องการบังเกิดต่อเนื่อง ไม่มีเหตุผลอื่นใดอีกแล้ว
ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมนั้นเอง มังกรและดาบพลันลอยขึ้นไปบนฟ้า และพุ่งเข้าสู่ยอดเขาที่ห้า และเข้าสูโถงห้องมังกรบรรพกาลทันที ผู้คนทั่วไปอาจไม่รู้ว่ามังกรหายไปที่ได้ แต่แน่นอน เจ้าสำนักจูล่งและอาวุโสย่อมตระหนักในทิศทางที่มังกรพุ่งไป จึงเข้าไปที่โถงชั้นใน จากนั้นจึงมุ่งขึ้นไปชั้นบน และไปหยุดที่ชั้นที่เจ็ด และไปต่อไม่ได้อีก เพราะแรงดันที่มากเกินกำลัง ทำให้ถอยออกมา
ในส่วนของโถงเจดีย์ชั้นที่เก้าที่ลู่ซือและอ้ายเหม่ยอยู่ ลู่ซือยังคงเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลงของไตรจักระมังกรภายในร่าง ที่เจ็บปวดทั้งร่างและจิต ส่วนอ้ายเหม่ยก็เฝ้าดูอยู่ด้านข้างด้วยความกังวล แต่ไม่สามารถช่วยอันใดได้เลย
ลู่ซือแม้จะเจ็บปวด แต่ก็เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับจักระมังกร ในเวลานั้นเองร่างมังกรที่พุ่งมาจากยอดเจดีย์พร้อมเสียงร้องดังสนั่น กระทั้งขุนเขายังสั่นสะเทือน ต้นไม้ หิน ดินสั่นสะเทือนไปทั่ว ก้อนหินขนาดใหญ่บนเขาแตกกระจายร่วงลงสู่ด้านล่างมากมาย ต้นไม้ขนาดใหญ่ระเบิดเป็นผุยผงจากพลังคำรามอันยิ่งใหญ่ของมังกร
มังกรพร้อมดาบและวงแหวนนั้น ได้เคลื่อนตัวเข้ามาที่เจดีย์ และเข้ามาที่ยอดชั้นเก้า จากนั้นจึงพุ่งเข้ามาที่ลู่ซือผ่านจุดอุณาโลม ลู่ซือเห็นดังนั้นจึงเข้าสู่กรรมฐานโดยเร็วไว เพื่อให้รับรู้ความเป็นไปทั้งร่างกายและจิตใจ แม้จะยังไม่แน่ใจทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น
มังกรดังกล่าวพุ่งเข้าสู่อุณาโลมและวิ่งเข้าสู่จักระมังกรในตัวลู่ซือทันที รังสีวงแหวนบนร่างมังกรส่องสว่างทะลุห้องโถงออกมาทั่วทิศ เมื่อมองไปบนฟ้า จะเห็นแสงส่องขึ้นไปสลับสีอย่างต่อเนื่อง
เจ้าสำนักและคนของสำนักอสุนีหิมะที่เข้าไปไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะไม่สามารถขึ้นเกินกว่าระดับชั้นพลังของแต่ละคนได้ สุดท้ายจึงกลับออกมาและเผ้าดูความเป็นไปพร้อมกับผู้อื่น
ผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป ร่างมังกรหายไปในร่างลู่ซือทั้งหมดพร้อมกับดาบที่ถือไว้ และในเวลานั้นเอง เสียงระเบิดปะทุจากร่างของลู่ซือดังสนั้น อ้ายเหม่ยเห็นก็วิ่งเข้าไปช่วย ทว่าเพียงเข้าไปใกล้ ร่างของนางก็กระเด็นออกมาด้วยแรงกระแทกของพลังระเบิดที่กำลังปะทุอย่างต่อเนื่อง เสียงระเบิดนี้ ดังก้องไปถึงด้านนอกโถงห้อง ผู้คนต่างได้ยินกันทั่วหน้า
เสียงระเบิดดังไปทั่วร่าง แต่ลู่ซือกลับไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดแต่อย่างใดในเวลานี้
"มิติแห่งมังกร"
"มิติแห่งมังกรประสานกับจักรมังกรของข้าแล้ว"
"ฮ่า ฮ่า ในที่สุด จุดจักระทั่วร่างของข้าก็เปิดโคจรครบแล้ว" ลู่ซือกล่าวออกมาด้วยความยินดี
เมื่อเสียงระเบิดที่ปะทุออกมาเงียบลง ด้านหน้าของลู่ซือก็ปรากฏดาบเล่มหนึ่งลอยอยู่ ดาบเล่มนี้ เป็นดาบใหญ่มีลวดลายมังกร และมีอักขระบรรพกาลกำกับไว้ ที่ด้ามจับมีอักขระเขียนกำกับไว้ "ดาบเขี้ยวมังกร" ลู่ซือตระหนักรู้และเข้าใจอักขระเหล่านั้นโดยง่าย
"ดาบเขี้ยวมังกร ดาบระดับวิถีจักรพรรดิ" ลู่ซืิอเอ่ยออกมาพร้อมกับเรียกดาบที่ลอยอยู่ตรงหน้า "มาหาข้า" เพียงกล่าวจบ ดาบก็พุ่งโดยหันด้ามจับเข้ามาที่มือของลู่ซือทันที ตัวดาบสั่นสะเทือนเมื่ออยู่ในมือ รับรู้ได้ถึงอาการที่ได้พบกับเจ้านายที่ไม่ได้พบเจอมานานแสนนานอีกครั้ง
ดาบเล่มนี้ เป็นดาบที่ลี้เฟยในวัฏะก่อนหล่อหลอมและสร้างไว้ โดยตัดเขี้ยวมังกรจักรพรรดิที่เป็นผู้ทำลายครอบครัวของลี้เฟยและเฟยหมิง เขี้ยวมังกรนี้มีพลังแห่งความอดทน ประกอบกับลี้เฟยใช้เคล็ดวิชามังกรสุริยันจันทรา หลอมเป็นศัสตราวุธ และใส่เจตจำนงพลังเอกภาพเข้าไปในดาบ จากนั้นใช้ดาบเล่มนี้ที่ใช้ปราบสิ่งเลวร้ายทั่วจักรวาลและนอกเขตอนันตจักรวาลในวัฏะก่อน
"ในที่สุดเราก็พบกัน" ลู่ซือกล่าวกับดาบเขี้ยวมังกร จากนั้นดาบก็หายไปจากมือ
"อ้ายเหม่ย เจ้าในยามนี้ พลังในร่างบรรพกาลของเจ้าเปิดจุดทั้งหมดแล้ว ที่เหลือเจ้าจะต้องฝึกเคล็ดวิชาหงส์เพลิงบรรพกาล จะทำให้เจ้าก้าวสู่ระดับจักรพรรดิได้ไม่ยากในกาลข้างหน้า" ลู่ซือกล่าว
"ถึงเวลาของข้าแล้ว" ลู่ซือกล่าวสั้น ๆ
"ข้าจะต้องออกไปรับบางอย่างที่รออยู่ด้านนอก"
"มีบางอย่างที่รอข้าอยู่ด้านนอกแล้ว"
"พวกเราออกไปกัน ที่นี่ในเวลานี้ พวกเราได้เติมเต็มพลังปราณธรรมชาติ และพลังปราณหยวนอินหยานแล้ว" อ้ายเหม่ยพยักหน้าและเดินตามลู่ซือออกมา แม้จะส
งสัยว่า อะไรที่รออยู่ด้านนอกก็ตาม หากแต่ก็ไม่ถามออกไปในยามนี้
ลู่ซือและอ้ายเหม่ยก้าวออกจากเจดีย์แต่ละชั้น และออกสู่ด้านหน้าโถงห้องมังกรบรรพกาลที่มีผู้คนรออยู่มากมาย เมื่อก้าวออกมา ย่อมเป็นจุดสนใจทันที แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ เจ้าสำนักเองก็เดินเข้ามา
"เจ้าสองคนขึ้นไปถึงชั้นใดกัน"
"พวกเจ้าอยู่ในเจดีย์กี่วันรู้หรือไม่"
"พวกเจ้าอยู่ในเจดีย์สองปีแล้ว" เจ้าสำนักกล่าวด้วยความตื่นเต้น
ลู่ซือและอ้ายเหม่ยหันมามองหน้ากัน
"ข้าเข้าใจว่าข้าอยู่ด้านในประมาณสิบห้าวัน ไฉนกลายเป็นหนึ่งเดือนไปได้" อ้ายเหมายกล่าวออกไปตามจริง
"อืม เป็นไปได้ที่น่าจะเป็นเรื่องพลังมิติภายในเจดีย์กระมัง" เจ้าสำนักกล่าวออกมา
"พวกเจ้ารู้หรือไม่ ตั้งแต่เมื่อปีก่อน เกิดเหตุมังกรและเสาหินบนยอดเขา ที่เจ้าเห็นอยู่ตอนนี้ ในตอนนั้นเกิดการโกลาหลวุ่นวายมาก"
"แต่ละสำนักต่างต้องการรู้ความจริง ทว่าก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอีก นอกจากพลังแหวนแห่งพลังที่สาดส่องออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดสองปี พร้อมเสียงระเบิดปะทุที่ดังมาจากด้านในตลอดระยะเวลาร่วมสองปี" เจ้าสำนักกล่าวออกมา
"ไม่น่าเชื่อ พวกเราอยู่สองปีเชียวหรือ ทำไมข้ารู้สึกว่ามันไม่ได้นานขนาดนั้นเลย" ลู่ซือกล่าวออกมา แต่ไม่ได้ต้องการคำตอบใด ๆ
"ในยามนี้ สำนักต่าง ๆ ทั้งในซีแดนและที่อื่น ต่างมาเฝ้าสังเกตการต่อเนื่อง รวมถึงเรือเหาะบรรพกาลที่ยังลอยอยู่เช่นเดิม แต่ไม่มีใครเข้าไปได้" อาวุโสสำนักต่างช่วยกันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในเวลานั้นเอง ลมเริ่มพัดแรงมากขึ้น เมฆดำครึ้มไปทั่วซีแดน ฟ้าร้องดังสนั่น
"ไม่เหมือนเป็นลมฝนธรรมดาเลย"
"ข้าก็คิดเช่นกัน"
"บรรยากาศมันแปลก ๆ นะ"
เสียงผู้คนเริ่มซุบซิบมากขึ้น