รถของนายน้อยฟางไม่เคยล็อก เพราะว่าไม่มีใครกล้าแตะต้องรถของนายน้อยจากตระกูลฟาง ครั้งหนึ่งมีคนจากต่างเมืองโจรน้อยด้อยปัญญา เขาขโมยรถออดี้ A6L ของฟางหัวสำเร็จ
หลังจากนั้นโจรคนนั้นโดนตัดมือทั้งคู่แล้ว มันยังต้องคุกเข่าขอโทษฟางหัวตรงหน้า
ไม่ต้องพูดว่าฟางหัวเป็นนายน้อยของกลุ่มบริษัทฟาง เลขานุการหยาง แห่งพรรคคอมมิวนิสต์ในเมืองเจียงซูใต้นี้ก็ยังตามหลังเขา มีคนพูดว่าเขาเป็นลูกบุญธรรมของเฉินสี่ หัวหน้ากลุ่มเทียนหลง ที่มีชื่อจริงว่า หลงเทียนเจิ้ง หลงเทียนเจิ้งนี้ยังเป็นที่ยำเกรงของแก๊งใต้ดินเฉินสี่เยีย (เฉินสี่เยีย สามารถแปลว่า เฒ่าเฉินที่สี่)
อิทธิพลของเฉินสี่เยียยิ่งใหญ่จริง ๆ ไม่ต้องพูดถึงเมืองเจียงซูใต้ แม้แต่ทางตอนเหนือของประเทศก็อยู่ใต้ฝ่าเท้า คนที่กล้ามายุ่งกับลูกบุญธรรม ก็เหมือนกับรนหาที่ตายชัด ๆ
“ไปที่แอนโทนี่โฮเตล!” คำพูดของฟางหัวลิ้นพันกันหมดแล้วเพราะดื่มเยอะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการก้มตัวเข้ารถขณะที่โอบกอดสาวสวยไว้บนตัวลดลง เขาปล่อยให้เธอขยับขึ้นลง
การ์ดคนนั้นเหมือนไม่แปลกใจกับสัญญาณนั้น เขาเข้าเกียร์ออดี้ A6L แล้วเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของไนต์คลับแห่งนี้
หลังจากที่พวกมันไปได้ไม่นาน ผู้จัดการหลี่พบว่ามีบางสิ่งผิดแปลกไป ผู้จัดการคนนี้รอในออฟฟิศเป็นเวลานาน แต่ลูกน้องที่เขาส่งไปเมื่อตอนนั้นจัดการเก็บกวาดยังไม่กลับมา
“เจ้าพวกใช้ไม่ได้ งานเล็ก ๆ พวกมันก็ทำไม่สำเร็จ” ผู้จัดการหลี่ขมวดคิ้วแล้วเดินออกจากคลับ
ใครจะรู้ เมื่อเขาเดินออกมา เขารู้สึกว่ามีบางสิ่งไม่ถูกต้อง เพราะการ์ดหน้าทางเข้าทั้งคู่หายไป
“ไม่ดีแล้ว” เหงื่อเย็น ๆ ไหลออกมาจากหน้าผากผู้จัดการหลี่ เพราะเขาก็เป็นหนึ่งในพวกใต้ดิน ในใจรู้ดี เขาคาดว่าการ์ดทั้งคู่ต้องถูกใครสักคนจัดการแล้วอย่างแน่นอน
เขารีบไปค้นหาเหล่าลูกน้องที่ลานจอดรถ ไม่นาน เขาก็พบการ์ดทั้งคู่ กับพั้งค์ทั้งสี่ พวกมันนอนหมดสติอยู่บนพื้น แต่ทันใดนั้นเขาก็สังเกตพบว่าหนึ่งในการ์ดนั้นเครื่องแบบได้หายไป
“แย่แล้ว” ผู้จัดการหลี่ทรุดลงกับพื้น เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเป้าหมายคือฟางหัว
ถ้ามีบางสิ่งเกิดขึ้นกับนายน้อยฟางในถิ่น เฉินสี่เยียจะต้องไม่ปล่อยเขาไว้แน่
“เร็ว รีบปลุกพวกมัน! นายน้อยฟางตกอยู่ในอันตราย! รีบติดต่อตำรวจ คนที่สามารถจัดการกับหน้าบากได้ต้องไม่ใช่คนธรรมดา บางทีพวกมันอาจมีหลายคน! บอกพวกตำรวจให้ดูที่ถนน ถ้าพวกมันเห็นออดี้ A6L ให้รีบหยุดมันไว้ทันที”
ผู้จัดการหลี่คิดว่านายน้อยฟางถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ แต่ถ้าเขารู้ว่าการลักพาตัวนี้ไม่ใช่เพราะต้องการเงิน แต่เป็นชีวิตของฟางหัวล่ะ
เย็นนี้ เหล่าแก๊งใต้ดินแล้วตำรวจถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ทำไมน่ะเหรอ? เพราะว่านายน้อยฟางถูกลักพาตัวน่ะสิ! ความรู้สึกนี้เหมือนกับมีบางคนจงใจสร้างรูผ่าสวรรค์ หรือว่ามีคนอยากจะทิ้งชีวิต?
ในเมืองเจียงซูใต้นี้ถ้าเฉินสี่เป็นนายใหญ่แล้วล่ะก็ ฟางหัวก็คือนายน้อย บางทีอาจเป็นฆาตกรจากเขตอื่นที่ต้องการเงินค่าไถ่จำนวนมากจากตัวของนายน้อยฟาง?
เหล่าตำรวจเริ่มทำการตรวจตราทันที พวกมันพบว่าออดี้ของฟางหัวขับออกไปนอกเมือง พวกมันไม่มีกล้องจราจรที่นั่น แต่เหมือนรถจะขับไปที่ซ่งเจียง (ประมาณ 100 กิโล หรือ 62 ไมล์จากกลางเมือง)
กลุ่มของเลขาธิการหยางก็แสดงความตั้งใจผ่านคำพูดอย่างสุภาพทางโทรศัพท์ ว่าเขาเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องการลักพาตัวนี้อย่างมาก กลุ่มบริษัทฟางเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเจียงซูใต้
แต่ตอนนี้นายน้อยของพวกมันได้ถูกลักพาตัวไป ในสภาวะที่การลงทุนรุนแรงนี้ พวกมันต้องรีบแสดงความห่วงใยกับกลุ่มบริษัทฟาง
เพราะฉะนั้น ความหมายในคำพูดของกลุ่มเลขาธิการหยางว่าจะแก้ปัญหานี้ภายใน 24 ชั่วโมง!
“ก็แค่นายน้อยเลว ๆ คนหนึ่งถูกลักพาตัว ทำไมต้องลากคนมากมายมาเกี่ยวด้วย!!” ตำรวจหญิงอายเสี่ยวซู่ กำลังจัดปืนใหม่ที่เพิ่งได้รับการแจกมาไว้ในซองกลอกตาของเธอขึ้นลง
“แค่ทำตามคำสั่งของเบื้องบนก็พอ” หัวหน้าของเธอ ผู้กองเซี่ยจุน ที่กำลังตรวจสอบปืนพกพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ภารกิจของเราคือทำงานร่วมกับทีมสื่อสาร พวกลักพาตัวกำลังไปที่ซ่งเจียง เราต้องทำให้มั่นใจว่าฟางหัวปลอดภัย”
“ฮึ่ม มันจะดีกว่ามั้ยถ้าปล่อยให้เจ้าเลวยิ่งกว่าสัตว์นั่นตายไปซะ” อายเสี่ยวซู่พูดความรู้สึกจากใจออกมา จากนั้นผู้กองเซี่ยก็มองตำรวจสาว แล้วยิ้มอ่อน
แม้ว่าอายเสี่ยวซู่จะเพิ่งเข้ามาใหม่ แต่ความแข็งแกร่งของเธอมีมากกว่าที่คิด ใครจะรู้ว่าตอนแรกที่เธอเข้ามา เธอดูทรมานจนเหมือนอยู่ได้ไม่นาน แต่หลังจากทำอาชีพตำรวจนานเข้า เธอแข็งแกร่งขึ้น แล้วยิ่งแตกต่างจากตอนแรกมาก
ทำยังไงเบื้องบนถึงจะให้ความสนใจในคดีนี้เพิ่มมากขึ้น? แบบนี้ก็เหมือนกับว่าการตายของอวี๋เชี่ยน 1,000 ครั้ง ความสำคัญก็ยังน้อยกว่าคดีลักพาตัวฟางหัวแค่ครั้งเดียว แต่เขาไม่สามารถอธิบายสำนึกเหล่านี้ให้อายเสี่ยวซู่ฟังได้อย่างชัดเจน เขายังหวังว่าตำรวจหญิงคนนี้จะค่อย ๆ เข้าใจเรื่องเหล่านี้เอง
“เรื่องเหลวไหลพอแค่นี้แหละ รีบไปกันเถอะ” ผู้กองเซี่ยเก็บปืน แล้วออกไปพร้อมกับทีมสืบสวนอาชญากรรม พวกมันขับรถตำรวจ 4WD บนถนน
โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันทำให้เกิดเรื่องใหญ่ขนาดไหน ฉินเฉากำลังขับออดี้ A6L ตรงไปอย่างช้า ๆ ไปทางเมืองซ่งเจียงภายใต้ม่านราตรี ฉินเฉาไม่มีใบขับขี่ แต่ลุงเป็นคนขับแท็กซี่แล้วเป็นคนสอนเขาขับรถ
ยิ่งกว่านั้นเขาพบว่าการคุมพวงมาลัยของออดี้คันนี้เมื่อเทียบกับแท็กซี่ของลุงเขาแล้วมันง่ายกว่ามาก
ฟางหัวคนนี้ต้องกินยาบางอย่าง เพราะเขาเป็นแบบนี้ประจำเวลาขึ้นรถ แม้ว่าตัวของสาวสวยจะเปียกโชกไปด้วยกลิ่นเหงื่อ เธอหายใจหอบแล้วค่อย ๆ หมดสติไป เขายังคงเต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่แรงกล้า ยังคงกอดสาวสวยไว้บนร่างแล้วทำงานต่อไป
“เวรเอ๊ย ทำไมวันนี้มันนานจัง พวกเรายังไม่ถึงโรงแรมแอนโทนี่อีกเหรอ?” ฟางหัวยังไม่ลืมจุดหมาย ดังนั้นเขาสบถออกมา
ในตอนนี้เองรถได้มาถึงซ่งเจียง ฉินเฉาหยุดรถกำลังมองไปที่แม่น้ำใสภายใต้แสงจันทร์ตรงหน้าเขา แล้วค่อย ๆ จุดบุหรี่
“เฮ้ย! แกหยุดรถทำไม! รีบขับต่อไป แกกำลังทำให้ธุระของนายน้อยคนนี้ต้องล่าช้า แกยังอยากจะมีมือเป็นของตัวเองอยู่อีกมั้ยหา?!”
ฉินเฉาสูบบุหรี่อย่างเกียจคร้านแล้วพูดอย่างปกติธรรมดาว่า “นายน้อยฟาง พวกเรามาถึงแล้ว”
“ฉันอยากจะไปโรงแรมแอนโทนี่ นี่มันถนนอะไร!” ฟางหัวเขย่ารถ ตะคอกเสียงต่ำ ขณะที่กำลังมองหาป้ายถนน
“ถนนแห่งความตายไงล่ะ”
จากนั้นฉินเฉากระโดดลงจากรถแล้วเปิดประตูข้าง เขาลากขาของฟางหัวลงจากรถแล้วโยนมันลงในแม่น้ำที่เย็นเป็นน้ำแข็ง
ในฤดูใบไม้ร่วง น้ำในแม่น้ำซ่งเจียงคมเหมือนมีด ฟางหัวที่ตอนนี้ไม่ได้ใส่กางเกง กำลังสั่นด้วยความหนาวจนกระทั่งลืมไปว่ากำลังเมา
เมื่อเห็นหน้าของการ์ดทันใดนั้นเขาก็เข้าใจบางสิ่ง
“แกมันยามรักษาความปลอดภัยนี่?” ฟางหัวก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นโลกมามาก เขาค่อย ๆ ใส่กางเกงอย่างใจเย็น จากนั้นลงมายืนตรงหน้าฉินเฉา “บอกฉันมา แกต้องการเงินเท่าไหร่”
“ขอโทษด้วย นายน้อยฟาง แต่ฉันไม่ได้มาถามเรื่องเงิน” ฉินเฉาชำเลืองมองสาวสวยที่หมดสติอยู่ในรถ แสยะยิ้ม “ฉันมาเพื่อเอาชีวิตแก!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” ฟางหัวหัวเราะ “ต้องการชีวิตฉัน น้ำหน้าอย่างแกน่ะเหรอ?”
เขาพิงประตูรถ แล้วแสยะยิ้ม “แกเป็นแค่แมลงวันตัวเล็ก ๆ แค่กินได้ก็นับว่าประเสริฐแล้ว แกรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร นายน้อยคนนี้คือฟางหัว นายน้อยของกลุ่มบริษัทฟาง แล้วลูกบุญธรรมของเฉินสี่เยีย! ทั้งหมดที่ว่ามาแกไม่สามารถล่วงเกินได้”
“ก็ใช่ ที่ฉันไม่สามารถล่วงเกินพวกมัน” ฉินเฉาก็แสยะยิ้มเหมือนกัน เขารีบแปลงร่างเป็นปีศาจ ใบหน้าปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำ “แต่ถ้าฆ่าแกล่ะก็? เรื่องง่าย ๆ เลยล่ะ!”
“นี่ นี่อะไร!” ฟางหัวตกใจเพราะรูปกายของฉินเฉา จิตใต้สำนึกสั่งให้เปิดประตูแล้วทำเหมือนกับว่าเขาต้องการหนีเข้าไปในรถ
ความสามารถพิเศษของออดี้คันนี้คือกระจกกันกระสุน แม้ว่าฉินเฉาจะเป็นวายร้าย แต่เขาก็ไม่สามารถทำลายรถคันนี้ได้ ฟางหัวฉลาดมาก เขารู้ว่าต้องมีคนรู้ว่าเขาหายตัวไป ดังนั้นเขาสามารถรอชั่วขณะ จนกระทั่งมีคนมาช่วยเขา
ปัง! เขาหลบเขาไปในรถ ปิดประตูแล้วล็อกประตูทั้งหมด
ฉินเฉาไม่ได้หยุดเขา แต่กลับยืนกอดอกแล้วมองฟางหัวอย่างเย็นชาจนกระทั่งเขาทำสิ่งต่าง ๆ แล้วเสร็จ
“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าโง่! ตอนนี้ฉันอยากจะรู้เหลือเกินว่าแกจะฆ่าฉันยังไง! เมื่อคนของนายน้อยมาถึง ไม่ใช่แค่แกที่ตาย แต่ครอบครัวแล้วคนรู้จักทั้งหมดของแกก็ต้องตายไปพร้อมกับแก”
ฉินเฉาส่ายหัว ชายคนนี้บ้าไปแล้ว มันกำลังพูดเหมือนกับมันเป็นพระเจ้าที่อยากจะให้ใครตายก็ได้ อย่างแรกคงต้องปล่อยให้มันเป็นบ้าไปก่อนละกัน
เขาเคาะกระจกของออดี้คันนี้ มันส่งเสียงดัง
จากข้างในรถฟางหัวหัวเราะ เขายกสาวสวยที่หมดสติขึ้นมาแล้วเริ่มสนุกกับเธอต่อ เหมือนกับเขาไม่สนการมีอยู่ของฉินเฉาโดยสิ้นเชิง
ฉินเฉาหัวเราะยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น ๆ เสียยิ่งกว่าสายน้ำในแม่น้ำซ่งเจียง
เขาจัดการให้เกล็ดปกคลุมหมัด แล้วทุบกระจกรถออดี้อย่างแรง
ตูม! ฟางหัวหวาดกลัว รถคันนี้เหมือนถูกทุบด้วยค้อนหนัก 1000 จิน มันสั่นแรงมาก ส่วนที่แข็งไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ดี ยิ่งกว่านั้นเขารู้สึกว่าลูกชายหัก
ประตูรถบุบเป็นรอยแล้วกระจกเริ่มร้าว ฟางหัวผู้ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อเย็น ๆ กำลังมองฉินเฉาที่กำลังยิ้มดูถูกเขา
ตูม! ฉินเฉาเหวี่ยงอีกหมัดใส่ประตูรถ โครงรถสั่น ทำให้ในที่สุดฟางหัวก็สูญเสียท่าทางที่หยิ่งยโส ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกลัวกำลังเบิกกว้าง
ฉินเฉายังคงทุบรถต่อไป ภายใต้เสียง ‘ตูม’ ฟางหัวเปิดปากแต่ไม่ได้พูดออกมาแม้สักคำ มันเหมือนกับเทพแห่งความตายกำลังเคาะประตูรถเขา ความกลัวกระจายไปทั่ววิญญาณ
เปรี้ยง! ในที่สุดกระจกกันกระสุนก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ คาดไม่ถึงว่าฉินเฉาจะทุบประตูรถจนบุบ จากนั้นพร้อมกับการดึงธรรมดา ๆ เขาดึงเอาเศษประตูออกมาแล้วขว้างไปข้าง ๆ
“อย่า อย่าเข้ามา!” ฟางหัวเหมือนกับหนูขี้กลัว พยายามหลบไปทั่วพื้นที่ว่างเล็ก ๆ ภายในรถ เขาใช้พวกมันเป็นเกราะ
เขาใช้ร่างกายของสาวสวยที่เต็มไปด้วยเหงื่อเป็นโล่แล้วตะโกน
“อย่าเข้ามา ไอ้ปีศาจ!”
“ปีศาจ? เป็นชื่อที่ดีนี่” ฉินเฉาแสยะยิ้ม เขาคว้าขาของฟางหัวแล้วลากเขาออกมาจากรถ
บนพื้นดิน นายน้อยของกลุ่มบริษัทฟาง ในที่สุดก็ได้รับประสบการณ์ของการกระทำแบบนี้ ขาทั้งสองถูกลากขณะที่หัวถูไปกับพื้น เขากำลังถูกลากไปข้างแม่น้ำอย่างชัดเจน
หน้าของฟางหัวเต็มไปด้วยดิน ขณะที่ตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทันใดนั้นปากก็กลายเป็นคล่องแคล่ว
“อย่า อย่าฆ่าฉัน แกต้องการเงินเท่าไหร่ ฉันจะให้ ฉันให้แก! 1 ล้าน 10 ล้าน หรือเท่าไหร่ก็ว่ามาเลย!”
“เงิน?” ฉินเฉากอดแขน เพลิดเพลินกับการแสดงที่น่าอับอายของฟางหัว “เงินของนายน้อยฟาง ฉันไม่กล้าใช้มันหรอก”
จากนั้นเขาก็เตะปลายคางฟางหัว ร่างของฟางหัวกลิ้งตกน้ำไป
“เงินของแกซื้อชีวิตอวี๋เชี่ยนกลับมาได้มั้ย?”
จบตอน#