มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 111 สาเหตุการตาย

    เสียงที่อ่อนโยน กับท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติ ราเชนถึงกับใจอ่อนลงทันที

    จึงจับแขนของ เสี่ยวหลีให้ลุกขึ้น นางจึงได้สติกลับมา

    “ เกิด..อะไรขึ้น เจ้านักพรตนี่ทำอะไรองค์หญิงหรือเปล่า เอ๊ะ ทำไมข้ามีเลือดที่หน้าผาก”

    เสี่ยวหลียืนงงพร้อมกับลูบหน้าผากของตัวเองอย่างสงสัย

    “ ท่านนักพรตเป็นศิษย์สำนักเมฆาขาวรึ?”

    ราเชนส่ายหัว

    “ แล้วทำไม ท่านถึงใช้วิชาเนตรสวรรค์ได้?”

    “ ข้าไม่รู้จักวิชาเนตรสวรรค์”

    องค์หญิงจะถามต่อ แต่ทันใดนั้น ก็มีขบวนม้าองครักษ์มากันอีกเป็นจำนวนมาก

    “ ถวายบังคมองค์หญิง นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

    หัวหน้าองครักษ์เอ่ยพร้อมกับมองดูซากม้าที่ตายส่วนคนขี่ไม่ตายแค่บาดเจ็บแต่ก็ร้องครางอย่างเจ็บปวด

    “ ไม่มีอะไร พอดีม้ามันตื่นผู้คน เลยเป็นแบบนี้ พวกเราไปกันเถอะ”

    องค์หญิงพูดจบ ก็กลับไปขึ้นรถม้า ไม่สนใจราเชนอีก แล้วองครักษ์หนุ่มก็นำม้ามาลากออกไป แต่ก็มองหน้าราเชนอย่างไม่เป็นมิตร

    ราเชนไม่สนใจพวกนาง แต่หันกลับมาหาปู่กับหลานสาว แล้วมอบเงินให้ไป

    “ ไม่ต้องพูดอีก มันสมควรเป็นของท่านแล้ว”

    ชายชราเลยต้องรับเอาไว้ ปู่และหลานสาวเลยขอบคุณราเชนที่ได้ช่วยเอาไว้

    ราเชนแค่พักดื่มน้ำชา เพราะข้างหน้าเขาคือ สำนักเมฆาขาวแล้ว 

    ราเชนยื่นป้ายประจำตัวถูเฟย จากสำนักเมฆาม่วงให้กับ เจ้าหน้าที่เฝ้าประตู

    “ อ๋อ เป็นศิษย์ของอาจารย์ลุง ท่านคงทราบข่าวเรื่องของท่านเจ้าสำนักแล้ว”

    ราเชนพยักหน้า

    “ เชิญท่านไปพบกับ ท่านรองเจ้าสำนักก่อน”

    ราเชนมองไปรอบๆ ก็พบกับรถม้ามากมาย ที่พากันเข้ามาที่สำนัก มีธงผ้าขาวดำ ประดับเอาไว้รอบๆ สำนัก คล้ายกับเตรียมทำพิธีไว้ทุกข์ ลูกศิษย์ทุกคนแต่งกายไว้ทุกข์กันหลายคน ราเชนถูกพาเข้าไปด้านในสำนัก ระหว่างทางเดินราเชนอดเอ่ยถามไม่ได้ว่า

    “ เกิดอะไรขึ้น กับท่านเจ้าสำนัก”

    ราเชนถามตรงๆ เจ้าหน้าที่หันมากระซิบเบาๆ กับราเชนว่า

    “ เรื่องเกิดเมื่อวาน ไม่มีใครรู้รายละเอียดการตาย ตอนนี้มือปราบหลายสิบคน กำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ “  ราเชนถูกพามาอยู่ที่ตึกอำนวยการของสำนักเมฆาขาว

    เจ้าหน้าที่เดินเข้าไปแล้วนำ ป้ายกับหนังสือแนะนำตัวไปมอบให้ ชายชราที่กำลังนั่งดื่มชา แล้วมองราเชนหัวจรดปลายเท้า

    “ นี่คือท่านรองเจ้าสำนักลำดับที่ 1 นักพรตจื่อชุน”

    ราเชนคำนับชายชราที่กำลังนั่งอ่านจดหมายรายงานตัวอยู่ แล้วหันมามองหน้าราเชนอย่างละเอียด

    “ ข้าเป็นคนส่งข่าวให้กับท่านนักพรตทงเทียน เพื่อให้ท่านมาช่วยสืบสวนการตายของเจ้าสำนัก แต่ท่านส่งเจ้ามาแทนแสดงว่า ท่านนักพรตต้องไว้วางใจในตัวเจ้ามากตอนนี้พวกมือปราบ กำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ข้าจะพาเจ้าไปดูพร้อมกันเลย”

    ราเชนถูกพามาที่สถานที่หวงห้ามของสำนัก เป็นถ้ำขนาดใหญ่ เป็นที่พำนักของเจ้าสำนัก ด้านหน้ามีมือปราบและองครักษ์หลายสิบคน ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก ราเชนจำได้ หนึ่งในองครักษ์คือคนขององค์หญิงที่เขาพบมาก่อน

    ในขณะที่ราเชนเดินเข้าไปข้างใน เห็นมือปราบเต๋อคุน ยืนอยู่ในกลุ่มคนนักพรตหลายคน มีองค์หญิง กับ นางกำนัล เดินเคียงคู่มากับชายชราหนึ่งคน แต่งกายคล้ายกับหมอ  ทุกๆ คนเข้าไปด้านหลังของอาคาร  พอเห็นราเชนก็รีบเข้ามาหาทันที

    “ ไต้ซือน้อย ท่านมาอยู่นี่ได้ยังไง เอ๊ะ ! นี่ท่านสึกมาเป็นนักพรตแล้ว?”  

    ราเชนเองได้แต่พยักหน้ายิ้มให้

    “ ว่าแต่ท่านมากันทำไมนี่”

    “ พวกเรามาตรวจศพของท่านนักพรตทงเต่าตามหน้าที่”

    “ พวกท่านรู้จักกันมาก่อนรึ?” นักพรตจื่อซุนเอ่ยอย่างสงสัย

    มือปราบเต๋อคุน พยักหน้า คราวนี้ทุกๆ คนต่างก็หยุดทำการตรวจ หันมามองราเชนเป็นจุดเดียว นักพรตจื่อซุนเลยเอ่ยต่อว่า

    “ นี่คือนักพรตถูเฟย เป็นศิษย์สืบทอดของ ท่านนักพรตทงเทียนแห่งสำนักเมฆาม่วง เขาจะมาช่วยพวกเราหาคนร้าย “ 

    ทุกๆ คนพยักหน้ารับรู้  มือปราบเต๋อคุนแสดงสีหน้ามึนงงเล็กน้อย

    “ นี่ท่านเป็นศิษย์ของท่านนักพรตทงเทียนด้วยรึ?”

    ราเชนได้แต่พยักหน้ารับ

    “ อ้อ ..หมอหลวงถูอี้ ก็เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของท่านนี่ ท่านจำเขาได้ไหม?”

    ราเชนเห็นชายชราที่ดูแก่กว่า อาจารย์เทพโอสถเสียอีก ไม่คิดว่าเขาจะเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของเขา 

    “ เจ้าคือถูเฟย ศิษย์น้องเจ็ดของข้ารึ?”

    “ คำนับ ศิษย์พี่ใหญ่”

    “ ทำไมเจ้ากลายเป็นนักพรตไปได้”

    “ เรื่องมันยาว เอาไว้ค่อยเล่าให้ฟังทีหลัง” หัวหน้าหมอหลวงพยักหน้า แล้วเอ่ยต่อว่า

    “ ตอนนี้ศิษย์น้องรอง ก็พักอยู่ที่บ้านของข้าแล้วด้วย เสร็จเรื่องนี้เจ้ากลับไปที่บ้านของข้า”

    ราเชนได้แต่พยักหน้าไม่ได้เอ่ยอะไร เอาไว้ชันสูตรศพ เรียบร้อยก่อนค่อยปฏิเสธไปก็ได้ ส่วนรองเจ้าสำนักจื่อชุน กลับขมวดคิ้วสงสัยราเชน แต่ไม่ทันได้เอ่ยถามอะไร

    “ ที่แท้ท่านก็คือ นักพรตถูเฟยนี่เอง”  นางกำนัลเข้ามาเอ่ยทักราเชน ด้วยน้ำเสียงนอบน้อมกว่าเดิม

    “ นี่คือองค์หญิงจางเชี่ยน เป็นธิดาของอ๋องจางเตี้ยน พระอนุชาของจักพรรรดิ องค์หญิงเป็นศิษย์ของจอมแพทย์เทวะบูรพา มีชื่อเสียงเคียงคู่มากับอาจารย์ของเรา”

    ราเชนประสานมือคารวะตามธรรมเนียม

    “ ที่แท้เป็นท่านนักพรตถูเฟยที่ เสด็จพี่สิบสี่กล่าวชื่นชมท่านตลอด”

    ราเชนได้แต่ยิ้มไม่ได้กล่าวอะไร จนกระทั่งหมอหลวงถูอี้เอ่ยขึ้นมาว่า

    “ จักรพรรดิทรงให้ความสำคัญกับการตายของ ท่านนักพรตทงเต่ามาก จึงส่งองค์หญิงจางเชี่ยนมาช่วยตรวจสอบด้วย” 

    ราเชนพยักหน้า แล้วมองไปรอบ ๆ พบว่า ภายในห้องพบว่า สิ่งของภายในห้องหลายจุดถูกทำลาย เสียหาย แทบทั้งหมด พบเศษซากขี้เถ้าอยู่ตามพื้นห้อง หลายซาก แต่ตรงริมห้องมีซากศพในชุดนักพรตที่แห้งกรังคล้ายกับถูกดูดเลือดไปจนหมดตัว ดวงตาถูกควักออกไป ทั้งสองข้าง

    “ นั่นคือศพของ ท่านนักพรตทงเต่า เลือดถูกดูดออกจากร่างจนหมดตัว ดวงตาก็ถูกควักออกไป  รอบๆ ถ้ำมีซากขี้เถ้าของคนร้ายจำนวนสามร่าง  น่าจะเกิดจะพลังดวงตาสวรรค์ของท่านนักพรตทงเต่าเผาผลาญ คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 9 คน"

    “ ท่านเจ้าสำนักมีพลังเนตรสวรรค์ขั้นเซียนแล้ว คนที่เอาชนะท่านได้ คงต้องมีพลังขั้นเซียนเช่นเดียวกัน”รองเจ้าสำนักจื่อซุนเอ่ยออกมา

    “ รองเจ้าสำนักทั้งสี่ ทราบหรือไม่ว่าใครเคยมีเรื่องโกรธแคนกับ ท่านนักพรตทงเต่ามาก่อน” มือปราบเต๋อคุนเอ่ยถาม

    รองเจ้าสำนักผู้หนึ่งกล่าวว่า

    “ สำนักของเราเป็น สถาบันพรตที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งภายนอก ไม่เคยมีศัตรูที่ไหนมาก่อน”

    “ แล้วทำไมถึงต้อง ควักดวงตาของเจ้าสำนักของท่านไป?”

    มือปราบเต๋อคุนเอ่ยซักต่อ

    “ ดวงตาเซียนของเจ้าสำนัก มีพลังทั้งหมดที่เจ้าสำนักฝึกฝนเอาไว้ หากนำไปดูดซับ จะช่วยเพิ่มพลังดวงตาของคนผู้นั้นเพิ่มมากขึ้น แต่ว่า คนธรรมดาไม่มีทางทำได้ นอกจากผู้ที่ฝึกฝนพลังเนตรสวรรค์มาก่อนเท่านั้น” รองเจ้าสำนักจื่อซุนเอ่ย

    “ ในสำนักของเรา มีผู้ที่ศึกษาวิชาเนตรสวรรค์กันทุกๆ คน แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าใครคือฆาตกร” รองเจ้าสำนักลำดับที่ 2 นักพรตฟู่เสียงเอ่ย

    “ ทุกๆ คน ล้วนเป็นผู้ต้องสงสัยทั้งหมด” มือปราบเต๋อคุนเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้ารองเจ้าสำนักทั้งสี่ ที่รู้สึกแย่ที่ได้ยินคำพูดเช่นนี้

    ระหว่างนั้น หมอหลวงถูอี้กับ องค์หญิงจางเชี่ยน ก็มาดูที่ซากศพของ นักพรตทงเต่ากันอย่างละเอียด

    หมอหลวงถูอี้ ปักเข็มเงินไปที่เส้นโลหิตบริเวณลำคอของ นักพรตทงเต่า แล้วดึงออกมา พบว่ามีโลหิตสีดำ

    “ นี่อาจเป็นพิษที่ทำให้ ท่านนักพรตเสียชีวิต จากนั้นพวกมันคงใช้วิชามารเพื่อดูดเลือด และควักดวงตาของท่านไป” หมอหลวงสันนิษฐานออกมา แต่ องค์หญิงจางเชี่ยนกลับส่ายหน้า แล้วชี้ให้ดูรอยแผลที่มีรูอยู่ตรงกลางหน้าอก 

    “ ข้าขอผ่าตรวจสอบ รอยแผลนี้ เพื่อให้แน่ใจหน่อยได้ไหม?”

    องค์หญิงจางเชี่ยน เอ่ยออกมา หมอหลวงถูอี้ได้แต่พยักหน้าให้ ลูกน้องอุ้มซากศพของนักพรตทงเต่ามาวางเอาไว้บนเตียงหิน

    องค์หญิงจางเชี่ยน นำเสื้อคลุมคล้ายกับหมอมาใส่  แล้วใช้ผ้าคลุมหัว และปิดจมูก เปิดกล่องเครื่องมือของตนเอง หยิบมีดออกมา ราเชนเห็นมีดของนางก็ถึงกับอ้าปากค้าง

    “ นี่มันมีดผ่าตัด?” ราเชนตกใจ จนอุทานออกมาเบาๆ จนองค์หญิงจางเชี่ยนหันมามอง แต่ก็ไม่ได้สนใจ ใช้มีดกรีดลงหน้าอกของนักพรตทงเต่า แล้วแหวกออกมา ราวกับ หมอนิติเวช ยุคปัจจุบันผ่าศพเลยทีเดียว ราเชนถึงกับขมวดคิ้วสงสัย 

    คนหลายคนต่างก็ตกใจ กลิ่นคาวเลือดโชยออกมา หลายคนถึงกับผงะถอยหลังแต่องค์หญิงจางเชี่ยนกลับไม่รู้สึกอะไร ดึงแผ่นหนังออกมาอย่างหน้าตาเฉย แล้วใช้ครีมคีบเม็ดโลหะออกมาวางเอาไว้บนผ้าขาวให้ทุกคนเห็น

    “ นี่คือ กระสุนที่ปลิดชีพนักพรตทงเต่า ไม่ใช่ตายเพราะพิษอย่างแน่นอน”

    “ ท่าน ๆ รู้ได้ยังไง” หมอหลวงถูอี้ เอ่ยอย่างสงสัย

    “ นี่เรียกว่า กระสุนปืน มันถูกยิงผ่านผิวหนังชั้นนอก ทะลุแกนซี่โครง เจาะเข้าเส้นเลือดแดงที่นำเลือดจากหัวใจส่งไปที่อวัยวะต่างๆ พอมันขาดก็จะ ทำให้ไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ภายใน10นาที ท่านจึงเสียชีวิต ดังนั้นท่านจึงมีเวลาที่ฆ่าคนร้ายได้ ถึง สามคน ส่วนพิษที่ท่านได้รับนั้นไม่อาจซึมเข้าหัวใจได้ เห็นไหม หัวใจของท่านยังมีสีแดงปกติอยู่เลย”

    หมอถูอี้พยักหน้าอย่างเห็นด้วย เพราะเขาเองก็พอจะรู้เรื่องอวัยวะภายในมาบ้าง แต่เรื่องอาวุธปืนแบบนี้ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

    ราเชนเข้ามาดูกระสุนปืนใกล้ ๆ มันเป็นลูกโลหะกลมๆ ราเชนได้กลิ่นของดินปืนแสดงว่ามันใช้แรงอัดของดินปืนยิงลูกระสุนเหล็กออกมา เหมือนกับปืนที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง ใช้ยิงได้เพียงครั้งละนัดเท่านั้น แต่ทันใดนั้นเอง ราเชนก็เห็นตัวเลข 7 บนลูกโลหะชิ้นนั้น จึงหยิบขึ้นมาดูเพื่อความแน่ใจ

    “ เซเว่น” ราเชนเอ่ยออกมาเพราะในโลกก่อน มีนักฆ่าที่อยู่อันดับ 7 เรียกมันว่า เซเว่น มันชอบสลักอักษรเลข7บนอาวุธของมัน ไม่ว่าจะเป็นบนมีด ปืนพก หรือแม้กระทั่งกระสุนปืนของมัน ราเชนไม่คิดว่าโลกใบนี้จะมีเขามาเกิดใหม่เพียงคนเดียว เขาเคยเห็นองค์ชายมู่ฉินอาณาจักรฮาน ที่มีใบหน้าเหมือนอาเหลียง นักฆ่าอันดับ 8 มาก่อน แต่ไม่แน่ใจว่า นักฆ่าผู้นี้ จะใช่เจ้าเซเว่นหรือไม่

    “ ท่านนักพรตถู รู้จักคนใช้อาวุธประเภทนี้ด้วยรึ?” มือปราบเต๋อคุนเอ่ยด้วยความสงสัย

    ราเชนส่ายหัว แล้วบอกว่า

    “ ข้าไม่รู้ว่า มันเป็นใคร แต่ที่รู้ก็คือ คนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 3 คน และมีขุนพลวิญญาณอีก 7 ตน ถูกนักพรตทงเต่า เผาทำลายร่างมันไป 3 ตน”

    ทุกๆ คน คราวนี้ต่างก็ตื่นตะลึงยิ่งนัก หันมามองราเชนอย่างจริงจัง

    “ ขุนพลวิญญาณ พวกมันมาได้ยังไง” มือปราบเต๋อคุนตื่นเต้นกว่าใคร

    “ ข้าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คนร้าย1 ในนั้นต้องเป็นคนของนักฆ่าฟ้าดินอย่างแน่นอน”

    “ อะไรนะ ท่านรู้ได้ยังไง” มือปราบเต๋อคุนถามอย่างสงสัย

    “ ศิษย์น้องนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นักฆ่าฟ้าดิน มีผู้มีอำนาจในราชสำนักบางคนหนุนหลังอยู่ เจ้ามีหลักฐานอะไรหรือไม่”

    “ พิษของนักฆ่าฟ้าดิน คือ พิษสลายพลัง ไร้สี ไร้กลิ่น มันจะทำให้นักพรตทงเต่าเคลื่อนไหวช้าลง”

    “ ในเมื่อไร้กลิ่น ไร้สี เจ้าได้กลิ่นมันรึ?” หมอหลวงสงสัยแทนทุกคน

    ราเชนยิ้มแล้วบอกว่า 

    “ ข้าใช้ประสาทสัมผัสทางจิต นี่คือวิชาลับในตำราจิตเทพจักรวาล ท่านรองเจ้าสำนักทั้งสี่คงจะเคยได้ยินวิชานี้ดี” 

    รองทั้งสี่ พยักหน้าเห็นด้วย

    “ แล้วเรื่องขุนพลวิญญาณเล่า พวกมันกลายเป็นขี้เถ้าไปแล้วท่านยังจำมันได้อีกรึ?”  มือปราบเต๋อคุนเอ่ยอย่างสงสัย........