เมื่อตำหนักมารสวรรค์ได้ส่งกองทัพออกมา ตระกูลหนานและกองกำลังพันธมิตรเองก็ส่งยอดฝีมือนับหมื่นออกมาเช่นกัน
เพียงแต่เมื่อเทียบกันแล้วทางฝั่งของพันธมิตรตระกูลหนานจะอ่อนแอกว่ามาก
ทันใดนั้นกลิ่นอายที่แข็งแกร่งและทรงพลังนับร้อยก็พุ่งออกมาจากเรือบินตำหนักมารสวรรค์ เพียงแค่กลิ่นอายของพวกมันก็ทำให้ยอดฝีมือของพันธมิตรตระกูลหนานถึงกับตัวสั่น เนื่องจากยอดฝีมือเหล่านั้นเป็นยอดฝีมือของเซียนนิรันดร์ทั้งหมด
สำหรับยอดฝีมือของพันธมิตรตระกูลหนานที่แข็งแกร่งที่สุดก็เป็นเพียงแค่เซียนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ไม่สามารถเทียบได้แม้แต่เซียนนิรันดร์ขั้นต้นด้วยซ้ำ
เมื่อยอดฝีมือของตำหนักมารสวรรค์ปรากฏตัว ความหวาดกลัวและลังเลก็เริ่มปรากฏขึ้นที่ทางฝั่งของพันธมิตรตระกูลหนาน แม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งแต่เมื่อเทียบกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า พวกเขาก็คิดว่าอาจจะต้องเป็นศึกที่มีคนเสียชีวิตเยอะมากแน่ๆ
ทันใดนั้นเสียงตะโกนของผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลจิว อย่างจิวหยางซูก็ดังขึ้น
“ สหายทุกท่าน ถ้าหากพวกเจ้าลังเลหรือกลัวตายก็จงกลับไปซะ ที่แห่งนี้ไม่ต้อนรับสหายแล้ว แต่ถ้าหากใครที่ไม่เกรงกลัวความตายก็จับอาวุธให้มั่นแล้วเตรียมต่อสู้ร่วมกับข้า! อีกอย่างพวกเจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพวกเรายังมีตระกูลหนานอยู่ ขอเพียงมีตระกูลหนานพวกเราจะไม่มีวันพ่ายแพ้อย่างแน่นอน และอีกอย่างหลังจากนี้สหายทุกท่านก็สามารถกลับไปบอกเล่าให้ลูกหลานฟังถึงวีรกรรมที่ได้เข้าร่วมสงครามครั้งใหญ่ขนาดนี้! ” จิวหยางซูคำรามพร้อมกับจิตสังหารที่ระเบิดออกมา
เมื่อได้ยินเสียงของจิวหยางซู ยอดฝีมือทั้งหลายจึงได้สติ
ใช่แล้วพวกเขายังมีตระกูลหนานอยู่ ขอเพียงมีตระกูลหนานพวกเขาก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเอาชนะพวกตำหนักมารสวรรค์ได้
พริบตาเดียวความลังเลและหวาดกลัวก็ได้หายไปทันที สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความมุ่งมั่นจิตสังหารที่ต้องการที่จะสังหารตำหนักมารสวรรค์
หนานหมิงเหลือบมองพวกตำหนักมารสวรรค์ก่อนที่จะกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ ในเมื่อพวกมันเปิดไพ่ เช่นนั้นพวกเราก็ไม่สามารถที่จะปิดไพ่ของเราได้เช่นกัน ”
จากนัั้นยอดฝีมือระดับเซียนนิรันดร์กว่าสามสิบคนของตระกูลหนานก็ปรากฏตัวขึ้น
แม้ว่าจำนวนเซียนนิรันดร์ของตระกูลหนานจะมีน้อยกว่ามากแต่ทว่าพวกเขากว่าครึ่งก็เป็นเซียนนิรันดร์ขั้นสมบูรณ์ ซึ่งแข็งแกร่งกว่าเซียนนิรันดร์ของตำหนักมารสวรรค์
กลิ่นอายของเซียนนิรันดร์ตระกูลหนานสามารถกดทับกลิ่นอายของเซียนนิรันดร์ของตำหนักมารสวรรค์จนพวกมันต้องถอยหลังไปหลายก้าว
จากนั้นเสียงเฮของเหล่ายอดฝีมือทางฝั่งของพันธมิตรตระกูลหนานก็ดังขึ้น เนื่องจากความแข็งแกร่งของตระกูลหนานนั้นเหนือกว่าตำหนักมารสวรรค์อยู่พอสมควร ถ้าหากต้องปะทะกันจริงๆ ยอดฝีมือของฝั่งตระกูลหนานก็สามารถเอาชนะได้
เวลานี้มารอสูรหยินฮูและมารอสูรแสงราตรีมองหน้ากันก่อนที่จะฉีกยิ้มออกมา
สำหรับความแข็งแกร่งที่ตระกูลหนานแสดงออกมานั้นไม่ได้เหนือความคาดหมายของพวกมันมากนัก เนื่องจากกองกำลังที่มีแม้กระทั้งเซียนอมตะขั้นปลายขึ้นไป ยอดฝีมือระดับเซียนนิรันดร์ย่อมมีประมาณนี้แหละ
“ พวกเจ้าไปแสดงให้พวกมันดูว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงเป็นอย่างไร!! ” มารอสูรหยินฮูกล่าวขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ
“ ขอรับท่านมารอสูรหยินฮู ” เซียนอมตะขั้นต้นและขั้นกลางกว่ายี่สิบคนตอบรับก่อนที่จะบินไปทันที
กลิ่นอายของเซียนอมตะทั้งยี่สิบคนทำให้แรงกดดันของทางฝั่งยอดฝีมือเซียนนิรันดร์ของตระกูลหนานกลายเป็นของเล่นเด็กไปในทันที เพราะเพียงแค่กลิ่นอายของเซียนอมตะขั้นต้นเพียงคนเดียวก็เหนือกว่าเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์นับสิบคนแล้ว
เสียงของทางฝั่งพันธมิตรตระกูลหนานก็หายไปในทันที ตอนนี้ยอดฝีมือทั้งหลายของพันธมิตรตระกูลหนานถึงกับถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความหวาดกลัว โดยเฉพาะยอดฝีมือที่ต่ำกว่าเซียนนิรันดร์ พวกเขาถูกกลิ่นอายของเซียนอมตะถึงกับพลังภายในปั่นป่วน
“ นี้น่ะหรือยอดฝีมือระดับเซียนอมตะ! ”
“ ช่างเป็นความแข็งแกร่งที่ทรงพลังมากจริงๆ นึกไม่ถึงเลยว่าเซียนอมตะจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ตอนแรกคิดว่าจะห่างกับเซียนนิรันดร์มากแต่ไม่นึกว่าจะห่างกันมากขนาดนี้ เพียงแค่เซียนอมตะคนเดียวก็สามารถสยบเซียนนิรันดร์ขั้นสมบูรณ์ได้เลยด้วยซ้ำ ”
“ ถ้าหากไม่มีตระกูลหนานอยู่ด้วยเกรงว่าเส้นทางจิวหยางคนถูกตำหนักมารสวรรค์ทำลายอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องเสียชีวิตและกลายเป็นอาหารให้กับพวกมัน ”
“ ตอนนี้ตระกูลหนานถือว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในเส้นทางระดับล่างแล้วมั้ง ”
ยอดฝีมือทั้งหลายที่ไม่เคยสัมผัสพลังของเซียนอมตะ พวกเขาถึงกับหวาดกลัวและขวัญหนีไปจนหมดสิ้น
หนานหมิงมองดูยอดฝีมือของตำหนักมารสวรรค์ก่อนที่จะส่ายหน้าเบาๆ
“ ในเมื่อพวกมันคิดว่าเหนือกว่าเช่นนั้นก็เล่นกับพวกมันสักหน่อยแล้วกัน หลู่เซียงบอกคนที่เหลือให้เตรียมพร้อมและเมื่อเริ่มลงมือก็ทำลายพวกมันทันที ” หนานหมิงกล่าวขึ้น
หลู่เซียงยิ้มและกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆว่า “ นายท่านไม่ต้องเป็นห่วง พวกมันเพียงแค่ข้าคนเดียวก็สามารถทำให้พวกมันกลายเป็นธาตุอากาศได้แล้ว ”
“ สำหรับเจ้ารอลงมือตอนสุดท้ายแล้วกัน ” หนานหมิงยิ้มและกล่าวต่อว่า “ ซือหานและคนอื่นๆไปแสดงความแข็งแกร่งของตระกูลหนานให้พวกมันรับชมแล้วกัน สังหารพวกมันให้สิ้นอย่าปล่อยให้เหลือแม้แต่คนเดียว ”
ซือหานยอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์ตอบรับก่อนที่จะนำยอดฝีมือของตระกูลหนานที่เป็นเซียนอมตะกว่าสิบคนบินออกไปทันที
กลิ่นอายของเซียนอมตะทำให้ทางฝั่งของพันธมิตรตระกูลหนานส่งเสียงเฮดังลั่นอีกครั้งหนึ่ง
มารอสูรหยินฮูและมารอสูรแสงราตรีมองไปยังยอดฝีมือเซียนอมตะของตระกูลหนานก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้น
สำหรับพวกมันแล้วยอดฝีมือของตระกูลหนานเป็นเพียงแค่สิ่งที่ทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ราวกับว่ายอดฝีมือตระกูลหนานเป็นเพียงแค่เหยื่อของพวกมัน!!
“ ไปกันเถอะ ข้าอยากที่จะลิ้มรสพวกมันแล้ว ” มารอสูรหยินฮูกล่าวขึ้น
มารอสูรแสงราตรียิ้มอย่างตื่นเต้นก่อนที่จะบินออกไปด้านนอกทันที
กลิ่นอายของเซียนอมตะขั้นกลางจากมารอสูรทั้งสองทำให้ทุกๆคนตกใจอย่างมาก ยอดฝีมือของพันธมิตรตระกูลหนานนึกไม่ถึงเลยว่าพวกตำหนักมารสวรรค์จะส่งยอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นปลายมาถึงสองคน
“ ฆ่าพวกมันให้หมด ใครที่สังหารพวกมันได้ก็กินพลังของพวกมันได้ ” มารอสูรหยินฮูคำราม
เสียงคำรามฆ่าฟันของพวกตำหนักมารสวรรค์ดังขึ้นก่อนที่จะบินออกไปทันที
“ ฆ่า! ” ซือหานและยอดฝีมือของตระกูลหนานรวมไปถึงกองกำลังพันธมิตรก็เข้าไปต่อสู้กับตำหนักมารสวรรค์
ในตอนแรกทุกๆคนคิดว่าการต่อสู้นี้จะต้องเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดและเต็มไปด้วยเศษซากของยอดฝีมือ
แต่ทว่าทันทีที่เริ่มการต่อสู้ จู่ๆยอดฝีมือของตระกูลหนานก็ระเบิดพลังทั้งหมดออกมา กลิ่นอายของเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์สามคนกระจายไปทั่วพื้นที่
“ เซียนอมตะขั้นสมบูรณ์!! ” มารอสูรหยินฮูและมารอสูรแสงราตรีตกใจทันที พวกมันนึกไม่ถึงเลยว่าตระกูลหนานจะมียอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์แบบนี้ แถมยังมีมากถึงสามคน
“ หยินฮูพวกเรารีบหนีกันเถอะ ” มารอสูรแสงราตรีตะโกนขึ้นทันที ในอดีตพวกมันย่อมเคยเห็นการต่อสู้ของเซียนอมตะมาก่อน ซึ่งความแข็งแกร่งที่เซียนอมตะปลดปล่อยออกมานั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกมันจะรับได้
ในอดีตก่อนที่จะถูกผนึก ความแข็งแกร่งของมารอสูรทั้งหลายก็อยู่ในระดับเซียนอมตะขั้นปลายและขั้นสูง พวกมันย่อมเคยปะทะกับเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์มาก่อน ทำให้พวกมันรู้ถึงความน่ากลัวของเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์
ทางฝั่งของยอดฝีมือพันธมิตรตระกูลหนานพวกเขาก็รู้สึกตกใจเช่นกัน พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าตระกูลหนานจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าข่าวลือเสียอีก
ในตอนที่องค์กรแสงทมิฬบุกโจมตีตระกูลหนาน ในตอนนั้นพวกเขาก็นึกว่าตระกูลหนานมีเพียงแค่ยอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นกลางหรือขั้นปลายเท่านั้นแต่นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะมีเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์อยู่ด้วย แถมยังมีมากกว่าหนึ่งคนด้วยซ้ำ
“ ตระกูลหนานแข็งแกร่งจริงๆ ขอเพียงมีตระกูลหนานอยู่พวกตำหนักมารสวรรค์ก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ”
“ เจ้าโง่ เจ้าอย่าลืมว่าพวกตำหนักมารสวรรค์มันเพิ่มพลังอย่างไร ข้าคิดว่าถ้าหากปล่อยเวลาให้พวกมันสักสิบปีหรือร้อยปี เกรงว่าในตอนนั้นตำหนักมารสวรรค์จะยิ่งแข็งแกร่งกว่าตระกูลหนานเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้พวกเราจะต้องรีบสังหารตำหนักมารสวรรค์ให้สิ้นซาก ”
เหล่ายอดฝีมือทั้งหลายพูดคุยกันอย่างจริงจัง
และในตอนนี้ยอดฝีมือทั้งหลายพากันระเบิดพลังทั้งหมดของตัวเองติดตามยอดฝีมือของตระกูลหนานไปสังหารตำหนักมารสวรรค์
ทางฝั่งของตำหนักมารสวรรค์ พวกมันรู้สึกตกใจและหวาดกลัวทันที
“ บัดซบ!! พวกสารเลวตระกูลหนานเก็บความลับเอาไว้งั้นเรอะ ” มารอสูรหยินฮูคำรามออกมาด้วยความโกรธ
มารอสูรหยินฮูทำได้เพียงแค่ยอมรับเท่านั้น เพราะพวกมันไม่สามารถเอาชนะเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์ได้แถมพวกมันยังมีมากถึงสามคนอีกด้วย
“ รีบกลับไปแจ้งข่าวกับนายเหนือหัว ตระกูลหนานมียอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์อยู่ถึงสามคน ไม่สิอาจจะมีมากกว่าสามคนด้วยซ้ำ ต้องบอกให้นายเหนือหัวระวังตัวเอาไว้ ” มารอสูรแสงราตรีกล่าวขึ้น
“ บอกนายเหนือหัวงั้นเรอะ ข้าคิดว่าตอนนี้นายเหนือหัวของพวกเจ้าจะยังมีชีวิตรอดอยู่ไหมนะ ” เสียงของซือหานดังขึ้นด้านหลังของมารอสูรหยินฮูและมารอสูรแสงราตรี
มารอสูรทั้งสองตกใจและรีบปลดปล่อยการโจมตีออกไปทันที
“ หมัดมารพิฆาต! ” มารอสูรหยินฮูคำราม
“ ดาราสังหาร! ” มารอสูรแสงราตรีตะโกนขึ้น
หมัดของมารอสูรหยินฮูกลายเป็นแสงสีแดงและมีออร่าทมิฬปกคลุม เพียงแค่นี้ก็ทำให้อานุภาพของหมัดมารพิฆาตรุนแรงขึ้นอย่างมาก
ทางฝั่งของมารอสูรแสงราตรี มันได้รวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่ร่างกายจนทำให้เกิดแสงสีขาวจางๆก่อนที่มันจะวาดสัญลักษณ์ไปด้านหน้าและชี้นิ้วใส่ซือหาน ก่อนที่จะปรากฏลำแสงสีขาวพุ่งใส่ซือหานในทันที
ไม่ว่าจะเป็นหมัดมารพิฆาตหรือคมดาราสังหารก็นับว่าเป็นทักษะที่รุนแรงอย่างมาก เพียงแค่ใช้งานก็สามารถสังหารเซียนอมตะขั้นกลางได้ในทันที ถือว่าเป็นทักษะที่ทรงพลังอย่างแท้จริง
“ ดูเหมือนว่าจะมีความสามารถอยู่เล็กน้อย ” ซือหานหัวเราะก่อนที่จะวาดดาบเบาๆ
ฉัวะ
ร่างของมารอสูรทั้งสองถูกตัดศีรษะอย่างรวดเร็ว
“ บ้าน่า…! ” เสียงของมารอสูรหยินฮูอุทานออกมาก่อนที่มันจะบังคับให้ร่างกายของมันจับหัวและดึงหัวไปต่อกับคอของมันทันที
ทางฝั่งของมารอสูรแสงราตรีเช่นกัน มันก็รีบหยิบเอาหัวของมันมาติดกับคอของมันทันที
เพียงไม่นานหัวของพวกมารอสูรทั้งสองก็ต่อกับติดเหมือนเดิม ราวกับว่าเมื่อครู่มันไม่ได้ถูกตัดหัวด้วยซ้ำ
ดวงตาของซือหานเปร่งประกายขึ้นมาทันที
“ น่าสนใจดีนิ พวกที่ฆ่าไม่ตายเนี้ยพอมีประโยชน์อยู่บ้างนะเนี้ย ” ซือหานพึมพำเบาๆก่อนที่จะตัดสินใจบางอย่าง
“ ในเมื่อพวกเจ้าฆ่าไม่ตายแบบนี้ก็ใช้ประโยชน์ให้กลายเป็นหุ่นซ้อมต่อสู้ให้กับตระกูลหนานในอนาคตเลยแล้วกัน ” ซือหานกล่าวขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจที่จะจับมารอสูรทั้งสองกลายเป็นหุ่นซ้อมที่ไม่มีวันตาย
มารอสูรหยินฮูและมารอสูรแสงราตรี พวกมันไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ชีวิตของพวกมันได้กลายเป็นหุ่นต่อสู้ของตระกูลหนานเสียแล้ว
“ สารเลว! แกคิดว่าข้าจะยอมงั้นเรอะ! แล้วเจ้าหมายความว่ายังไงที่บอกว่านายเหนือหัวของข้าจะรอดอยู่หรือไม่? ” มารอสูรหยินฮูคำรามออกมา
ซือหานยิ้มและกล่าวว่า “ หรือว่าอสูรอย่างพวกเจ้าไม่มีสมอง? ถ้าหากเจ้ามีสมองก็ลองคิดดูสิว่าเพราะเหตุใดนายเหนือหัวของพวกเจ้าจะยังมีชีวิตรอดหรือไม่? ”
“ สารเลวนี้! ” มารอสูรหยินฮูคำรามพร้อมกับชกหมัดใส่ซือหานด้วยความโกรธ
“ เป็นมารอสูรที่ใช้หมัดงั้นเรอะ น่าสนใจดีจริงๆ ” ซือหานยิ้มพร้อมกับรับหมัดของมารอสูรหยินฮูอย่างง่ายดาย
หลังจากที่ปะทะกันไปไม่กี่ครั้ง มารอสูรหยินฮูก็คำรามออกมาด้วยความโกรธ “ แสงราตรีเมื่อไหร่เจ้าจะเตรียมตัวเสร็จ? ”
ตอนนี้มารอสูรแสงราตรีกำลังรวบรวมพลังจำนวนมากไว้ในร่างกายของมันจนเกิดแสงสว่างจนทำให้แม้กระทั้งซือหานก็ยังต้องหรี่ตาลงเพราะมองเห็นไม่ชัดเท่าไหร่
ซึ่งแสงสว่างนี้ทำให้การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายถึงกับหยุดชะงักเพราะไม่กล้าที่จะลงมือกันเพราะกลัวว่าจะโดนพวกตัวเอง
“ เสร็จแล้ว…หยินฮูถอยไป! ” มารอสูรแสงราตรีคำรามออกมา
“ ดารากักขังพิภพ! ” มารอสูรแสงราตรีตะโกนพร้อมกับวาดสัญลักษณ์บนอากาศอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นแสงสว่างจำนวนมากก็ปรากฏออกมาจากร่างกายของซือหานและทำให้ซือหานไม่สามารถขยับร่างกายของตัวเองได้ ราวกับว่าแสงสว่างเหล่านี้ทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
“ ตายไปซะ! ” มารอสูรหยินฮูคำรามพร้อมกับชกหมัดใส่ซือหานทันที
ใบหน้าของซือหานจริงจังก่อนที่จะพยายามที่จะทำลายแสงสว่างที่ติดตัวเขาอยู่ แต่ไม่ว่าจะใช้พลังมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำให้แสงสว่างนี้ออกจากร่างกายของเขาได้
ในขณะที่หมัดของมารอสูรหยินฮูกำลังมาถึงใบหน้าของซือหาน จู่ๆร่างของมารอสูรหยินฮูก็ลอยกระเด็นไปไกล
“ ให้ตายเถอะ เจ้าโง่นี้…แกคิดว่าแข็งแกร่งแล้วจะเอาชนะศัตรูได้ง่ายๆหรือยังไง? ” เสียงที่เอือยชาดังขึ้นก่อนที่จะเป็นจิ้นซวนหนึ่งในสามยอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์กล่าวอย่างเย็นชา