โฉมงามสามลิขิต

    บทที่ 38 ต้องไปก่อน

            นางรีบลุกขึ้นเดินออกจากตรงนั้นเพื่อไปตามหายามารักษาเจียวหวง 

            ฝ่าบาทรีบตามนางไปเช่นกันในระหว่างนั้นเขาส่งสัญญาณให้องครักษ์ควบคุมตัวคนร้ายให้ดี บางส่วนติดตามเขามาด้วย‘เขายังคงมิวางใจเรื่องที่เฟิงฮวาถูกลอบทำร้าย’

            แต่มิทันจะเดินพ้นบริเวณนั้น

            “ฝ่า…ฝ่าบาท แม่นางเฟิง” เสียงเรียกขององครักษ์คนหนึ่งก็ดังขึ้นเขาเป็นคนที่กำลังประคองเจียวหวงไว้ ในน้ำเสียงฉายแววร้อนใจเต็มสิบส่วน

            เฟิงฮวาไม่รอช้ารีบกระโดดกลับมาตรงหน้าเจียวหวงเวลานี้เขามีใบหน้าคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างจากเมื่อสักครู่เป็นอย่างมากนางหันไปสบตาองครักษ์คนนั้น 'เกิดอะไรขึ้น'

            องครักษ์เองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมเป็นแบบนี้เขาส่ายศีรษะก้มหน้าอย่างละอายใจ

            เฟิงฮวาจับสัมผัสลมหายใจของเจียวหวงแทบจะไม่รู้สึกว่ายังมีลมหายใจด้วยซ้ำหากไม่อยู่ในระยะใกล้มากๆ

            นี่มัน…หรือว่า…

            นางปรายตาไม่จ้องมองมีดเล่มนั้นที่ยังปักติดเขาอยู่สารเรืองแสงบางอย่างยังคงหลงเหลือให้เห็น ‘เป็นมีดอาบยาพิษจริงๆ’

            นางค่อยๆยื่นมือไปจับชีพจรของเขาเวลานี้มือของนางกลับสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

            เกรงว่าถ้าไม่จับชีพจรก็จะไม่รู้หนทางรักษา...

            และก็ยิ่งกลัวว่าถ้าจับชีพจรไปแล้วแต่กลับไม่สามารถรักษาได้ มิรู้สิ่งไหนจะเลวร้ายกว่ากัน

            ในที่สุดมือของนางก็เอื้อมถึงข้อมือของเจียวหวงข้อมือของเขาเริ่มไม่มีความอุ่นร้อนแล้ว ชีพจรที่ยังเต้นอยู่ช่างเบาแสนเบาลมหายใจก็อ่อนล้าเต็มที แย่ลงกว่าเดิมมากนัก

     

            พอเจียวหวงรับรู้การสัมผัสของนางเขาก็ฝืนลืมตาขึ้นมามอง…

     

            ใบหน้างดงามปรากฏเบื้องหน้าเต็มสองตาเขา

     

            เขาหลงรักใบหน้านี้…ตั้งแต่เมื่อใดกันนะ

     

            เขาหลงรักรอยยิ้มที่สดใสของนางโดยไม่รู้ตัว...ยิ่งเป็นในเวลาที่ต้องการแกล้งคนอื่น

     

            และยิ่งหลงรักตัวตนของนางที่ไม่เหมือนสตรีคนใดที่เคยพบเจอมาก่อน...

     

            เคยตั้งใจไว้ว่าถ้าได้พบกันอีกหากนางยังไม่แต่งงาน เขาจะลองสารภาพรักกับนางดู

     

            แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้เขา

            นางกลายเป็นสตรีของฝ่าบาท…สิ่งนี้ทำให้เขาแอบปวดใจอยู่ลึกๆ

            ตอนที่เขาบอกเรื่องที่ฝ่าบาทมีใจให้นางท่าทีของนางในเวลานั้นเหมือนจะมิได้ตกลงปลงใจเขาแอบลอบยินดี…ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง

            ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เฝ้ามองนางมาโดยตลอดแต่เท่านั้นเขาก็มีความสุขมากแล้ว

     

            มิรู้ว่าสุดท้ายแม่นาง...ท่านจะตัดสินใจอย่างไรกับฝ่าบาท...แต่ข้าคงไม่สามารถอยู่รับรู้ได้อีกแล้ว

     

            สายตาของเจียวหวงมองเลยไปยังฝ่าบาทที่ยืนถัดไปจากเฟิงฮวา

            ‘ข้าน้อยมิอาจหักห้ามความรู้สึกที่มีต่อแม่นางเฟิงได้แม้จะพยายามเพียงใดก็ตาม ขอฝ่าบาทโปรดอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ’

            การมองเห็นของเจียวหวงเริ่มรางเลือนเปลือกตาอันหนักอึ้งเริ่มปิดลงมา

            ในความรางเลือนนั้นเขาเหมือนเห็นว่าสตรีงดงามตรงหน้า มีน้ำตาไหลออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าของนาง

     

            ‘…อย่าร้องไห้เลยเฟิงฮวา ต่อจากนี้ขอให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุข...’

     

            แต่เขาไม่เหลือเรี่ยวแรงจะบอกนางได้อีกแล้วและก็หลับสนิทไปทั้งที่ยังคงยิ้มให้นาง

     

            เป็นอีกครั้งในชีวิตที่เฟิงฮวาเสียใจมากขนาดนี้มีคนตายเพื่อปกป้องนางอีกแล้ว

            แม้จะไม่มีเสียงกรีดร้องหรือเสียงสะอื้นใดใดให้ได้ยินแต่หยดน้ำตากลับพรั่งพรูมิสิ้นสุดภายในใจของนางเต็มไปด้วยคำพูดที่ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้

            ‘…เจียวหวง…เจ้าตื่นสิ นี่ไม่ใช่เวลานอนมิฉะนั้นข้าจะตีเจ้า...ให้เจ็บไปทั้งตัวเลยนะ’

     

            เพราะถึงแม้ว่าจะเอ่ยออกมาคนตรงหน้ากลับไม่มีโอกาสได้ยินอีกแล้ว

     

            องครักษ์คนอื่นต่างก็หดหู่ไม่แพ้กันชายอกสามศอกทั้งหลายมีร่องรอยของน้ำตาเอ่อล้นนี่มันทรมานเกินไป...ทำไมเจียวหวงช่างโชคร้ายเช่นนี้

            ฝ่าบาทค่อยๆเข้ามาหาเฟิงฮวาเพื่อปลอบโยนเขาบรรจงเช็ดน้ำตาบนใบหน้านางที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย เขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันเจียวหวงเป็นองครักษ์ลับฝีมือดี และยังเป็นคนสนิทของเขาอีกด้วย

     

            เฟิงฮวาร้องไห้ไปนานแค่ไหนมิรู้ได้

            จนนางนิ่งสงบไปเองสงบจนแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาพร้อมรัศมีอำมหิตแผ่ซ่าน

            ฝ่าบาทที่อยู่ใกล้ๆเกิดอาการอึ้งงันไปเล็กน้อย องครักษ์คนอื่นๆที่อยู่ไกลออกมาก็พลันขนลุก

            สายตาของทุกคนขณะนี้หันไปมองนางเป็นจุดเดียว

     

            เฟิงฮวาค่อยๆลุกขึ้นเดินไปยังชายคนนั้น...คนที่ลอบสังหารนาง

            องครักษ์ที่ควบคุมตัวเขาอยู่เห็นดังนั้นก็หลีกทางให้

            ตอนนี้นางไม่อยากรู้อีกแล้วว่าคนผู้นั้นเป็นใครมาจากไหน เหตุใดจึงต้องทำเช่นนี้

     

            เจียวหวงจากไปแล้ว 

            เขาก็แค่...ต้องตามไปชดใช้

            สายตานางเย็นเยียบถึงที่สุดค่อยๆหงายมือขวาขึ้น รวบรวมพลังภายในแรงกล้าไว้ที่ฝ่ามือพลังช่างรุนแรงจนคนรอบข้างเริ่มยืนไม่ติด

            จากนั้นนางก็ยื่นมือไปที่ศีรษะของคนผู้นั้นอย่างไม่รีบร้อน

     

            เจียวหวงเจ็บปวด...

            เจ้าจะต้องเจ็บปวดกว่าเป็นร้อยเท่าทวีคูณ...

     

            ร่างกายของชายผู้นั้นค่อยๆแห้งเหี่ยวเหมือนแก่ขึ้นเป็นสิบปีในชั่วพริบตา

            พลังนั้นยังคงถูกส่งออกไปเรื่อยๆ ยิ่งส่งไป...ชายผู้นั้นก็ดิ้นทุรนทุรายมากขึ้นสีหน้าจากที่เคยไร้อารมณ์ไร้ความรู้สึก มาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความทรมานเจ็บปวด

            ฝ่าบาทและคนอื่นๆได้แต่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆเขาปล่อยให้เฟิงฮวาได้ทำตามใจมิได้คิดจะห้ามปรามอยู่แล้วอย่างน้อยนี่อาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจของนาง

            แต่เรื่องที่พวกเขาอดสงสัยมิได้เหตุใดกำลังภายในของนางช่างรุนแรงเช่นนี้รุนแรงกว่าเดิมมากนัก...เหมือนกำลังแผดเผาพลังชีวิตของคนผู้นั้นอย่างโหดเหี้ยม...นี่เป็นไปได้อย่างไรกัน

            ความรุนแรงมีมากเสียจนไม่มีใครคิดที่จะเข้าใกล้มีแต่จะยิ่งถอยห่างออกไปมากกว่าเดิม

     

            ‘เจ้ามิชอบหรือ พลังแห่งความแข็งแกร่ง ใครๆก็ชอบกันทั้งนั้น’เฟิงฮวาจ้องมองชายคนนั้นที่กำลังเหี่ยวแห้งมากขึ้นเรื่อย ๆ

            'หากเจ้าไม่ชอบ ข้าก็จะไม่ฝืนอีกต่อไป' นางหยุดมือทันทีพร้อมกับที่ร่างของคนผู้นั้นสว่างวาบ ระเบิดออก ‘บึ้ม’

     

            ทุกสายตาที่จับจ้องอยู่เผชิญกับแสงสว่างจ้ากะทันหัน จนต้องยกมือมาปิดตาชั่วขณะ

            มิทันได้เห็นว่านางดูดซับกำลังภายในทั้งหมดหลอมรวมเข้าไปในร่างกายนางพร้อมกับจังหวะที่เกิดระเบิด

            พอสายตาของทุกคนกลับมามองเห็นดังเดิมพวกเขาก็พบว่าเฟิงฮวานอนหมดสติอยู่ โดยไม่มีร่องรอยของชายผู้นั้นให้เห็นอีกแล้วองครักษ์ต่างตกใจจนหน้าซีด 'วิทยายุทธ์ของแม่นางเฟิงช่างร้ายกาจยิ่งนักจนทำให้พวกเขาเกรงกลัวนางเพิ่มขึ้นไปอีกหลายส่วน'

            ฝ่าบาทเดินเข้าไปอุ้มเฟิงฮวาขึ้นมาพานางออกไปจากตรงนั้น เขาประคองกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน

    ‘พักผ่อนเสียหน่อย…ฮวาเอ๋อร์ ข้าจะอยู่กับเจ้ามิจากไปไหน’

    คล้ายกับเรื่องโฉมงามสามลิขิต ที่คุณอ่าน