นางรีบลุกขึ้นเดินออกจากตรงนั้นเพื่อไปตามหายามารักษาเจียวหวง
ฝ่าบาทรีบตามนางไปเช่นกันในระหว่างนั้นเขาส่งสัญญาณให้องครักษ์ควบคุมตัวคนร้ายให้ดี บางส่วนติดตามเขามาด้วย‘เขายังคงมิวางใจเรื่องที่เฟิงฮวาถูกลอบทำร้าย’
แต่มิทันจะเดินพ้นบริเวณนั้น
“ฝ่า…ฝ่าบาท แม่นางเฟิง” เสียงเรียกขององครักษ์คนหนึ่งก็ดังขึ้นเขาเป็นคนที่กำลังประคองเจียวหวงไว้ ในน้ำเสียงฉายแววร้อนใจเต็มสิบส่วน
เฟิงฮวาไม่รอช้ารีบกระโดดกลับมาตรงหน้าเจียวหวงเวลานี้เขามีใบหน้าคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างจากเมื่อสักครู่เป็นอย่างมากนางหันไปสบตาองครักษ์คนนั้น 'เกิดอะไรขึ้น'
องครักษ์เองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมเป็นแบบนี้เขาส่ายศีรษะก้มหน้าอย่างละอายใจ
เฟิงฮวาจับสัมผัสลมหายใจของเจียวหวงแทบจะไม่รู้สึกว่ายังมีลมหายใจด้วยซ้ำหากไม่อยู่ในระยะใกล้มากๆ
นี่มัน…หรือว่า…
นางปรายตาไม่จ้องมองมีดเล่มนั้นที่ยังปักติดเขาอยู่สารเรืองแสงบางอย่างยังคงหลงเหลือให้เห็น ‘เป็นมีดอาบยาพิษจริงๆ’
นางค่อยๆยื่นมือไปจับชีพจรของเขาเวลานี้มือของนางกลับสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
เกรงว่าถ้าไม่จับชีพจรก็จะไม่รู้หนทางรักษา...
และก็ยิ่งกลัวว่าถ้าจับชีพจรไปแล้วแต่กลับไม่สามารถรักษาได้ มิรู้สิ่งไหนจะเลวร้ายกว่ากัน
ในที่สุดมือของนางก็เอื้อมถึงข้อมือของเจียวหวงข้อมือของเขาเริ่มไม่มีความอุ่นร้อนแล้ว ชีพจรที่ยังเต้นอยู่ช่างเบาแสนเบาลมหายใจก็อ่อนล้าเต็มที แย่ลงกว่าเดิมมากนัก
พอเจียวหวงรับรู้การสัมผัสของนางเขาก็ฝืนลืมตาขึ้นมามอง…
ใบหน้างดงามปรากฏเบื้องหน้าเต็มสองตาเขา
เขาหลงรักใบหน้านี้…ตั้งแต่เมื่อใดกันนะ
เขาหลงรักรอยยิ้มที่สดใสของนางโดยไม่รู้ตัว...ยิ่งเป็นในเวลาที่ต้องการแกล้งคนอื่น
และยิ่งหลงรักตัวตนของนางที่ไม่เหมือนสตรีคนใดที่เคยพบเจอมาก่อน...
เคยตั้งใจไว้ว่าถ้าได้พบกันอีกหากนางยังไม่แต่งงาน เขาจะลองสารภาพรักกับนางดู
แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้เขา
นางกลายเป็นสตรีของฝ่าบาท…สิ่งนี้ทำให้เขาแอบปวดใจอยู่ลึกๆ
ตอนที่เขาบอกเรื่องที่ฝ่าบาทมีใจให้นางท่าทีของนางในเวลานั้นเหมือนจะมิได้ตกลงปลงใจเขาแอบลอบยินดี…ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง
ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เฝ้ามองนางมาโดยตลอดแต่เท่านั้นเขาก็มีความสุขมากแล้ว
มิรู้ว่าสุดท้ายแม่นาง...ท่านจะตัดสินใจอย่างไรกับฝ่าบาท...แต่ข้าคงไม่สามารถอยู่รับรู้ได้อีกแล้ว
สายตาของเจียวหวงมองเลยไปยังฝ่าบาทที่ยืนถัดไปจากเฟิงฮวา
‘ข้าน้อยมิอาจหักห้ามความรู้สึกที่มีต่อแม่นางเฟิงได้แม้จะพยายามเพียงใดก็ตาม ขอฝ่าบาทโปรดอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ’
การมองเห็นของเจียวหวงเริ่มรางเลือนเปลือกตาอันหนักอึ้งเริ่มปิดลงมา
ในความรางเลือนนั้นเขาเหมือนเห็นว่าสตรีงดงามตรงหน้า มีน้ำตาไหลออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าของนาง
‘…อย่าร้องไห้เลยเฟิงฮวา ต่อจากนี้ขอให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุข...’
แต่เขาไม่เหลือเรี่ยวแรงจะบอกนางได้อีกแล้วและก็หลับสนิทไปทั้งที่ยังคงยิ้มให้นาง
เป็นอีกครั้งในชีวิตที่เฟิงฮวาเสียใจมากขนาดนี้มีคนตายเพื่อปกป้องนางอีกแล้ว
แม้จะไม่มีเสียงกรีดร้องหรือเสียงสะอื้นใดใดให้ได้ยินแต่หยดน้ำตากลับพรั่งพรูมิสิ้นสุดภายในใจของนางเต็มไปด้วยคำพูดที่ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้
‘…เจียวหวง…เจ้าตื่นสิ นี่ไม่ใช่เวลานอนมิฉะนั้นข้าจะตีเจ้า...ให้เจ็บไปทั้งตัวเลยนะ’
เพราะถึงแม้ว่าจะเอ่ยออกมาคนตรงหน้ากลับไม่มีโอกาสได้ยินอีกแล้ว
องครักษ์คนอื่นต่างก็หดหู่ไม่แพ้กันชายอกสามศอกทั้งหลายมีร่องรอยของน้ำตาเอ่อล้นนี่มันทรมานเกินไป...ทำไมเจียวหวงช่างโชคร้ายเช่นนี้
ฝ่าบาทค่อยๆเข้ามาหาเฟิงฮวาเพื่อปลอบโยนเขาบรรจงเช็ดน้ำตาบนใบหน้านางที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย เขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันเจียวหวงเป็นองครักษ์ลับฝีมือดี และยังเป็นคนสนิทของเขาอีกด้วย
เฟิงฮวาร้องไห้ไปนานแค่ไหนมิรู้ได้
จนนางนิ่งสงบไปเองสงบจนแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาพร้อมรัศมีอำมหิตแผ่ซ่าน
ฝ่าบาทที่อยู่ใกล้ๆเกิดอาการอึ้งงันไปเล็กน้อย องครักษ์คนอื่นๆที่อยู่ไกลออกมาก็พลันขนลุก
สายตาของทุกคนขณะนี้หันไปมองนางเป็นจุดเดียว
เฟิงฮวาค่อยๆลุกขึ้นเดินไปยังชายคนนั้น...คนที่ลอบสังหารนาง
องครักษ์ที่ควบคุมตัวเขาอยู่เห็นดังนั้นก็หลีกทางให้
ตอนนี้นางไม่อยากรู้อีกแล้วว่าคนผู้นั้นเป็นใครมาจากไหน เหตุใดจึงต้องทำเช่นนี้
เจียวหวงจากไปแล้ว
เขาก็แค่...ต้องตามไปชดใช้
สายตานางเย็นเยียบถึงที่สุดค่อยๆหงายมือขวาขึ้น รวบรวมพลังภายในแรงกล้าไว้ที่ฝ่ามือพลังช่างรุนแรงจนคนรอบข้างเริ่มยืนไม่ติด
จากนั้นนางก็ยื่นมือไปที่ศีรษะของคนผู้นั้นอย่างไม่รีบร้อน
เจียวหวงเจ็บปวด...
เจ้าจะต้องเจ็บปวดกว่าเป็นร้อยเท่าทวีคูณ...
ร่างกายของชายผู้นั้นค่อยๆแห้งเหี่ยวเหมือนแก่ขึ้นเป็นสิบปีในชั่วพริบตา
พลังนั้นยังคงถูกส่งออกไปเรื่อยๆ ยิ่งส่งไป...ชายผู้นั้นก็ดิ้นทุรนทุรายมากขึ้นสีหน้าจากที่เคยไร้อารมณ์ไร้ความรู้สึก มาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความทรมานเจ็บปวด
ฝ่าบาทและคนอื่นๆได้แต่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆเขาปล่อยให้เฟิงฮวาได้ทำตามใจมิได้คิดจะห้ามปรามอยู่แล้วอย่างน้อยนี่อาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจของนาง
แต่เรื่องที่พวกเขาอดสงสัยมิได้เหตุใดกำลังภายในของนางช่างรุนแรงเช่นนี้รุนแรงกว่าเดิมมากนัก...เหมือนกำลังแผดเผาพลังชีวิตของคนผู้นั้นอย่างโหดเหี้ยม...นี่เป็นไปได้อย่างไรกัน
ความรุนแรงมีมากเสียจนไม่มีใครคิดที่จะเข้าใกล้มีแต่จะยิ่งถอยห่างออกไปมากกว่าเดิม
‘เจ้ามิชอบหรือ พลังแห่งความแข็งแกร่ง ใครๆก็ชอบกันทั้งนั้น’เฟิงฮวาจ้องมองชายคนนั้นที่กำลังเหี่ยวแห้งมากขึ้นเรื่อย ๆ
'หากเจ้าไม่ชอบ ข้าก็จะไม่ฝืนอีกต่อไป' นางหยุดมือทันทีพร้อมกับที่ร่างของคนผู้นั้นสว่างวาบ ระเบิดออก ‘บึ้ม’
ทุกสายตาที่จับจ้องอยู่เผชิญกับแสงสว่างจ้ากะทันหัน จนต้องยกมือมาปิดตาชั่วขณะ
มิทันได้เห็นว่านางดูดซับกำลังภายในทั้งหมดหลอมรวมเข้าไปในร่างกายนางพร้อมกับจังหวะที่เกิดระเบิด
พอสายตาของทุกคนกลับมามองเห็นดังเดิมพวกเขาก็พบว่าเฟิงฮวานอนหมดสติอยู่ โดยไม่มีร่องรอยของชายผู้นั้นให้เห็นอีกแล้วองครักษ์ต่างตกใจจนหน้าซีด 'วิทยายุทธ์ของแม่นางเฟิงช่างร้ายกาจยิ่งนักจนทำให้พวกเขาเกรงกลัวนางเพิ่มขึ้นไปอีกหลายส่วน'
ฝ่าบาทเดินเข้าไปอุ้มเฟิงฮวาขึ้นมาพานางออกไปจากตรงนั้น เขาประคองกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน
‘พักผ่อนเสียหน่อย…ฮวาเอ๋อร์ ข้าจะอยู่กับเจ้ามิจากไปไหน’