(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 122 ทันย่าเริ่มยุยงเหล่ามอนสเตอร์

            เมื่อคำพูดของต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ถูกกล่าวจบ เสียงกระซิบแผ่วเบาของมอนสเตอร์มากมายก็พลันเงียบหายไป


            บรรยากาศที่เคร่งขรึมล้อมรอบพวกมันในทันที การตระหนักถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแปลกประหลาดกว่าที่พวกมันเคยพบเจอ ทำให้ทุกสายตาแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลและขลาดกลัว ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่เคารพและยำเกรงที่สุดในหมู่พวกมัน กลับแสดงออกถึงความรู้สึกที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง ความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ในใบและกิ่งก้านที่สั่นไหวเบาๆ ทำให้มอนสเตอร์ที่มองอยู่ไม่อาจสงบใจได้


            ในเวลานั้นเอง อสรพิศเจ็ดหัวได้สบสายตากับต้นหลิวทองคำ พลางเลื้อยเข้ามาใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงที่ชัดเจนขึ้น


            “ถ้าอย่างนั้น... พวกเราควรจะทำเช่นไรต่อไปกัน? เราไม่สามารถเข้าใจหรือควบคุมสิ่งที่มาจากนอกดวงดาวได้แน่นอน”


            “หากมันเป็นภัยคุกคามขึ้นมาจริงๆ ข้าเกรงว่าแม้แต่เจ้าที่เป็นถึงมอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิก็อาจไม่สามารถรับมือได้”


            ต้นหลิวทองคำเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังไตร่ตรองต่อคำตอบ ก่อนที่เสียงลึกล้ำจะดังก้องออกมาอีกครั้ง


            “พวกเราต้องไม่รีบร้อนและไม่หวาดหวั่นจนเกินไป ในเมื่อเรายังไม่รู้แน่ชัดถึงเจตนาของก้อนแสงนั้น สิ่งที่เราทำได้คือเฝ้าระวังและเตรียมตัวให้พร้อม ข้าจะใช้พลังที่ข้ามีเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงของมันอย่างใกล้ชิด หากมีสิ่งใดที่ข้าเข้าใจหรือรับรู้เพิ่มขึ้น ข้าจะบอกพวกเจ้าในทันที”


            มอนสเตอร์ทั้งหลายต่างรับฟังด้วยความเคารพ แม้ว่าภายในใจของแต่ละตัวจะยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้จัก


            แต่ด้วยความเชื่อมั่นในตัวของต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ พวกมันจึงยอมที่จะสงบลง ในตอนนี้บรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ความไม่แน่ใจและความกลัวต่อสิ่งที่อาจเกิดขึ้นจากก้อนแสงปริศนานั้น ยังคงเป็นเงามืดที่กดดันจิตใจของพวกมันอยู่


            “ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์เหมือนกำลังกลัว?”


            ทันย่าในร่างเบฮีมอทยืนนิ่งสงบ แม้ความกังวลจะก่อตัวขึ้นในจิตใจของเหล่ามอนสเตอร์รอบตัวเขา ทันย่าเองก็เริ่มหรี่ตาลงอยู่เล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำที่สะท้อนออกมาอย่างเยือกเย็น


            “ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ เจ้ารู้หรือไม่ว่ามังกรสายฟ้าได้ตายไปแล้ว?”


            “และมันก็ถูกสังหารโดยผู้แข็งแกร่งที่สุดในเผ่ามนุษย์… ซวนหยวน!”


            ทันทีที่คำพูดของทันย่าดังก้องขึ้น ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์กลับเงียบสนิท กิ่งก้านของมันที่เคยสั่นไหวอย่างอ่อนโยนค่อยๆหยุดนิ่ง ราวกับมันกำลังพิจารณาคำพูดเหล่านั้นด้วยความระมัดระวัง และการเงียบของมันก็ดูเหมือนจะเป็นคำตอบในตัวเอง


            ตัวมันรับรู้เรื่องนี้แล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เตรียมใจที่จะพูดออกมาให้เหล่ามอนสเตอร์ทั้งหมดได้ทราบ


            ในขณะที่มอนสเตอร์ตนอื่นๆซึ่งไม่เคยรู้ข่าวนี้มาก่อน ต่างพากันอุทานออกมาอย่างตกตะลึง


            “มังกรสายฟ้า… ตายแล้ว?”


            “ถูกสังหารโดยซวนหยวนจริงหรือ?”


            เสียงกระซิบและความตกใจดังสะท้อนก้องไปทั่วป่าทึบ


            คำพูดของทันย่าทำให้ทุกดวงตาหันมาจับจ้องที่เขา พร้อมกับความไม่เชื่อปะปนกับความหวาดกลัว พวกมันล้วนเคยรับรู้ถึงความน่าเกรงขามของมังกรสายฟ้า การที่สิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้นถูกโค่นลงได้ ทำให้พวกมันเริ่มตั้งคำถามถึงพลังและอำนาจที่แท้จริงของมนุษย์


            ต้นหลิวทองคำยังคงนิ่งเงียบ แม้จะสัมผัสได้ถึงความตื่นตระหนกในหมู่มอนสเตอร์ แต่ก็ไม่เอ่ยคำใดออกมาในทันที ท่าทางของมันบ่งบอกถึงความหนักใจในการยอมรับความจริงนี้ ท้ายที่สุด มันเพียงพยักกิ่งก้านเล็กน้อย เป็นสัญญาณว่าเรื่องราวที่ทันย่าพูดออกมานั้นคือความจริง


            “นี่มัน—?!!”


            ทันย่าเห็นปฏิกิริยาของเหล่ามอนสเตอร์รอบตัวเขา ความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวที่แพร่กระจาย ทำให้บรรยากาศที่เคยสงบกลายเป็นความสับสน แต่เขายังคงนิ่งเฉย รอให้ความตื่นเต้นในกลุ่มมอนสเตอร์ค่อยๆสงบลง ก่อนที่จะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง


            “ใช่! มังกรสายฟ้าได้ตกตายแล้ว! และซวนหยวนเป็นผู้ที่ทำลายมันได้สำเร็จ!”


            “สิ่งนี้คือสัญญาณว่าโลกนี้กำลังเปลี่ยนแปลง มนุษย์ที่เคยเป็นฝ่ายถูกล่ากำลังกลายเป็นผู้ล่า!”


            คำพูดของทันย่าเหมือนเป็นการปลุกให้เหล่ามอนสเตอร์เริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามใหม่จากมนุษย์


            พวกมันที่เคยมั่นใจในพลังของมังกรสายฟ้า บัดนี้เริ่มรู้สึกถึงความหวั่นเกรงต่อมนุษย์ที่พวกมันเคยมองข้าม


            ทันย่ามองไปรอบๆ เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของมอนสเตอร์ระดับชนชั้นราชาที่รายล้อมอยู่


            “ไม่จริงน่า! หนึ่งในห้ามอนสเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิถูกสังหารลงไปแล้ว?!!”


            “นั่นคือมังกรสายฟ้าเลยนะ ให้ว่ากันตามจริง ท่านเป็นมอนสเตอร์ที่อาจทรงพลังมากที่สุดในด้านการทำลายล้าง!”


            “ถูกต้อง ทั้งยังถูกสังหารโดยซวนหยวน ไอ้หมอนี้ข้าเคยพบเจอมันมาก่อน ไม่คิดเลยว่ามันจะร้ายกาจมากเพียงนี้!”


            เสียงกระซิบกระซาบของพวกมันที่ค่อยๆแผ่วลง เมื่อคำพูดเกี่ยวกับการตายของมังกรสายฟ้าได้ก่อให้เกิดความกลัวในใจของพวกมัน ทันย่าไม่รอช้าที่จะฉวยโอกาสนี้ เขาเห็นถึงความอ่อนแอและความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจยุยงและเพิ่มความหวาดกลัวนั้นให้ลุกลามมากยิ่งขึ้น


            “เจ้าทุกตัวได้ยินแล้วใช่หรือไม่?”


            ทันย่าเอ่ยเสียงดัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเร่งเร้า


            “มังกรสายฟ้า ผู้ซึ่งเราเคารพบูชาและเชื่อมั่นในพลังของมัน ยังไม่สามารถต้านทานพลังของมนุษย์ได้”


            “แล้วคิดดูสิว่า อีกไม่นานเราจะต้องเผชิญกับอะไรต่อไป!”


            มอนสเตอร์ทั้งหลายที่ยังคงตกอยู่ในความตระหนกต่างหันไปมองทันย่าด้วยความสับสน บ้างก็เริ่มค่อยๆรับรู้ถึงสิ่งที่เขากำลังพูด ทันย่าก้าวไปข้างหน้าช้าๆ สายตาคมดุจับจ้องพวกมันทีละตัว ราวกับจะปลุกความกลัวที่ซ่อนอยู่ในใจของพวกมันให้เผยออกมา


            “ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป พวกเราจะเป็นเช่นไร?”


            “ซวนหยวนอาจจะฆ่ามังกรสายฟ้าได้ แต่เขาจะหยุดแค่ตรงนั้นหรือ?”


            “พวกมนุษย์ที่เติบโตขึ้นทุกวัน พวกมันจะหยุดลงมือกับเราเมื่อไหร่?”


            เสียงกระซิบของมอนสเตอร์เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ความหวาดหวั่นแพร่กระจายรวดเร็วเหมือนเปลวไฟที่ถูกสุมเชื้อ


            ทันย่าตัดสินใจเพิ่มความร้อนแรงของมันต่อไป


            “พวกเรามีทางเลือกเพียงไม่กี่ทาง หากเราไม่ทำอะไรตอนนี้ พวกเราทั้งหมดจะถูกกวาดล้างไปจนหมดสิ้น!”


            “พวกมนุษย์จะไม่หยุดเพียงแค่การโค่นมังกรสายฟ้า พวกมันจะตามล่าพวกเราไปทีละตัว จนกระทั่งไม่มีพวกเราหลงเหลืออีก!”


            ทันใดนั้นมอนสเตอร์ชนชั้นราชาต่างเริ่มกระสับกระส่าย บ้างก็มองหน้ากันอย่างไม่มั่นใจ บางตนเริ่มแสดงอาการหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน ทันย่ารับรู้ได้ว่าคำพูดของเขากำลังสร้างผลกระทบอย่างมหาศาล


            “พวกเราต้องรวมพลังกัน! อย่าให้พวกมนุษย์มาบงการอนาคตของพวกเราได้อีกต่อไป!”


            “ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ พวกเราทั้งหมดจะไม่มีวันได้เห็นแสงสว่างอีกต่อไป! พวกเราต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์ของเรา!”


            “และต้องโจมตีเมืองป้อมปราการต่างๆของมนุษย์ให้สิ้น แค่ซวนหยวนกับหยางจินเหิน พวกมันไม่มีพลังพอที่จะต่อต้านพวกเราได้หรอก”


            ทันย่ากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังยิ่งขึ้น

           

            “เห็นด้วยเลยเจ้าหน้าใหม่ ข้ามีความคิดแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ทำไมเราจะต้องอยู่เพียงแค่ทวีปมืดแห่งนี้กันละ”


            “สังหารและสังหาร ฆ่าพวกมันให้หมดแล้วทำให้โลกนี้เป็นของพวกเราเหล่ามอนสเตอร์”


            คำพูดสุดท้ายของทันย่าสะท้อนไปทั่วบริเวณ เหล่ามอนสเตอร์ที่เคยลังเลและกลัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความโกรธและความกล้าที่ถูกจุดขึ้นใหม่


            บรรยากาศที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความสับสนและความเดือดดาล


            มอนสเตอร์แต่ละตัวเริ่มรู้สึกว่าพวกมันต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้ถูกกวาดล้างไปตามคำทำนายของทันย่า


            ทันย่ายืนมองมอนสเตอร์ที่กำลังสับสนและโกรธเกรี้ยว พลางยิ้มในใจ เขาเพิ่งจะเริ่มยุแยง แต่ผลลัพธ์ก็เกินคาด


            “โฮกกกกกกกกกกกก!”


            สถานการณ์ในบริเวณนั้นร้อนแรงขึ้นทุกขณะ เสียงคำรามของเหล่ามอนสเตอร์ดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วท้องฟ้า ทุกตัวต่างแสดงความเห็นด้วยกับคำยุยงของทันย่า พวกมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความกลัวต่อสิ่งที่อาจเกิดขึ้น


            ความคับข้องใจจากความอ่อนแอที่ถูกมนุษย์กดดันมาตลอดพลันระเบิดออกมาอย่างพร้อมเพรียง


            เหล่ามอนสเตอร์ในชนชั้นราชาต่างเตรียมพร้อมสำหรับสงครามราวกับว่าไม่มีอะไรจะหยุดยั้งพวกมันได้อีกต่อไป


            ทว่าท่ามกลางเสียงคำรามและความเดือดดาลนั้น มีเพียงหนึ่งตนที่ยังคงนิ่งสงบ


            มันคือต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ ใบไม้และกิ่งก้านของมันสั่นไหวเพียงเล็กน้อยในสายลมเบาๆ ราวกับกำลังครุ่นคิดหรือตัดสินใจอะไรบางอย่าง ก่อนที่มันจะเริ่มเปล่งเสียงอันลึกซึ้งและหนักแน่นออกมา ทำให้เสียงคำรามที่ดังก้องต้องหยุดชะงักลงในทันที


            “หยุดก่อน...”



            ...

            ตอนหน้ายาวมาก 55555+

    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน