.
.
“ไม่รู้ว่ามึงจะเชื่อไหม”
“...”
“..กูกับมึงเป็แฟนกัน”
“พูดบ้าอะไร มันจะเป็ไปได้ยังไง”
“งั้นก็แล้วแต่มึงจะคิด” ผมเดินผละจากคิวทันที ..ไม่ใช่ความผิดของคิวท่องไว้ไอ้อาร์
“..เป็แฟน เมื่อไหร่ ยังไง ..ได้กันรึยัง”
ไอ้..! “..เราเป็แฟนกันเมื่อครึ่งปีก่อน กูเป็คนบอกชอบมึงแล้วก็..”
“…” ไอ้คิวทำตาโตรอคอยคำตอบ
“แล้วก็ได้กันแล้ว..” หน้าผมร้อนผ่าว ไม่คิดว่าเื่แบบนี้จะต้องมานั่งทวนความจำกันต่อหน้า
“งั้นเหรอ นึกไม่เห็นออก”
“...”
“ทำไมฉันถึงจำอะไรไม่ได้”
“นายถูกผ่าสมอง ความทรงจำทั้งหมดหายไป และที่กูมาก็เพื่อมาพามึงกลับไป”
“..เรารักกันมากงั้นเหรอ”
“ข้อนี้มึงน่าจะตอบตัวเองได้นะ”
“...”
.
.
..อีกฟากหนึ่งของโลก
..นายพลพละ
การประชุมเป็ไปอย่างเคร่งเครียดภายในห้องประชุมของกองกำลังพิเศษจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่กำลังฉายภาพเ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของนานาประเทศ การพูดจาถกเถียงหาข้อสรุปของแผนปฏิบัติการยังคงสับสนมาตลอดทั้งวันแม้ข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดจะถูกรวบรวมปะติดปะต่อจนรู้ถึงเป้าหมายของโนอาห์ แต่มันก็ไม่ง่ายที่จะต้องบุกลุยเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่มีข้อมูลแม้แต่ในกูเกิลเอิร์ธเพราะระบบการป้องกันทางเน็ทเวิร์กของโนอาห์กรุ๊ปมีความมั่นคงสูง
“เราควรรู้ว่าเราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”
“ตอนนี้เราไม่รู้พิกัดที่แน่นอนบนพื้นโลกของโนอาห์ด้วยซ้ำทั้งที่มันเคยถูกค้นหาได้ในฐานข้อมูลของอินเตอร์โพล”
“เรา้าแผนการที่เป็ไปได้”
“สภาของเราไม่ยินยอมให้เราดำเนินการอะไร”
“แน่นอน เพราะพวกเขาเป็พวกของมันไปเกือบค่อนโลก”
“เราทำอะไรไม่ได้ ถ้า..”
“พอก่อนทุกท่าน..”เสียงของหนึ่งในผู้บัญชาการระดับสูงพูดขึ้นขัดความวุ่นวายของการสนทนาที่ชวนปวดหัว “การอ้างถึงข้อจำกัดมากมายไม่ได้ทำให้เราเดินหน้าอะไรได้”
“...” / “...”
“เราควรพูดถึงสิ่งที่เรามี และวิธีที่มีความเป็ไปได้”
“ตอนนี้หน่วยลับของเราถูกจับตัวไป..”
“…”
“..หนึ่งในสองคนนั้น เป็ร่างโคลนของลูกชายออสบอร์”
“!!!” / “??” คำบอกกล่าวของนายพลกรเพื่อนของผมเรียกเสียงฮือฮาจากผู้คนในจอให้ดังขึ้น
“ร่างโคลน? หน่วยลับ? หมายความว่ายังไง ขอคำอธิบายเพิ่มเติมด้วย”
“มันจะเป็ไปได้ยังไง มนุษย์โคลนเป็ถึงหน่วยลับ?”
“ผมขออนุญาตตอบในฐานะที่เป็คนผลักดันให้เขาได้เป็หน่วยลับ”ผมส่งเสียงขึ้นบ้าง ซึ่งไอ้กรก็เห็นด้วยกับการที่ผมจะเป็คนอธิบาย
“คิว เป็ทหารเกณฑ์ที่ได้รับการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อเป็หน่วยลับโดยที่เราไม่รู้มาก่อนว่าเขาคืุ์โคลน ศักยภาพในการต่อสู้..ดีเยี่ยมทั้งร่างกายก็แข็งแกร่งเกินขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไปถึงเราจะไม่รู้ถึงเหตุผลว่าทำไมร่างโคลนของโนอาห์ถึงถูกนำออกมาโลกภายนอกแต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ โนอาห์มีวิทยาการและกำลังคนที่แข็งแกร่งแน่นอน”
“จากข่าวกรองและการวิเคราะห์ของหลายหน่วย เราคิดว่าโนอาห์มีเป้าหมายที่ใหญ่มากนั่นก็คือการควบคุมโลก โดยเฉพาะในแง่เศรษฐกิจ เพราะใน่สองสามเดือนที่ผ่านมาเกิดการควบรวมกิจการภายใต้การดูแลของโนอาห์”
“..ด้วยวิธีการอะไร”
“เราได้ข้อมูลจากหน่วยลับว่าพวกมันใช้สารหลอนบางอย่างที่มีปฏิกิริยาต่อสมองโดยตรง”
“ไม่ง่ายไปหน่อยรึไง”
”ดูเหมือนจะเป็เื่ไม่ยาก แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วและได้ผลส่วนใครที่ต่อต้านก็ถูกกำจัดอย่างแเี ไร้หลักฐาน”
“ตอนนี้เราต้องหาร่องรอยของโนอาห์ให้ได้ก่อนเป็อันดับแรก”
“ใครมีวิธีบ้าง”
“..ในหน่วยลับของเราจะมีการฝังชิปติดตามตัว และเราก็กำลังพยายามตามรอยอยู่”
“้าความช่วยเหลือจากทางเราไหม”เข้าใจว่าเป็ฝ่ายพัฒนาเทคโนโลยีของสักประเทศ
“เราสะดวกที่จะดำเนินการเอง ขออภัยที่ต้องพูดตามตรง”
“แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาหวงข้อมูลของหน่วยลับหรือข้อมูลทางความมั่นคง?”
“ผมไม่ได้หวง แต่ก็จริงอย่างที่ท่านพูดมันเป็ข้อมูลความมั่นคงของประเทศ”
“…”
“..คิดว่าจะได้ความคืบหน้าเมื่อไหร่”
“…”
.
.
..อาณาจักรโนอาห์
..ห้องทำงานมิสเตอร์ออสบอร์ (ประธานของโนอาห์กรุ๊ป)
..คีย์
เสียงของนาฬิกาลูกตุ้มอายุร่วมร้อยปีดังบอกเวลาตามหน้าที่ที่มันถูกสร้างมาผมกำลังยืนอยู่ตรงหน้าพ่อ ประธานของโนอาห์กรุ๊ป ผู้ที่จะก้าวขึ้นเป็ที่สุดของโลกทั้งอำนาจ และความมั่งคั่ง
“เด็กคนนั้นคือหน่วยลับ?”
“ใช่ครับ” คงมีใครรายงานพ่อ
“ทำไมถึงปล่อยให้มีคนนอกเข้ามาได้”
“เขายังมีประโยชน์ต่อโนอาห์ครับ โดยเฉพาะกับคิล”
พ่อถอนหายใจบางๆ “พ่อเข้าใจว่าคีย์รู้ว่าต้องจัดการยังไง ถึงได้ปล่อยให้ดูแลเื่นี้”
“…”
“..แต่ดูเหมือนว่าคีย์จะยังไม่เข้าใจว่าอะไรต้องทำ อะไรห้ามทำ”
“…”
“เอาเป็ว่าพ่อไม่ชอบให้มีคนที่ไม่สมควร เข้ามาหายใจอยู่ในที่ของเรา”พ่อพูดทั้งที่ยังยืนหันหลังให้ผม
“ครับ” ผมตอบรับความ้าของพ่อไป ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะตัดสินใจทำตามที่พ่อสั่งรึไม่ไม่ได้จะปรานีหรือใจดี แค่คิดว่าเด็กคนนั้นไม่น่าจะใช่สาระสำคัญที่จะต้องใส่ใจ
ลูกชายคนเดียวที่คิดว่าจะให้สืบต่อเจตนารมณ์..ไม่ได้ดั่งใจ
“น่าผิดหวังแทนนะครับ ที่คุณคีย์ไม่เด็ดขาดเหมือนท่าน”
“…” ชายที่อยู่ในเงามืดปรากฎตัวขึ้นจากด้านหนึ่งของห้อง หลังจากที่คีย์ขอตัวไปทำตามคำสั่งที่ได้รับ
“ให้ผมลงมือแทนไหมครับ ..รับรองผลที่ได้แน่นอน”
“รออีกหน่อย ฉันอยากรู้ว่าพวกมันกำลังจะทำอะไร ทั้งคีย์ ทั้งอิชะ..”
“เฮ้อ จะว่าไปก็แปลกนะครับ อุดมการณ์ของท่านออกจะน่าประทับใจแต่ทำไมพวกเด็กๆ กลับคิดต่อต้านซะได้”
“…”
“ไม่เหมือนผม ..ที่เห็นว่าคงมีท่านเพียงคนเดียวที่จะเปลี่ยนโลกได้..ท่านคือผู้ที่ถูกเลือกมาชัดๆ”
“ฉันชอบคนที่รู้จักปรับตัว แต่ไม่ได้ชื่นชมคนสอพลอ”
“อุ๊ปส์ อย่างนั้นเหรอครับ ผมจะพูดความจริงที่คิดอยู่ในหัวให้น้อยลง”
“…”
“..ว่าแต่นั่นลูกทั้งคน ท่านจะ..กำจัดได้?”
“..ฉัน้าแค่คนที่มีประโยชน์ต่อโลกใบนี้เท่านั้น”
“ผมเลือกศรัทธาไม่ผิดคนจริงๆ”
“ขอบคุณ ..คุณฉิน”
.
..ห้องทำงานของคีย์
..อาร์
[ผมเลือกศรัทธาไม่ผิดคนจริงๆ]
[ขอบคุณ ..คุณฉิน]
คุณคีย์ฟังสิ่งที่ผมบันทึกได้จากห้องท่านประธาน มันไม่ได้ได้มาง่ายๆเพราะระบบตรวจตราของที่นี่เข้มงวด ห้องทุกห้องถูกติดตั้งกล้องวงจรปิดไม่เว้นแม้แต่ห้องของคุณคีย์ ส่วนห้องที่ดูจะมีความเป็ส่วนตัวที่สุดก็คือห้องของท่านประธาน ..ไม่มีการติดตั้งกล้องใดๆ เพราะระบบการดูแลด้านนอกของห้องมีความปลอดภัยสูงขนาดที่แมลงสักตัวก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาจากกล้องหลายสิบตัวได้แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของแฮกเกอร์อย่างผม
“คุณคีย์..” ผมคาดว่าคุณคีย์คงฟังใกล้ถึงตอนท้ายของบทสนทนาระหว่างท่านประธานกับชายอีกคนซึ่งผมคิดว่าอาจจะเป็โทนี่ ฉิน ..ก็ไม่ได้คิดว่าจะตายง่ายๆ แต่ที่เจ็บใจคือการที่ตัวเองไม่เก็บงานให้เรียบร้อยก่อนออกมา จะโทษว่าเพราะตัวเองาเ็จนสลบไปก็ดูจะเป็ข้ออ้างของคนขี้แพ้เปล่าๆ
“ฉันอยากอยู่คนเดียว..”
“ได้ครับ” ผมเดินถอยหลังเพื่อจะออกจากห้องตอนนี้คงต้องให้คีย์ได้อยู่กับตัวเอง แต่ก่อนที่ผมจะกลับตัวเดินออกจากห้องคีย์ก็คว้าข้อมือผมไว้
“..อยู่เงียบๆ กับฉันสักพัก”
“…” ผมทรุดตัวลงนั่งข้างคีย์บนโซฟานุ่มหน้าโต๊ะทำงาน ก่อนที่คีย์จะล้มตัวลงเอาตักผมเป็หมอนคีย์ชอบทำแบบนี้ประจำ เวลาที่ใช้ความคิด หรือมีเื่ที่กังวล ผมจำได้ว่าตอนเด็กคีย์มักจะทำแบบนี้กับแม่ของตัวเอง ต่างตรงที่ว่าตอนนั้นคีย์จะมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเสมอ และตอนนี้ ..แม่ของคีย์ไม่อยู่แล้ว
คีย์ไม่ได้หลับตา แต่มองเลยไกลออกไปที่หน้าต่างท้องฟ้าสีหม่นกำลังวาดระบายอยู่ด้านนอกนั่น อุณหภูมิหนาวเหน็บในหน้าหนาวกำลังทวีความหม่นหมองในใจ..ฤดูกาลที่ชวนให้สมองอยากหยุดทุกกิจกรรมที่ต้องคิด และชวนให้ใจหดหู่หากไม่มีใครอยู่เคียงข้าง..ผมเอามือลูบผมนิ่มของคีย์อย่างแ่เบา ไม่อยากกวนการใช้ความคิด และขัดจังหวะการเหม่อลอยแต่คีย์ก็ค่อยๆ ถอยระยะสายตา กลับมามองผม ผมสบดวงตาที่มองมาบอกทุกอย่างที่รู้สึกอย่างไม่คิดปิดบัง ..เป็ห่วง ผมบอกคีย์แบบนั้น ..คีย์ยิ้มให้ผมยกฝ่ามืออันอบอุ่นมาััใบหน้าและหยุดแตะที่ริมฝีปากนุ่มของผม ดวงตาของคีย์กำลังหรี่เล็กลงอย่างมีนัย..ผมเข้าใจในทันที เพราะผมก็รู้สึกเหมือนคีย์ เรากำลังโหยหาััของกันและกัน ผมโน้มหน้าลงหาคีย์ส่วนคีย์ก็ยกตัวขึ้นมาหาผม
…………….
เป็ผมที่อยู่ใต้การควบคุมของคีย์บนโซฟาไม่รู้ว่าคนตัวบางกว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ..เราไม่เคยทำอะไรกันมากกว่าแค่อ้อมกอดอันแแ่และจูบที่ชวนฝันเพราะผมจะเป็คนหยุดมันทุกครั้งแต่ตอนนี้ต่อให้ผมหยุด คีย์ก็คงไม่ยอม อารมณ์ของคีย์กำลัง..
“ฉันให้เวลานายไปจัดการธุระที่นายคิดไว้ในสิบห้านาทีแล้วตามไปเจอฉันที่ห้อง”คีย์กระซิบผมเสียงสั่น “และฉัน้าความเป็ส่วนตัวกับนาย..แค่สามชั่วโมง”คีย์ลุกขึ้นจากตัวผม พร้อมกับขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน
“..จัดการตัวเองให้เรียบร้อยด้วย”
ผมหายใจหอบขณะกดหน้ารับคำ ..คีย์ตัดสินใจแล้ว ผมลุกจากโซฟาทันทีคิดว่าตัวเองเข้าใจความหมายของคีย์ดี ผมแตะที่แผ่นบางที่ลำคออย่างไม่ให้ผิดสังเกตขณะเดินไปตามทางที่มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ทั่ว
“เอลฟ์ ตอบด้วย”
[ทราบ]
“ตั้งใจฟังสิ่งที่ผมกำลังจะพูด”
[…]
.
..อาร์
..ไม่มีเวลาให้ตั้งข้อสงสัย หรือคิดตอบโต้ผมตั้งใจฟังและปฏิบัติตามสิ่งที่อิชะบอกให้ทำ..เพิ่งรู้ว่าในห้องของตัวเองมีกล้องถูกติดตั้งอยู่ และตอนนี้ผมกำลังจะถูกฆ่าโดยหนึ่งในลูกน้องผู้ภักดีของอิชะตัวของผมจะเปื้อนเืและถูกลำเลียงตัวออกไปยังห้องเก็บศพเพื่อรอการฝังหรือเผาเพื่อทำลายหลักฐานแต่ระหว่างขั้นตอนเ่าั้ กล้องวงจรปิดจะถูกสลับภาพอย่างแเีด้วยอุปกรณ์ในมือของอิชะเพื่อให้ผมพาตัวเองออกมาจากห้องเก็บศพและกลับไปที่ห้องของตัวเองและเข้าไปอยู่ในตู้เก็บของขนาดสองคูณสามเมตรที่วางอยู่ในห้องอุปกรณ์ที่จำเป็สำหรับขั้นตอนต่อไปจะถูกวางรอพร้อมอยู่ด้านใน ..ฝ่าระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ให้ได้และแจ้งข่าวถึงคนที่ไว้ใจได้ ..ภายในเวลาสามชั่วโมง
.
..อิชะ
ไม่รู้ว่าจะเป็ไปตามที่คิดไหม ผมคิดแผนทั้งหมดนี้มาหลายครั้งความเป็ไปได้ โอกาสที่พอจะเป็ไปได้ ..หลังจากที่ผมกลับมาในโนอาห์ก็เพิ่งรู้ตัวในวันหนึ่งว่าตัวเองถูกบล็อกการใช้งานดาวเทียมขององค์กรไม่ว่าจะด้วยเจตนา หรือบังเอิญ แต่ผมก็รับรู้ได้ว่าเกิดความแคลงใจในตัวผมท่านประธานคงคิดว่าการที่ผมกับคีย์ให้คิลไปช่วยเอลฟ์กลับมาคงเหมือนเป็สัญญาณบอกถึงการคิดคดของเราทั้งคู่..ท่านคิดถูก ..ผมบอกขั้นตอนทั้งหมดกับเอลฟ์ เอลฟ์เป็คนเดียวที่จะสามารถทำเื่นี้ได้คงต้องฝากความหวังไว้ ส่วนผมตอนนี้.. แค่เดินกลับไปที่ห้องของคีย์ทำตัวให้เหมือนปกติ แต่ชัดเจนในทุกการกระทำ
ห้องนอนของคีย์.. ผมเข้ามาบ่อย แต่เข้ามาในฐานะหมอผู้ดูแลการกินยาฉีดยา และการรักษาตัวของคุณคีย์ ไม่เคยมีอะไรมากกว่านั้น ทุกการกระทำล้วนอยู่ในสายตาของท่านประธาน..คงเพราะห่วงลูกชายคนเดียว ไม่ก็เพราะคอยจับผิดทุกคนที่เข้าใกล้คีย์
“นายมาช้าไปหนึ่งนาที”
“ขอโทษครับ”
คีย์เดินมาหาผมเสื้อเชิ้ตที่ใส่อยู่ยังคงเป็ตัวเดิมกับเมื่อสิบหกนาทีก่อน ..มันยับถ้าเป็เวลาอื่น คีย์คงถอดมันออกเพราะไม่ชอบความไม่เป็ระเบียบแม้กระทั่งกับร่องรอยเพียงเล็กน้อยของเครื่องแต่งกายทั้งที่อยู่ในห้องเพียงคนเดียว..คีย์เอามือมาแตะบ่าผม ลูบไล่ขึ้นจนมาหยุดอยู่ที่ลำคอ สายตาที่มองมาชวนให้หวั่นไหวผมหลบตา ไม่คิดจะฝืนสู้สายตาดวงคมที่ส่งสัญญาณบางอย่าง
“..นายพร้อมใช่ไหม”
“..ผมไม่แน่ใจ”
คีย์ออกแรงกระตุ้นผมเล็กน้อยเพื่อให้ผมสบตา คีย์โน้มหน้าลงมาหาหัวใจผมเต้นแรง มันเป็แบบนี้ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกันคีย์โอบร่างของผมให้แนบชิด กดััที่ดูดด่ำ จนเผลอลั่นเสียงที่ไม่เคยคิดว่าจะมีออกมาผมอดใกับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านและแรงเร่งเร้าของคีย์ไม่ได้เราไม่เคยคิดจะข้ามเส้นที่คิดว่ามีนี้สักครั้ง
“คุณคีย์ พอเถอะครับ” ผมพูดเสียงหอบเหนื่อยหลังผละออกจากการถูกบดจูบได้สำเร็จหลังของผมถูกดันจนพิงชิดติดผนัง ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าปล่อยให้คีย์รุกต้อนจนจนมุมขนาดนี้
“..ทำไม”
มือของผมขยุ้มเสื้อของคีย์จนใกล้ขาด “..คุณคีย์จะเหนื่อย หัวใจจะทำงานหนักและรับไม่ไหว..”
คีย์หัวเราะเบาๆ “นายรู้เื่หัวใจของฉันดี” เสียงสั่นแหบๆของคีย์ทำผมใกล้บ้า มันมีผลกับผมเสมอ “..นายเป็หมอย่อมรู้ดีว่าใจของฉันตอนนี้้าอะไร”
“ผมรู้ดี ถึงได้บอกว่าคุณคีย์ควรหยุด”ผมพูดแบบนั้นทั้งที่ซบหัวของตัวเองอยู่กับอกแกร่งของคีย์ที่ตอนนี้หัวใจก็กำลังเต้นเร็วแรงไม่แพ้กัน
“นายกลัวฉันหัวใจวายตายคาอกนาย?”
“ใช่..”
“แต่นายไม่กลัวฉันหงุดหงิดตาย”
“..คีย์”
“ฉันชอบเวลานายเขิน ชอบเวลาที่นายเรียกฉันแบบนี้”
“…” ใช่ ผมกำลังเขิน ทั้งที่สมองอีกส่วนก็กำลังกังวลว่าเอลฟ์จะทำงานสำเร็จไหมหรือตอนนี้เอลฟ์อาจจะถูกกำจัดไปแล้วหากแผนทั้งหมดผิดพลาด ..ถ้าเป็แบบนั้นผมควรจะทำยังไงต่อ
“มองหน้าฉันอิชะ..”
“…”
“อย่ากังวล เราต่างไม่รู้อนาคต เรามาหยุดคิดถึงเื่รอบตัว และใช้เวลาของตัวเองหลังจากสามชั่วโมงนี้ ..ฉันพร้อมเจอกับทุกอย่างพร้อมกันกับนาย”
“…”
“ฉันสัญญา ฉันจะไม่ยอมตายง่ายๆ” คีย์รั้งตัวผมมากอดไว้มือหนึ่งของคีย์สอดล่วงเข้ามาใต้เสื้อของผม ..มันเย็นแต่ก็อุ่นอย่างประหลาด
“..แน่ใจนะ ว่าจะไม่เสียใจ”
“ฉันไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองคิดจะทำ ..แต่ขออะไรอย่างนึง”
“..อะไร” ผมถามคีย์
“ฉันขอความเป็ส่วนตัว ..แค่นี้คนที่เฝ้าจอก็รู้แล้วว่าเรากำลังจะทำอะไรต่อจากนี้”
“…” ผมหยิบมือถือที่อยู่ในกางเกงขึ้นกด โปรแกรมแฮกระบบถูกสั่งงานทันทีภาพของคีย์และผมกำลังจะหายไปจากจอมอมิเตอร์ของกล้องวงจรปิด ห้องทั้งห้องจะมีแต่ความว่างเปล่าท่านประธานจะได้รับรายงานและรู้ทันทีว่าภาพที่เห็นในมอนิเตอร์ทั้งหมดเกิดความผิดปกติ..มีคนแฮกเข้าระบบของโนอาห์ ท่านจะต้องสั่งให้ตรวจสอบเครือข่ายทั้งหมดรวมถึงการแก้ไขข้อผิดพลาดของดาวเทียมตัวส่งสัญญาณ และเมื่อเวลานั้นมาถึง มันจะเป็เพียงโอกาสเดียวที่พิกัดของโนอาห์จะถูกส่งต่อออกไปยังโลกภายนอกได้..นอกจากจะต้องอาศัยฝีมือของเอลฟ์แล้ว ยังต้องกราบกรานให้โชคเข้าข้างด้วยเพราะระบบรักษาความปลอดภัยคงจะถูกปิดเพื่อค้นหาสิ่งแปลกปลอมเพียงไม่นาน ..ผมมองภาพของเอลฟ์ที่ถูกย้ายไปที่ห้องเก็บศพได้เวลาลงมือตามแผนต่อไป คำสั่งชุดสุดท้ายถูกสั่งให้รันการทำงานทันที
“..เรียบร้อยครับ ตอนนี้กล้องทุกตัวที่อยู่ในโนอาห์ถูกปิดการเข้าถึงส่วนกล้องในห้องนี้ ผมส่งสัญญาณกวนให้เครื่องไม่สามารถทำงานต่อไปได้อีกเว้นแต่ว่าจะมีใครบุกเข้ามา..”
“พ่อคงไม่ใจร้าย หรือทนเห็นภาพของเราได้”
“…”
คีย์หยิบอุปกรณ์ออกจากมือของผม และจับเอาชายเสื้อของผมให้ยกสูงขึ้น ผมเข้าใจว่าคีย์ไม่คิดจะค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของผมทีละเม็ดด้วยซ้ำ ผมจับมือของคีย์ให้หยุด “ผมไม่คิดว่าเราจำเป็จะต้อง..”
“จำเป็.. จำเป็ต่อจิตใจของฉันตอนนี้” คีย์ยกชายเสื้อของผมขึ้นด้วยท่าทีกึ่งบังคับผมจำใจถอดเสื้อออกด้วยเพราะไม่อยากขัดใจคีย์ และใจอีกครึ่งดวงก็บอกให้ทำตามอย่างเต็มใจคีย์กดริมฝีปากลงบนยอดอกของผม ไม่รู้ว่าไปเรียนรู้มาจากไหน ..อาจเป็สัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ผมยกตัวรับสิ่งเร้าอย่างไม่คิดหลีกหนี ..ห้ามความ้าของตัวเองไว้ไม่ไหวแล้วจริงๆดูเหมือนว่าคีย์จะไม่ถนัด เพราะความสูงเกือบร้อยแปดสิบ ทำให้การต้องก้มตัวเป็เื่น่าหงุดหงิดคีย์เงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาคมปรือที่มองมาบอกถึงอารมณ์ที่อยากกระหายผมเสตามองไปทางอื่น เพราะทนมองตอบไม่ไหว มันน่าอาย.. ไม่ก็เพราะสายตาดุๆ ของคีย์มีอำนาจกับใจผมมากเกินไป..คีย์ช้อนตัวผมขึ้น ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้รับการปฏิบัติแบบนี้จากคนที่ตัวเองเฝ้ามองมาตลอดชีวิตคีย์ยังคงมองผม ..ไม่ไหว พอได้อยู่ใกล้จริงๆ กลับตื่นเต้นและตื่นกลัว ผมซุกหน้าหนีลงบนซอกคอของคีย์..ไม่เคยได้เห็นและอยู่ใกล้ขนาดนี้มาก่อน เส้นเืที่เกร็งตึงขึ้นช่างชวนมอง ผมจดริมฝีปากของตัวเองลงบนคอของคีย์เบาๆและไล่แตะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงใบหู เวลาเล่นของผมผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อคีย์พาผมมาถึงเตียงคีย์วางผมลงอย่างอ่อนโยน และนอนลงมองผมในระยะประชิด
“ไม่เคยเห็นมุมซนๆ ของนาย”
“ฉันไม่ได้ซน”
“ที่นายทำเมื่อกี้เขาเรียกว่าซน”
“..แล้วคุณคีย์”
“…” คีย์ทำหน้าดุใส่ผม เพราะอยากให้ผมแก้คำเรียกใหม่
“..แล้วนายชอบไหม” ผมถามเบาๆ แล้วจู่ๆ ก็เกิดรู้สึกกระดากอาย ผมควรพูดอะไรแบบนี้ใส่คีย์เหรอ..คีย์จะชอบบทสนทนาแบบนี้รึเปล่า ..คีย์จะรับได้กับคำพูดที่ชวนขนลุกแบบนี้ในวัยที่ล่วงเลยไหมและยิ่งบทบาทหน้าที่ที่เป็ผู้ใหญ่มาดสุขุมมาตลอดของคีย์..ทำผมสับสนว่าควรจะวางตัวกับเื่ที่เกิดขึ้นนี้ยังไง“เอ่อ คิดซะว่าฉันไม่ได้ถาม..”
คีย์ยิ้ม “..ชอบ”
“…”
“ชอบมาก ชอบทุกอย่างที่นายทำ ชอบทุกอย่างที่เป็นาย”
“…” ผมยิ้ม
“..เป็ของฉันนะ”
“..ผมเป็ของคุณคีย์มาตลอด ..ฉันเป็ของนายมาตลอด เป็มาตั้งนานแล้ว”
“ฉันมีอะไรดีนักรึไง”
“ไม่มีสักอย่าง”
“?”
“ไม่มีอะไรที่ไม่ดีสักอย่าง”
“ต่อไปจะรับคนอย่างฉันได้เหรอ ถ้าฉันไม่เหลืออะไรสักอย่าง..”
“ดีซะอีก ฉันจะได้เอาคืน”
“นายคงรอเวลานี้มานาน”
“อืม ใช่”
“งั้นฉันขอใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ตอนนี้..” คีย์บรรจงจูบผมนุ่มนวล ผมยกริมฝีปากขึ้นตอบรับและแลกรสชาติอันหวานละมุนหัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น ผมรีบผละจากรสจูบของคีย์เพื่อจะบอกความรู้สึกของตัวเองก่อนที่ตัวเองจะไม่คิดอยากพูดอะไรต่อจากนี้และคีย์เองก็คงไม่มีสติพอที่จะฟังอะไรอีกต่อไป
“ไม่ เพราะนายจะมีสิทธิ์นี้ตลอดไป สิทธิ์ในชีวิตของฉัน..” ผมรั้งคอของคีย์ให้เข้ามาใกล้อีกครั้งเราค่อยๆ ดูดดื่มกับรสััอย่างไม่รีบร้อน นี่เป็ครั้งแรกของเราทั้งคู่ผมอยากให้มันเป็ความทรงจำที่ดีที่เราจะจดจำมันไปตลอดกาล ..คีย์ถอดเสื้อของตัวเองออกถึงร่างกายจะอ่อนแอแต่คีย์ก็ออกกำลังดูแลร่างกายของตัวเองเป็อย่างดีเพื่อให้มีชีวิตที่แข็งแกร่งไม่อ่อนแอผมมองร่างนั้นด้วยความพอใจ กล้ามเนื้อท้องเป็ลอนชัด กล้ามอกที่อิ่มฟู แขนทั้งสองที่มีมัดกล้ามเนื้อแข็งแรง..คงไม่เป็ไร ทันทีที่เผลอคิดอะไรเตลิดไป คีย์ก็โถมตัวลงมาที่ผม แรงผลักของความ้าดึงดูดให้ร่างกายของเราทั้งคู่ถูกดูดดึงเข้าหากันแม้จะพยายามอ้อยอิ่งและล่าช้า แต่แรงเร้าในใจกลับรีบเร่งและรุกเร้ากางเกงของผมและคีย์ถูกปลดทิ้งไกลออกจากตัว ความเปลือยเปล่าทำผมอุ่นอ่อนยิ่งกว่าอุณหภูมิภายในห้องที่เปิดฮีทเตอร์
“..คีย์” เสียงเรียกของผมสั่นเคลือ ลมหายใจหอบเหนื่อย มือทั้งสองข้างที่เปียกชุ่มกำลังกำผ้าปูเตียงแน่น
“…” คีย์ไม่ตอบผม และผมเองก็ไม่ได้้าให้คีย์ตอบโต้อะไร ผมแค่อยากเรียกชื่อของเขาคนที่กำลังทำให้ผมทั้งเ็ปและมีความสุขในเวลาเดียวกัน ..เสียงลมหายใจเหนื่อยหอบของคีย์ทำผมหวั่นใจอยากจะบอกให้หยุด แต่คีย์คงไม่ยอมแน่ ผมรับรู้ได้ถึงความพึงพอใจที่คีย์กำลังมีในตัวผมผมรู้มานานว่าทั้งผมทั้งคีย์ต่างก็มีความ้า.. แล้วในที่สุดวันนี้ก็มาถึงวันที่เหมาะสมที่สุด แต่ก็เป็เวลาที่ไม่สมควรที่สุด ..ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าโนอาห์อาจจะสูญสิ้น หรือไม่ก็เป็ผมที่ตายจากไปในฐานะคนทรยศ ..คีย์ทิ้งตัวลงบนแผ่นหลังของผมเรากำลังหอบเหนื่อย จังหวะหายใจเอาอากาศแทบจะเป็จังหวะเดียวกันความสุขเอ่อล้นออกมาจากตัวผม ไม่เคยคิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้ ..ครั้งแรกของผม
“ขอโทษที่ทำนายเจ็บ” คีย์กระซิบที่ข้างหูของผม
“อืม..” แม้จะเป็เสียงตอบรับสั้นๆ แต่มันกลับฟังดูเหมือนว่าผมกำลังครางอย่างมีอารมณ์..คงเพราะมันเพิ่งจบไป หรือไม่ก็เพราะ.. คีย์จับตัวผมให้นอนหงายขึ้นทันทีและเลื่อนตัวลงใช้ปากดูดกลืน..ผมอยากจะต่อต้าน แต่มือของผมกลับกดเอาหัวของคีย์ให้ยิ่งรุกคืบห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ ความรู้สึกมันตีรวมกันไปหมด ทั้งเจ็บ ทั้งสุข ทั้งอาย จนกระทั่ง..คีย์ถอนตัวเองออกจากผมในเวลาที่เหมาะสม
“พอใจในตัวฉันไหม..” คีย์ถามผมเมื่อขยับร่างของตัวเองกลับขึ้นมามองผมในระยะสายตาผมยกแขนข้างนึงขึ้นปิดหน้าเพราะอายเกินกว่าจะมองหน้าคีย์ตรงๆ ..มันมากเกินกว่าที่เคยจินตนาการไว้
คีย์จับมือของผม และจูบลงที่มันเบาๆ ..ััที่อ่อนโยน ผมยอมสบตาคีย์ในที่สุด
ผมกลั้นใจพูดในสิ่งที่คิด “..แล้วนายล่ะ พอใจในตัวฉันไหม”
คีย์ยิ้ม “..มาก”
.
.
.