ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 67 อมตะ

           งูขาวกลับมาแล้ว มันก้มลงมองมนุษย์พิเศษทั้งหลายแหล่!

            ลำตัวของมันใหญ่หนาอย่างยิ่ง เกินกว่าสองเมตรม้วนขดตัวเป็นภูเขางูสีขาวราวกับหิมะ เป็นภาพอันน่าสะพรึงกลัว

            ในป่า กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวล มนุษย์พิเศษล้มตายไปมากมายบางคนถูกสัตว์กลายพันธุ์กัดตัวขาด บางคนถูกกรงเล็บนกล่าเหยื่อฉีกร่าง น่าสยดสยอง

            บนพื้นดินเองก็เต็มไปด้วยซากของสัตว์กลายพันธุ์รวมไปถึงจ่าฝูงของพวกมันด้วย อย่างเช่นหมูป่าตัวเท่ารถถัง หรือลิงที่มีขนสีทองตัวนั้น

            ในเวลาไม่นาน มนุษย์พิเศษล้มตายไปแล้วร่วมแปดร้อยคนส่วนสัตว์กลายพันธุ์ล้มไปไม่ถึงร้อยตัว แตกต่างกันเป็นอย่างมาก

            ตอนนี้งูขาวย้อนกลับมา มนุษย์พิเศษทางนี้ต่างก็รู้สึกหมดหวัง

            ฉู่เฟิงกำลังกังวล วัวยักษ์สีดำพาหวงหนิวหนีไปแล้ว แต่จะเป็นอย่างไรบ้างหนีรอดสะดวกโยธินไหม? เขาไม่กล้าคิดต่อ

            งูขาวตัวมหึมาขนาดนี้ น่าจะอยู่มาเกินพันปีจริงแท้แล้วร้ายกาจมากเพียงใดก็ไม่อาจมีใครพูดได้วัวยักษ์สีดำนั้นไม่ใช่คู่มือของมัน

            “จ้าวแห่งไท่หังซาน พวกเราหาได้มีเจตนาล่วงเกินแต่อย่างใดด้วยไม่รู้ว่าที่นี่คือเขตแดนของท่าน ได้โปรดอภัย”

            หลินนั่วอีเอ่ยปาก ขาเรียวยาวราวพู่กันก้าวเข้าไปกลางป่าอย่างช้าๆเดินไปเผชิญหน้ากับงูขาว

            ปรกติเธอเย็นชาอย่างยิ่ง ทว่าตอนนี้กลับนอบน้อมสุดกำลัง แย้มยิ้มน้อยๆส่งให้ใบหน้างามล้ำโดดเด่นเรืองรองขึ้นมาทันทีจนมนุษย์พิเศษหลายคนต่างก็สติหลุดลอยไปตามๆ กัน

            งูขาวก้มลงมองดูเธอ ลูกนัยน์ตายังคงเย็นเยียบ

            พวกมนุษย์พิเศษต่างก็แตกตื่น ในช่วงเวลาอันน่าหวาดหวั่นหลินนั่วอีกลับเข้มแข็งถึงเพียงนี้ เธอกล้าเดินขึ้นหน้าไปกล่าววาจากับงูขาว นับว่าไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง

            สายลมพัดผ่าน ผมยาวของเธอพลิ้วไหว ดวงหน้าลออมีแววจริงใจดวงตาอ่อนโยนไร้ซึ่งความหวาดกลัว

            เพียงแต่ยามนี้ หญิงสาวแลดูอ่อนแอ บอบบาง

            อันที่จริงเธอรูปร่างดี ความสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร สูงโปร่ง สมส่วนแต่เมื่อเทียบกับร่างมหึมาของงูขาวแล้ว เล็กกระจิริดอย่างยิ่ง

            “จ้าวแห่งไท่หังซาน ได้โปรดให้อภัยในความหุนหันพลันแล่นของพวกเรา...”เจียงลั่วเสินเองก็เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา คิดจะเจรจากับงูขาว

            ในช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นเช่นนี้ นางฟ้าแห่งปวงประชาช่างกล้าหาญอย่างยิ่งกล้าออกมาเอ่ยคำกับงูขาว ทำให้มนุษย์พิเศษผู้ชายทั้งหลายต่างก็ละอายใจ

            สุดท้ายในเวลาสำคัญ กลับเป็นหญิงสาวสองคนที่ออกหน้า

            “ซี่ซี่...”

            งูยักษสีเขียวปรากฏตัวขึ้น รวดเร็วดุจสายลม แลบลิ้นระรัวตัวของมันถูกสะบั้น แววตาเต็มไปด้วยแววเคียดแค้น จ้องเขม็งไปที่เทพวัชระพร้อมทั้งมองหาฉู่เฟิง

            งูขาวเห็นมันทุลักทุเลเช่นนี้ ดวงตาขนาดอ่างน้ำพลันเย็นเยียบกราดมองเหล่ามนุษย์พิเศษ

            ทุกคนล้วนหนังหัวชาดิก นึกรู้ว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ไอสังหารของงูขาวทวีคูณ หลายคนรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง ร่างกายค้างชา

            งูเขียวยักษ์ส่งเสียง เหมือนกำลังรายงานสถานการณ์

            “มนุษย์เอ๋ย ด้วยสันดานของพวกเจ้าจะช้าหรือเร็วย่อมบุกเขาไท่หังซานมาเข่นฆ่าสัตว์กลายพันธุ์อยู่แล้วในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ให้ข้าสังหารพวกเจ้าให้หายแค้นก่อนก็แล้วกัน!”

            งูขาวเอ่ยปาก น้ำเสียงน่าฟังหากก็น่ากลัวเสียงแจ่มใสดังสะท้อนไปทั่งป่าเขา มันตัดสินใจลงมือ

            ชัดเลยว่าศึกนี้ยากจะหลีกเลี่ยง มันคำนวณแต่แรกแล้ว เฝ้าสังเกตการณ์พวกมนุษย์มาเนิ่นนานก็เพื่อฝึกฝนกองกำลัง

            โครม!

            งูยักษ์ลงมือ มันฉกลงด้วยความเร็วขนาดทะลุกำแพงเสียงด้วยรังสีอำมหิตพุ่งเป็นทางประหนึ่งสายน้ำสีเงิน

            หลินนั่วอีและเจียงลั่วเสินตอบโต้ว่องไว ถึงแม้รูปร่างจะบอบบางหากยามเคลื่อนไหวกลับแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ เงาร่างงดงามพลิ้วไหวพลิกผันแบ่งออกเป็นสองทาง

            โครม!

            ยามที่ร่างมหึมาของงูขาวร่วงสู่พื้น คนนับสิบต้องสังเวยชีวิตเพียงการจู่โจมหนึ่งครั้งก็สร้างบาดแผลฉกรรจ์ได้แล้ว

            ร่างของมันแกร่งกว่าเหล็กกล้าเสียอีก ฉกลงไปอย่างนี้ใครมันจะรับไหว?

            สัตว์กลายพันธุ์ต่างตัวสั่นงันงก ถอยหนีกันไม่เป็นท่าเว้นพื้นที่ให้งูขาวประจัญบาน

            โครม!

            งูขาวเคลื่อนไหว ร่างมหึมาม้วนผ่าน นี่มันคือหายนะดีๆ นี่เองพื้นดินกระจุยกระจาย ภูเขาทลายราบเป็นหน้ากลองร่างของงูขาวยาวร้อยเมตรกวาดฟาดทุกสรรพสิ่ง

            หินยักษ์ปลิวกระเด็น ไม้ใหญ่หักโค่น เขาขนาดย่อมพังทลาย!

            ไม่ต่างกับวันสิ้นโลก!

            “อ๊าก...”

            เสียงร้องโหยหวนแผดระงมตรงนั้นตรงนี้ เพียงชั่วเวลาไม่นานคนไม่น้อยกว่าร้อยคนสิ้นชื่อ

            มนุษย์พิเศษบางคนที่บินได้ ต่างกางปีกทะยานขึ้นสู่ฟ้าสุดท้ายแสงเงินพวยพุ่งจากปากของงูขาว คนกลุ่มนี้ต่างร่างฉีกกระจัดกระจายสิ้นใจในทันที

            “สู้โว้ย!” บางคนอารมณ์พลุ่งพล่านยังไงก็ไม่รอดแล้วนี่

            พวกที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ย่อมมีฝีมือไม่ธรรมดา มนุษย์พิเศษคนหนึ่งกลายร่างเป็นมนุษย์เพลิงยักษ์พุ่งไปข้างหน้าเปลี่ยนภูผาให้กลายเป็นหินหลอมเหลว นี่มันยอดฝีมือชัดๆ

            แต่น่าเสียดาย งูขาวพ่นปราณใส่เขาผนึกเป็นก้อนน้ำแข็งจากนั้นก็ระเบิดกระจุยกระจายทันที

            “อึดเข้าไว้ ศิษย์แห่งศากยะอยู่แถวนี้พอดี ใกล้จะถึงแล้ว!” ผู้อาวุโสแห่งโพธิจีนส์ตะโกน เขาเองก็ทุ่มกำลังรับมือกับงูขาวสุดชีวิต

            ผู้คนทั้งหลายล้วนตกใจ พลังการต่อสู้ของผู้อาวุโสผู้นี้เรียกได้ว่าน่ากลัวสองมือประสานอินราชสีห์1 วายุจากหมัดรุนแรงเสียงคำรามราชสีห์กึกก้อง

            เห็นได้ว่าหินผารอบตัวเขาล้วนพังทลาย

            นี่คือยอดฝีมือที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเทพวัชระและเทพปีกเงินเลยสามารถเทียบเคียงได้กับสี่สุดยอดมนุษย์พิเศษผู้อยู่บนยอดพีระมิด

            ปังปังปัง!

            เขาประสานอินราชสีห์ ระดมโจมตีใส่ลำตัวของงูขาวพลังอันรุนแรงสามารถทลายหินยักษ์ได้ ทว่าบัดนี้กลับไม่ได้ผลอันใดเลย

            งูขาวก้มหัวมองดูเขา กวาดร่างของมันเข้าใส่ผู้สูงวัยตัวปลิวกระเด็นกระแทกเข้ากับหน้าผา เลือดกบปาก

            “เจอกับพ่อหน่อยสิ!”

            เทพวัชระตะโกนก้อง อารมณ์พลุ่งพล่านจนตะโกนออกมาเช่นนี้ได้เขาตะบี้ตะบันเข่นฆ่าจนนัยน์ตาเป็นสายเลือด ตอนนี้ เขาไม่ได้ถือดาบพุทธะหากใช้วัชระ2แทน

            วัชระอันนี้ไม่ใหญ่นัก แต่ยาวราวหนึ่งฟุตหน้าตาเหมือนเครื่องรางสำหรับตั้งบูชาในวัดมากกว่าที่จะเป็นอาวุธจริงๆ

            บัดนี้วัชระอันนี้เรืองแสง เปลี่ยนวัตถุเก่าคร่ำคร่าให้เรืองรองระยิบระยับยามฟาดใส่นภากาศเสียงระเบิดเลื่อนลั่น น่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง

            เปรี้ยง!

            วัชระกระแทกใส่ลำตัวของงูขาว สะเก็ดไฟกระจัดกระจายหากทำได้แค่สั่นสะเทือนร่างของมันเพียงเล็กน้อย ไม่อาจสร้างบาดแผลหรือทำให้มันตกเลือดได้

            งูขาวขยับตัว ร่างมหึมาตรงเข้าบดขยี้เทพวัชระเกือบจะม้วนเขาเข้าไปใต้ร่างของมัน อันตรายอย่างยิ่ง

            ปัง!

            ในที่สุด เทพวัชระก็หลุดออกมาจากวงล้อมของร่างงู เลือดกบปากผิวกายสีเหลืองดั่งบุษราคัมเปล่งปลั่ง ส่องแสงเรื่อเรือง

            เขามีร่างคงกระพัน นี่คือพลังอันเร้นลับของเขา ไม่เช่นนั้นที่ถูกงูขาวกระแทกรัวๆ อย่างนี้ คงกลายเป็นซอสเนื้อไปนานแล้ว หากเขายังรอดมาได้

            งูขาวเลือดเย็นไร้ปรานี ร่างมหึมาฟาดกวาดแผ่นดินอย่างกับจะล้างโลกผืนดินแผ่นฟ้าแหลกลาญ ทุกแห่งหนที่ลำตัวสีเงินเลื้อยผ่าน ไม่มีสิ่งใดไม่ถูกทำลาย

            หินยักษ์ขนาดห้าตันระเบิดกระจาย ยอดเขาใกล้เคียงถูกผ่าปาดจนราบเรียบ!

            เพียงแค่ลำตัวกวาดผ่านเพียงครั้งเดียวมนุษย์พิเศษก็ถูกสังหารสิ้นชื่อไปแล้วอย่างต่ำพันกว่าคน ไม่มีใครเป็นคู่มือได้ห่างชั้นกันเกินไป

            ฉู่เฟิงอาศัยสัญชาตญาณอันเฉียบคมหลบหลีกอันตรายพ้นอยู่หลายครั้งหลายคราเขาเองก็ลงมือได้ไม่ง่ายนัก

            ทันใดนั้น เขาจำต้องน้าวศร เพราะเห็นว่าหลินนั่วอีตกอยู่ในอันตรายปลายหางของงูขาวกวาดไปทางป่า เป็นไปได้ว่าจะโดนเธอเข้า

            สิ่งนี้เป็นการคาดเดาล่วงหน้า โดยอาศัยสัมผัสปาฏิหาริย์ดั่งเทพ

            ดังคาด งูขาวกวาดตัวผ่านแนวป่าประหนึ่งสายน้ำสีเงินถั่งเทภูผาทลายแผ่นดินแตกแยก ลามไปทางหลินนั่วอี

            ฉู่เฟิงไม่ลังเลคว้าศรเขี้ยวมังกรสีขาวราวกับหิมะที่ฝนจากเขี้ยวของไทแรนโนซอรัสทั้งดอก อีกทั้งการน้าวศรครั้งนี้เขาใช้ควบคู่กับเคล็ดหายใจฟ้าคำราม

            เขาลองใช้วิธีนี้กับศรยักษ์ เสียงฟ้าผ่าดังสะท้านขึ้นทันที

            เฟี้ยว!

            ลูกธนูสีขาวราวกับหิมะพุ่งออกจากแล่ง สายฟ้าพาดพันรวดเร็วอย่างยิ่งเสียงฟ้าผ่าระเบิดสะท้านสะเทือน

            ตึง!

            ลูกศรดอกนั้นพุ่งเข้าโจมตีที่ปลายหางของงูขาวพอดี หางงูยกขึ้นทันควันเมื่อถูกโจมตีด้วยพลังรุนแรงก็เปลี่ยนทิศทาง

            หากก็เพียงเท่านั้น ไม่มีเกล็ดงูหลุดลอกออกมา ไม่มีรอยเลือดงูหลั่งไหล

            งูขาวช่างน่าสะพรึงกลัวถึงปานนี้!

            หากเป็นช่วงกลางลำตัวของงู ฉู่เฟิงย่อมไม่ลงมืออย่างแน่นอนเพราะรู้ว่าเปลืองแรงเปล่า ก็มีแต่ส่วนปลายหางที่น่าจะลองเสี่ยง

            หางงูเหวี่ยงไปทางภูเขา ฟาดกวาดแนวต้นไม้ใหญ่ แล้ววาดไปทางหน้าผาผ่านร่างหลินนั่วอีไปอย่างเฉียดฉิว อันตรายยิ่งกว่าอันตราย

            หลินนั่วอีต่อให้เยือกเย็นมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้ถึงกับสะท้านเธอพุ่งตัวหลบรวดเร็ว ออกไปให้พ้นพื้นที่อันตรายนี้

            ตอนนี้ เทพปีกเงินก็พุ่งมาถึง เขาเองก็เห็นว่าหลินนั่วอีอยู่ในอันตราย

            งูขาวท่าทีเย็นชา มองไปทางหลินนั่วอีแวบหนึ่งจากนั้นมองไปทางฉู่เฟิงและเทพปีกเงิน ทำเสียงขึ้นจมูก แล้วขยับตัว ฟาดกวาดอีกครั้ง

            ปัง!

            เทพปีกเงินที่อยู่ไม่ห่างนักหลบไม่ทัน ถูกกระแทกตัวปลิว กระอักเลือดคำใหญ่กระดูกแขนหักไปข้าง

            ก็ยังดีอยู่ใกล้ ที่เขาเจอเพียงแค่โดนกระแทกจะว่าไปแรงกระแทกก็ยังไม่นับว่ารุนแรง

            ส่วนฉู่เฟิงต่างออกไป เขาอยู่ห่างออกมา พอร่างงูสะบัดพุ่งมาทางเขาความเร็วและพละกำลังรุนแรงอย่างยิ่ง!

            หนังหัวเขาชาดิก พลางวิ่งตะบึงสุดแรงเกิดไม่จำเป็นต้องมีสัมผัสลึกล้ำอันเฉียบคมมาเตือนให้รู้ถึงอันตรายล่วงหน้าก็ต้องเผ่นด้วยความเร็วสูงสุดอยู่ดี

            ฟึ่บ!

            เงาสีขาวพุ่งมาจับยึดเขาไว้ พาเขาบินเลียดไปกับพื้นจากนั้นกระโจนลงไปในหุบเขาพร้อมกัน

            โครม!

            ข้างบนเหนือศีรษะพวกเขาร่างงูสีขาวราวกับหิมะยาวเหยียดดั่งแม่น้ำแยงซีฟาดกราดผ่านไป ภูเขาพื้นดินพังทลายสรรพสิ่งที่อยู่บนพื้นถูกทำลายเรียบ

            หลูซืออวิ้นช่วยเขาไว้ด้วยอยู่ห่างจากเขาไม่มากจังหวะที่กระโดดก็ลากเขาติดมือมาด้วย

            ปีกแสงคู่นั้นของเธอ สาดแสงสีขาวราวกับหิมะ บินได้รวดเร็วช่วยให้เธอและฉู่เฟิงผ่านพ้นอันตรายครั้งนี้ไปได้

            ฉู่เฟิงตะลึง เขารู้สึกว่าความสามารถที่แท้จริงของหลูซืออวิ้นนั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง อย่างน้อยที่สุดเธอมีสัมผัสที่เฉียบคมที่ช่วยเตือนล่วงหน้าให้หลบพ้นอันตรายได้

            “พยัคฆ์ขาวน้อย ขอบคุณมาก!” พอพูดออกไปปุ๊บฉู่เฟิงก็รู้สึกว่าพลาดทันที

            หลูซืออวิ้นในชุดเสื้อขาวกางเกงขาว เยาว์วัยและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาแม้แต่รองเท้าถุงเท้ายังเป็นสีขาว บริสุทธิ์สูงส่งอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ยังแย้มยิ้มอ่อนหวาน แต่พอได้ยินคำพูดของฉู่เฟิงหน้าผากขาวนวลพลันแผ่รังสีอำมหิตดำมืด!

            “ขออภัย ปากเสียไปแล้ว!” ฉู่เฟิงรีบแก้ตัว

            ด้านบน เสียงกรีดร้องดังขึ้นตรงนั้นตรงนี้ ในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้นพวกมนุษย์พิเศษเสียหายอย่างหนัก

            เมื่อฉู่เฟิงและหลูซืออวิ้นขึ้นมาจากหุบเขา ทุกแห่งหนบนเขาล้วนนองเลือดเป็นภาพอันน่าหวาดกลัว มนุษย์พิเศษไม่น้อยกว่าสองสามพันคนสิ้นชีพ

            ผ่านไปไม่เท่าไหร่เอง มนุษย์พิเศษเกือบทั้งหมดตายเรียบ!

            ห่างออกไป หลินนั่วอีกำลังพาเทพปีกเงินที่บาดเจ็บสาหัสหลบหนีไปอีกทางหนึ่งเผชิญหน้าเข้ากับงูขาว ให้อย่างไรก็ไม่อาจต่อกรได้

            ผู้อาวุโสแห่งโพธิจีนส์อยู่รั้งท้าย ในมือถือวัชระของเทพวัชระไว้เขาคำรามอย่างเกรี้ยวกราดแล้วทะยานขึ้น เสียงครั่นครื้นดังขึ้นแสงสว่างสาดส่องเจิดจ้า

            งูขาวอ้าปากพ่นลำแสงสีเงินใส่ วัชระแท่งนั้นระเบิดกระจายไปพร้อมผู้อาวุโสท่านนั้นสิ้นชีพอนาถ

            “ล็อกพิกัด ยิง!” ร่างของหลินนั่วอีเปล่งแสงอบอุ่นเธอพาเทพปีกเงินที่บาดเจ็บสาหัส ทะยานอย่างรวดเร็วผ่านแนวป่า

            ขณะเดียวกัน เธอก็ติดต่อกับด้านนอก ให้ทิ้งระเบิดลงพื้นที่นี้ในทันที

            ไม่มีทางเลือกแล้ว หากยื้อต่อไป คงไม่มีใครรอด

            จากนั้น หลินนั่วอีตะโกนบอกทุกคน “รีบหนี!”

            ตูม!

            ห่างออกไป แสงไฟพุ่งเป็นลำ เร็วจนทะลุกำแพงเสียง ตรงมาทางเขาไท่หังซานพุ่งเข้าใส่งูขาว

            จรวดนำวิถี!

            ที่น่าแตกตื่นยิ่งกว่าคือจรวดนำวิถีขนาดยักษ์!

            มนุษย์พิเศษในเขาไท่หังซานยังคงมองไม่เห็นหากก็คาดเดากันได้ว่ามีการขอใช้อาวุธหนักอานุภาพร้ายแรงของทางกองทัพ!

            “หนีเร็ว!” มนุษย์พิเศษจำนวนมากร้องตะโกนคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างก็วิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง

            ฉู่เฟิงหน้าเปลี่ยนสี วิ่งตะบึงอยู่บนเขา เขารับรู้ได้ถึงมหันตภัยรุนแรง

            ครั้งนี้ หลูซืออวิ้นไม่สนใจเขา ที่จริงก็คือสนไม่ได้ต่างหากเธอกระพือปีกแสงสีขาวราวกับหิมะ แล้วพุ่งไปตามแนวชั้นบรรยากาศระดับต่ำอย่างรวดเร็ว

            ฉู่เฟิงวิ่งข้ามเขาไปลูกหนึ่ง รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังคงวิ่งต่อไป

            ตูม!

            เสียงระเบิดกระหึ่มอยู่ข้างหลัง เปลวไฟพุ่งท่วมฟ้า ภูเขาทั้งลูกถูกยกลอย

            ตึงตึงตึง...

            ลูกแล้วลูกเล่า จรวดนำวิถีอย่างต่ำหกเจ็ดลูกพุ่งทะยานทั้งหมดตกลงตรงตำแหน่งเดียวกัน ภูเขาที่รายล้อมล้วนถูกแรงระเบิดกระจายงูขาวถูกไฟลุกท่วม

            และแล้ว ทุกอย่างก็สงบลงในที่สุด

            ฉู่เฟิงรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรง จากการโดนหินขนาดใหญ่หลายลูกกระแทกใส่ยังดีที่กระดูกไม่หัก เหตุการณ์ฟ้าถล่มดินทลายเมื่อครู่ น่าแตกตื่นสุดประมาณทำเอาภูเขาทลายราบเป็นหน้ากลอง

            เขาคาดว่า ถึงแม้งูขาวจะถูกสังหารแต่ก็คงมีมนุษย์พิเศษอีกไม่น้อยที่สิ้นชีพไปด้วย

            จรวดนำวิถีพวกนั้นอานุภาพร้ายแรงเหลือแสนพลังทำลายล้างแผ่กระจายเป็นแนวกว้าง

            ดังคาด เมื่อทุกอย่างสงบลง มนุษย์พิเศษที่มีชีวิตรอดเหลืออยู่ไม่ถึงพันคนทยอยกันออกมาจากหลุมดิน จากหลังภูเขาที่พังทลาย ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด

            “พระเจ้า มันยังมีชีวิตอยู่ มันยังไม่ตาย!”ตอนนั้นเอง มีคนร้องตะโกนอย่างตกใจ

            ห่างออกไป ยอดเขาตรงนั้นหายไปแล้ว แนวเขาก็หายไปเช่นกันจรวดนำวิถีทลายทุกอย่างจนราบเรียบ

            ในกองเถ้าถ่าน สิ่งมีชีวิตร่างมหึมาตัวหนึ่งยกตัวขึ้น สีขาวปลอดตลอดร่างมีเพียงตำแหน่งหนึ่งเท่านั้นที่เกล็ดแตกร่วง เผยให้เห็นรอยเลือด นอกจากนี้แล้วไร้ซึ่งบาดแผลอื่นใด

            “น่ากลัวเกินไปแล้ว นี่มันฆ่าไม่ตายหรือนี่!”พวกมนุษย์พิเศษต่างตัวสั่น รู้สึกสิ้นหวัง

            “สัตว์กลายพันธุ์เกินกว่าสองร้อยตัวต้องฝังร่างที่นี่ข้าจะสังหารผู้คนสองเมืองใช้เป็นเครื่องเซ่นสังเวย” งูขาวเอ่ยปากน้ำเสียงเยียบเย็น

            ผู้คนที่ได้ฟังล้วนขนลุกซู่ไปทั้งตัว

            เมื่อครู่ สัตว์กลายพันธุ์ส่วนใหญ่ต่างก็วิ่งหนีแต่ก็มีบางส่วนที่ฝังซากลงที่นี่ ซากศพถูกระเบิดไม่มีชิ้นดี

            งูขาวต้องการล้างแค้นด้วยการสังหารหมู่ผู้คนในเมืองเพื่อเซ่นสังเวยสัตว์กลายพันธุ์ที่ตายไป!

            “ทำไมฆ่าไม่ตายวะ จรวดนำวิถีขนาดใหญ่ยังไม่ได้ผลอีกเหรอ?” แม้แต่เทพวัชระยังรับไม่ได้

            “เมื่อครู่มันเปล่งแสงสีขาวคลุมทั่วร่างไว้ ไม่รู้ว่านั่นเป็นพลังลึกลับขั้นไหน”เจียงลั่วเสินพึมพำ

            “หืม?” ทันใดนั้น สีหน้าของเธอเผยแววยินดีมีข่าวส่งเข้ามายังเครื่องมือสื่อสาร

            “ว่าไง?”

            “ศิษย์แห่งศากยะมาถึงแล้ว!” เจียงลั่วเสินยินดีปรีดาแย้มหนึ่งยิ้มงามล่มเมือง

            ในตอนนั้นเอง มีคนพุ่งเข้ามาในเขาไท่หังซาน รวดเร็วอย่างยิ่งย่างหนึ่งก้าวกินระยะทางห่างไกล เหมือนกับหดสั้นระยะทาง

            “จ้าวแห่งไท่หังซาน ท่านอำมหิตเกินไปแล้ว!”เขาเอ่ยปากแม้ยังอยู่ห่างไกล ทว่าทั้งเสียงทั้งตัวมาถึงพร้อมกัน


    *******************

    1 อินราชสีห์เป็นการประสานมือในเวทเก้าอักขระ 九字真言 ในพุทธศาสนานิกายมหายาน มีสองแบบแบบนอก 斗 และแบบใน 者

    ·      https://zh.wikipedia.org/wiki/%E4%B9%9D%E5%AD%97%E8%AD%B7%E8%BA%AB%E6%B3%95

    ·      https://baike.baidu.com/item/%E4%B9%9D%E5%AD%97%E7%9C%9F%E8%A8%80%E6%89%8B%E5%8D%B0

    ·      https://www.youtube.com/watch?v=Gn4L7HCZdPQ  (นาทีที่ 1.10 斗 แบบนอก และนาทีที่ 1.44 者 แบบใน)

    รูปแบบการประสานอินราชสีห์แบบใน

    รูปแบบการประสานอินราชสีห์แบบนอก


    2 วัชระ แปลว่าสายฟ้า เป็นเครื่องรางในพุทธศาสนานิกายวัชรยานในทิเบต ใช้ควบคู่กับกระดิ่งในพิธีกรรม โดยวัชระเป็นตัวแทนของความเป็นบุรุษเพศ แรงดลใจ และการตัดความไม่รู้ ความโง่เขลา และสิ่งลวงตาออกไป ส่วนกระดิ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสตรีเพศ ปัญญา ความสามารถในการรับรู้ และเสียงแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า การใช้สองสิ่งร่วมกันจึงเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานกันระหว่างปัญญาและความกรุณาปรานี