หยางไท่มองดูฟู่กวนหยาขึ้นมาบนสนามประลองด้วยแววตาจริงจัง เนื่องจากเขาเองก็เป็นผู้ใช้ทวนเหมือนกับฟู่กวนหยา ทำให้เขาอยากรู้ว่าระหว่างทักษะทวนของเขากับทักษะทวนของฟู่กวนหยาใครจะทรงพลังมากกว่ากัน
เวลานี้บนสนามประลองหมายเลขแปดได้กลายเป็นเป้าสายตาของทุกๆคน เนื่องจากเป็นการประลองระหว่างสองสถาบันที่มีชื่อเสียง
“ หยางไท่ สถาบันฉินเยี่ย ” หยางไท่กล่าวจบเขาก็หยิบเอาทวนสีเงินออกมา
“ ฟู่กวนหยา สถาบันเฟยฮวา ” ฟู่หยากวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ จากนั้นเขาก็ชี้ทวนไปด้านหน้า ปลายทวนเข้าหาหยางไท่
“ ข้าจะเอาชนะเจ้าให้ได้ด้วยทักษะทวนของข้า ” ฟู่หยากวนกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
หยางไท่หรี่ตาลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆว่า “ เช่นนั้นข้าจะรอดูว่าทักษะทวนของข้าหรือของเจ้า ท้ายที่สุดแล้วใครจะเป็นฝ่ายชนะ ”
กรรมการที่อยู่ด้านข้างก็ประกาศเริ่มการแข่งขันทันที
“ ทวนอสรพิษสวรรค์! ” หยางไท่คำรามพร้อมกับแทงทวนไปด้านหน้าพร้อมกับหมุนเป็นวงกลมไปด้วย
“ ทวนมหาสมุทร! ” ฟู่หยากวนคำรามขึ้นพร้อมกับแทงทวนดไปด้านหน้าเช่นกัน พร้อมกับมีกระแสน้ำเป็นเกลียว
ทันใดนั้น ทักษะทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นพลังกระจายไปทั่วสนามประลอง
“ ทรงพลังมากจริงๆ ” ฟู่หยากวนถึงกับแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาพร้อมกับถูกคลื่นพลังอัดจนถอยหลังไปหลายก้าว เลือดที่ปากไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้
“ ทักษะของเจ้าก็ไม่เลวเลยเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่มันห่างกับทักษะทวนอสรพิษสวรรค์ของข้าอยู่เล็กน้อย ” หยางไท่ยิ้ม
ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับหนานหมิง เนื่องจากทักษะทวนอสรพิษสวรรค์ของหยางไท่ได้รับการปรับปรุงจากหนานหมิงทำให้มันมีพลังทำลายล้างสูงขึ้นซึ่งเกือบจะกลายเป็นทักษะระดับตำนานอยู่แล้ว
“ ไม่ว่าทักษะของเจ้าจะทรงพลังมากแค่ไหน สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับคนที่ใช้ทักษะนั้นๆด้วย ” ฟู่กวนหยาเช็ดเลือดที่มุมปากพร้อมกับพุ่งใส่หยางไท่อีกครั้ง
แต่น่าเสียดายที่ทุกครั้งฟู่กวนหยาถูกทักษะทวนอสรพิษโจมตีจนถอยหลังทุกครั้งไปและท้ายที่สุดฟู่กวนหยาก็ไม่สามารถเอาชนะหยางไท่ได้และถูกหยางไท่ซัดกระเด็นตกสนามประลองไปในที่สุด
เมื่อสถาบันฉินเยี่ยเอาชนะสถาบันเฟยฮวาได้สำเร็จ พวกเขาก็การันตีในการเข้าสู่รอบถัดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่พักอยู่ประมาณสองเค่อ ในที่สุดสถาบันฉินเยี่ยก็เอาชนะสถาบันซุนหวงและปิดฉากการรอบคัดเลือกด้วยการที่ไม่แพ้ใครแม้แต่ครั้งเดียว อีกทั้งยังใช้ศิษย์เพียงแค่สองคนอีกด้วย
เมื่อการประลองของสนามที่แปดจบลง สนามประลองแห่งอื่นๆเองก็มีทั้งจบแล้วและยังประลองกันอยู่ แต่ส่วนมากที่ประลองกันก็คือคู่สุดท้ายของรอบคัดเลือกแล้ว
หนานหมิงและคนอื่นๆมองดูสนามประลองที่เก้าที่กำลังประลองกันอยู่ ซึ่งสถาบันที่ประลองกันไม่ใช่สถาบันที่มีชื่อเสียงนัก
ไม่นานนักการประลองรอบคัดเลือกก็จบลง
ซึ่งสิบสถาบันที่ผ่านเข้าสู่รอบถัดไปได้แก่ห้าสถาบันหลักอย่างสถาบันหลวงต้าเหยียน สถาบันฉินเยี่ย สถาบันมู่เทียน สถาบันหยางเว่ย สถาบันหยูจิง ส่วนที่เหลือก็นับว่าเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ซึ่งพวกเขาถือว่าดวงดีที่ไม่ได้ถูกจับมาเจอกับห้าสถาบันหลัก ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงต้องตกรอบเป็นแน่w
โดยห้าสถาบันที่เหลือได้แก่สถาบันฮวงเหริน สถาบันกู่เฟย สถาบันฮวาจิน สถาบันปิงเยี่ย สถาบันฝู่ฉาง
ซึ่งทั้งห้าสถาบันนี้ไม่มีสถาบันไหนที่มาจากแคว้นต้าฉินแม้สถาบันเดียว ต้องบอกว่าสถาบันในแคว้นต้าฉินโชคร้ายเป็นอย่างมากเพราะสถาบันที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงก็ถูกจับไปอยู่กลุ่มเดียวกับอีกสี่สถาบันทำให้พวกเขาต้องพ่ายแพ้ไป
เมื่อได้สถาบันที่เข้ารอบทั้งสิบสถาบันแล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน เพราะการประลองของรอบต่อไปจะเริ่มในอีกสามวันหลังจากนี้
ต้องบอกว่าแม้จะเป็นเพียงแค่การประลองรอบคัดเลือกแต่มันก็ทำให้เหล่าผู้ที่มาจากองกำลังใหญ่ทั้งหมดรู้สึกตื่นเต้นและพึงพอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากรุ่นเยาว์เหล่านี้คืออนาคตของอาณาจักรต้าเหยียน ถ้าหากบ่มเพาะดีๆพวกเขาก็จะได้ปราชญ์ยุทธ์หรือราชันยุทธ์อีกเป็นจำนวนมาก
สำหรับระดับราชันยุทธ์ถือว่าเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าหากเป็นปราชญ์ยุทธ์ล่ะก็ คาดว่าจะเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเหล่ากองกำลังชั้นสูงจำนวนมากจึงพยายามเล็งเป้าหมายที่คิดว่าสามารถบ่มเพาะได้เข้าร่วมกองกำลังของตัวเอง
และตอนนี้รอบคัดเลือกจบลงแล้ว สำหรับศิษย์อัจฉริยะของสถาบันที่มีชื่อเสียงแต่ไม่ได้ไปต่อ ในค่ำคืนนี้พวกเขาก็ถูกคนของกองกำลังทั้งหลายให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด แม้กระทั้งเชิญไปกินอาหารค่ำที่หอหมื่นสมุทรก็ยังมี
แต่สิ่งที่ทุกๆคนเสียดายก็คือรุ่นเยาว์อัจฉริยะทั้งหมดจากสถาบันหลักไม่ได้ลงมือในการประลอง
ทางด้านของสถาบันฉินเยี่ยพวกเขาก็เดินทางกลับไปยังที่พักของพวกเขาภายในเมืองหลวงต้าเหยียน
ในขณะที่หนานหมิงกำลังพักผ่อนอยู่นั้น จู่ๆหยางไท่และเยี่ยนเจวี๋ยก็มาเคาะประตูห้องพัก
“ ศิษย์พี่ทั้งสองมีอะไรงั้นหรือ? ” หนานหมิงถามด้วยความสงสัย
“ ศิษย์น้องข้าและหยางไท่ได้รับคำเชิญจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงแม้กระทั้งคำเชิญของราชวงศ์อีกด้วย พวกเขาต้องการให้พวกเขาเข้าร่วมกับพวกเขาแถมยังจะให้ทรัพยากรในระดับสูงเพื่อให้พวกเราเข้าสู่ระดับปราชญ์ยุทธ์ให้เร็วที่สุดอีกด้วย เพียงแต่ข้าและหยางไท่มีความเห็นตรงกันว่าพวกเราจะเข้าร่วมกับตระกูลหนานของศิษย์น้อง ไม่รู้ว่าตระกูลหนานของศิษย์น้องจะรับคนเพิ่มไหม? ” เยี่ยนเจวี๋ยกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงใจเล็กน้อย
หนานหมิงมองไปยังหยางไท่และเห็นว่าเขาพยักหน้าอยู่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เยี่ยนเจวี๋ยกล่าวมาเป็นความจริง
“ ถ้าหากศิษย์พี่ทั้งสองต้องการเข้าร่วมกับตระกูลหนานก็เป็นไปได้ เพียงแต่พวกท่านจะต้องกลายเป็นคนของตระกูลหนานถาวร ไม่สามารถถอนตัวจากตระกูลหนานได้อีก ถ้าหากพวกท่านกล้าที่จะทรยศต่อตระกูลหนาน ข้าจะให้พวกท่านรู้ว่าความตายมันเป็นสิ่งที่พวกท่านต้องการที่สุด ” หนานหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
แต่รอยยิ้มของหนานหมิงทำให้หยางไท่และเยี่ยนเจวี๋ยถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ ไม่มีปัญหาศิษย์น้อง อยู่เป็นคนของตระกูลหนาน ตายก็เป็นผีของตระกูลหนาน ต่อให้ตระกูลหนานเกิดปัญหาอะไรในอนาคต ข้าหยางไท่ขอยินดีตายเพื่อตระกูลหนาน ถ้าหากข้าหยางไท่ผิดคำสาบานขอให้สวรรค์ลงทัณฑ์ดวงวิญญาณของข้า ” หยางไท่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับเอามืออาบไปที่หน้าอกของตัวเองด้วยแววตามุ่งมั่น
เยี่ยนเจวี๋ยเองก็รีบสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์ว่าจะติดตามตระกูลหนานหลังจากนี้เป็นต้นไป อยู่เป็นคนของตระกูลหนาน ตายก็เป็นผีของตระกูลหนานเช่นกัน
หนานหมิงยิ้มและกล่าวว่า “ งั้นหลังจากนี้ไปศิษย์พี่ทั้งสองก็เป็นคนของตระกูลหนานแล้วหลังจากนี้ ”
จากนั้นหนานหมิงก็หยิบเอาตราสัญลักษณ์ที่ทำจากไม้ออกมาและมอบให้กับทั้งสอง
“ นี้คือตราสัญลักษณ์ของข้า ถือสิ่งนี้ไปที่หอการค้าหมื่นสมุทรและให้ผู้จัดการเฟยลั่วชิงดูแล้วบอกว่า พวกท่านเป็นคนของข้าแล้วและขอให้เขาจัดเตรียมโอสถและสมุนไพรที่ใช้ในการฝึกยุทธ์ให้กับพวกท่าน ” หนานหมิงกล่าวขึ้น
หยางไท่และเยี่ยนเจวี๋ยมองหน้ากันก่อนที่จะเห็นถึงความตกใจและเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
“ ศิษย์น้องหนานแสดงว่าที่ข่าวลือบอกว่าหอการค้าหมื่นสมุทรเป็นกองกำลังของตระกูลหนาน แสดงว่ามันเป็นความจริงงั้นหรือ ตอนแรกข้าก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่แต่พอศิษย์น้องบอกมาแบบนี้ข้าก็ต้องยอมรับ ” หยางไท่กล่าวด้วยความตื่นเต้น
เยี่ยนเจวี๋ยเองก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน
ข่าวลือที่หอการค้าหมื่นสมุทรเป็นกองกำลังของตระกูลหนานได้กระจายไปทั่วเมืองหลวงแล้ว แต่นั้นก็เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น แต่ตอนนี้ข่าวลือนั้นได้กลายเป็นความจริงแล้ว
“ ใช่หอการค้าหมื่นสมุทรเป็นกองกำลังของตระกูลหนานจริงๆ พวกท่านรีบไปที่หอการค้าหมื่นสมุทรเถอะ อีกสามวันจะเป็นวันแข่งขันจริงแล้ว พวกท่านจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ ” หนานหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หยางไท่และเยี่ยนเจวี๋ยมองหน้ากันก่อนที่จะรีบขอบคุณหนานหมิง และรีบมุ่งหน้าไปยังหอการค้าหมื่นสมุทรทันที ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์พวกเขายังอยู่ในวัยที่แข็งแกร่งได้อีก เพราะยิ่งอายุเยอะความเร็วในการฝึกยุทธ์ก็จะน้อยลงมากกว่าเดิมมาก เพราะฉะนั้นยิ่งพวกเขาแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับพวกเขาและหนานหมิงมากเท่านั้น
หลังจากที่หยางไท่และเยี่ยนเจวี๋ยออกจากห้องพักของหนานหมิง หนานหมิงก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
สาเหตุที่หนานหมิงรับทั้งสองคนเข้ากับตระกูลหนานก็เพราะเขาคุ้นเคยกับทั้งสองคนเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นนิสัยส่วนตัวหรือพรสวรรค์ก็นับว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกัน
ถ้าหากยิ่งได้รับทรัพยกรจากตระกูลหนานไปก็จะทำให้ทั้งสองเหมือนกับเสือติดปีก ทั้งสองจะกลายเป็นยอดฝีมือที่ช่วยตระกูลหนานได้ในอนาคต
“ ดูเหมือนว่าตอนนี้กองกำลังต่างๆกำลังคัดเลือกรุ่นเยาว์ให้เข้าร่วมแล้วสินะ ถ้าหากตระกูลหนานเคลื่อนไหวเกรงว่าอัจฉริยะเกือบทั้งหมดจะต้องเข้าร่วมเป็นแน่ ” หนานหมิงยิ้มจางๆ สำหรับตระกูลหนานไม่จำเป็นที่จะรับสมัครพวกเขาทั้งหมด เพราะตระกูลหนานสามารถบ่มเพาะอัจฉริยะขึ้นมาเองได้ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาสักหน่อยก็ตาม
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามวัน
ในช่วงเวลาสามวันนี้ หนานหมิงเอาแต่นอนเล่นอยู่ที่ห้องตลอดเวลา ส่วนทางด้านของหยางไท่และเยี่ยนเจวี๋ย ทั้งสองได้แจ้งกับรองผู้อำนวยการเหวินแล้วว่าพวกเขาเข้าร่วมกับตระกูลหนานแล้ว และตอนนี้กำลังฝึกฝนอยู่ที่หอการค้าหมื่นสมุทร ถ้าหากการแข่งขันเริ่มเมื่อไหร่พวกเขาก็จะกลับไปทันที
ซึ่งข่าวนี้ทำให้ฟางเซียงลู่และน่าหลันหวงเมิ่งมาหาหนานหมิงก่อนที่จะขอเข้าร่วมกับตระกูลหนาน
หนานหมิงเองก็ตอบตกลงและให้ทั้งสองไปที่หอการค้าหมื่นสมุทรเพื่อฝึกฝนตัวเองอยู่ที่นั้นจนกว่างานประลองศึกร้อยสถาบันรอบจริงจะเริ่มต้นขึ้น
ทางฝั่งของรองผู้อำนวยการเหวิน เขาเองก็รู้สึกอิจฉาศิษย์ทั้งสี่ที่เข้าร่วมกับตระกูลหนานได้ เนื่องจากเขาติดตามผู้อำนวยการไท่อี้มานับร้อยปี เขาจึงไม่ต้องการที่จะเข้าร่วมตระกูลหนานแม้ว่าตระกูลหนานจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมากในเวลานี้ก็ตาม
ไม่นานนักข่าวที่ศิษย์ของสถาบันฉินเยี่ยทั้งสี่คนได้เข้าร่วมกับตระกูลหนานก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นคนกระจายข่าวนี้ แต่ทว่ามันก็ทำให้รุ่นเยาว์อัจฉริยะทั้งหมดถึงกับตื่นเต้นและมายังที่พักของสถาบันฉินเยี่ยเพื่อขอพบกับหนานหมิง
แม้กระทั้งบางส่วนก็ยังไปที่สำนักผู้ตรวจการเพื่อที่จะขอพบกับหนานหลินหรือไม่ก็หนานอวี้ที่ตอนนี้กำลังพักผ่อนอยู่ที่สำนักผู้ตรวจการ
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์อิสระพวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกันเพราะการได้เข้าร่วมกับตระกูลหนานจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะยอดฝีมือระดับปราชญ์ยุทธ์ที่ไม่ได้อยู่กองกำลังไหนกำลังวางแผนไปที่เมืองต้าฉินเพื่อขอเข้าร่วมกับตระกูลหนานโดยตรง
เรียกได้ว่าเวลานี้การประลองศึกร้อยสถาบันจืดจางไปเลยเมื่อเทียบกับการที่สามารถเข้าร่วมกับตระกูลหนานได้
ภายในห้องนั่งเล่น
หนานหมิงกำลังนั่งฟังรองผู้อำนวยการเหวินเล่าถึงคลื่นมนุษย์หลายร้อยคนที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าที่พักของสถาบัน
คลื่นมนุษย์เหล่านั้นคือรุ่นเยาว์อัจฉริยะของสถาบันต่างๆที่มีชื่อเสียง แม้กระทั้งยังมีผู้ฝึกยุทธ์อิสระจำนวนมากก็เฝ้ารออยู่เช่นกัน
หนานหมิงถึงกับเอามือนวดหน้าผากเบาๆ เขาประเมินชื่อเสียงของตระกูลหนานต่ำไป ไม่สิเขาประเมินไว้สูงแล้วแต่ก็ยังต่ำอยู่ดี
“ ท่านรองผู้อำนวยการเช่นนั้นท่านช่วยแจ้งคนเหล่านั้นด้วยว่า อีกสองเดือนจะมีการคัดเลือกเข้าตระกูลหนาน สถานที่คัดเลือกก็คือภูเขาเฉียนตง ” หนานหมิงกล่าวขึ้น
ภูเขาเฉียนตงเป็นภูเขาใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองต้าฉินมากนักและเป็นภูเขาที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านตระกูลหนานที่กำลังสร้างใหม่ขึ้นมาอีกด้วย
ซึ่งหนานหมิงคิดที่จะให้คนของศาลาชุนหมิงไปที่ภูเขาเฉียนตงและสร้างค่ายกลในการทดสอบเข้าร่วมตระกูลหนานขึ้นมา
“ เข้าใจแล้ว ข้าจะรีบไปบอกกับคนเหล่านั้นทันที ” รองผู้อำนวยการเหวินถอนหายใจและมองไปที่หนานหมิงด้วยแววตาประหลาดใจเล็กน้อย เพราะหนานหมิงสามารถเปิดรับสมัครคนเข้าร่วมตระกูลหนานได้โดยที่ไม่ต้องผ่านผู้นำตระกูล แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าเป็นไปได้ที่ผู้นำตระกูลหนานอาจจะบอกกับหนานหมิงในเรื่องนี้เอาไว้ก่อนแล้ว
หนานหมิงได้บอกกับบิดาของเขาแล้วว่าจะเปิดรับสมัครคนเข้าร่วมตระกูลหนานในอีกสองเดือนข้าหน้าแล้ว ซึ่งเรื่องนี้บิดาของเขาก็ตอบตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ไม่นานข่าวที่ตระกูลหนานจะเปิดรับสมัครคนเข้าร่วมตระกูลหนานก็กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงต้าเหยี่ยนและไม่นานมันก็กระจายไปทั่วอาณาจักรต้าเหยียน
พริบตาเดียวยอดฝีมืออิสระหรือรุ่นเยาว์อัจฉริยะจำนวนมากต่างก็ตบเท้ามุ่งหน้าไปยังตระกูลหนานที่เมืองต้าฉิน
แม้กระทั้งคนของราชวงศ์เหยียนหรือห้าตระกูลใหญ่เองก็ส่งรุ่นเยาว์ของพวกเขาไปที่ตระกูลหนานเช่นกัน