ณ คืนวันอาทิตย์ครอบครัวของหยางหลิวมีการจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ เพื่อเลี้ยงอำลาให้กับเขา พ่อและแม่ใจจริงก็ต่างกังวลอีกทั้งยังเป็นห่วงลูกชายของพวกเขามาก แต่ทว่าพวกเขาก็ยังคงภูมิใจในตัวหยางหลิวเช่นกัน หยางหลิวตอนนี้ได้เติบโตเป็นหนุ่มแล้ว อนาคตของเขาก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องนี้พ่อแม่ทุกคนย่อมรู้ดี
แต่สำหรับหยางหลิว วันนี้เขาดูเหมือนจะมีความสุขมากตลอดทั้งวัน ทว่ามันกลับเป็นว่าทุกอย่างตรงกันข้ามกับข้างในจิตใจของเขาโดยสิ้นเชิง ! เหตุการณ์เมื่อวานนี้ทำให้เขาแทบคลั่ง เขาคิดถึงเรื่องเมื่อวานตลอดทั้งวัน เขาค่อนข้างกังวลว่าจิ่นลี่จะกลายเป็นบ้าและส่งคนมาทำร้ายเขาอีกรวมถึงครอบครัวของเขาด้วย แต่สุดท้ายวันนี้ก็จบลงโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ในตอนนี้จิตใจของเขาเริ่มสงบลง ความกังวลของหยางหลิวหายไปอย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้หยางหลิวและเหมยหลิวช่วยกันจัดเก็บของที่จำเป็นสำหรับเขาหนึ่งพี่ หนึ่งน้องช่วยกันเก็บของแต่เหมือนเล่นกันเสียมากกว่าเสียเวลาเก็บของเกือบชั่วโมงก่อนเหมยหลิวจะออกจากห้องไป เธอก็ยังอ้อนพี่ชายของเธอให้อยู่ต่อีก แต่ลึก ๆ ในใจเธอก็รู้ดีว่าคงไม่มีประโยชน์
“ เดี๋ยวถ้าเธอโตขึ้นอีกหน่อย พี่จะพาเธอไปอยู่ที่ปักกิ่งดีไหม ? ” หยางหลิวถามเหมยหลิวด้วยรอยยิ้ม
“ เอ๋ ! จริง ๆ นะพี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูก็โตแล้ว งั้นพาหนูไปด้วยเลยแล้วกัน ” เหมยหลิวในตอนนี้เธออ้อนพี่ชายอย่างสุด ๆ ตอนนี้เธอกลายเป็นน้องสาวติดขี้อ้อนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบ
“ ยังก่อน ๆ เอาไว้เดี๋ยวพี่พร้อมแล้วจะมารับนะ ” หยางหลิวทำมือบอกปัดปฏิเสธไปอย่างง่าย ๆ
“ อื้อ หนูจะรอนะคะ ” สุดท้ายเหมยหลิวก็ยอมแพ้และเดินออกจากห้องไป
ในเวลานี้ยังเป็นช่วงที่ยังไม่ดึกเท่าไหร่ ตอนนี้เขาจัดสัมภาระเสร็จเรียบร้อย เขาจึงค่อนข้างว่างเป็นพิเศษ หยางหลิวคิดไปคิดมา จู่ ๆ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดไปยังข้อมูลการโทรออก
หยางหลิวสังเกตไปยังเบอร์มือถือเบอร์หนึ่งอยู่นานสองนาน
ในที่สุดเขาก็กดโทรออกไป !
“ ตื้ด…ตื้ด...ตื้ด... ” เสียงรอสายดังอยู่ไม่นานก็มีคนกดรับ
“ สวัสดีค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ ? ” เสียงปลายสายถามหยางหลิว เสียงนั้นฟังดูคุ้นหูเป็นอย่างมาก ใช่แล้วนี่ไม่ช่ใครที่ไหนแต่เป็นลู่เอินนั่นเอง
“ โห ! เพิ่งแลกเบอร์กันเมื่อวานเธอก็จำไม่ได้แล้วเหรอ ? ” หยางหลิวทำเสียงเย้าแหย่ลู่เอิน
“ อ๋อ ! หยางหลิว ทำไมนายถึงได้โทรมาหาฉันล่ะ ? ” ลู่เอินถามหยางหลิว
“ อ้าว !? ถ้าไม่มีอะไรโทรหาไม่ได้เหรอ ” ตอนนี้หยางหลิวไม่รู้เอาความกล้ามาแต่ไหน ปกติแล้วเขาคงไม่คิดจะพูดอะไรแบบนี้แม้แต่น้อย
“ อืม สรุปแล้วนายโทรมาทำไมล่ะ ” ลู่เอินไม่ต่อล้อต่อเถียงกับหยางหลิว เธอถามเขาอีกครั้ง
หยางหลิว : “ ก็ได้ ๆ ผมยอมเธอแล้ว ผมโทรมาลาน่ะ ”
“ ลา !? ลาไปไหน ? ” ลู่เอินงุนงงเล็ก ๆ ว่าหยางหลิวจะไปไหน
“ ผมจะเดินทางไปปักกิ่งพรุ่งนี้ ” หยางหลิวกล่าวสั้น ๆ
“ ทำไมนายรีบไปจัง อีกตั้งเกือบเดือนไม่ใช่เหรอถึงจะสอบ ? ” ครั้งนี้ลู่เอินเริ่มที่ยิงคำถามใส่หยางหลิว
“ อืมพอดีผมว่าจะไปทำงานอยู่กับลุงที่รู้จักกันด้วยน่ะ เผื่อผลสอบประกาศมาว่าผมไม่ติดงี้ ก็ทำงานด้านอาหารแทนเลย ” หยางหลิวทำน้ำเสียงเศร้า ๆ ซึ่งแน่นอนว่า เขาแกล้งทำ !
“ จะบ้าเหรอ ! ถ้าอย่างนายไม่ติด ก็คงไม่มีใครสอบติดแล้วล่ะ ” ลู่เอินตะเบ็งเสียงใส่หยางหลิว เห็นกันอยู่ทนโท่ คะแนนของหยางหลิวถ้าไปสอบยังไงก็ติด
“ ฮ่า ๆ เป็นงั้นเหรอ ” หยางหลิวหัวเราะเบา ๆ
“ ก็ใช่น่ะสิ ขนาดฉันยังอิจฉาคะแนนที่นายทำได้วันนั้นเลย นายเนี่ยทำบุญมาด้วยอะไร สมองก็ดี ทำอาหารก็อร่อย ฉันเคยคิดมาตลอดเลยว่านายไม่ค่อยสนใจเรื่องเรียน ถ้านายไม่ทำให้ฉันเห็นกับตาฉันก็คงไม่เชื่อหรอก ” ลู่เอินยอมรับว่าเธอนั้นอิจฉาเขา แถมยังชื่นชมเขาอีกด้วย
ลู่เอินพูดชมหยางหลิวจนหยางหลิวแทบจะลอยขึ้นมาแต่เขาก็คิดได้ว่าจริง ๆ นี่มันไม่ใช่ความสามารถของเขา แต่เพราะว่าเขาได้รับโชคที่แสนวิเศษมาต่างหากล่ะ
ลู่เอิน : “ จะว่าไป ฉันอยากให้นายมาสอนฉันทำอาหาร ไม่ก็สอนคณิตศาสตร์ให้ฉันนะ ”
หยางหลิว : “ เอ๋ ! แต่ผมต้องไปปักกิ่งพรุ่งนี้แล้วน่ะสิ ”
“ โอ๊ะ ! จริงด้วย ” ลู่เอินพูดพลางหัวเราะ
หยางหลิว : “ เดี๋ยวถ้าเธอมาปักกิ่งแล้ว เดี๋ยวผมไปสอนก็ได้นะ ”
ลู่เอิน : “ งั้นพรุ่งนี้ฉันออกเดินทางไปกับนายด้วยดีไหม ? ”
หยางหลิว : “ งั้นก็ดีเดี๋ยวผมไปรับ ”
ลู่เอิน “ จะบ้าเหรอ ! ฉันพูดเล่น ”
หยางหลิวยังคงพูดคุยกับลู่เอินอีกเป็นเวลานาน จนกระทั่งขณะนี้กำลังจะสี่ทุ่มแล้ว ทันใดนั้นเสียงของลู่เอินก็ขาดหายไป
หยางหลิวนั้นตกใจ เขามองไปยังโทรศัพท์ของเขา หน้าจอบนมือถือดับสนิท !
เขาพยายามอยู่นานสองนานก็ไม่มีแสงใด ๆ เล็ดลอดออกมาจากหน้าจอแม้แต่น้อย
เขาลองเปิดเครื่องมือถือขึ้นมา กดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้ ผ่านไปราว ๆ 2-3วินาที ไฟหน้าจอก็ยังคงดับสนิท
หยางหลิวอุทานออกมา “ ไอ้หยา แบตหมด ”
ถูกต้อง ! แบตเตอรี่หมด
หยางหลิวกำลังคุยกับลู่เอินอย่างมีความสุข ชายหญิงสองคนคุยอย่างถูกคอ ไม่ต้องสงสัยเลยนี่เป็นเพราะความสามารถด้านภาษาที่เพิ่มขึ้น การพูดคุยก็คือเป็นหนึ่งในด้านภาษาเช่นกัน เขาสามารถพูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติและไหลลื่น จึงไม่แปลกที่พวกเขาทั้งสองจะคุยกันจนแทบจะลืมเวลา
แต่ทว่าโชคร้ายฟ้าดินไม่เข้าข้างเขาอีกต่อไป คนเราถึงแม้จะมีมหาโชค แต่ก็ยังเจอกับโชคร้ายได้เช่นหยางหลิว จะว่าไปสำหรับกรณีของหยางหลิวคงถือว่าโชคร้ายก็คงไม่ถูกต้องทั้งหมด ต้องเรียกว่าประมาทเลินเล่อถึงจะสมควร
เขาพยายามวิ่งวุ่นไปทั้งห้องหาสายชาร์จแบตเตอรี่ เขาวิ่งวนไปมาเกือบสามนาที ในที่สุดเขาก็คิดออกว่า น้องสาวใส่มันไว้ที่กระเป๋าสัมภาระของเขา กว่าจะค้นเจอสายชาร์จเกือบใช้เวลาราว ๆ ห้านาที
เขาไม่รอช้า เขารีบชาร์จกระแสไฟให้ไหลเข้าแบตเตอรี่โดยพลัน
แสงไฟกะพริบเป็นจังหวะ และทันใดนั้นเครื่องโทรศัพท์ก็มีแสงไฟสว่างวาบขึ้นมา
‘ เปิดติดแล้ว ! ’
หยางหลิวพยายามกดปุ่มย้ำ ๆ เพื่อให้มือถือเขาใช้ได้เร็ว ๆ แต่ถึงเขาทำอย่างนั้นเป็นร้อยรอบ ความเร็วในการเปิดเครื่องก็ยังคงเท่าเดิม
ณ ขณะนี้มือถือใช้ได้แล้ว เขารีบหยิบโทรศัพท์และโทรออกไปยังเบอร์ที่โทรล่าสุด
“ ตู๊ด..ตู๊ด..ตู๊ดดดด หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาโทรในภายหลังค่ะ ” นายหยางหลิวถึงกับช็อก โอกาสดี ๆ แบบนี้มันไม่ได้มีบ่อย ๆ เห็นได้ชัดว่าลู่เอินคงปิดเครื่องและนอนเรียบร้อยแล้ว
สุดท้ายเขาก็ไม่พยายามอีกต่อไป แต่เขาก็ได้ส่งข้อความขอโทษเธอและบอกความจริงกับเธอไปทั้งหมด
ส่วนเธอจะเชื่อหรือไม่นั้น อันนี้ก็ขึ้นกับอารมณ์ของลู่เอินแล้วล่ะ !