ชิงรักชิงร้าย(จบแล้วมีEbook)

    บทที่ 31 เรื่องที่ควบคุมได้ยาก

    แยมกลับบ้านไปพร้อมภารกิจหนักอึ้งในสมองเรื่องชิงรักไฮโซที่เนยพูดถึงมีรายละเอียดในส่วนที่เธอยังไม่ได้คิดและเขียนออกมาแยมเอาสมุดที่ตนเองวางโครงเรื่องคร่าวๆ เอาไว้ออกมาดู รายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครบุคลิก นิสัยใจคอ เมื่อเขียนเนื้อหาคร่าวๆ สิบสองบทที่เนยเล่าให้เธอฟังเธอเริ่มนึกบางอย่างได้

                ‘สะดวกแล้ว โทรกลับด้วย’ แยมส่งข้อความไปหาเนย ฝ่ายนั้นยังไม่นอนแต่ไม่กล้าใช้โทรศัพท์ในห้องประตูห้องนอนไม่มี แถมคุณใหญ่ยังอยู่ใกล้ๆ จะคุยอะไรก็ไม่ถนัดเมื่อวานตอนเย็นเธออุตส่าห์ทำเนียนออกไปคุยโทรศัพท์ที่สวนในชุดออกกำลังกาย

                 ตั้งแต่กลับมาเนยรู้สึกแปลกๆที่สามีของเธอดูไม่สนใจจะเข้าใกล้หรือพูดเรื่องนอนห้องเดียวกันอีกหลังรับประทานอาหารเช้าเขาก็จะเข้าไปในห้องหนังสือ ล็อกประตูไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนน้ำค้างนัดเธอออกไปคุยข้างนอก ทำให้เธอกับเขาแทบไม่ได้สนใจกัน เนยไม่รู้ตัวว่าเธอคอยชะเง้อมองหาเขาบ่อยๆ

            ตอนนี้เธอได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องน้ำในห้องนอนแล้วเมื่อเห็นเขาเข้านอนเร็วและทำแค่หันมาทักเวลาเธอเข้าห้องน้ำก็อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ ‘ทำไมตอนอยู่ญี่ปุ่นทำเหมือนจะกินเธออยู่แล้วแต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นคนละคน’

                ‘อีกไม่นานหรอกน่าเดี๋ยวเธอจะต้องเข้าหาฉันเอง คราวนี้ล่ะ อย่าหวังว่าจะรอดเงื้อมมือฉันไปได้’

            คุณใหญ่ค้นเครื่องบันทึกภาพของกล้องวงจรปิดเขาจึงรู้ว่าเธอเคยแอบเข้ามาในห้องหนังสือ เจอทางเข้าฐานทัพของเขาจากนั้นเขาก็คอยจับตามองเธอผ่านจอภาพจากข้างในห้องทำงานบางครั้งดูไปยิ้มไปจนเข้มนึกสงสัยทางเข้าฐานทัพยังมีอีกทางหนึ่งแต่ไม่มีใครรู้นอกจากเขาและเข้มลูกจ้างและเพื่อนเล่นตั้งแต่วัยเด็ก

                “คุณใหญ่ครับคุณน้ำสั่งให้คุณเนยตามหาโครงการแล้ว” เข้มไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจับตามองคนช่วยเขาเท่านั้นหากแต่ยังมีทีมสำหรับดักฟังเสียงทางโทรศัพท์อีกด้วย

                “อืมคงได้เวลาฉันลงมือจริงๆ แล้ว” คุณใหญ่อมยิ้ม ‘เจ้าสาม พี่คงเลี้ยงเด็กไว้ดูเล่นไม่ได้แล้วคงต้องดูจริงๆ ล่ะตอนนี้’

                “เปิดถ้ำเสือให้ลูกกระต่ายเข้ามาสักหน่อยนะ”

                “ครับ”เข้มผงกศีรษะรับ

                ก่อนนอนคืนนั้นคุณใหญ่เตือนให้เนยรู้ว่าพรุ่งนี้จะต้องไปทำงานกับคุณสองเอกสารส่วนตัวของเธอเขาให้คนส่งไปบริษัทเรียบร้อยแล้วเธอจะได้รับเงินเดือนเท่ากับที่คนอื่นเขาได้ ไม่มีสิทธิพิเศษ เนยพยักหน้าอย่างเงื่องหงอย‘ดูเขาสิ พูดแต่เรื่องงานอยู่ได้’

                “เออเรื่องโครงการถ้าว่าง เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง”

                พอได้ยินเขาพูดคำนี้เธอหน้าตาสดชื่นขึ้นทันที น้ำค้างสั่งนักสั่งหนาให้เธอสืบเรื่องนี้ให้ได้เพราะครอบครัวเธอหวังจะได้ร่วมงานกับมังกรกรุปสักสองสามโครงการ ‘ถ้ารู้ทั้งหมด เลือกพูดไปแค่บางส่วนก็พอสถานการณ์ตอนนี้ไว้ใจเต็มที่ไม่ได้ ต้องเหลือทางรอดไว้ให้ตัวเองหน่อย’

                สามีตัวโตตวัดสายตาคมปลาบมาให้เธอถึงกับร้อนหลัง “เล่าก่อนสักนิดไม่ได้เหรอคะ?”

                “อย่าฟังมากเหรอ?”

                เธอรีบยิ้มตาหยีเอาใจเพราะรู้ว่าเขามักจะใจอ่อนทุกครั้งที่เห็นเธอยิ้มแบบนี้ จริงดังคาดคุณใหญ่มีแววตาอ่อนโยนลงหลายส่วน

                “ขยับมานี่สิ”เขาเผลอพูดออกไปแบบที่ใจคิด ทั้งๆที่ตั้งใจจะรักษาระยะห่างเอาไว้ก่อนเพื่อจะกินรวบในคราวเดียว

                ‘ฮั่นแน่!ตาลุงแพ้ยิ้มแบบนี้จริงๆ’

            พอเธอขยับเข้าไปนิดหน่อยเขาเริ่มได้สติรีบห้าม “แค่นั้นก็พอ น่าจะได้ยินแล้ว”

                เนยทำดื้อตาใสเธอแสร้งไม่ได้ยิน เลื่อนตัวเข้าไปชิดอีกหน่อย คุณใหญ่ที่ได้แต่มองเธออยู่ห่างๆสองวันแล้วมองหน้าภรรยาตัวน้อยในระยะประชิดแล้วสายตาก็เลื่อนต่ำไปจนถึงเนินเนื้อรำไรใต้ชุดนอนผ้านุ่มนิ่มเขาลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยเมื่อนึกถึงภาพสะท้อนกระจกในห้องน้ำวันนั้นสองเต้าที่เปล่าเปลือยเขาเคยเห็นมาแล้ว เขารีบสลัดมันออกจากหัว ‘ผู้หญิงก็ผ่านมาตั้งหลายคนทำไมต้องมาคิดลามกกับยายแสบน้อยขนาดนี้’

                เนยเห็นสายตาแบบนั้นของเขาก็รู้ได้ทันทีว่าตาลุงตัวโตคนนี้ยังไม่ทิ้งความคิดจะกินเธอหรอกเพียงแต่อาจจะมีบางอย่างที่เขาปิดบังเอาไว้เธอก้มมองหน้าอกตัวเองแล้วอกหวามในอกไม่ได้ เขาคงนึกถึงเรื่องวันนั้น

                “พี่ใหญ่เล่าสิคะ”เมื่อรู้ว่าสามีกำมะลอน่าจะอยู่ในช่วงจำศีล หญิงสาวจึงทำเสียงสองออดอ้อน

                “อืม....”เขาเลื่อนสายตาขึ้นมาประสานกับภรรยาตัวน้อยที่เท้าแขนเอนตัวมาใกล้ใบหน้าที่แหงนขึ้นหาเข้า ช่างเหมาะที่จะ..... เขาเล่าถึงโครงการการขนส่งแรกที่จะเป็นการเปิดเส้นทางการค้าทางทะเลเพิ่มขึ้นโดยเน้นการขนส่งสินค้าจากจีนเพื่อรองรับการเติบโตของอีคอมเมิร์ชหรือการค้าอิเล็กทรอนิกส์

                “ก็อย่างที่เนยเห็นทุกวันนี้ทุกคนช้อปปิ้งออนไลน์กันทั้งนั้นสินค้าพวกนี้ควรจะเข้ามาจำนวนมากกว่าเดิม และเราก็เตรียมพื้นที่สำหรับทำโกดังขนาดใหญ่รองรับไว้แล้ว”ตาโตและยิ้มหวานที่เธอส่งให้ ทำเอาสติเขาเตลิดเผลอเล่ารายละเอียดอีกเล็กน้อยให้เธอฟัง

            พอเขาหยุดพูด เนยก็ไม่ซักไซ้เธอเพียงยืดตัวนั่งให้หลังตรงแล้วประสานมือรองใต้คางมน “โอ้โห! โครงการนี้ยิ่งใหญ่จริงๆ ค่ะนับว่าล้ำหน้ามาก” เธอแสร้งทำตาโตเหมือนกับเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก ทั้งๆที่นี่คือแนวทางที่นักธุรกิจในโลกจริงได้ดำเนินการกันไปแล้ว ‘แยมนี่มันเข้าใจดึงเรื่องมาเขียนจริงๆ’

            “ไปนอนเถอะ ดึกแล้ว”เขาทำทีผลักดันเธอให้กลับไปนอนที่ห้องเล็ก ทั้งๆ ที่อยากจะอุ้มเธอขึ้นเตียงไปกกกอดใจแทบขาดเนยรีบเดินเข้าห้องอย่างรวดเร็ว เธอส่งข้อความบอกแยมว่าพรุ่งนี้เธอเริ่มไปทำงานวันแรกให้แอบมาเจอที่ร้านกาแฟแถวสำนักงานใหญ่มังกรกรุปช่วงก่อนเที่ยง

            สิบเอ็ดโมงกว่าของการเริ่มงานวันแรกคุณสองอนุญาตให้เนยพักก่อนเวลาได้ เพราะพี่ชายสั่งมาว่า ภรรยาของเขามักจะรับประทานอาหารเที่ยงเวลานี้คงต้องปรับตัวอีกสักพัก เนยรีบคว้ากระเป๋าสะพายใบโตรุดไปรอที่ร้านนัดหมาย

            “เร็วเข้าเรามีเวลาไม่มากนะฉันอยากรู้ว่า เธอวิเคราะห์ว่า ผัวเมียคู่นี้จะเป็นไงต่อ?”เนยเลื่อนชาเขียวเย็นที่สั่งไว้ให้แยมไปตรงหน้า

            “ก็เธอว่า อันที่จริงฉันกับคุณใหญ่ในนิยายต้องได้เสียกันหลังแต่งงานก็เป็นคู่กัด จากนั้นก็เริ่มรู้สึกดีต่อกันมันก็เป็นสูตรสำเร็จนิยายอยู่แล้วนี่ ร้อยละร้อยคู่ไหนแต่งงานหลอกๆได้กันจริงทุกที”

            “ก็ใช่แต่ฉันกับคุณใหญ่ตอนนี้ไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ”

            “มิน่า! เรื่องถึงดำเนินไปช้านัก”แยมกางสมุดขนาดเอห้าออกมาไล่ลำดับการเกิดเหตุการณ์ในเรื่อง

            “หา!” เนยแทบสำลักคาปูชิโน่เย็นออกมาทางจมูก “อย่าบอกนะว่าฉันต้อง...กับคุณใหญ่”

            “ถ้าเดาจากวิธีคิดของฉันต่อไปฉันน่าจะทำให้บุคคลต้องสงสัยว่าเคยทำร้ายคู่หมั้นทั้งสามของคุณใหญ่ออกมาทำร้ายเธอแล้วก็โดนจับได้เพื่อคลายปมในนิยายทีละเปลาะ” แยมขมวดคิ้ว เธอลองเขียนประเด็นคร่าวๆที่จะทำให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไปตามบุคลิกและนิสัยของแต่ละคน “เธอดูนี่สิผู้ต้องสงสัยของฉัน”แยมชี้ไปยังสี่รายชื่อที่เธอเขียนไว้หน้าถัดไปและเหตุผลที่แต่ละคนมี

            เนยอ่านดูแล้วพยักหน้าเห็นด้วยแต่กลับทำท่าตกใจเมื่อเห็นรายชื่อที่สี่ “ใช่ สามคนแรกนี่ฉันค่อนข้างแน่ใจแล้วคนที่สี่นี่มาจากไหน?”

            “เธอไม่เคยได้ยินข่าวลือนี้ใช่ไหม?”

            “สองคนนี้เคยเป็นเพื่อนสนิทกันสมัยเรียนที่เมืองนอก”แยมชี้ผังความสัมพันธ์ในสมุดเล่มนั้นประกอบการอธิบา

            “เคยสิ”

            “แต่คงไม่ลึกซึ้งเท่าข่าวกรองที่ฉันมีคนนี้เขาเป็นสายวาย” เธอชี้ที่วงกลมบรรจุชื่อของผู้ต้องสงสัยรายที่สี่เอาไว้

            “มิน่า! ข่าวนั้นมันฟังแล้วถึงดูแปลก”

            “แปลกยังไง?”

            “เมดคุยกันว่า พวกเขาเคยสนิทกันแต่ตอนหลังคุณสองตีตัวออกห่าง” เนยทบทวนเรื่องที่เธอได้ยิน

            แยมหรี่ตา เอนตัวออกจากเนยเล็กน้อย“แอบฟังเก่งนี่เรา เป็นจิ้งจกที่ปราสาทหรือยังไง?”

            เนยซัดผัวะที่ต้นแขนศัตรูผู้กลายเป็นที่พึ่งเข้าให้“ยังจะมาล้อ ฉันคิดวิธีกลับบ้านทุกวันจนหัวจะแตก เงินก็ไม่มี คนก็ไม่มีต้องคอยระวังคนจะมารู้ความลับอีก แค่นี้ยังประสาทไม่พอหรือไง วันๆเลยเอาแต่คอยลอบฟังพวกเมดคุยกันน่ะสิ”

            “ประเด็นนี้ฉันจริงจังนะเรื่องนี้เป็นเรื่องรัก ดังนั้นการดำเนินเรื่องของคู่เอกคือ คุณใหญ่กับเธอต้องเป็นไปตามเส้นเรื่อง คือ ต้องฟีเจอริ่งกันก่อนแล้วเกิดความรู้สึกผูกพันกันจนทำให้คุณใหญ่ต้องตามปกป้องคนที่เขารักเรื่องต่อมาก็จะเกิดขึ้นเอง” แยมนึกถึงบทหลังๆ ที่เนยเล่าว่านางเอกจะถูกผู้ต้องสงสัยลอบทำร้าย โดยเฉพาะเบอร์หนึ่งที่นิยายได้เฉลยไว้แล้วส่วนอีกสามคนยังเขียนไปไม่ถึง แยมและเนยต่างคิดออกมาตรงกันยกเว้นรายที่สี่ที่เนยคาดไม่ถึง

            “อืม...ฉันยังจิ้นนะ” เนยอ้อมแอ้มเธอยังไม่เคยมีแฟนเลยด้วยซ้ำ แต่นี่แยมกลับเสนอให้เธอมีอะไรกับตาลุงใหญ่คนนั้น

            “แล้วใครว่าฉันไม่จิ้นล่ะยะถ้าเธอไม่สละความเวอร์จิ้น ฉันก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวต่อมามันจะเป็นเหมือนที่คาดไว้ไหม?” แยมทำสีหน้าหนักใจ“ฉันเคยอ่านหลายเรื่องที่พอบางเหตุการณ์มันเปลี่ยน เรื่องราวมันก็เปลี่ยนไปเลยอะบางทีการมีอะไรกันแบบนี้อาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนหลักในเรื่องของได้”

            “นั่นสิ” เนยพยักหน้าเห็นด้วยในฐานะที่เธอเขียนนิยายจบไปแล้วสามเรื่อง จึงรู้ว่า เมื่อตัวละครเปลี่ยนวิธีคิดเธอก็ไม่อาจบังคับให้เกิดเหตุการณ์ที่ต้องการได้จำต้องปล่อยให้เรื่องราวไหลไปอย่างสมเหตุสมผล “สามเรื่องแรกที่ฉันเขียนก็เจอปัญหานี้”

            “ไม่ต้องทับถม”แยมทำหน้าเซ็งเพราะเนยเล่าให้เธอฟังว่าเธอเพิ่งจะเขียนจบไปเพียงเรื่องเดียวและเรื่องที่สองก็ค้างเติ่งไว้ตั้งแต่ตอนที่สิบสอง

            “แต่ฉันก็ยังหนักใจอยู่ดีที่จะทำแบบนั้น”เธอนึกถึงร่างกายกำยำสูงสง่าของคุณใหญ่ที่สวมเพียงผ้าขนหนูยาวคลุมเข่าผืนเดียวเขาไม่ได้ร่างเทอะทะ แต่กลับโปร่งแน่นไปทุกส่วน

            “เธอเคยจูบกับคุณใหญ่หรือยัง?”แม่นักเขียนสาวรีบซักเข้าประเด็น แม้จะเขียนนิยายรักโรแมนติกแต่ประสบการณ์ความรักกลับเป็นศูนย์ “จูบอบอุ่นหรือร้อนแรง แบบผิวเผินหรือลึกซึ้ง”

            เนยยิ้มรับอย่างเขินๆ“ถ้าไม่นับตอนถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกับตอนงานแต่ง ก็เคยจูบครั้งหนึ่ง”

            “เล่าสิ อำพะนำอยู่ได้ฉันจะได้วิเคราะห์ว่า เธอจะจัดการคุณใหญ่ได้ยังไง?”

            เนยเปิดปากเล่าเหตุการณ์บนเตียงที่ญี่ปุ่นให้แยมฟังฝ่ายนั้นจินตนาการใบหน้าหล่อเหลาชวนใจสะท้านและร่างกายอันล่ำสันของคุณใหญ่ที่โอบกอดเพื่อนสาวของเธอไว้จากนั้นบรรจงจูบอย่างร้อนแรง

            “อันที่จริง เธอก็เคลิ้มใช่ไหมล่ะ?”

            “นี่....”เนยกะจะเถียงแต่ดูท่าใบหน้าที่แดงเรื่อคงบอกความจริงเพื่อนไปหมดแล้ว “อืมยอมรับก็ได้ ก็หล่อเร้าใจขนาดนั้น ฉันเกือบใจแตก”

            “ตอนอยู่ญี่ปุ่นเขาก็เอาใจเธอดีนี่”

            ภรรยาตัวน้อยเริ่มเล่าพฤติกรรมของสามีกำมะลอที่ทำท่าเหมือนจะเขมือบเธอหลายครั้งแต่ยั้งใจไว้รวมทั้งอาการที่เปลี่ยนไปหลังจากกลับมาถึงที่นี่

            “ตอนนี้เขาดูแปลกๆเมื่อวานฉันก็ลองของไปทีล่ะ เขาก็เหมือนจะทำตัวกั๊กๆ”

            “ถ้าเธอยังอยากกลับบ้านก็ต้องคิดวิธีทำให้เขากินเธอให้สำเร็จ ชิงความเป็นเจ้าของคุณใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบ”แยมกำหมัดขึ้นตรงหน้า

            “ถ้าเกิดฉันตกหลุมรักเขาไปจริงๆฉันจะกล้าทิ้งเขาไปเหรอ เธอดูสิเขาทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งดี เฟอร์เฟคขนาดนั้นไปหาในโลกจริงก็ไม่รู้ว่าจะเจอไหม?” เคยรำพึงพลางแกะแซนวิสใส่ปากเคี้ยวหยับๆ

            “ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นฉันกลัวว่า ถ้าเธอไม่เป็นไปตามโครงเรื่องที่ฉันวางไว้เกิดศัตรูคุณใหญ่จัดการกับเธอได้รุนแรงกว่าเขียนไว้ในนิยายล่ะ เธอจะเป็นยังไง?”

            คำทักท้วงของแยมทำเอาเนยขนหัวลุกเธอรีบละล่ำละลักบอกแยมเรื่องที่เธอเคยเปรียบเทียบเหตุการณ์ใน ‘ชิงรักไฮโซ’กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอว่า มันรุนแรงเกินจริงอยู่ไม่น้อยอย่างกระจกแตกในนิยายเป็นแค่การขู่และนางเอกก็ไม่บาดเจ็บ แต่เธอกลับบาดเจ็บหรือการโดนนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่เฮละโลมาล้มทับในนิยายก็เป็นแค่การโดนเดินกระแทกของใครบางคนเท่านั้น

            “เหตุการณ์ต่อไปน่าจะรุนแรงกว่าเดิม ถ้าเธอไม่ชิงลงมือเรื่องนี้ก่อน” แยมจ้องเพื่อนด้วยความกังวล  

            “งั้นฉันควรเริ่มจากตรงไหนดี?”

            “ทำใจสละจิ้นเธอซะแล้วก็ยั่วให้เขาตบะแตกพุ่งเข้าหาเธอให้ได้คนอย่างคุณใหญ่ถ้าเขาไม่อยากจะลงมือเองแบบสุดกลั้นล่ะก็เธอไม่มีทางได้ในสิ่งที่หวัง”

                “ฉันจะเอาปัญญาที่ไหนไปยั่วเขากัน”

                แยมสำรวจหน้าตาและรูปร่างของอดีตศัตรู“ใบหน้าก็ใช้ได้ ถือว่าน่ารักแล้ว ส่วนรูปร่าง...” เธอยื่นมาแตะใต้ราวหน้าอกของเนย“อืม...ใส่ชุดนอนวาบหวิวน่าจะสำเร็จ เราไปกันเถอะ”

                “ไปไหน?”

                “ไปหาชุดแห่งความสำเร็จของเธอไง?”

    *************************