สวรรค์นิรันดร์กาล

    เสี่ยวเสี่ยว

            ตกลงแล้วเด็กหญิงที่น่ารักคนนี้เป็นตัวตนแบบใหนกันแน่ซีรั่วหยานค้นหาบางอย่างในแหวนมิติของนางก่อนจะนำร่างของมังกรตัวหนึ่งออกมากลิ่นอายของมังกรตนนี้อย่างน้อยก็ระดับจักรพรรดิเซียนไปแล้ว

            “เจ้านำเนื้อของมังกรตนนี้ไปทำอาหารให้กับนางซะ”ซีรั่วหยานกล่าว

            ฉางเฟิงอ้าปากค้างมังกรเซียนตนนี้เป็นของล้ำค่าที่ช่วยให้ฉางเฟิงฝึกฝนกายาได้อย่างดี และมันจะช่วยให้ฉางเฟิงยกระดับกายาได้แต่ซีรั่วหยานกลับเงียบเอาไว้และคิดจะบ่มเพาะคู่เพียงอย่างเดียวนี่เห็นได้ชัดว่านางมีเจตนาไม่ดีและเป็นเพียงหญิงสาวโรคจิตคนหนึ่งเท่านั้น

            ฉางเฟิงได้ทำการแร่เนื้อมังกรออกมาอย่างช้าๆร่างกายของมังกรนั้นแข็งแกร่งมากแต่ก็ไม่สามารถทนต่อความคมของเหลวศักดิ์สิทธิ์ได้ส่วนโลหิตมังกรและเกล็ดมังกรฉางเฟิงล้วนแต่เก็บไว้เองทั้งหมด

            ฉางเฟิงนั้นมีความเชี่ยวชาญในการทำอาหารในระดับที่สูงเพราะถึงอย่างไรซงเทียนก็ไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ทำให้หลายปีฉางเฟิงต้องทำอาหารกินเอง

            “เสร็จแล้ว”ฉางเฟิงผัดเนื้อมังกรพร้อมใส่สมุนไพรลงไปให้กับเด็กสาว

            “หอม”เด็กสามกระโดดลงมาจากร่างของซีรั่วหยานและเริ่มหยิบเนื้อมังกรมากินทันที

            “อร่อย!!!!”เด็กสาวรีบกินอย่างมูมมาม

            “แล้วเรื่องนี้ของเด็กคนนี้จะเอายังไงดี”ซีรั่วหยานกล่าว

            “ชื่อเสี่ยวเสี่ยวก็แล้วกัน”ฉางเฟิงกล่าว

            “เสี่ยวเสี่ยวงั้นเหรอเอาตามนั้นก็ได้” ซีรั่วหยานไม่คัดค้าน

            “เด็กน้อยต่อไปนี้นามของเจ้าคือเสี่ยวเสี่ยวนะ”ฉางเฟิงหันไปทางเด็กสาวทันที

            “อื้อขอเพิ่มอีก” เสี่ยวเสี่ยวยื่นจานที่ไม่หลงเหลือเนื้อมังกรให้กับฉางเฟิง

            “เร็วมากเนื้อมังกรระดับเซียนนั้นมีพลังปราณอยู่จำนวนมหาศาลต่อให้เป็นข้าก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทนต่อพลังระดับนี้ได้แต่เสี่ยวเสี่ยวกลับไม่เป็นอะไรเลย”ฉางเฟิงอ้าปากค้าง

            “อย่าได้เอาตัวเองไปเทียบกับนางเจ้าเทียบนางไม่ติดหรอก” ซีรั่วหยานกล่าว

            “ก็คงงั้น”ฉางเฟิงถึงกับตกใจ

            นอกจากศิลาน้อยแล้วตอนนี้ยังมีเสี่ยวๆที่แปลกประหลาดเพิ่มมาอีกคนทำให้รอบๆตัวของฉางเฟิงเริ่มปรากฏสิ่งแปลกประหลาดขึ้นมาเรื่อยๆ

            ไม่นานเนื้อมังกรเกือบครึ่งตัวก็ถูกเสี่ยวเสี่ยวจินจนหมดฉางเฟิงอดที่จะถอนหายใจเพราะการกินจุของนาง แต่ด้วยการกินที่บ้าคลั่งแบบนี้เขาจะไปหาอาหารที่ใหนกัน

            “ไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องเนื้อในแหวนมิติของข้ายังมีเนื้อของอสูรอยู่จำนวนมาก” ซีรั่วหยานกล่าว

            “ถ้าท่านมีของพวกนี้ก็น่าจะบอกข้าตั้งแต่แรกด้วยโลหิตของมังกรเซียนตนนี้ก็เพียงพอจะช่วยให้ข้าทะลวงระดับกายาได้แล้ว” ฉางเฟิงกัดฟันกล่าว

            “ข้าลืมไปหนะว่ามีของเหล่านี้อยู่”ซีรั่วหยานกล่าว

            “โกหกชัดๆ”ฉางเฟิงอดที่จะบ่นไม่ได้

            จากนั้นฉางเฟิงก็ได้ใช้โลหิตมังกรหลอมเม็ดยาออกมาด้วยสายเลือดเทพมังกรโกลาหลของฉางเฟิงแน่นอนว่าสามารถดูดซับสายเลือดเผ่ามังกรได้โดยตรงแต่ฉางเฟิงคิดว่าถ้านำไปปรุงยาโลหิตมังกรน่าจะช่วยฉางเฟิงได้มากกว่า

            ไม่นานฉางเฟิงก็ปรุงเม็ดยาระดับ6 เม็ดยาโลหิตมังกรออกมาได้ ฉางเฟิงไม่รอช้ารีบกินทันทีและเริ่มบ่มเพาะ ส่วนเสี่ยวเสี่ยวหลังกินอิ่มก็นอนหลับไปแล้วตอนนี้เสี่ยวเสี่ยวได้อาศัยอยู่ตำหนักเดียวกับซีรั่วหยาน

            หลายวันต่อมาฉางเฟิงที่บ่มเพาะอยู่ในค่ายกลกาลเวลาซึ่งผ่านไปแล้ว10 วันแต่ข้างนอกยังผ่านไปแค่ 1 วันเท่านั้น

            “ระดับราชันขั้นที่7 ฮ่า ฮ่า อย่างที่คิดโลหิตมังกรระดับเซียนไม่เสียของเลยจริงๆ” ฉางเฟิงถึงกับตื่นเต้น

            ไม่เพียงแต่ระดับบ่มเพาะที่เพิ่มขึ้นกายาของฉางเฟิงก็ทะลวงขั้นพร้อมกับฉางเฟิงมีความมั่นใจในการเปลี่ยนหัวใจของตนเองให้กลายเป็นหัวใจโกลาหลแล้ว

            “ตอนนี้ไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้างแล้ว”ฉางเฟิงออกจากภาพสวรรค์นิรันดร์และตรงไปหาซงเทียน

            “เจ้ามาพอดีตอนนี้ข้าได้ข่าวว่าอดีตของจักรพรรดิโจวกลับมาแล้ว แถมยังพาคนของทวีปเซียนมาด้วย”ซงเทียนแสดงสีหน้ากังวลออกมา

            “คนเหล่านั้นอยู่ระดับใหน”ฉางเฟิงขมวดคิ้ว

            “มีทั้งระดับเซียนและครึ่งเซียนและยังมีรุ่นเยาว์ของทวีปเซียนจำนวนหนึ่งเห็นว่าเป็นลูกหลานตระกูลเซียน”

            “ชั่งเจ้าเล่ห์ยิ่งนักพวกมันยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณพวกเราเลยแต่กลับคิดจะกดดันพวกเราเสียแล้วดูเหมือนว่าข้าจะใจดีเกินไป” ฉางเฟิงเผยสีหน้าเย็นชา

            “การเดินทางไปนครใต้พิภพครั้งนี้ดูเหมือนจะอันตรายกว่าที่คิดข้าคิดว่าให้ระดับราชันขึ้นไปเท่านั้นที่จะร่วมเดินทางไปกับพวกเราได้”ซงเทียนกล่าว

            “อืมเอาแบบนั้นแล้วกัน แล้วพวกถูคงตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง” ฉางเฟิงกล่าว

            ถูคงเป็นศิษย์คนแรกของฉางเฟิงและเป็นคนที่ฉางเฟิงให้ความหวังสูงมาก

            “ถูคงนั้นขยันฝึกฝนอย่างมากตอนนี้กายาของถูคงมาถึงระดับปฐพีขั้นที่ 9 แล้วเรียกได้ว่าเป็นการเติบโตที่น่ากลัวมาก”ซงเทียนยังตกตะลึงกับการพัฒนานี้

            “ถ้าเช่นนั้นก็ดีส่วนคนอื่นๆละ”

            “คนอื่นๆก็มีเพียงศิษย์ของมู่เฟยเสวี่ยทั้งสี่คนเท่านั้นที่โดดเด่นพวกนางต่างมาถึงระดับปฐพีกันหมดแล้ว”ซงเทียนกล่าว

            “ถ้าเช่นนั้นให้ถูคงกับพวกนางไปกับพวกเราด้วยครั้งนี้ข้าจะให้เสี่ยวจินและเสี่ยวเฮ่ยทำหน้าที่คุ้มกันพวกเราด้วยตนเอง” ฉางเฟิงกล่าว

            การที่มีระดับเซียนเข้ามายุ่งแบบนี้ด้วยพลังขอพวกฉางเฟิงย่อมต้านเอาไว้ไม่ได้เพราะช่องว่างระหว่างจักรพรรดิและเซียนนั้นกว้างใหญ่มากมันคือเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์และเซียน

            นอกจากเทพธิดาสี่ฤดูทั้งสี่คนและถูคงแล้วพวกลู่หยางก็ไม่ได้เข้าร่วมเพราะยังอ่อนแอเกินไปแน่นอนเพราะพรสวรรค์ของพวกลู่หยางด้อยกว่าพวกถูคงฉางเฟิงได้ไปหามู่หลินและขอคำแนะนำในการเลี้ยงดูเด็ก

            มู่หลินแปลกใจกับคำปรึกษาของฉางเฟิงและเผลอคิดไปว่ามู่หลานหรือมู่เฟยเสวี่ยตั้งครรภ์แล้วหรือเปล่าแต่ฉางเฟิงก็รีบปฏิเสธเพราะสำหรับสายเลือดของฉางเฟิงการมีบุตรนั้นไม่ง่ายเลย

            มู่เฟยเสวี่ยผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็จดบันทึกการเลี้ยงดูเด็กให้กับฉางเฟิงจากนั้นฉางเฟิงก็มอบมันให้กับซีรั่วหยาน

            หลายวันผ่านไปทางเข้านครใต้พิภพก็มีการเคลื่อนใหวและประตูทางเข้าเหมือนกำลังจำเปิดออกฉางเฟิงและคนอื่นๆจึงต้องเตรียมตัวออกเดินทาง

            “เสี่ยวเสี่ยวจะออกไปด้วย”เสี่ยวเสี่ยวในตอนนี้เริ่มเบื่อแล้วเพราะนางไม่มีเพื่อนเล่น

            ข้างในภาพสวรรค์นิรันดร์นอกจากพวกฉางเฟิงแล้วก็ไม่มีใครมีแต่สัตว์ป่าที่ฉางเฟิงนำมาเลี้ยงไว้เป็นอาหารส่วนพวกภูติน้อยก็ใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับการดูแลสมุนไพรทำให้เด็กสาวตัวน้อยอย่างเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเหงา

            ด้วยการงอแงของเสี่ยวเสี่ยวฉางเฟิงก็ทำได้แต่พานางออกมาและเมื่อหลายคนเห็นฉางเฟิงอุ้มเด็กสาวที่น่ารักคนหนึ่งออกมาย่อมทำให้ผู้คนแตกตื่นและคิดไปต่างๆนาๆ

            วันพรุ้งนี้จะลงช้าหน่อยนะครับพาน้องแมวไปตัดไหมออก

     

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน