ตอนที่11 ผู้าุโหลิว
แต่ทว่าดาวดวงนั้นที่คล้ายคลึงกับโลกเทียนถังมีพวกโน๊ชอยู่เต็มไปหมด
ซึ่งพวกโน๊ชมีความแข็งแกร่งขอบเขตแกน์และแกนเทพระดับต้นจำนวนมาก
และยังมีสัตว์ประหลาดที่ท่อนบนั้แ่เอวขึ้นไปมีแขนสองข้างเหมือนคน
แต่ท่อนล่างมีขาเรียวเล็กสองขาและก้นงอนขนาดใหญ่เหมือนผึ้ง
มีปีกสองข้างขนาดเท่าลำตัวซึ่งมีลักษณะกลมมนงอกออกจากแผ่นหลังทั้งสองด้าน
เขามองเห็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่หลายหลังกระจุกตัวอยู่บนเนินเขา
และมีหลังหนึ่งเป็คฤหาสน์เก่าแต่ภายในกลับมีห้องเล็กๆจำนวนมากโดยมีห้องใต้ดินลึกมากถึงเจ็ดชั้น
ในเวลานี้หลิวเย่พบว่ากายหยาบของอาจารย์ไม่มีอยู่แล้ว
คงเหลือแค่จิติญญาที่ถูกขังอยู่ในเจดีย์โบราณในห้องใต้ดินชั้นลึกที่สุดซึ่งถูกร่ายเวทมนตร์กักขังรอบเจดีย์ไว้
ในห้องใต้ดินนั้นมีเจดีย์โบราณจำนวนมากกว่ายี่สิบองค์วางเรียงรายอยู่ในตำแหน่งที่ห่างกันราวหนึ่งฉื่อ
แต่เจดีย์โบราณที่มีจิติญญาของหลิวเย่นั้นถูกร่ายเวทมนตร์ขั้นสูงที่สุด
ซึ่งเขาจำเป็ต้องมีขอบเขตแกนเทพระดับสูงสุดขึ้นไปจึงจะสามารถถอดถอนเวทมนตร์เพื่อนำเจดีย์ออกมาได้
“ฉันต้องหาทางสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองมากกว่านี้ถึงจะไปช่วยอาจารย์ได้”
เขาให้สัญญากับตัวเองอย่างจริงจังเมื่อมองเห็นภาพในห้วงนิมิตนั้น
“นี่คือดาวเคราะห์อะไรและอยู่จักรวาลไหนกันแน่?” เขาพึมพำอย่างงุนงง
แต่ขณะที่กำลังถอนนิมิตออกมานั้นเขาเหลือบเห็นสัญลักษณ์รูปนางฟ้าปีกหักบนหน้าประตูของคฤหาสน์เก่านี้
“หือ!นั่นมันสัญลักษณ์ของพวกองค์กรซีเคร็ตนี่นา” เขาอุทานอย่างตื่นใเมื่อพบสัญลักษณ์ที่คุ้นเคยนั้น
มันเป็สัญลักษณ์องค์กรชั่วร้ายหนึ่งบนโลกปัจจุบันของตนเององค์กรซีเคร็ต
“คงต้องเดินทางไปหาดาวเคราะห์ที่สามารถใช้ฮัทได้ถึงจะรู้ว่ามีดาวดวงไหนบ้างที่มีพวกโน๊ชและมีบ้านแบบนี้”
หลิวเย่มีความตั้งใจที่จะเดินทางออกจากดาวเคราะห์เทียนถังในเวลาอีกไม่นาน
เขาคิดว่าเมื่อใดที่ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโลกใบเล็กและหอตำรารวมถึงแหล่งข้อมูลอื่นๆของโลกเทียนถังหมดแล้ว
คงถึงเวลาที่ต้องเดินทางไปยังดาวเคราะห์อื่น
อย่างน้อยต้องเป็ดาวเคราะห์ที่สามารถใช้งานฮัทได้
ในเวลานี้หลิวเย่มีข้อมูลสถานที่คร่าวๆของดาวเคราะห์ที่กักขังอาจารย์ตนเองอย่างแน่ชัดแล้ว
“ได้แค่นี้ก็ดีถมเถแล้วคงต้องหาทางออกจากโลกเทียนถังให้เร็วที่สุด”
หลิวเย่กำหนดเป้าหมายที่แน่นอนของตัวเองในทันที
“ไหนๆก็อยู่ที่นี่แล้วลองใช้น้ำอมฤตอีกสักครั้ง ดูสิว่าจะเลื่อนขั้นเ้าดาบนี้ให้แข็งแกร่งมากกว่าเดิมได้ไหม?”
เขายังไม่ลืมหน้าที่ที่รับปากผู้าุโเชาไว้จึง้าทดสอบอีกครั้ง
นั่นเป็เพราะว่าเวลานี้หลิวเย่ได้เลื่อนระดับที่แข็งแกร่งขึ้นจากแกนเทพระดับต้นเป็ แกนเทพระดับกลาง
เขาจึงมีความหวังว่าอาจจะทำได้สำเร็จ
หลิวเย่หยิบดาบออกมาจากมิติพื้นที่พร้อมกับน้ำอมฤตสีชมพู
“พรึ่บ”ไฟนิรมิตพลันสว่างวาบขึ้นในฝ่ามือของหลิวเย่ทั้งสองข้าง
เขาผลักไฟนิรมิตพุ่งเข้าหลอมรวมกับดาบและน้ำอมฤตเข้าด้วยกันกลางอากาศ
สามลมหายใจต่อมา
หลิวเย่พลันมองเห็นดาบเปล่งประกายทรงพลังและมีสีเหลืองทองห่อหุ้มตัวดาบทั้งเล่มพร้อมกับแผ่กลิ่นอายอันแข็งแกร่ง
ออกมา
“ฮ่าๆในที่สุดฉันก็ทำได้”
หลิวเย่ตื่นตะลึงและหัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุขที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับดาบได้สำเร็จ
แต่ครู่หนึ่งเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้เขาพลันรู้สึกครุ่นคิดอย่างจริงจัง
นั่นเป็เพราะว่าน้ำอมฤตสีชมพูที่นำมาจากโลกโบราณเขาไม่สามารถมอบให้กับทางสำนักเหมันต์มากเกินไปได้
เขาจำเป็ต้องหาแร่หรือวัสดุอื่นเพื่อทำให้ดาบหรืออาวุธทั้งหลายแข็งแกร่งขึ้น
พลันมีชื่อหนึ่งแวบเข้ามาในความคิดของเขา“แร่วาเนเดียม”
“จริงสิ ฉันใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก็ได้นี่นา”หลิวเย่อุทานอย่างตื่นเต้น
เนื่องจากคุณสมบัติของแร่นี้ที่เป็ธาตุทรานซิชันมีประโยชน์ในการทำโลหะผสม ทำให้เหล็กทนต่อความร้อนได้ดีเพิ่ม
ความแข็งแรงให้กับเหล็กโดยไม่ทำให้คุณสมบัติในการรีด เชื่อม และการดึงเสียไปทำให้เหล็กมีเนื้อละเอียดรวมตัวกับ
คาร์บอนที่อยู่ในรูปคาร์ไบด์ได้ง่ายนั่นทำให้เหล็กทนทานต่อการสึกกร่อน
และสำคัญที่สุดคือสามารถใช้พลังปราณรวมกับแร่วาเนเดียมเพิ่มความแข็งแกร่งของอาวุธที่ทำจากเหล็กได้โดยตรง
เขาสามารถสกัดแร่วาเนเดียมได้ด้วยการใช้พลังปราณ
แร่ชนิดนี้มีแหล่งที่พบมากตามธรรมชาตินั่นคือ หินทรายอ่อนของบาเลนเซียบนโลกปัจจุบัน
แต่โลกเทียนถังมีหินทรายนี้เป็จำนวนมากในทางตอนเหนือและบริเวณโดยรอบของอาณาเขตสำนักเหมันต์
ทำให้หลิวเย่กระตือรือร้นที่อยากจะทดลองทำดูว่าจะได้ผลเหมือนอย่างที่คิดไว้หรือไม่?
เมื่อแก้ปัญหาเื่การเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับดาบได้แล้ว
อย่างไรก็ตามหลิวเย่ยังเหลือปัญหาการออกจากอุโมงค์และทะเลลาวาแห่งนี้
“ตอนเข้ามาก็มาแบบไม่รู้ตัวมาก่อนแล้วฉันจะออกไปอย่างไรดีล่ะ?”
ทันใดนั้นหลิวเย่นึกถึงตอนที่ตนเองวาร์ปออกจากโดมโปร่งแสงใต้ทะเลลึกและที่นี่ก็อยู่ในโลกใบเล็กเช่นกัน
“ที่นี่น่าจะอยู่ด้านล่างของอาณาเขตูเาไฟที่เราเคยบินผ่านมาก่อน”หลิวเย่ครุ่นคิดอย่างมีเหตุผล
หลังจากที่เขาเรียบเรียงข้อมูลและประสบการณ์ตนเองที่ผ่านมา
ดังนั้นเขาจึงคิดว่าจะทดลองวาร์ปออกไป“ฉันจะลองวาร์ปออกไปจากที่นี่ดูสักครั้ง ขอให้มันเป็ไปอย่างที่คิด”
จากนั้นเขากำหนดจิตและระบุปลายทางที่คฤหาสน์บนยอดเขาซือหวู่“แว็บ”
..........
พลันเกิดแสงสว่างวาบขึ้นในห้องนอนของคฤหาสน์หลิวเย่“แว็บ”
หลิวเย่ลืมตาและกวาดสายตามองรอบตัวด้วยความรู้สึกตื่นเต้นยินดี“ฮ่าๆ ในที่สุดก็สามารถกลับมาที่นี่ได้”
พลันเขานึกถึงภารกิจตนเองที่ได้รับปากผู้าุโเชาไว้
จึงรีบบินไปยังูเาหินทรายอ่อนลูกหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับยอดเขาของเ้าสำนักเหมันต์
เมื่อหลิวเย่บินมาถึงเขามองเห็นหินทรายอ่อนก่อตัวเป็แผ่นหินขนาดใหญ่เรียงตัวเป็ชั้นๆ
จนสูงครึ่งหนึ่งของความสูงยอดเขาเ้าสำนักเหมันต์
หลิวเย่เกรงว่าการกระทำของตนเองที่จะะเิหินทรายอ่อนเพื่อใช้พลังปราณสกัดเป็แร่วาเนเดียมออกมา
จะทำให้เ้าสำนักและผู้าุโคนอื่นตื่นใกับเสียงดังได้
เขาจึงส่งข้อความถึงเ้าสำนักและผู้าุโคนอื่นๆอย่างเกรงใจว่า
“ขออภัยท่านเ้าสำนักและผู้าุโทุกท่านข้าหลิวเย่จะใช้พลังปราณเพื่อสกัดหินทรายอ่อนเป็แร่ชนิดหนึ่งเพื่อเพิ่มความ
แข็งแกร่งให้กับดาบโปรดอภัยหากพบว่ามีเสียงดังรบกวนทุกท่าน”
“หือ! หินทรายอ่อนสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของดาบได้จริงหรือ?”
จ้าวตงถามอย่างแปลกใจเมื่อได้รับข้อความเสียงจากหลิวเย่
“ข้าน้อยคาดเดาจากความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาขอรับหากใช้ได้จริงอาจมีประโยชน์สำหรับพวกเราเป็อย่างมาก”
หลิวเย่ไม่กล้ายืนยันเต็มสิบส่วนเพราะเขายังไม่เคยทดลองมาก่อน
แค่อาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่เคยเรียนรู้มาจากโลกปัจจุบันเท่านั้น
ดังนั้นเขาจึงบอกกับเ้าสำนักแบบแบ่งรับแบ่งสู้
“ดี! ดำเนินการได้เลยหากมันสามารถใช้ได้จริงๆ นั่นจะเป็ประโยชน์กับพวกเราอย่างแน่แท้”
จ้าวตงเปิดไฟเขียวให้กับหลิวเย่โดยตรง
ทำให้ผู้าุโคนอื่นที่อยากแสดงความคิดเห็นขัดแย้งต่างพากันกล่าวสนับสนุนหลิวเย่ทางจิติญญาโดยตรงว่า
“ดีแล้วผู้าุโหลิว”
หลิวเย่เห็นว่าเ้าสำนักและผู้าุโทุกคนไม่มีใครคัดค้านแล้ว
เขาใช้พลังปราณพุ่งเข้าใส่หินทรายอ่อนก้อนหนึ่งที่มีขนาดใหญ่เท่ากับคฤหาสน์ของตนเอง
“บู้ม บู้ม บู้ม”
สิบลมหายใจต่อมา
ปรากฏแร่สีเทาเงินมันวาวคล้ายอัญมณีเป็ก้อนขนาดเท่ากำปั้นจำนวนมากถึงสองร้อยก้อน
ซึ่งเป็จำนวนที่สกัดมาจากก้อนหินทรายอ่อนขนาดใหญ่นั้น
หลิวเย่ยิ้มกว้างอย่างพอใจกับผลลัพธ์ที่เป็ไปตามที่ตนคิดไว้
“เยี่ยม!นี่แสดงว่าสัดส่วนการสกัดได้แร่วาเนเดียมคือ หนึ่งต่อห้าสิบ ดีกว่าใช้แร่ ASM ที่ต้องใช้สัดส่วนมากเกินไป”
จากนั้นหลิวเย่โบกมือนำแร่วาเนเดียมที่สกัดได้เข้าเก็บในมิติพื้นที่
แล้วบินตรงไปยังยอดเขาหวู่ฉีเพื่อช่วยผู้าุโเชาแก้ปัญหาการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับดาบใหญ่
ครู่หนึ่งหลิวเย่บินมาถึงอาคารสร้างศาสตราวุธของผู้าุโเชา
เขามองเห็นผู้าุโเชานั่งหน้าเศร้าและจ้องมองดาบใหญ่อย่างวิตกกังวล
เมื่อผู้าุโเชาเหลือบมองเห็นหลิวเย่เขาพลันปราดเข้ามาถามหลิวเย่อย่างมีความหวังว่า
“ผู้าุโหลิวเป็ยังไงบ้าง?”
หลิวเย่นำดาบใหญ่ที่เขาปรับแต่งด้วยน้ำอมฤตออกมาจากมิติพื้นที่โดยตรงและยื่นให้กับผู้าุโเชา
พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า
“ข้ามีน้ำอมฤตที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับดาบได้แต่ทว่าข้ามีแค่ขวดเดียวเท่านั้น”
ผู้าุโเชาที่ได้ยินประโยคแรกของหลิวเย่ทำให้เขาตาโตอย่างตื่นเต้นดีใจ
แต่ทว่าเมื่อฟังจนจบประโยคพลันมีใบหน้าห่อเหี่ยวอีกครั้ง
หลิวเย่จึงเริ่มพูดอธิบายเพิ่มเติมว่า“แต่ข้ามีเ้านี้มาใช้และคิดว่ามันสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้เช่นกัน”
เขาโบกมือนำก้อนแร่วาเนเดียมออกมากองตรงหน้าผู้าุโเชาทันที
“นี่! นี่คืออะไรหรือผู้าุโหลิว?”
ผู้าุโเชาถามอย่างแปลกใจเพราะเขาไม่เคยเห็นก้อนสีเทาเงินแวววาวสวยงามเช่นนี้มาก่อน
“นี่คือฝานกวง”หลิวเย่บอกชื่อแร่ตามชื่อเรียกในโลกปัจจุบันของเขา
“แล้วเอามันมาเพิ่มความแข็งแกร่งของดาบพวกนี้ได้อย่างไร?” ผู้าุโเชาถามหลิวเย่อย่างงุนงง
“ข้าจะสาธิตให้ท่านดูเดี๋ยวนี้แหละ”หลิวเย่ตอบอย่างสบายใจ
ทันใดนั้นเขากำแร่วาเนเดียมหนึ่งก้อนไว้ในฝ่ามือข้างหนึ่ง
แล้วปล่อยไฟนิรมิตพุ่งเข้าหาดาบใหญ่เล่มหนึ่งกลางอากาศ
จากนั้นนำแร่วาเนเดียมที่ผ่านการหลอมรวมกับไฟนิรมิตจากฝ่ามืออีกข้างตรงเข้าไปหลอมรวมกับดาบใหญ่ทันที
“เปรี๊ยะเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ” พลันเกิดเสียงคล้ายกระจกแตกร้าวดังขึ้นอย่างแ่เบา
พลังไฟหลอมรวมเข้ากับแร่วาเนเดียมและดาบใหญ่หมุนวนอย่างรวดเร็วกลางอากาศ
สิบลมหายใจต่อมา
ดาบใหญ่พลันเปล่งประกายเจิดจ้าเป็สีทองสว่างก่อนที่ไฟนิรมิตจะมอดดับลง
และเผยโฉมดาบใหญ่ที่ทรงอานุภาพแข็งแกร่งในขอบเขตแกนเทพระดับต้นออกมา
“ไชโย! นี่มันน่าทึ่งเสียจริง ผู้าุโหลิวท่านเก่งมาก”ผู้าุโเชาตื่นตะลึงและเอ่ยชื่นชมหลิวเย่อย่างจริงใจ
“ขวับ”ผู้าุโเชายื่นมือออกไปคว้าเอาดาบใหญ่ที่หลิวเย่ปรับแต่งเสร็จแล้วมาดูอย่างพิจารณา
“น่าทึ่ง! น่าทึ่งเสียจริง”ผู้าุโเชาพึมพำอย่างตื่นเต้นยินดี
“ท่านต้องใช้พลังปราณสกัดเอาแร่ฝานกวงมาจากหินทรายอ่อน”
หลิวเย่บอกความรู้การสกัดแร่โดยไม่หวงแหน
“หือ!หินทรายอ่อนที่อยู่ในสำนักเหมันต์งั้นหรือ?”
ผู้าุโเชาอึ้งตะลึงอีกครั้งเมื่อพบว่ามันถูกสกัดมาจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตาใกล้ตัวของเขาเอง
“ใช่ ท่านลองดูเองได้แต่เวลานี้ข้านำมาให้ท่านมากถึงสองร้อยก้อนคาดว่าคงใช้เพิ่มความแข็งแกร่งของอาวุธได้อีกมาก
โขทีเดียว”หลิวเย่ตอบกลับอย่างผ่อนคลายแต่สร้างความประทับใจที่ดีให้กับผู้าุโเชาเป็อย่างมาก
“ดี! ดี!ดี! ข้าขอบคุณท่านมากผู้าุโหลิว” ผู้าุโเชากล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจ
เขาคิดในใจอย่างเห็นด้วยและสนับสนุนความคิดของเ้าสำนักเหมันต์มากขึ้น
เพราะว่าหลิวเย่สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับสำนักเหมันต์ได้อย่างแท้จริง
พร้อมกับคิดถึงสีหน้าของเ้าสำนักวิหคเพลิงที่จะเดินทางมาเพื่อข่มขู่สำนักเหมันต์
แต่ทว่าเวลานี้เขากลับรู้สึกดูแคลนอีกฝ่ายมากกว่า
หลิวเย่ถ่ายทอดทักษะการใช้พลังปราณสกัดแร่วาเนเดียมและเทคนิคการปรับแต่งเพิ่มความแข็งแกร่งของอาวุธกับผู้
าุโเชาแล้ว
เขากลับไปที่หอตำราเพื่อค้นหาช่องทางในการเดินทางออกจากดาวเคราะห์เทียนถังนี้ต่อไป
..........
รุ่งเช้ามีเสียงเรียกของเ้าสำนักเหมันต์เร่งเร้าหลิวเย่ให้เข้าพบแต่เช้า
“ผู้าุโหลิวมาพบโดยเร็วที่คฤหาสน์ของข้า”
“ขอรับท่านเ้าสำนัก”หลิวเย่ขานรับอย่างงุนงง
เขาแปลกใจที่เ้าสำนักเหมันต์เรียกหาตนเองอย่างรีบเร่งเช่นนี้
ทำให้เขารีบแต่งตัวและไปพบเ้าสำนักบนยอดเขากวนเหลียวในทันที
ครู่หนึ่งหลิวเย่เหินตัวลงจอดอย่างนุ่มนวลที่หน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ของเ้าสำนัก
ซึ่งมีศิษย์สายในยืนเฝ้าประตูอยู่สี่คน
เมื่อทั้งสี่คนเหลือบมองเห็นหลิวเย่พวกเขารีบทำความเคารพอย่างนอบน้อมทันที “คารวะผู้าุโหลิว”
“ตามสบาย”หลิวเย่ทักทายตอบกลับก่อนเห็นชายชราคนรับใช้ของเ้าสำนักเดินมาเชิญเขาที่ประตู
จากนั้นหลิวเย่เดินตรงเข้าไปยังคฤหาสน์กวนเหลียว
“หือ! เกิดอะไรขึ้นกับผู้าุโหลิว? ทำไมท่านแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้?”
จ้าวตงมองเห็นร่องรอยของพลังปราณอันแข็งแกร่งที่เล็ดลอดออกมา
เนื่องจากเพิ่งจะเลื่อนระดับและยังไม่เสถียรมากพอ
เขาจึงถามหลิวเย่ด้วยความแปลกใจ
และคิดในใจด้วยความสนใจหลิวเย่เป็พิเศษว่า“ผู้าุโหลิวมีเื่ให้ข้าแปลกใจอยู่บ่อยครั้ง”
“เรียนท่านเ้าสำนักเผอิญว่าข้าน้อยได้รับโชคชะตาบางอย่างจากท่านอาจารย์ขอรับ” หลิวเย่ตอบตามตรง
จ้าวตงพยักหน้ายิ้มอย่างพอใจเพราะความแข็งแกร่งของหลิวเย่ทำให้เขาคลายความกังวลใจ
เนื่องจากเ้าสำนักวิหคเพลิงร้องขอให้หลิวเย่ประลองฝีมือกับผู้าุโของสำนักวิหคเพลิงในขอบเขตระดับกลาง
ซึ่งแต่เดิมนั้นจะสูงกว่าหลิวเย่หนึ่งระดับ
แต่เวลานี้เมื่อหลิวเย่มีความแข็งแกร่งในขอบเขตแกนเทพระดับกลางเหมือนกัน
ทำให้เ้าสำนักผ่อนคลายกับเงื่อนไขที่ถูกกดดันจากอีกฝ่าย
เขาจึงบอกกับหลิวเย่ตามตรงว่า
“ที่ข้าเรียกเ้ามานั้นเป็เพราะว่าทางสำนักวิหคเพลิงยังคิดว่าพวกเราปล่อยข่าวโคมลอย”