ตะวันและวุธมาถึงที่ค่ายมวยก็พบว่ามีเหล่ารุ่นพี่จำนวนหนึ่งกำลังวุ่นตรวจสอบพื้นที่บริเวณค่ายมวยอยู่ตะวันและวุธที่กำลังจะก้าวเข้าประตูค่ายมวย ก็มีบางอย่างพุ่งเข้าใส่ตะวันและวุธตะวันใช้สองมือปัดสิ่งที่พุ่งเข้าหาตนเองและวุธทิ้งไป ทำเอาวุธใกับการได้รับความช่วยเหลือจากตะวันโดยที่วุธยังไม่รู้ตัวว่ามีบางสิ่งพุ่งใส่ตน
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ”
เสียงปริศนาดังขึ้นทำเอาวุธหันมองหาว่าเสียงมาจากทางไหนแต่ก็มองหาไม่เจอ แถมทุกคนในค่ายมวยก็ยังทำหน้าที่เหมือนเดิมเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น วุธรีบหันไปมองทางตะวัน เห็นตะวันยืนนิ่งสีหน้าและท่าทางเหมือนคนกำลังเบื่อหน่าย และถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทันใดนั้นเองก็มีลูกไฟห้าลูกพุ่งออกมาจากค่ายมวยพุ่งเข้าหาพวกเขาวุธพยายามหลบลูกไฟไปมา แต่ตะวันกลับยืนเฉยปล่อยลูกไฟลอยผ่านไปลูกไฟทั้งห้าลอยผ่านตะวันและวุธออกไปที่ถนนหน้าค่ายมวยลูกไฟทั้งห้าได้แปรเปลี่ยนสภาพเป็เด็กหนุ่มสาวห้าคนยืนเรียงหน้ากระดานหันหลังให้พวกวุธและตะวันอยู่ และชายหนุ่มที่ยืนตรงกลางจึงหันมาหาพวกเขา
“เปลวไฟแห่งนรกมัจจุเรด”
“สายน้ำแห่งนรกมัจจุบลู”
“พืชพันธุ์แห่งนรกมัจจุกรีน”
“สายฟ้าแห่งนรกมัจจุเยลโล่”
“สายลมแห่งนรกมัจจุพิ้งค์”
“ปกป้องชีวิตผู้คนจากิญญาร้ายขบวนการปราบผี มัจจุเรนเจอร์”
เหล่าหลุ่มสาวต่างหันมาเอ่ยแน่นำทีละคนทีละคน พร้อมตั้งท่ารวมตอนจบแบบเท่ห์ๆ ทำเอาวุธได้แต่มองตาค้าง ส่วนตะวันก็ได้แต่กุมขมับปวดเศียร์เวียนเกล้า ราวกับรู้ว่าต้องเผชิญหน้ากับอะไรแบบนี้อีกแล้ว
“พวกเพื่อนๆพี่เองแหละน้องวุธ พวกเราเรียกมันว่าแก๊งเซนไตนะ ไม่ต้องรู้จักชื่อพวกมันหรอกเรียกพวกมันตามสีเสื้อเลย เรด บลู กรีน เยลโล่ พิ้งค์ พวกพี่เองก็แทบจะจำชื่อพวกมันไม่ได้ละ”
ตะวันหันมาแนะนำตัวพวกเพื่อนให้วุธที่ยืนตาค้างอยู่ฟัง พร้อมกับตบบ่าวุธหนึ่งที เพื่อให้หายตะลึงพร้อมเป็สัญญานให้ตามมา ก่อนที่จะเดินไปหาแก๊งเซนไตที่ยืนโพสท่ากันอยู่วุธรีบเดินตามไปอย่างงงๆ
“ว่าไงเรดสถานการณ์เป็ไงบ้าง”
ตะวันเข้ามาถามเหตุการณ์กับแก๊งเซนไตอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะดูๆแล้วแก๊งเซนไตก็คงเข้ามาควบคุมพื้นที่แทนเหล่าทีมช่วยเหลือเหมือนทุกที
“ตอนนี้ตรวจสอบแล้วไม่พบเจอพวกโซลเลี่ยนปรากฏตัวที่นี่เจอเนอรัลบ็อกซิ่ง ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่”
การรายงานของเรดทำเอา วุธที่ยืนฟังอยู่ยิ่งงงเข้าไปใหญ่วุธพยายามมองหน้าตะวัน ดูเหมือนตะวันจะเข้าใจในคำพูดของเรดทุกอย่าง
“โซลเลี่ยนพวกิญญานะ แบบพวกตัวร้ายในหนังขบวนการนะ เจอเนอรัลบ็อกซิ่ง ก็ปีศาจระดับผู้นำนะหมายถึงผีครูมวยนะ” ตะวันพยามกระซิบอธิบายให้วุธฟัง เมื่อหันมาเห็นสีหน้าและแววตาที่ดูงุนงงของวุธ
“แต่มีร่องรอยการต่อสู้นะไม่รู้ว่าเป็ใคร แล้วอยู่ไหนแล้วตอนนี้”
“ไม่เจอใครเลยเหรอ”
“เจอ รุ่นน้องสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่งนอนสลบอยู่บนเวทีมวย หน่วยพยาบาลกำลังส่งตัวกลับฐาน”
เรดอธิบายสถาณการณ์ให้ตะวันพร้อมกับชี้ไปยังค่ายมวยที่ตอนนี้กำลังลำเลี้ยงเด็กปีหนึ่งออกจากค่ายเพื่อส่งตัวไปยังหอธรรมตะวันและวุธหันไปมองตาม
“เอก”วุธเอ่ยออกมาด้วยท่าทีกังวลเมื่อเห็นคนที่ถูกหามออกมาคือเอก เพื่อนของเขาวุธรีบวิ่งเข้าไปดูเอกทันทีว่าเพื่อนของเขาเป็อะไร าเ็อะไรบ้างไหม
“เอ่อไอ้ตะวัน พวกเราเจอไอ้นี่ตกอยู่วะ”
เรดหยิบสายสร้อยข้อมือที่ถูกกระฉากจนขาดออกมาให้ตะวันดูตะวันเริ่มมีสีหน้าที่ดูกังวัลและหยิบสายสร้อยข้อมือมาดู
“เด็กปีหนึ่งปลดอาคมสายสร้อยข้อมือนี้ได้งั้นเหรอ ไม่ธรรมดาจริงๆ เด็กใหม่ปีนี้ นี่ถ้าไม่เกิดเื่ขึ้นแล้วงานดำเนินไปตามแผนนะ กูว่าพวกเราโดนเด็กปีหนึ่งถอนงอกแน่เลยวะ”
“ถอนงอกพูดซะพวกเราแก่เลยนะ”
เรดกับตะวันต่างพากันหัวเราะเมื่อรับรู้ว่าอาคมของพวกเขาถูกปลดออกโดยง่ายโดยรุ่นน้องที่พวกเขาเคยคิดจะแกล้งนั่นเอง
“เรดๆตรวจจับความเคลื่อนไหวบางอย่างได้
เสียงของหญิงสาวในชุดสีชมพูดังขึ้นแทรกระหว่างการสนทนาของเรดและตะวันทำเอาเรดและตะวันถึงกับหยุดหัวเราะ แล้วหันไปหาว่าเกิดอะไรขึ้น
“มีอะไรพิงค์รีพอร์ท”
“โรเจอร์”
หลังจากที่รับคำเรดพิ้งค์ก็ยกมือข้างที่สวมนาฬิกาขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมกับกดปุ่มข้างๆ นาฬิกาทันใดนั้นเองก็มีแสงปรากฏ เป็แผนที่เมืองขึ้นเหนือนาฬิกา
“เราตรวจจับสัญญานของเจอเนอรัลบ็อกซิ่งได้กับสัญญานผู้เคราะห์ร้ายอีก 7 คน บริเวณทางใต้ ติดกับทะเลสาบ”
“ห๊าทะเลสาบ”
เสียงของทุกคนที่ได้ยินพิ้งค์รายงานะโขึ้นพร้อมกัน น้ำเสียงดูใกันมาก
“ทางใต้ติดทะเลสาบปากทางเลยนะ ห่างจากนี่เกือบสามกิโล ไปไกลกันขนาดนั้นเลยเหรอ”
ตะวันดูจะกังวลใจมากเมื่อได้รับรายงานเขาครุ่นคิดอย่างหนัก คงคิดหาหนทางที่เข้าไปช่วยเหลือให้เร็วที่สุด
“เรดบลู พิ้งค์ ไปกับกู ที่เหลือจัดการเคลียร์พื้นที่บริเวณนี้นะแล้วไปรวมตัวกันที่หอธรรม พาไอ้น้องวุธกลับไปด้วยนะ โอเคนะ ไป”
“โรเจอร์”
แก๊งเซนไตรับคำทั้งหมดจึงแยกย้ายกันออกไปตะวันและพวกวิ่งมาได้สักระยะ ก็มีเงาคนวิ่งตามเข้ามาขนาบข้างตัวตะวัน
“มาทำไมไม่อยู่ดูเพื่อนละ น้องวุธ”
“ไม่ละครับมันไม่าเ็อะไรมากแค่สลบไป ผมมากับพี่ตะวันดีกว่า เผื่อมีอะไรให้ช่วย”
“มากับพวกพี่มันอันตรายนะ”
“ผมไม่กลัวครับผมเป็ห่วงเพื่อนๆ มากกว่า ผมเป็ประธานรุ่นนะครับจะให้หนีหลบอยู่หลังรุ่นพี่ได้ไง”
ตะวันไม่พูดอะไรต่อได้แต่ยิ้มและไม่คัดค้านอะไร ได้แต่วิ่งต่อไปเรื่อยๆ วิ่งเร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้นวุธก็ยังคงวิ่งตามอย่างไม่ลดละ ขนาบข้างตะวันอย่างไม่ห่าง
ฝีนายป่าช้าที่อยู่ในร่างนักรบและถือดาบสองมือเล่มงามยืนมองพลาย ทิวากร และทิดโชค พวกเขาทั้งสามคน ที่อยู่คนละมุมทำเอาทั้งสามคนต่างตั้งหน้าตั้งตาลุ้นว่าผีนายป่าช้าจะเข้ามาหาใครก่อนแต่แล้วผีนายป่าช้าก็หันมาจ้องเขม็งที่ทิดโชค และพุ่งตัวเข้าใส่ทิดโชคทันที
ทิดโชคที่เห็นดังนั้นก็รีบนั่งขัดสมาธิพร้อมกับพลักมือข้างหนึ่งไปข้างหน้า ออร่ามือั์ก็พุ่งออกไปหาผีน่าป่าช้าผีนายป่าช้าจึงนำดาบทั้งสองขึ้นมาไขว้กันด้านหน้า แล้วตวัดดาบออกไปแรงตวัดดาบกับออร่าฝ่ามือั์เข้าประทะกันอย่างแรง จนผีนายป่าช้าต้องะโม้วนตัวกลับมาตั้งหลักส่วนออร่ามือั์ก็แตกออกเป็เสี่ยงๆ จนมือของทิดโชคสั่นเทาด้วยความเ็ป
พลายและทิวากรเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งไปช่วยแต่พวกเขากลับวิ่งมาหามะลิโดยไม่รู้ตัว ทั้งสองมองหน้ามะลิ แล้วก็มองหน้ากันและหันกลับไปทางทิดโชคและวิ่งเข้าไปช่วยอีกครั้ง แต่พวกเขาก็กลับวิ่งเข้ามาหามะลิอีกเหมือนเดิม
“อาคมสกัดกั้นอาคมที่ใช้เพื่อลวงตาและซ่อนเร้นไม่ให้ใครเข้าไปในพื้นที่ หรือเข้าถึงตัวส่วนใหญ่พวกสายพุทธเวทจะถนัดอาคมนี้” มะลิเอ่ยทักก่อนที่พวกพลายจะวิ่งกลับไปอีก
“หมายความว่าทิดโชคไม่อยากให้เราเข้าไปยุ่งงั้นเหรอ”พลายหันมาขอความเห็นจากมะลิ
“ก็มีส่วนแต่อีกแง่หนึ่งก็คือพวกสายพุทธเวทถ้าจะใช้พลังเต็มรูปลักษณ์จะทำให้พื้นที่โดยรอบได้รับความเสียหายคนที่อยู่รอบๆ อาจได้รับอันตรายไปด้วย จึงต้องกางเขตอาคมเพื่อไม่ให้ใครเข้าไปโดนลูกหลงนะเอง”
“เป็ไปไม่ได้”เสียงะโดังขึ้นแทรกระหว่างที่มะลิกำลังอธิบายให้พลาย และทิวากรฟังทุกคนต่างหันไปหาต้นเสียงนี่นั่งสั่นอยู่ใกล้ๆเสียงนั้นเป็เสียงของวิภูที่แหงนมองขึ้นมาเห็นการต่อสู้ของทิดโชคจากที่นั่งก้มหน้าก้มตาวิตกกังวลอยู่นาน
“อะไรเป็ไปไม่ได้เหรอไอ้ภู”พลายหันมาถามวิภูที่นั่งตัวสั่นอยู่
“ทำไมทิดโชคถึงฝึกพุทธเวทได้” คำพูดของวิภูทำเอาพลายและทิวากรถึงกับฉงนปนสงสัย ทั้งคู่จึงหันมาทางมะลิ คล้ายจะให้มะลิไขข้อสงสัยให้พวกเขา
“มันก็จริงนะฉันลืมนึกถึงจุดนี้ไปเลย ปกติแล้ว พุทธเวทเป็วิชาอาคมของ 4ตระกูลใหญ่ที่ดูแลพื้นที่แต่ละทิศของประเทศนี้อยู่วิชานี้ต้องเป็สายเืหรือสายสัมพันธ์ที่เกี่ยวโยงกันในตระกูลถึงจะฝึกได้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องต่อให้ศึกษาอย่างช่ำชอง จนตายก็ฝึกไม่ได้”
คำอธิบายของมะลิทำให้พลายและทิวากรถึงกับขมวดคิ้วไม่คาดคิดเลยว่าในโลกนี้ยังมีศาสตร์อาคมอีกมากที่พวกเขาไม่รู้จัก และไม่เข้าใจอยู่ส่วนมะลิเองก็เป็กังวลที่ความรู้ที่เขาศึกษามาจนใครต่อใครเรียกเธอว่าสาวผู้รอบรู้แต่ตอนนี้หลายๆ อย่าง มันทำให้เธอไม่ได้รอบรู้ไปหมดดังที่เขาเรียกขาน
ทางด้านทิดโชคที่นั่งสมาธิอยู่ก็มีออร่าสีทองหลั่งไหลออกมาจากตัวจำนวนมาก ออร่าสีทองค่อยๆขยายตัวใหญ่ขึ้นจนกลายเป็รูปร่างคล้ายพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังทิดโชคสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทุกคนที่อยู่ที่บริเวณนี้ โดยเฉพราะวิภูที่ดูตื่นตะลึงจนลนลานเมื่อเห็นปากก็พร่ำแต่ “ไม่จริง ไม่จริง” ตลอดเวลาพลายที่เห็นสภาพวิภูสติแตกถึงได้รีบคุกเข่าลงนั่งข้างๆพร้อมกับเขย่าตัววิภูไปมาเพื่อเรียกสติ
“ไม่จริงอะไรไอ้ภูตั้งสติหน่อย ไอ้ภู!”พลายะโเรียกสุดเสียงจนวิภูสะดุ้ง หันมามองหน้าพลายเหมือนจะตั้งสติได้แล้ว
“พุทธเวทไม่มีออร่าสีนี้และไม่มีรูปทรงแบบนี้” วิภูเอ่ยขึ้นทันทีที่จ้องหน้าพลายทุกคนต่างหันไปมองทางทิดโชค ด้วยสีหน้าเป็กังวลปนสงสัยว่าเื่ที่พวกเขาได้รับรู้ มันจริงเท็จแค่ไหน และอะไรที่มันดูน่าเชื่อถือได้มากกว่ากันพลายพยายามหันมาจ้องทางมะลิ มะลิที่ได้สบตาพลายก็ได้แต่ส่ายหัวให้ราวกับรู้ว่าพลายกำลังจะถามอะไรเธอ ทุกคนหันกลับไปให้ความสนใจกับทิดโชคจะมีเพียงแต่มะลิที่จ้องมาทางวิภูราวกับสงสัยอะไรบางอย่าง
พลังออร่าของทิดโชคนั้นสร้างความใให้กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผีนายป่าช้าแต่ก็เป็เพียงแค่แรกเห็นเท่านั้นใบหน้าที่เคร่งขรึมของผีนายป่าช้าเกิดรอยยิ้มขึ้นหลังจากเห็นร่างออร่าของทิดโชค
{{{พุทธเวทสายพุทธรูป หึ เกือบร้อยปีแล้วสินะที่ไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้ไอ้เด็กน้อยแกเป็อะไรกับไอ้อิน }}}ผีนายป่าช้าพูดขึ้นมาเป็ครั้งแรกหลังจากเข้าสู่ร่างนักรบนี้แต่คำพูดของผีนายป่าช้ากลับทำเอาทิดโชคไม่ค่อยพอใจเท่าไร
“อย่าได้เอ่ยเรียกหลวงตาด้วยชื่อห้วนๆแบบนี้สิครับท่านผีนายป่าช้า”
ทิดโชคกระแทกฝ่ามือลงพื้น ออร่าพระพทุธรูปขนาดั์ก็กระแทกฝ่ามือเข้าใส่ผีนายป่าช้าแต่ผีนายป่าช้าก็หลบได้ ทิดโชคจึงกระแทกฝ่ามือสองข้างรัวๆ ทำให้ผีนายป่าช้าะโหลบฝ่ามือของออร่าพระพุทธรูปที่ซัดมาอย่างรัวๆไปมาไปมา
{{{อ้าว ไอ้เด็กนั่นกลับไปบวชจริงๆ เหรอเนี้ย แล้วมัน เอ้ยท่านยังอยู่ดีหรือเปล่า}}}
“หลวงตายังแข็งแรงสบายดีครับท่านรู้จักหลวงตาด้วยงั้นเหรอครับ”
{{{ก็เคยสอยต่อยมวยนิดๆ หน่อยๆ นะ }}}
“งั้นท่านก็คือครูพี่จ้อย ครูมวยสินะครับ”
{{{อืม ก็เคยถูกเรียกแบบนั้นอยู่บ้างนะ }}}
แม้ทั้งคู่จะพูดโต้ตอบกันราวกับเจอคนรู้จักแต่ทิดโชคก็ฟาดฝ่ามือไม่ยั้ง ผีนายป่าช้าก็หลบไปมาเป็การพูดคุยกันที่ะเืเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งบริเวณนั้นเลยทีเดียว
“ดีเลยครับหลวงตาบอกว่าถ้าเจอครูพี่จ้อย ให้ฝากนี่มาให้ครับ”
พูดจบร่างของทิดโชคก็หายไปจากจุดที่นั่งสมาธิอยู่พร้อมกับออร่าพระพุทธรูปก็หายไปด้วย การโจมตีรัวๆ ก็หยุดหายไปผีนายป่าช้าที่หลบการโจมตีค้างในการโจมตีสุดท้ายรู้สึกวิตกกังวลก่อนจะจะหันไปเจอทิดโชคลอยตัวอยู่ด้านหลัง พร้อมกับเงื้อขาเต็มที่และเตะไปที่กลางลำตัวของผีนายป่าช้าเต็มๆและถูกซ้ำด้วยการเตะแบบเดียวกันโดยออร่าพระพุทธรูปขนาดใหญ่อีกทีทำเอาผีนายป่าช้าถึงกับปลิวกระเด็นไปกระแทกกำแพง จนกำแพงแตกกระจาย
ผีนายป่าช้าค่อยๆเดินออกจาจากกำแพงที่แตกนั้นมายืนจ้องทิดโชค โดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะาเ็หรือได้รับความเสียหายตรงไหนเลย
{{{พระสงฆ์องค์เ้าเขาฝากมาเตะกันแบบนี้ก็ได้เหรอ }}}
“เปล่าหรอกครับหลวงตาท่านฝากให้ครูจ้อยดูว่าท่าที่ครูจ้อยสอนไว้ได้รับการฝึกฝนได้ตามที่ครูจ้อยคาดหวังไว้หรือยังนะครับ”
{{{ฮ่าๆๆๆ เข้าใจฝากนะ ฝากเตะยังไงไม่ให้ผิดศีลสินะ หนักแน่น รวดเร็ว มากกว่าที่คาดไว้เยอะอยู่}}}
ผีนายป่าช้าจับดาบสองมือแน่นแล้วพุ่งเข้าใส่ทิดโชคแต่ออร่าพระพุทธรูปก็เข้ามาขวางผีนายป่าช้าไว้ ผีนายป่าช้าตวัดดาบฟันไปมากระทบกระแทกกับฝ่ามือของออร่าพระพุทธรูปไปมาราวกับดวลกันด้วยดาบก็มิปาน
แต่ด้วยเพลงดาบของผีนายป่าช้ามีชั้นเชิงหนักแน่น ว่องไว และรุนแรงกว่าพลังฝ่ามือของออร่าพระพุทธรูปทำเอาทิดโชครับรู้ถึงความแรงของเพลงดาบผีนายป่าช้า จนมือสั่นและระบบไปหมด
ผีนายป่าช้าประกบดาบไขว่กันก่อนที่จะฟันออกไปอย่างแรงเพลงดาบนี้เกิดคลื่นกระแทกอย่างมหึมาจนออร่าพระพุทธรูปแตกกระเซ็นทิดโชคถูกคลื่นกระแทกจนกระเด็นล้มกลิ้งไป อาคมที่ครอบคลุมพื้นที่ต่อสู้แตกกระจายคลื่นกระแทกพัดผ่านออกไปจนถึงจุดที่พวกพลายยืนอยู่มะลิรีบโอบกอดตัวกฤดาแน่นพร้อมกับยันตัวแน่นไม่ให้ปลิวไปตามคลื่นกระแทกพลายจับไหล่วิภูแน่น ยันตัวต้านแรงกระแทกทิวากรก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้าและยันเท้าอีกข้างไว้ข้างหลังเพื่อต้านคลื่นกระแทกแต่ก็สามารถยันได้ไม่มาก คลื่นกระแทกทำเอาพวกเขาเลื่อนถอยไปบ้างเล็กน้อยแต่มานพนั้นถูกคลื่นกระแทกซัดปลิวกลิ้งไปหลายตลบ
{{{พลังของเ้ายังอ่อนด้อยนัก ถ้าเทียบกับหลวงตาเ้าตอนอายุเท่ากัน }}}
ผีนายป่าช้าค่อยๆเดินเข้าไปหาทิดโชคที่นอนนิ่งขยับเขยือนไม่ได้เพราะโดนคลื่นกระแทดอัดจนแทบลุกไม่ขึ้นผีนายป่าช้าค่อยยกดาบข้างหนึ่งขึ้นก่อนจะแทงลงไปที่ทิดโชคอย่างแรงดาบเล่มงามปักเข้าไปกลางอกของทิดโชคอย่างจัง ทิดโชคเบิกตาโพงก่อนที่จะแน่นิ่งไปผีนายป่าช้าค่อยๆ ดึงดาบออกจากอกทิดโชคผีนายป่าช้าตวัดดาบหลุดออกจากอกทิดโชคก่อนจะหันมาทางพวกของพลาย