หลังจากนั้น ผมเองก็ทำงานบริหารบ้านเมืองในแคว้นออฟเทร็ม ดูแลฝั่งพลเรือนและฝั่งทหารให้ได้ และก็ฝึกฝนความสามารถให้กับตัวเองและลูกในท้องไปเรื่อย ๆ ซึ่งหลังจากนั้น นี่คือค่าสแตตของผมครับ
ชื่อ: Ostreth Novles Morannus
เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (ผู้กลับชาติมาเกิด)
อายุ: 22 ปี
เพศ: ชาย
คลาส: Multiclass 20 Classes (Currently Paladin, Wizard, Gunman, & ??? [x17])
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
Magic Compatibility Rank: EX+
Average Power Rank: Expertise Plus 92 (563)
Condition: 4 years pregnant
Reincarnated Skill: Analyze [S], Fast Learning [S], Skill Reflector [EX+], ??? [S] (x10+)
STR: 563
AGI: 563
MAG: 563
INT: 563
DEX: 563
VIT: 563
สังเกตได้ว่าตอนนี้ค่าพลังของผมในแต่ละด้านจะเพิ่มขึ้นเท่าเทียมกันแล้ว แน่นอนว่ามันรวมไปถึงไอเท็มที่ผมพกติดตัวที่ได้รับการอัปเกรดจนมีค่าพลังเท่าเทียมกับสแตตส่วนตัวผม ในขณะที่เดสเตรียนเองก็…
ชื่อ: Destrian Maddle Morannus
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
อายุ: Unborn
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
Condition: Unborn
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
STR: 703
AGI: 703
MAG: 703
INT: 703
DEX: 703
VIT: 703
Magic Compatibility Rank: S
Average Power Rank: Expertise Plus 120 (703)
Class: Multiclass 20 Classes (Currently None (x20))
กลายเป็ว่าเป็อย่างที่เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดกล่าวมาจริง ๆ ด้วยแฮะ ลูกในท้องผมพัฒนาความสามารถไปไกลกว่าผมตั้งเยอะเลย ถ้าเป็อย่างนั้นผมว่าน่าจะสามารถสู้กับพวกจอมมารระดับชั้นอัลติม่าได้ง่าย ๆ เลย และถ้าดรอว์มอธรู้ทีคงมีเสียวสันหลังแหง ๆ
แต่ขอไปพูดถึงเื่ที่แบ็กซ์เทอรัสออกอาละวาดอีกรอบนิดหนึ่ง ตอนแรกผมเองก็วางแผนจะเรียกประชุมกับเหล่าขุนนางทุกชั้นทั้งผู้น้อยผู้ใหญ่ เพื่อหาทางสกัดกั้นไม่ให้มันได้เปรียบ แต่คืนหนึ่งก็มีเื่เลวร้ายเข้ามาแทรกเสียก่อนอีกแล้วครับท่าน
เผื่อมีคนถามว่าเลวร้ายยังไง เื่มันเป็แบบนี้ฮะ คืนนั้นเมื่อผมจะเข้านอน ผมเดินกลับไปยังห้องนอนผม พอผมปิดประตู มันมีลางสังหรณ์บางอย่างที่ผมต้องใช้อะไรสักอย่างก่อนล้มตัวลงนอน ลางสังหรณ์ที่ว่า มันต้องไม่ใช่เื่ที่ดีแน่นอน พอถึงตรงนี้คุณผู้อ่านก็คงจะคิดว่า เดี๋ยวจะต้องมีจอมมารหน้าไหนดึงจิตผมเข้าภวังค์ตัวเองชัวร์ เสียใจด้วยนะครับ มันเลวร้ายกว่านั้น
ผมเองก็เคยฝึกคลาสสายลอบเร้นมาก่อน ผมเลยมีสกิล วิสัยทัศน์อินทรี (Eagle Vision) [S] แบบแฟรนไชส์เกมภารดรมือสังหารจากโลกเก่าผมนี่แหละ และผมก็ตรวจตราดูว่ามีอะไรผิดปกติในห้องนอนผม บอกไว้ก่อนว่าโหมดปกติผมไม่เห็นอะไร แต่พอเข้าสกิลที่ผมว่ามา เจอทันทีว่าใครใช้ผ้าคลุมล่องหน และไอ้หมอนี่น่าจะมีอาวุธมีดหรืออะไรสักอย่าง ผมเลยเตรียมกริชของตัวเองไว้ จากนั้นก็ปลดล็อกประตูให้คนอื่น ๆ ในคฤหาสน์เข้ามาในบ้านได้ง่ายขึ้น และด้วยความที่ผมเองก็เคยฝึกวิชาปลดอาวุธในยามสถานการณ์คับขัน เมื่อผมเอากริชของตัวเองใส่อินเวนทอรี่ ผมก็เดินดุ่ม ๆ ไปยังตัวการคนนั้น แล้วใช้มือขวากระชากผ้าคลุมล่องหนออกจากตัวคนใส่ แล้วเ้าตัวที่รู้ว่าไม่เป็ไปตามแผนแน่ ๆ เลยชักมีดจะแทงผม
และวิชาปลดอาวุธที่ผมฝึกมา ก็ช่วยชีวิตผมไว้ได้ทันที ผมเบี่ยงหัวหลบพร้อมกับใช้มือข้างซ้ายคว้าแขนข้างที่เ้าหมอนี่ถือมีดไว้แน่น มือข้างขวาก็เขวี้ยงผ้าคลุมล่องหนออกไปให้ไกลจากคนใส่ ที่เป็ชายชุดดำที่แต่งตัวอย่างกับเป็นินจา จากนั้นผมเอามือข้างขวานี้ หักศอกศัตรูข้างที่ถือมีดให้มันหลุด แล้วตามด้วยถีบลิ้นปี่มันให้จุกไปข้างหนึ่ง จากนั้นก็คว้าตัวหมอนี่กระแทกพื้นคว่ำตัวไว้ให้แน่น เพื่อไม่ให้มันหนีไปไหนได้เด็ดขาด (ดีนะที่หน้ามันยังหันข้าง ถ้ามันหันหน้าคว่ำกับพื้น เดี๋ยวจะขาดใจตายก่อนจะได้เค้นข้อมูลอีกแน่ ๆ)
และจากนั้นไม่รู้ว่าผมกับไอ้ชุดดำนี่อยู่ท่านี้นานแค่ไหน แต่มันก็นานพอให้คนในคฤหาสน์รับรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น และรีบปรี่เข้ามาดูทันที และก็พบผมกับไอ้ชุดดำอยู่ในท่าที่ผมว่ามา
คนที่มาเจอก็ครบสูตรครับ เมดชาร์ล็อตต์ บัทเลอร์ลูคัส ท่านพ่อเอ็นทรัม ท่านแม่เจย์น่า เคลลีน ท่านพ่อตาคอนเนอร์ และท่านแม่ยายวิเวียนที่แวะมาพักที่บ้านผมชั่วคราว
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!” ท่านพ่อตาคอนเนอร์อุทาน
“ออสเทร็ธ!” เคลลีนอุทาน
“อย่าปล่อยมันนะลูก พ่อจะจัดการให้!” ท่านพ่อเอ็นทรัมบอก แล้วจากนั้นเขากับท่านพ่อตาคอนเนอร์ก็รีบวิ่งไป ท่านพ่อเอ็นทรัมช่วยผมกดร่างเ้าชุดดำ ส่วนท่านพ่อตาคอนเนอร์กระชากโม่งออกมา เป็หนุ่มผมสีดำอีกคนละ ผมก็เลยตัดสินใจใช้สกิลประเมินเพื่อดูว่าไอ้หมอนี่ใครกัน…
ชื่อ: Hishikama
เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (ผู้กลับชาติมาเกิด)
อายุ: 15 ปี
เพศ: ชาย
Health: 100%
Mana: 100%
Stamina: 100%
Condition: Normal
Class: Assassin
Magic Compatibility Rank: B
Average Power Rank: Expertise Plus 14 (173)
Skill: Shadowflame [A], [Redacted] (x2)
STR: 173
AGI: 173
MAG: 173
INT: 173
DEX: 173
VIT: 173
ผู้กลับชาติมาเกิดตรรกะบูลชิทอีกคนแล้วสินะ แถมใช้ศาสตร์มืดอีก มาแบบนี้ผมปักธงทันทีเลยว่าน่าจะเป็สายให้กับแบ็กซ์เทอรัสชัวร์ ๆ
“เ้าเด็กนี่มันใครกัน?” ท่านพ่อตาคอนเนอร์อุทาน
“กล้าลอบเข้ามาบุกคฤหาสน์ตระกูลโมรันนัส เพื่อจะลอบสังหารลูกชายคนเดียวที่กำลังตั้งท้องอยู่ให้ตายทั้งกลมอย่างนี้ เป็การกระทำที่โหดร้ายเกินกว่าจะให้อภัยได้แล้ว!” ท่านพ่อเอ็นทรัมคำราม
แล้วดูปฏิกิริยาที่ไอ้ฮิชิคามะมันออกสิครับ
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่านะโว้ย!!” ดูมันโวยวายอย่างร้อนรนสิ “แค่มาส่งคำเตือนไม่ให้ไปยุ่งกับนายท่านเท่านั้นเอง!”
“นายท่านของแกเป็ใครกัน?” ผมชิงถามต่อทันที “ถ้าไม่บอก ฉันจะบังคับให้แกบอกความจริงนะ”
“ใครบ้าจะบอกเล่า!”
ว่าแล้วว่าต้องตอบแบบนี้ ผมเลยหันไปกระพริบตาข้างหนึ่งให้สัญญาณแก่เคลลีน และภรรยาผมก็พึมพำร่ายคาถาบางอย่างให้ไอ้ฮิชิคามะมันเคลิ้ม พวกเรารอดูปฏิกิริยาว่าคำตอบจะเป็อะไร และ…
“นายท่านชื่อ แบ็กซ์เทอรัส” ฮิชิคามะบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ท่านอยู่ระดับชนชั้นแกมม่า และตอนนี้กำลังวางแผนบุกจู่โจมอาณาจักรอาณาจักรโดล-มานเทรียในสภาพร่อแร่จวนล่มสลายเต็มที เป้าหมายของท่านคือ จับตัวเ้าหญิงแห่งโดล-มานเทรีย ที่มีแหวนประจำตระกูลเวเนลิซอร์ดอยู่หนึ่งวง ซึ่งเป็วงที่ท่านแบ็กซ์เทอรัสแพ้ทาง ส่วนฉันก็มาเพื่อลอบสังหารออสเทร็ธเพื่อไม่ให้มาขัดขวางการโจมตีครั้งนี้”
นั่นไง คาถาบังคับบอกความจริง (Forced Truth) ที่เคลลีนเรียนมานั้นได้ผลดีชะงัดนักเลย
“แล้วแบ็กซ์เทอรัสรู้ได้ยังไงว่าฉันจะไปขัดขวาง?” ผมถามต่อทันที
“ท่านแบ็กซ์เทอรัสไม่ได้รู้หรอก แต่เขาแค่วางแผนแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้นายท่านต้องมาลำบากจากการต้องมารับมือกับพวกชาวเมืองมัสโทรนั่มนี่แหละ” ฮิชิคามะตอบต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเดิม
ผมยิ้มสะใจที่มุมปาก นึกแล้วว่าเ้าแบ็กซ์เทอรัสเตรียมการล่วงหน้าเผื่อผมส่งคนมาสกัดกั้นอีกด้วย สักพัก เ้าฮิชิคามะก็ได้สติ หน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษเพราะตัวเองก็ได้ยินสิ่งที่หลุดปากออกมาแล้ว
“เวรเอ๊ย ฉันพูดอะไรไปวะเนี่ย??” ฮิชิคามะอุทานเสียงสั่นเทิ้ม
“ก่อนหน้านี้บอกไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าฉัน” ผมต่อทันที “แล้วไอ้ทั้งหมดเมื่อกี๊นี้คืออะไร?!”
เอ้า เชื่อไหมครับ ไอ้หมอนี่นี่แบบตัวสั่นเหมือนเ้าเข้าเพราะไม่รู้จะตอบ – ไม่สิ แถต่อว่ายังไง
“ก็-ก็-ก็มันเป็คำสั่งของนายท่านนี่นา!” ฮิชิคามะคร่ำครวญ “ฉันมาทำตามหน้าที่เท่านั้น!”
“เอาล่ะ ๆ ๆ พอได้ละ” ท่านพ่อเอ็นทรัมตัดบท “เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเราจะพิจารณาคดีอีกทีแล้วกัน”
“ครับท่านพ่อ” ผมรับลูกทันที เพราะผมไม่อยากให้ไอ้หมอนี่แถต่อไปเรื่อย ๆ ละครับ
หลังจากนั้น ฮิชิคามะก็ถูกส่งไปยังพระราชวังราชวงศ์มาร์ชเพื่อรายงานเื่การลอบสังหารให้พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดรับทราบ และก็ต้องมีการพิจารณาคดีจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ได้ ส่วนผมเอง ไอ้เื่ที่จะประชุมกับขุนนางทั้งอาณาจักรมัสโทรนั่มก็ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือยกระดับหัวข้อที่จะประชุมให้เป็เื่จำเป็ขึ้นไปอีก และนอกจากนี้ผมก็ต้องแจ้งให้สหายของผม แจสเตร็ด มิชิเกอร์ ได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมอีก เรียกว่างานยุ่งไปหมดละทีนี้
อ้อ และเมื่อผมกลับเข้านอนของจริง จิตของผมก็ได้เข้าไปอยู่ในห้องโถงเทพธิดาเอลซ่าเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเนสเซียบินอยู่ข้างบัลลังก์ของท่านเทพธิดาด้วย
“สวัสดี ออสเทร็ธ” ท่านเทพธิดาเอลซ่าทักทาย
“สวัสดีครับ” ผมบอก
“ข้าได้ข่าวว่าเ้าโดนลอบสังหารในยามดึก ในคฤหาสน์ของตระกูลเ้าเองสินะ”
“ใช่ครับ” ผมตอบ “ดีนะเนี่ยที่ผมฝึกวิชาปลดอาวุธจนเชี่ยวชาญ และผมก็ใช้วิชานั้นในการปลดมีดที่จะแทงผมออกไป แล้วก็กระชากโม่งดำออกมา ปรากฏว่าไอ้นักฆ่าคนนั้นดันกลายเป็ผู้กลับชาติมาเกิดตรรกะบูลชิทอีกคนแล้วครับที่ไปเข้าร่วมกับแบ็กซ์เทอรัส คือมันบอกว่าจะทำเพื่อไม่ให้ชาวมัสโทรนั่มส่งคนมาสกัดกั้นอีก”
“ให้ตายเถอะ เ้าจอมมารเดี๋ยวนี้พยายามจะแย่งผู้กลับชาติมาเกิดไปจากการดูแลของเทพธิดานักรึไงกัน” ท่านเทพธิดาเอลซ่าบ่น
“ผมก็ไม่ได้เป็คนที่เกิดในโลกนี้ซะด้วย” ผมบอก “ผมเลยไม่รู้เื่สถานการณ์ของที่นี่มากเท่าที่ควร”
“เ้าไม่จำเป็ต้องรู้เยอะหรอก” ท่านเทพธิดาเอลซ่าเตือน “ความรู้ที่ยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่ใหญ่ยิ่ง”
“ฟังดูคุ้น ๆ เหมือนวลีของใครสักคนจากหนังยอดมนุษย์สักเื่หนึ่งเลยแฮะ” ผมทัก
“เอาน่า มันก็เป็ข้อดีข้อเสียที่แลกเปลี่ยนกันอย่างเท่าเทียมแหละนะ” ท่านเทพธิดาเอลซ่าบอก
“ครับ” ผมบอก “เออว่าแต่ ผมสงสัยว่า เทพธิดาประจำตัวเ้าเด็กผู้กลับชาติมาเกิดคนนั้นจะรู้สึกยังไงถ้ารู้มาว่าไอ้ฮิชิคามะมันถูกแบ็กซ์เทอรัสจ้างวานมา”
“ข้าพอจะรู้จักเทพธิดาประจำตัวฮิชิคามะอยู่” ท่านเทพธิดาเอลซ่าบอก “ข้าจะบอกข่าวให้ว่าตอนนี้เ้าเด็กนี่เขาทำอะไรไว้ ได้ข่าวว่านางติดต่อกับเด็กนี่ไม่ได้อีกรายละ”
“ครับ”
“โอเค เ้าอาจจะสงสัยว่าสถานการณ์ฝั่งพวกข้าไปถึงไหนแล้ว” ท่านเทพธิดาเอลซ่าอธิบายต่อเลยครับ “ข้าเองก็สังเกตได้ว่าเ้าน่ะวางแผนว่าจะไปช่วยอาณาจักรโดล-มานเทรียเพื่อสกัดกั้นการโจมตีของแบ็กซ์เทอรัส และทีนี้เองพระผู้สร้างรีบรวมพลประชุมเทพธิดาทั้งหลายให้มาถกประเด็นหนึ่งอย่างเร่งด่วน เื่ที่ผู้กลับชาติมาเกิดบางคนตัดการติดต่อจากเทพธิดาประจำตัวเพราะมีทัศนคติแง่ลบต่อโลกเราเนี่ยแหละ นับวันชักจะเกิดเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ทุกทีแล้ว และพวกเราต้องแก้ปัญหาและป้องกันไม่ให้เื่เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยจนเกินไป จนสมดุลจักรวาลถูกทำลายจนไม่สามารถกู้คืนกลับไปเป็เหมือนเดิม”
“มันถึงขั้นนี้เลยเหรอครับ?” ผมอุทาน
“ไม่มีผู้ใดอยากให้ไปถึงจุดนั้นหรอก” ท่านเทพธิดาเอลซ่าบอก “แต่เราไม่อาจปล่อยให้ปัญหานี้เรื้อรังจนเกินเยียวยาได้อีกต่อไปแล้วล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นผมต้องทำยังไงบ้างครับ?”
“เ้ายังไม่ต้องทำอะไรกับฝั่งข้าหรอก” ท่านเทพธิดาเอลซ่ากล่าว “เหล่าเทพธิดาน่าจะส่งแฟร์รี่ไปเตือนผู้กลับชาติมาเกิดทัศนคติดีไว้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนพวกที่ทัศนคติแย่ที่ยังไม่ได้ถูกครอบงำถลำลึก เหล่าเทพธิดาก็จะช่วยกำชับไม่ให้ทำให้สถานการณ์โดยรวมย่ำแย่ไปมากกว่านี้น่ะ”
“ครับ” ผมบอก “ผมเองก็จะเรียกประชุมขุนนางแห่งอาณาจักรมัสโทรนั่ม แล้วผมก็จะไปบอกแจสเตร็ดด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ข้าเข้าใจละ” ท่านเทพธิดาเอลซ่ากล่าว
“ถ้าในเมื่อไม่มีอะไรพูดคุย ท่านพาเขากลับไปได้หรือยังคะ?” เนสเซียถาม
“ได้สิ” ท่านเทพธิดาเอลซ่าตอบ
ตอนเช้า ขุนนางทั้งอาณาจักรจากทุกแคว้นก็ถูกเรียกตัวมาประชุมคุยกันในพระราชวัง โดยมีพระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดกับเ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดฟังอยู่ด้วย
“โอเค ฟังให้ดีนะทุกคน” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดเริ่มตรัสก่อนเลย “พวกนายน่าจะรับรู้แล้วว่าตอนนี้ออสเทร็ธเองกำลังวางแผนที่จะสกัดการเคลื่อนไหวของจอมมารแบ็กซ์เทอรัสที่เคยยกพลมาโจมตีอาณาจักรของพวกเรา และล่าสุดตระกูลเวเนลิซอร์ดเองก็ส่งสายข่าวประจำตระกูลไปสืบและพบว่าเป้าหมายต่อไปคือโจมตีอาณาจักรโดล-มานเทรียในจังหวะที่ตัวอาณาจักรใกล้จะล่มสลาย ฉันก็เลยวางแผนว่าจะให้พวกนายมาถกกันว่าจะเอายังไง ถึงเื่นี้จะเป็เื่ที่ด่วนและสำคัญ แทนที่การประชุมครั้งนี้จะเกิดขึ้นได้โดยไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง แบ็กซ์เทอรัสกลับทำในสิ่งที่ยกระดับความเร่งด่วนของเื่ที่พวกเราประชุมอยู่ให้มากเป็พิเศษ นั่นคือการส่ง ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ ที่มีทัศนคติลบต่อโลกเราและเข้าสู่ศาสตร์มืด มาทำการลอบสังหารออสเทร็ธที่กำลังตั้งครรภ์ได้สี่ปีกว่า ๆ เพื่อไม่ให้พวกเราส่งกำลังพลมาสกัดกั้นแบ็กซ์เทอรัสได้เลย แม้จะลอบสังหารไม่สำเร็จ แต่การกระทำครั้งนี้เป็อะไรที่อุกอาจและร้ายแรงอย่างมาก เบื้องต้นทางผู้พิพากษาได้ตัดสินให้เ้าหนุ่มนั่นจำคุกไปสี่สิบปี และยิ่งตระกูลโมรันนัสเป็ตระกูลชั้นดยุกด้วย มีสิทธิ์ถูกตัดสินปะาชีวิตไปด้วยยังได้เลย ส่วนพวกเราอยู่ตรงนี้ ลองออกระดมสมองคิดดูซิว่า จะทำยังไงให้สามารถสกัดกั้นกองทัพของแบ็กซ์เทอรัสได้ดีที่สุด”
ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้อยู่ข้างเคลลีน เพราะผมเป็ตัวแทนขุนนางแคว้นออฟเทร็ม ส่วนเคลลีนเป็ตัวแทนขุนนางแคว้นเกเบรียส และผมก็เห็นยูจีนซึ่งเป็ตัวแทนขุนนางแคว้นจาร์ซิลอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผมด้วย และที่เหลือก็คือขุนนางชั้นผู้น้อยผู้ใหญ่ทั้งหลายที่ประจำสี่สิบแคว้นทั่วอาณาจักรมัสโทรนั่ม เพื่อระดมสมองว่าจะทำยังไงให้สามารถสกัดกั้นได้
เอาจริง ๆ ผมขออธิบายยศขุนนางของโลกนี้ก่อนแล้วกันว่าแต่ละอาณาจักรเขาใช้ยศอะไรในการแต่งตั้งขุนนางปกครองแต่ละแคว้น คือตำแหน่งขุนนางก็จะคล้าย ๆ กับของสหราชอาณาจักรจากโลกเก่าผมเลยครับ มีดยุก ดัชเชส มาร์ควิส มาร์เชอเนส เคานต์ เคาน์เทส ไวส์เคานต์ ไวส์เคาน์เทส บารอน และบารอนเนส แต่โลกเนี้ย ยิ่งตำแหน่งขุนนางชั้นสูงขึ้น ยิ่งถูกแต่งตั้งให้ไปปกครองแคว้นที่ใกล้กับเมืองหลวงมากขึ้น ซึ่งผู้ที่ปกครองเมืองหลวงก็คือพระาาและพระราชินีของอาณาจักรเองเลยครับ ยกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็ตระกูลโมรันนัสนี่แหละครับที่เป็ตระกูลดยุกและดัชเชส เลยถูกแต่งตั้งให้ปกครองแคว้นออฟเทร็มที่ใกล้กับเมืองหลวงของมัสโทรนั่มมากที่สุด ซึ่งมีราชวงศ์มาร์ชปกครองเต็มรูปแบบ ตรงกันข้ามกับยศบารอนและบารอนเนสที่พวกเขาจะไปปกครองตรงแคว้นสุดเขตอาณาจักรเลย ถ้าเรียงลำดับก็ พระาาและพระราชินีปกครองเมืองหลวง ดยุกและดัชเชสปกครองแคว้นใหญ่ใกล้เมืองหลวง (แคว้นชั้นเอ) มาร์ควิสและมาร์เชอเนสปกครองแคว้นชั้นบี อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปนิดหนึ่ง เคานต์และเคาน์เทสปกครองแคว้นชั้นซี ห่างจากเมืองหลวงปานกลาง ไวส์เคานต์และไวส์เคาน์เทสปกครองแคว้นชั้นดีที่ห่างจากขอบชายแดนนิดหน่อย และบารอนกับบารอนเนสปกครองแคว้นชั้นอีที่อยู่ขอบชายแดนตรง ๆ เลยครับ
“ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมบ้างว่าแบ็กซ์เทอรัสจะทำอะไรอีก” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดถามต่อ “หรือได้สอบถามข้อมูลกับเจ็ดตระกูลจอมเวทย์ชั้นตำนานหรือยัง?”
“ฝ่าาครับ” มาร์ควิสหนุ่มใกล้ ๆ ผมและเคลลีนทัก “ผมว่าเราต้องทำการติดต่อกับอาณาจักรพันธมิตรของพวกเรา ที่เคยช่วยรบกับกองทัพแห่งความมืดในสมัยก่อน และหาวิธีการตัดกำลังระดับที่ว่าไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ตัวได้ง่าย ๆ น่ะครับ”
“โอเค” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดตอบ “ก่อนอื่นเลย พวกนายรู้แล้วใช่ไหมว่ามอนสเตอร์ของจอมมารมันแพ้ทางอะไร ชอบกินอะไรเป็อาหาร คุณลักษณะของมอนสเตอร์แต่ละตัวมันจะมีอะไรบ้าง”
ผมเลยตัดสินใจยื่นหนังสือสารานุกรมมอนสเตอร์ที่ผมเอามาจากห้องสมุดแคว้นออฟเทร็มขึ้นมา แล้วผมก็ได้บรรยายคุณลักษณะของเหล่ามอนสเตอร์ที่พวกจอมมารใช้งานประจำให้ทุกคนในห้องประชุมฟัง
“...ปกติพวกสิ่งมีชีวิตจากมิติเงามักจะมีจุดอ่อนเป็พลังแสงสว่างน่ะครับ เพราะแสงสว่างส่วนใหญ่จะมีต้นกำเนิดมาจากพระผู้สร้าง” ผมเล่าต่อ จากนั้นก็หันไปทักมาร์ควิสข้าง ๆ ผม “ฉะนั้นนายคิดว่าจะตัดกำลังยังไงให้มีความเกี่ยวข้องกับศาสตร์สว่างดี?”
“ท่านออสเทร็ธครับ” มาร์ควิสหนุ่ม ซึ่งผมเฉลยแล้วกันว่าเขาชื่อ โอเรน เดรติก แม็กซิเมียส ตอบผม “ผมว่าในเมื่อมอนสเตอร์ไซส์มนุษย์จากมิติเงามันก็แพ้แสงสว่าง งั้นพวกเราน่าจะขโมยอาหารไปโรยอนุภาคเวทย์ธาตุแสงให้พวกมันกิน โดยจะแปลงให้สีกลมกลืนไปกับอาหารด้วยนี่แหละครับ เท่านี้กำลังพลของพวกมันก็ร่อยหรอแล้วครับ”
“ก็จริงสินะ” ยูจีนว่า “ออร์ก โทรลล์ โอเกอร์ พวกนี้มันสมองขี้เลื่อยอยู่แล้วนี่ มันคงแยกไม่ออกหรอกว่าเราใส่อะไรลงไปในอาหารของพวกมัน”
“แต่ประเด็นคือ…” เคลลีนทักขึ้นมา “เราจะลอบโรยอนุภาคเวทย์เหล่านี้ลงไปในอาหารยังไง ให้ฝ่ายตรงข้ามมันจับไม่ได้ล่ะ?”
“เื่นั้นเราต้องให้พวกสายลอบเร้นเขาทำไงครับ” โอเรนตอบ “พวกคลาสสายลอบเร้นมันเน้นวิชาตัวเบาและไม่มีใครรู้ตัวได้ง่าย ๆ อยู่แล้วครับ”
“เว้นแต่ว่าจะมีหัวหน้าที่ใช้คาถาตรวจจับได้เสียก่อนเนี่ยสิ” ผมเตือน “จะลอบฆ่าหัวหน้าเดี๋ยวพวกมันรู้ตัวขึ้นมาจะว่าไง?”
“และที่สำคัญ ตัวหัวหน้าอาจจะเป็ภัยคุกคามระดับ Apocalypse+ สูง ๆ ที่มีค่าพลังทะลุร้อยเป็อย่างต่ำก็ได้” ยูจีนบอก “จะส่งพวกสายลอบเร้นไป ต้องเช็กให้ชัวร์ว่าพวกเขาจะมีค่าอำนาจเฉลี่ยสูงพอจะตัดกำลังพวกมันได้หรือเปล่า”
“เื่นั้นผมไม่มีปัญหาครับ” โอเรนบอก “พอดีว่าผมรู้จักสายลอบเร้นกลุ่มหนึ่งที่ค่าอำนาจเฉลี่ยสูงระดับ Expertise+ 80 ต้น ๆ อยู่แล้วครับ”
“โอเค ถ้างั้นก็หวังว่าพวกมันจะช่วยได้ไม่มากก็น้อยล่ะนะ” ผมบอก จากนั้นก็มีบารอนคนหนึ่งยกมือขึ้นมา บารอนคนนี้ชื่อ แจ็กซ์ตรัส เมลริก โซดริเนีย
“ฝ่าาครับ” แจ็กซ์ตรัสว่า “แล้วฝั่งอาณาจักรโดล-มานเทรียนี่จะทำยังไงเหรอครับ?”
“ก็ส่งคนไปคุ้มกันไงล่ะถามได้” ยูจีนตอบ “พวกเรามีกองกำลังที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว หรือไม่งั้นพวกเราก็มีพันธมิตรอยู่เหมือนกัน อย่างออสเทร็ธก็มีคนจากฟาโลน่าที่นำโดยแจสเตร็ดมาช่วยเหมือนกัน”
“เข้าใจแล้วล่ะ” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดกล่าว “โอเค ถ้างั้นก็เป็ไปตามนี้ เดี๋ยวเตรียมพร้อมให้ดีล่ะ ฝ่ายคุ้มกันอาณาจักร และฝ่ายลอบเร้นตัดกำลัง ก็ช่วยทำให้มันดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วกันนะ”
“ครับ/ค่ะ” พวกเราเหล่าขุนนางตอบ
จากนั้น ผมเองก็ได้ทำเป้าหมายอันต่อไป นั่นก็คือแจ้งให้แจสเตร็ดรู้ว่าผมโดนลอบสังหารในบ้าน เริ่มจากส่งจดหมายไปก่อนเลย
ถึง แจสเตร็ด มิชิเกอร์
นี่ฉันเอง ออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส ดยุกผู้ปกครองแคว้นออฟเทร็มแห่งอาณาจักรมัสโทรนั่ม พอดีว่าฉันมีเื่ระทึกใจเื่ใหม่มาแจ้งให้นายทราบ
ฉันโดนลอบสังหารด้วยล่ะ
ใช่ นายอ่านไม่ผิดหรอก ฉันโดนลอบสังหารจริง ๆ โชคดีที่ฉันฝึกการปลดอาวุธมา แม้จะอยู่ในหุ่นคนท้องแก่ขนาดไหน ฉันก็ปลดอาวุธคนลอบสังหารได้สบาย ๆ อยู่แล้ว และสิ่งที่ยิ่งทำให้ฉันกุมขมับไปกว่านั้นก็คือ คนลอบสังหารฉันดันเป็ไอ้ผู้กลับชาติมาเกิดตรรกะบูลชิทชื่อ ฮิชิคามะ ที่ถูกแบ็กซ์เทอรัสจ้างมาให้ลอบสังหารฉัน เพื่อไม่ให้คนจากมัสโทรนั่มไปขัดขวางมันในการโจมตีอาณาจักรโดล-มานเทรียที่ใกล้จะล่มสลาย แต่ฉันเชื่อว่านี่เป็ข้ออ้างในภาพรวม เพราะจริง ๆ แล้วมันก็แค่แค้นที่ฉันมีพลังเทียบเท่าผู้กล้าท้องในตำนานไม่พอ ยังชนะการรุกรานได้อีกต่างหาก เอาเป็ว่า นายจะเข้าร่วมการรับมือกับแบ็กซ์เทอรัสอีกครั้งบ้างไหมล่ะ ถ้าอยากล่ะก็ เดี๋ยวฉันช่วยให้
จะว่าไป ลูกในท้องนายเป็ยังไงมั่งล่ะ ่นี้ได้ความคืบหน้ามาบ้างหรือยัง ถ้าถามฉันล่ะก็ เดสเตรียนค่อนข้างกระตือรือร้นั้แ่อยู่ในท้องฉันอยู่เลย ไม่รู้ว่าฉันจะได้คลอดเขาออกมาจริงตอนไหน หรืออย่างน้อยนายก็บอกฉันมาได้นะว่านายจะคลอดลูกเมื่อไหร่ ส่วนฉันเองก็ทำงานปกครองแคว้นต่อไปแล้วล่ะ
ด้วยความนับถือ
ออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส
และผมก็พับจดหมายใส่ซอง ให้นกพิราบขาวคาบไปส่งที่ฟาโลน่าเลย จากนั้นเดสเตรียนก็เริ่มดิ้นในท้องผมบ้าง
“ท่านพ่อครับ” เดสเตรียนทักทายในท้องผม “่นี้ท่านน่าจะเครียดนะครับ”
“พ่อเพิ่งจะเกือบโดนฆ่าแล้วล่ะ” ผมตอบ “และแบ็กซ์เทอรัสบงการเื่นี้อีกแล้ว ฉะนั้น พ่อก็เลยต้องวางแผนให้เป็ไปได้ดีที่สุดน่ะลูก”
“งั้นให้ผมใช้พลังช่วยไหมครับ?” เดสเตรียนถาม “แบบ ให้ท่านพ่อแพ้ท้องอีกครั้งน่ะครับ”
“โอย อย่าเลยลูก วันนี้พ่อไม่ค่อยสมัครใจเท่าไหร่” ผมตอบและหัวเราะแห้ง ๆ “พ่อรู้ว่าตอนนี้ลูกควบคุมพลังการแพ้ท้องได้แล้ว แต่ตอนนี้ไม่น่าเหมาะน่ะลูก”
“งั้นก็ไม่เป็ไรครับ” เดสเตรียนบอกจากในท้องผม
“โอเค ว่าแต่ลูกคิดว่ายังไงมั่ง จังหวะเฉียดตายทั้งกลมเนี่ย” ผมเข้าประเด็นต่อทันที
“โห ผมเกือบจะถูกฆ่าตายตามท่านพ่อไปแล้วด้วยครับ” เดสเตรียนตอบจากในท้องผม “และจะว่าไป ท่านพ่อก็เก่งมากเลยนะครับเนี่ย เอาการปลดอาวุธศัตรูที่ท่านพ่อฝึกฝนมาตลอดมาใช้กับนักลอบสังหารได้ ทั้ง ๆ ที่ท่านยังอุ้มผมอยู่ในท้องอยู่”
“ก็แหม พ่อจะประมาทได้ยังไงล่ะในสถานการณ์แบบนี้” ผมบอก “มันชี้ชะตาชีวิตทั้งของพ่อและของลูกด้วยเหมือนกันนะ พ่อเลยต้องงัดเอาวิชาที่พ่อฝึกมาใช้ในสถานการณ์นี้นี่แหละ”
“ถ้างั้นหลังจากนั้นพ่อจะทำยังไงเหรอครับ?” เดสเตรียนถาม
“พ่อก็ขอพักก่อนแล้วกัน งานหนักมาทั้งวันละ” ผมตอบลูกในท้อง “หิวอะไรไหม เดี๋ยวพ่อจะไปกินอาหารให้ลูกนะ”
“ครับ” เดสเตรียนบอกจากในท้องผม
จากนั้น ผมก็ลองไปเยี่ยมแคว้นเกเบรียสที่ปราสาทตระกูลอัสเทรียบ้าง และคนที่แคว้นนั้นต้อนรับผมเป็อย่างดีเลยครับ
“สวัสดีจ้ะ” ท่านพ่อตาคอนเนอร์ทักทาย “โอ้ นี่นายมาเยี่ยมที่นี่แล้วเหรอ?”
“ครับผม” ผมตอบ “พอดีว่าผมหิวข้าวอ่ะครับ มีอะไรให้ผมกินบ้าง?”
“ก็สเต็กวัวจานโปรดของนายนี่แหละ วิเวียนทำมาให้นายกินโดยเฉพาะเลยนะ” ท่านพ่อตากล่าว
“โห! ขอบคุณครับ!” ผมร้องลั่นอย่างตื่นเต้น
สเต็กเนื้อวัวเนี่ยเป็อาหารจานเด็ดเวลาผมอุ้มเดสเตรียนอยู่ในท้องอยู่แล้วครับ ทุกครั้งที่มีมื้อแบบนี้เข้ามา ผมกินหมดทุกทีครับ รอบนี้ก็ไม่แพ้กัน ผมกินเสร็จปุ๊บ ลูกชายก็ดิ้นทันทีครับ
“อร่อยมากครับท่านพ่อ!” เดสเตรียนทักจากในท้องผม
“พ่อดีใจนะลูกที่ลูกเติบโตอยู่ในท้องพ่อมาตลอดน่ะ” ผมว่า
“ขอบคุณครับ” เดสเตรียนบอกจากในท้องผม “ผมอดใจไม่ไหวแล้วที่จะได้ออกมาสู่โลกภายนอก”
“พ่อก็เหมือนกันนะลูก” ผมตอบ
ไม่กี่วันต่อมา แจสเตร็ดก็เดินทางมาพบกับผมอีกรอบ เขากลับมาพร้อมกับท้องอันกลมนูนเหมือนเดิม
“สวัสดีครับท่านออสเทร็ธ” แจสเตร็ดว่า
“ว่าไง แจสเตร็ด” ผมทัก “ได้จดหมายมาหรือยัง?”
“ได้แล้วครับ” แจสเตร็ดตอบ “นี่ท่านโดนลอบสังหารมาเหรอเนี่ย?”
“ใช่” ผมตอบ “ดีนะที่ใช้วิชาปลดอาวุธที่ฝึกมา เลยสามารถจัดการกับไอ้มือสังหารนี่ได้”
“แล้วไอ้หมอนั่น ท่านบอกว่าเป็ผู้กลับชาติมาเกิดตรรกะบัดซบเลยเหรอครับ?”
“ใช่” ผมตอบ “ไอ้หมอนี่ตอนนี้ถูกตัดสินปะาชีวิตไปละ ไม่รู้ว่าทางเทพธิดาประจำตัวมันจะรู้หรือยังว่ามันถูกแบ็กซ์เทอรัสจ้างวานมาฆ่าฉัน”
“ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ” แจสเตร็ดตอบ
“แต่เอาเถอะ หวังว่าท่านเทพธิดาของฉันจะบอกนางในเร็ว ๆ นี้” ผมบอก “เอาล่ะ แล้วนายอยากจะเข้าร่วมการขัดขวางจอมมารไหมล่ะ?”
“อยากครับ” แจสเตร็ดตอบ
“อืม” ผมบอก “เออ ลูกในท้องนายเป็ยังไงมั่งล่ะ?”
“ก็ใกล้จะออกมาแล้วล่ะครับ” แจสเตร็ดตอบ มือสองข้างยังอยู่บนท้องกลมโตของผม “ตอนผมไปทำเควสต์ลุยปราบมอนสเตอร์ จู่ ๆ ผมก็เกิดอาการเจ็บท้องหลอกขึ้นมา โชคดีมากที่เป็เฉพาะตอนหยุดพัก ถ้าผมไปเจ็บท้องหลอกตอนสู้นี่ผมไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน”
ผมนี่ถึงกับหน้าถอดสีทันที เพราะนี่ทำให้ผมนึกถึงดยุกยูจีนที่ท้องป่องฉับพลันแล้วก็เจ็บท้องคลอดฉับพลันเช่นกัน ผมเลยกังวลว่ามันจะเกิดกับแจสเตร็ดไปอีกราย
“แต่ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าน้ำคร่ำผมเดินเมื่อไหร่ผมก็จะหาที่คลอดให้เองครับ” แจสเตร็ดปลอบใจผม ทว่า สายตาผมกลับจ้องไปอยู่ใต้หว่างขา ที่ของเหลวใส ๆ ไหลลงมา – ให้ตายเถอะ เ้าหนุ่มนี่จะต้องคลอดลูกที่มัสโทรนั่มจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย
“ทำใจดี ๆ ไว้นะ ฉันจะติดต่อสมาชิกตี้นายให้มาเยี่ยมให้” ผมบอก “ลูคัส ชาร์ล็อตต์ พาเ้าหนุ่มแจสเตร็ดนี่ไปที่โบสถ์ที เขาจะคลอดลูกแล้วน่ะ”
จากนั้นผมกับเคลลีนก็พาสมาชิกตี้แจสเตร็ดมาเยี่ยมการคลอดลูกของเ้าหนุ่มผู้กลับชาติมาเกิดคนนี้แบบใกล้ชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ และยังดีนะครับที่แจสเตร็ดเองก็ยังต้องคลอดลูกผ่านการเบ่งออกจากช่องคลอด (ก็นะลูกในท้องเขาเป็มนุษย์นี่นา ไม่ใช่เทพอสูรหรือเทพสีเทาสักหน่อย) ถึงกระนั้นเอง พวกเราก็ยังต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะการคลอดลูกถือเป็งานหนักของผู้หญิงโดยธรรมชาติ และผู้ชายที่รับหน้าที่นี้แทนพวกเธอก็ต้องทำใจในส่วนนี้ด้วย เพราะโอกาสที่ผู้อุ้มท้องจะเสียชีวิตหลังจากคลอดลูกนี่คือห้าสิบ-ห้าสิบเลยครับ
“โอเค นายต้องเตรียมตัวไว้ให้ดีนะ เพราะฉันยังไม่รู้ว่านายจะรอดจากการคลอดลูกได้หรือเปล่านะ”
“ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน แต่ผมจะลองดูครับ” แจสเตร็ดบอก มือข้างหนึ่งกุมท้องกลมโตของเขา
“เอาล่ะพ่อหนุ่ม ถ่างขาไว้ก่อนนะ” บาทหลวงวัยสามสิบบอก ในขณะที่เหล่าแม่ชีก็ช่วยทำคลอดให้อยู่
“ฉันรู้ว่ามันเ็ป” เคลลีนบอก “แต่นายอดทนไว้นะ ถ้าเด็กกำลังดันหัวออกมา ตอนนั้นแหละนายเบ่งได้เลย”
“โอ้ ท่านเคลลีน ผมว่าผมต้องเบ่งแล้วล่ะครับ” แจสเตร็ดตอบทันที
และผมก็ต้องมาดูการคลอดแบบนี้ตลอดเลยครับ และการเบ่งแต่ละครั้งทำให้ผมรู้สึกเ็ปแทนแจสเตร็ดเลย ไม่อยากนึกสภาพว่าถ้าเป็ผมจะเป็ยังไงกัน
และในที่สุด แรงเบ่งสุดท้ายของแจสเตร็ดก็สามารถเบ่งลูกชายออกมาได้ทั้งคน เ้าหนูน้อยคนนี้เป็เด็กชายที่รูปลักษณ์คล้ายกับแจสเตร็ดเป๊ะ ๆ เลยครับ และคนที่เบ่งก็เหนื่อยมากเหมือนกัน เลยตัดสินใจอุ้มลูกตัวเองไว้
“สวัสดีจ้ะลูกพ่อ” แจสเตร็ดทักทายลูกชายที่เขาเบ่งออกมา
“เอาเป็ว่า นายอยากให้เขาชื่ออะไร?” ผมถาม
“ผมก็เพิ่งจะคิดออกนี่แหละครับ” แจสเตร็ดตอบ “เอาเป็ว่า ชื่อ โรเล็ม มิชิเกอร์ ละกันครับ”
“อืม… ถือเป็ชื่อที่ดีนะ” ผมชม
“ขอบคุณมากเลยนะครับ” แจสเตร็ดบอก
“ไม่เป็ไร” ผมบอก “ว่าแต่ พอเป็แบบนี้ เราเอาเด็กไปลุยในศึกนี้ไม่ได้แหง ๆ”
“อ่า…” แจสเตร็ดลากเสียงพลางทำท่าครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อ
“งั้นนายลองฝากให้พ่อแม่นายเลี้ยงดูลูกนายระหว่างที่นายไปทำภารกิจดีไหม?”
“โอ้ งั้นก็ได้ครับ” แจสเตร็ดตอบ “ท่านคงรอไม่ไหวแล้วที่จะได้อุ้มหลานที่ออกมาลืมตาดูโลกมาหมาด ๆ น่ะครับ”
“อืม” ผมพูด “งั้นก็ขอให้โชคดีนะ”