ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 5 บทที่ 128 เก้าสุริยันต่อชีวิต

    บทที่ 128 เก้าสุริยันต่อชีวิต

         ไม่มีใครเห็นว่าตลับเข็มสีเงินอันนี้ปรากฏออกมาได้ยังไงเย่จื่อเฉินกางตลับเข็มออก แล้วหยิบเข็มออกมาหนึ่งอัน ก่อนจะปักเข็มลง

         “คุณมาจากโรงพยาบาลไหน มีใบรับรองเป็นแพทย์หรือเปล่า?”

         จู่ๆ นายแพทย์คนหนึ่งที่อยู่ข้างหลังก็จับไหล่เย่จื่อเฉินเอาไว้แรงสั่นจากบริเวณไหล่แทบจะทำให้เข็มนั้นแทงลงไปผิดตำแหน่ง

         หัวใจกระตุกทันที

         เข็มที่เย่จื่อเฉินแทงลงไปจะต้องไม่เกิดความผิดพลาดใดๆ ทั้งนั้น

         ถ้าหากแทงเข็มลงไปผิดตำแหน่งแล้วล่ะก็ เขาไม่กล้าที่จะคิดถึงผลลัพธ์ของมันเลย

         “ไสหัวไป!”

         เกือบจะคร่าเอาชีวิตของหยางอี่ฉือไปหัวใจของเย่จื่อเฉินแทบจะระเบิดอยู่แล้ว

         เขาหันกลับไปชี้หน้านายแพทย์คนนั้น แล้วตะคอกด้วยดวงตาแดงก่ำ

         “อย่ามาแตะต้องตัวผม ไม่งั้นผมไม่เอาคุณไว้แน่!”

         นายแพทย์คนนั้นนิ่งไปในทันที ครู่หนึ่งเขาถึงได้สติกลับมาแล้วกระชากไหล่เย่จื่อเฉินอีกครั้ง

         กึก

         มือขวาออกแรงเต็มเหนี่ยว เย่จื่อเฉินก็สะบัดหลุดจากแขนของเขา แทงเข็มในมือลงไปกลางหว่างคิ้วของเขาอย่างไม่ลังเล

         หมับ

         จู่ๆ มือขวาก็โดนใครคนหนึ่งกระชากเอาไว้เมื่อเย่จื่อเฉินเงยหน้าขึ้น ถึงได้เห็นว่าคนที่เอื้อมมือมาคือจูซือเหลียง

         “คุณคิดจะขวางผมด้วยเหรอ?”

         จูซือเหลียงส่ายหน้าด้วยใบหน้าหนักใจ

         “คุณเป็นแพทย์แผนจีนเหรอ?”

         “แล้วคุณคิดว่าไงล่ะ!”

         เย่จื่อเฉินชูเข็มในมือขึ้นมา

         “มั่นใจแค่ไหน”

         “ไม่ถึงครึ่ง แต่ถ้าฉันไม่ฝังเข็มก็ไม่มีความหวังอื่นแล้ว”

         ไม่ถึงครึ่ง!

         อัตราความสำเร็จแบบนี้มันต่ำมาก แต่จากสภาพของหยางอี่ฉือเขาก็เข้าใจดี

         ถ้าต้องรอให้ไปถึงโรงพยาบาลคงไม่ทันแน่ๆ

         “ได้ คุณฝังเข็มเลย ต้องการให้ผมช่วยอะไรไหม”

         “เหอะๆ” เย่จื่อเฉินเม้มปากหัวเราะเย็นชามองไปทางแฟนคลับ และเหล่าสื่อที่ตกอยู่ในอาการตื่นตระหนกรวมถึงฆาตกรที่ถูกจับกุมเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น “ทำในสิ่งที่คุณควรทำเถอะ”

         พูดจบ เย่จื่อเฉินก็ไม่สนใจจูซือเหลียงอีก สมองเล็กๆนั้นน่าจะรู้นะว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง

         รวมสมาธิ ตัดความวุ่นวายทุกอย่างทิ้งไป

         ฝังเข็ม!

         “เก้าสุริยันต่อชีวิต”

         พึมพำเสียงแผ่ว ก่อนที่เย่จื่อเฉินจะแทงเข็มอันสุดท้ายในมือลงไป

         เลือดบริเวณหน้าอกหยุดไหลทันที สองแก้มที่ซีดขาวค่อยๆขึ้นสีเลือดจางๆ

         ผิดกับเย่จื่อเฉินที่ตอนนี้ดูเหมือนอ่อนแรงแต่ใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

         สำเร็จ!

         เข็มเก้าสุริยันต่อชีวิตคือวิธีการฝังเข็มที่ประหลาดที่สุดในตำราแพทย์ของไท่ซางเหล่าจวินต้องฝังเข็มทั้งหมดสี่สิบเก้าจุด แต่มีเวลาอยู่แค่สิบกว่าวินาทีเท่านั้น

         ในระหว่างการฝังเข็ม จะแทงเข็มลงไปผิดจุดไม่ได้ต้องเป็นผู้ที่ชำนาญในการฝังเข็มมาก

         และแน่นอน ว่าที่สำเร็จได้ก็เป็นเพราะเข็มเงินนั่นด้วย

         ต้องใช้ถึงสองพันวิทยายุทธ์ในการแลกเอามันออกมาจากเถาเป่าถึงจะสามารถเพิ่มอัตราความสำเร็จของเข็มได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

         เมื่อเห็นว่าอาการของหยางอี่ฉือคงที่แล้วเย่จื่อเฉินถึงได้ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วตะโกนขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

         “จูซือเหลียง!”

         “มีอะไร จะให้ผมทำอะไร?”

         จูซือเหลียงยังคงคิดว่าเย่จื่อเฉินต้องการให้เขาช่วยอะไรอยู่ที่สำคัญคือตอนนี้เวลาผ่านไปไวมาก เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปห้านาทีแล้ว

         แต่เมื่อเห็นเย่เฉินที่ทำหน้าเหมือนโผล่ขึ้นมาจากน้ำได้รูม่านตาของเขาก็หดเกร็งทันที

         “คุณ…”

         “พาหยางอี่ฉือไปส่งโรงพยาบาลเถอะ”

         เย่จื่อเฉินหอบหายใจหนัก ก่อนจะออกแรงลุกขึ้นยืน

         “ห้ามให้ใครแตะต้องเข็มพวกนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ แล้วก็งานคอนเสิร์ตนี่…ช่างมันเถอะ ผมไม่อยากพูดมาก คุณน่าจะรู้ดีกว่าผม”

         “ผมจะตอบแทนคุณแน่ๆ”

         สีหน้าของจูซือเหลียงนิ่งขรึมจนน่ากลัว ความจริงงานคอนเสิร์ตนี้เขาเป็นคนจัดมันขึ้นมาเองแต่ดันมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ภายใต้การควบคุมของเขา…

         “ผมไม่ต้องการให้คุณมาตอบแทนผมคุณต้องไปตอบแทนหยางอี่ฉือกับพ่อของเธอ จำไว้นะอย่าให้ใครแตะต้องเข็มบนร่างกายของหยางอี่ฉือเด็ดขาด”

         เย่จื่อเฉินโบกมือให้จูซือเหลียง ก่อนจะขยับตัวออกจากการประคองของซูเหยียนและคนอื่นๆ

         “จื่อเฉิน นายเป็นอะไรไหม”

         ระหว่างทางกลับหอซูเหยียนกับเซี่ยเขอเข่อก็แบ่งฝั่งกันนั่งขนาบข้างเย่จื่อเฉิน แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

         แค่เอียงหัวลงก็ได้ซบบ่าหอมกรุ่นของหญิงสาวแล้ว

         ถ้าคนอื่นรู้คงได้อิจฉากันตายแน่

         “ไม่เป็นไรหรอก แค่ออกแรงเยอะไปหน่อย”

         “เมื่อกี้นายใช้วิธีฝังเข็มเหรอทำไมหลังจากที่ฝังเข็มแล้วถึงได้เป็นแบบนี้ล่ะ”

         ซูเหยียนทำหน้าเป็นห่วง หยิบเอากระดาษทิชชูในมือเช็ดไปตามหน้าผากและแก้มของเขาไม่หยุด

         “ควรตอบยังไงดี” เย่จื่อเฉินเลิกคิ้วถาม “แค่ออกแรงเยอะน่ะก็เลยเหนื่อย เลยหมดแรง”

         ซูเหยียนพยักหน้าเล็กน้อย เซี่ยเขอเข่อที่อยู่ข้างๆ ก็ยู่ปากพึมพำ

         “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ หยางอี่ฉือดีขนาดนั้นทำไมถึงได้มีคนทำกับเธอแบบนั้นในงานคอนเสิร์ต โชคดีนะที่อาเสี่ยอยู่ด้วยไม่งั้นต่อไปดาราที่ฉันชอบก็คงจะหายไปอีกคน”

         เย่จื่อเฉินที่ได้ยินก็มีสีหน้านิ่งขรึมทันที แล้วพูดขึ้นเสียงห้วน “ก็ต้องโทษพ่อของหยางอี่ฉื่อนั่นแหละที่จองหองเกินไป”

         “ฮะ อะไรนะ?”

         “ไม่มีอะไรหรอก”

         เย่จื่อเฉินพอรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ก็รีบส่ายหน้ากลบเกลื่อน

         แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็น

         ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อผู้จองหองของหยางอี่ฉือเธอจะตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ได้ยังไง

         ชอบทำท่าทางเย่อหยิ่ง ไม่เห็นหัวใคร

         ศัตรูข้างหลังคนแบบนี้มันจะไปมีน้อยได้ยังไง

         เขาดีแต่รู้จักปกป้องตัวเอง แต่กับหยางอี่ฉือนั้น…

         ติ๊ง!

         โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงดังขึ้น เย่จื่อเฉินจึงล้วงออกมาดู

         ยมทูตขาว

         เขารีบเก็บโทรศัพท์ทันที ซูเหยียนกับเซี่ยเขอเข่ออยู่ใกล้ขนาดนี้ ถ้าคุยตรงนี้ความลับต้องโดนเปิดเผยแน่นอน

         จนกลับมาถึงหอ เย่จื่อเฉินถึงได้ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วเอาโทรศัพท์ออกมา

          ยมทูตขาว : ฉันจะออกไปทำงานอีกแล้วนะ

         ยมทูตขาวตนนี้ดูจะสนิทกับเขามากจริงๆ จะออกไปทำงานก็ต้องแชทมาบอกเขาด้วย

         เย่จื่อเฉิน : เหนื่อยแย่เลยวันนี้ต้องไปที่ไหน

         ยมทูตขาว : ไปโรงพยาบาลเมืองปิงเฉิง

         ยมทูตขาวตอบกลับมา

         โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่เหล่ายมทูตต้องไปรับวิญญาณอยู่บ่อยๆในขณะที่เขากำลังจะตอบกลับไป จู่ๆ โทรศัพท์ก็มีเบอร์ที่ไม่รู้จักโทรเข้ามา

         “ฮัลโหล”

         ‘เย่จื่อเฉินหรือเปล่า?’

         เสียงของคนในสายดูหนักใจอย่างเห็นได้ชัดแต่ไม่ได้ส่งผลต่อการได้ยินของเย่จื่อเฉินว่าอีกฝ่ายคือใคร

         “จูซือเหลียงเหรอ คุณโทรมาหาผมทำไม?”

         ‘คุณจริงๆ ด้วย ตอนนี้คุณรีบมาที่โรงพยาบาลเมืองปิงเฉิงด่วนเลยหยางอี่ฉือเธอ…’

         “หยางอี่ฉือเป็นอะไร”

         เย่จื่อเฉินที่นอนอยู่บนเตียงลุกขึ้นนั่งทันที คนอื่นในห้องต่างก็หยุดคุยกันไปด้วยและพากันมองมาด้วยสีหน้าหนักใจ

         ‘มีคนดึงเข็มของคุณออก…’

         “เวรเอ๊ย!” เย่จื่อเฉินสบถคำหยาบออกมา “ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอย่าให้ใครแตะต้องเข็มนั่นคุณปกป้องหยางอี่ฉือที่งานคอนเสิร์ตไม่ได้แม้แต่ปกป้องเข็มไว้ตอนอยู่โรงพยาบาลก็ยังทำไม่ได้ คุณทำอะไรได้บ้างเนี่ย!”

         ‘ผม…ขอโทษ’

         “ขอโทษ? ขอโทษแล้วมันมีประโยชน์อะไร ผมจะไปเดี๋ยวนี้คุณรอผมอยู่ที่นั่นแหละ”

         เย่จื่อเฉินแทบจะเป็นบ้ากับจูซือเหลียง ทั้งๆที่บอกเขาแล้วว่าอย่าให้คนอื่นแตะต้องเข็ม

         เขายังปล่อยให้คนอื่นดึงเข็มไปได้อีก

         ทันใดนั้น เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้ยมทูตขาวบอกเขาว่าจะไปโรงพยาบาลเมืองปิงเฉิง

         เย่จื่อเฉิน : ยมทูตขาววิญญาณที่คุณจะไปรับคือวิญญาณของใคร

         ยมทูตขาว : เธอถามเรื่องนี้ทำไม

         เย่จื่อเฉิน : เรื่องนี้สำคัญกับผมมากคุณรีบบอกมาเถอะ

         ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด วิญญาณที่เธอจะไปรับก็น่าจะเป็น…

         ยมทูตขาว : หยางอี่ฉือ

     

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน