ช่วงเวลาแห่งการรอคอยได้จบลง ในที่สุดฤกษ์งามยามดีได้มาถึง แม้ฟ้ายังมิทันสว่างจิ่งอันกลับถูกเสี่ยวเถาปลุกขึ้นมาผัดหน้าทาปากและแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ดอกเหมยถูกวาดลวดลายบนหน้าผากมนอย่างปราณีตและบรรจง เรือนผมดำถูกจับมวยก่อนจะปักปิ่นและเครื่องประดับพระราชทานจากองค์ฮองเฮา เสี่ยวเถาและบ่าวคนอื่น ๆ ในเรือนหญิงสาวต่างช่วยกันแต่งกายให้จิ่งอัน หญิงสาวที่ยังมิตื่นได้แต่ยืนให้บ่าวของนางจับแต่งตัวดั่งตุ๊กตา
"ชุดกระโปรงกับปิ่นและเครื่องประดับช่างงดงามเข้ากันอย่างมากเจ้าค่ะคุณหนู"
บ่าวทุกคนต่างมองจิ่งอันด้วยแววตาชื่นชม เสี่ยวเถาสวมรองเท้าเข้าชุดกันก่อนจะคลุมผ้าสีแดงผืนบางลงบนศีรษะหญิงสาว
"ขบวนเจ้าสาวใกล้มาถึงแล้ว คุณหนูเตรียมตัวเถอะเจ้าค่ะ"
เสี่ยวเถาเอ่ยขึ้นพร้อมประคองหญิงสาวออกไป เสนาบดีจิ่งเดินนำออกไปยืนรออยู่หน้าเรือน
"พี่ใหญ่ช่างมีวาสนาดียิ่งนัก ข้าและน้อง ๆ คงคิดถึงท่านพี่อย่างแน่นอน"
จิ่งอันจำได้ว่าเป็นเสียงของจิ่งซื่อบุตรสาวอนุเฟิงน้องสาวต่างมารดาของนาง
"หากข้าโตขึ้น ข้าจะเป็นองครักษ์ไปปกป้องดูแลพี่หญิงใหญ่เอง"
เสียงจิ่งซือเอ่ยขึ้น หญิงสาวนั้นเป็นที่รักของน้อง ๆ ต่างมารดาทั้งสามเป็นอย่างยิ่ง แม้มารดาของทั้งสามจะสอนให้พวกเขาเจียมเนื้อเจียมตัว แต่กับจิ่งอันแล้วพวกเขากลับรักและเทิดทูนหญิงสาวยิ่งนัก
เสี่ยวเถาประคองจิ่งอันขึ้นเกี้ยวสีแดงงดงามหลังใหญ่ เสียงดนตรีดังประโคม จิ่งอันรู้ดีว่างานแต่งของนางนั้นคงจะมีหลายอย่างที่งดไปเนื่องจากเจ้าบ่าวที่ตาบอดของนาง ชาวบ้านต่างออกมาดูความยิ่งใหญ่ของขบวนเจ้าสาวที่นาน ๆ จะเห็นสักครั้ง แม้จะไร้ซึ่งเจ้าบ่าวนั่งอาชาอยู่ข้างเกี้ยวก็ตาม
เกี้ยวเจ้าสาวถูกหามเข้ามาหน้าจวนอ๋องสี่ จิ่งอันได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาหยุดอยู่หน้าเกี้ยว ด้วยผ้าคลุมที่ปิดหน้าอยู่นั้นจึงทำให้เห็นเพียงชายอาภรณ์สีแดงของเจ้าบ่าวเท่านั้น ผ้าไหมแดงมัดปมเป็นเงื่อนผูกใจถูกส่งมาให้หญิงสาว จิ่งอันรับผ้าไว้แล้วเดินตามเขาลงจากเกี้ยว ชายหนุ่มประคองอุ้มพาหญิงสาวข้ามเตาไฟและอานม้าอย่างช้า ๆ และมั่นคง
"อ๋องสี่ตาบอดมิใช่หรือ แต่ทำไมกลับทำได้เหมือนดั่งเจ้าบ่าวปกติทั่ว ๆ ไป"
เสียงแขกเหรื่อที่มาเอ่ยกระซิบกระซาบกันในงาน ผู้คนต่างมางานแต่งอ๋องสี่อย่างล้นหลามมากกว่างานแต่งใด ๆ ที่ถูกจัดขึ้นเสียอีก บางส่วนมาเพราะอยากร่วมแสดงความยินดี แต่กลับมีไม่น้อยที่มาเพราะอยากดูเจ้าบ่าวตาบอดแต่งงานกับเจ้าสาวปกติ
"เจ้าไม่รู้อะไร ท่านอ๋องสี่เองก็ฝึกซ้อมมามิน้อยเช่นกัน เพื่อให้งานแต่งของพระองค์ราบรื่น แม้จะตัดบางอย่างออก แต่ในส่วนที่สำคัญนั้นอ๋องสี่ก็ยังคงให้มีการจัดเหมือนปกติทุกอย่าง"
"เช่นนั้นหรือ อ๋องสี่ช่างใส่ในในรายละเอียด น่ายกย่องยิ่งนัก"
หญิงสาวถูกพาเข้าโถงใหญ่ของจวนเพื่อกราบไหว้ฟ้าดิน ผูกเงื่อนผมของบ่าวสาว ในทุกขั้นตอนนั้นแม้จะนานแต่ทั้งคู่กลับรู้สึกสุขใจมิต่างกัน
"คุณหนูเจ้าคะ นั่งรอให้ห้องก่อนนะเจ้าคะ หากท่านอ๋องสี่รับรองแขกเหรื่อเรียบร้อยแล้วก็จะเสด็จเข้ามาในห้องนี้เจ้าค่ะ"
เสี่ยวเถาเอ่ยบอกคุณหนูของตนเบา ๆ จิ่งอันที่อยู่ในชุดแต่งงานพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจ ยามที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพังหญิงสาวให้นางเรียกตนเองว่าคุณหนู แม้ว่าตอนนี้นางจะมีตำแหน่งพระชายาอ๋องสี่แล้วก็ตาม หญิงสาวถูกพามานั่งบนเตียงมงคลสีแดง ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องล้วนตกแต่งด้วยสีแดง ไม่ว่าจะเป็นผ้าผ่ม ผ้าม่านเทียนหรือแม้แต่โคมก็ล้วนแล้วแต่เป็นสีแดงทั้งสิ้น
"เหนื่อยจนอยากถอดทุกอย่างออกแล้ว"
"ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู ยังไม่เสร็จพิธีการเจ้าค่ะ"
เสี่ยวเถารีบห้ามคุณหนูของตนในทันที จิ่งอันได้แต่ทำใจและนั่งรอเจ้าบ่าวของนาง ไม่นานเสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านนอกประตู อ๋องสี่เดินเข้ามาพร้อมกับบ่าวรับใช้ที่ถือถาดสุรามงคลตามเข้ามาด้วย แม่นมเถาที่เดินตามมาไม่ห่างได้เข้ามาทำพิธีให้ทั้งสองอย่างครบถ้วนทุกขึ้นตอนก่อนจะสะกิดเสี่ยวเถาให้รีบถอยออกจากห้องไป
เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ในห้องเพียงลำพังชายหนุ่มค่อย ๆ ปลดผ้าปิดตาสีแดงของเขาออกก่อนจะใช้ไม้คันชั่งเปิดผ้าคลุมหน้าของหญิงสาวออกอย่างข้า ๆ เผยให้เห็นใบหน้าเจ้าสาวที่เซียวมู่หรงใฝ่ฝันหาอยู่ทุกคืน เขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าให้เต็มตา ดวงตาสีเขียวสะท้อนกับแสงเทียนชวนให้จิ่งอันลุ่มหลงไม่น้อย
"เจ้าเหนื่อยหรือไม่"
เสียงชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวอย่างห่วงใย จิ่งอันส่ายหน้าไปมาด้วยความเขินอาย ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มขึ้น แต่ประกายวิบวับในตานั้นกลับทำให้หญิงสาวเขินอายยิ่งกว่าเดิม
"มานี่สิ"
ชายหนุ่มพาหญิงสาวไปยังหน้ากระจกก่อนจะให้หญิงสาวนั่งลงตรงหน้ากระจกนั้น มือใหญ่ค่อย ๆ บรรจงดึงปิ่นและเครื่องประดับศีรษะออกให้หญิงสาวอย่างเบามือ
"ของพวกนี้หนักถึงเพียงนี้ เจ้าทนได้อย่างไรกัน"
ชายหนุ่มบ่นเบา ๆ ขณะถอดเครื่องประดับศีรษะหญิงสาวออก ผมดำที่ถูกรวบไว้สยายลงมาเต็มแผ่นหลังของหญิงสาว เขาค่อย ๆ หยิบหวีมาสางผมให้หญิงสาวเบา ๆ ก่อนจะซุกจมูกของตนลงสัมผัสซอกคอขาวผ่องนั้น ร่างน้อย ๆ ที่แม้จะเตรียมใจมาบ้างกลับสั่นสะท้านไปทั้งตัว