Santianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม)

    สูญเสีย

    สูญเสีย


            ขนาดของโครงกระดูกมังกรใหญ่โตกว่าร่างมังกรของเซนดรินและฮาร์มมากแต่ทั้งสองก็เข้าโจมตีตัดกำลังได้หลายจุด แม้ร่างใหญ่จะใช้ทั้งกรงเล็บและปีกหวดร่างสองมังกรจนกระเด็นไปหลายครั้งหลายครา แต่สองมังกรก็สู้ไม่ถอยบาร์รามซึ่งอยู่ในร่างงูยักษ์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับกระดูกมังกรทั้งพ่นกรดทั้งรวบขาทั้งสองข้างของมันเพื่อสกัดให้มันล้มลง 

            สองมังกรช่วยกันใช้ปากกัดทึ้งกระดูกของมันเมื่อสบโอกาสจนหลุดไปทีละชิ้นสองชิ้นในที่สุดเจ้าสัตว์ร้ายทรงตัวไม่อยู่ก่อนมันจะล้มลงจนกองหิมะฟุ้งกระจาย เสียงร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวยังคงดังก้องมันฟาดหางไปมาอย่างโกรธกรุ่น แต่สองมังกรก็ตรึงร่างมันไว้ได้ในที่สุด

            บาร์รามอาศัยจังหวะที่เจ้าโครงกระดูกมังกรไม่ขยับพุ่งเข้าไปหาป้ายสุสานเขาใช้ร่างงูใหญ่พันรัดป้ายหินนั่นไว้เพื่อถอนมันขึ้นมาหวังว่าข้างล่างนั้นจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการสายสร้อยของเนย่าลอยนิ่งอยู่ตรงนี้เป็นสัญลักษณ์ว่าต้องมีบางอย่างอยู่เบื้องล่างทำให้เขาไม่ลังเลที่จะรื้อมัน

            แต่แล้วเจ้าโครงกระดูกมังกรมันก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์สะบัดสองร่างที่ตรึงมันอยู่จนกระเด็นไปคนล่ะทิศละทางก่อนมันจะพุ่งเข้าหาร่างบาร์รามที่เกี่ยวรัดป้ายสุสาน 

            บาร์รามไม่ทันตั้งตัวได้หลบหนีเจ้ามังกรกระดูกก็พุ่งเข้ามา เขาจึงถูกอุ้งเท้าโครงกระดูกของมันเหยียบร่างไว้ มันกดลงมาเต็มแรงจนร่างของบาร์รามที่ส่วนลำตัวทาบอยู่บนยอดของป้ายถึงกับทะลุเพราะความแหลมคมของแท่งหินนั้น

            “ไม่!” เซนดรินร้องขึ้นด้วยความตกใจเขาคืนร่างเป็นอสุรเทวาแล้วเงยหน้ามาพบว่าบาร์รามถูกแท่งหินป้ายสุสานเสียบจนร่างทะลุไม่ว่าจะแข็งแกร่งมาจากไหน หากถูกทำร้ายจนร่างแทบฉีกกลางขนาดนี้ก็ไม่มีทางรอด

            “บาร์ราม” ฮาร์มเอ่ยเรียกชื่อเจ้าของร่างงูนั้นอย่างแผ่วเบาก่อนร่างนั้นจะค่อย ๆ หดเล็กลงเป็นร่างของบาร์รามที่นอนหงายหน้าลำตัวถูกเสียบติดอยู่กับป้ายหลุมศพในสภาพน่ากลัว

            ราวกับเจ้ามังกรกระดูกได้ทำหน้าที่สำเร็จโครงกระดูกทั้งหมดแตกสลายร่วงลงพื้นก่อนจะคืนสภาพเป็นปุยหิมะขาวคล้ายกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            สองเด็กชายรีบวิ่งเข้ามาหาร่างของบาร์รามที่ช่วงอกถึงท้องถูกเสียบติดอยู่กับป้ายเลือดไหลทะลักออกปากและจมูกสภาพน่าเวทนา บาร์รามสำลักเลือดซ้ำ ๆ จนทั้งสองหวั่นใจ

            “พรึ่บ!” ร่างของอีกาขาวจำนวนมากโผบินออกมาจากกองหิมะเหล่านั้นก่อนจะรวมร่างเป็นอิสตรี ที่มีแขนเป็นปีก เท้าเป็นนกเรือนผมก็เกิดจากขนนกเรียงซ้อนกันเป็นชั้นดูแปลกตา ดวงตาสีฟ้าผิวและขนขาวนวลสวยค่อย ๆ หย่อนปลายเท้าลงบนป้ายหลุมศพ ที่มีร่างของบาร์รามเสียบคาอยู่

            “พวกเรามาเพียงเพื่อตามหาสิ่งหนึ่งไปช่วยชีวิตถ้าท่านเป็นผู้รักษาที่นี่ได้โปรดเถิดท่านให้โอกาสพวกเราได้ทำในสิ่งที่ปรารถนา” เซนดรินเอ่ยขอร้อง

            ร่างนั้นไม่พูดอะไรเพียงแต่ก้มลงใช้ปลายลิ้นลิ้มรสเลือดที่อยู่บนอกของบาร์รามอย่างแผ่วเบาแล้วทำสีหน้าประหลาดใจ

            “ปล่อยเขาเถิดท่าน” เป็นเซนดรินที่ยังคงขอร้องอยู่

            “เรามาที่นี่ต้องการช่วยเนย่า” ฮาร์มเองก็พยายามทำน้ำเสียงให้ฟังดูเหมือนขอร้องแต่ก็ยังฟังกระด้างอยู่ดีแม้ว่าจะออกมาจากใจจริง ๆ

            “เนย่า” เสียงที่เอ่ยเรียกชื่อแหบแห้งราวกับน้ำเสียงของนกกาทั้งสองพยักหน้าร่างนั้นจึงโบกสะบัดปีกหนึ่งครั้งก่อนบางอย่างจะผุดขึ้นตรงหน้าพวกเขา

            “แหวน?” แหวนวงหนึ่งลอยอยู่เบื้องหน้าของเขามันงดงามจนพวกเขาประหลาดใจ นี่คือสิ่งที่พวกเขาตามหาใช่หรือไม่

            “เนย่า” ร่างนั้นเอ่ยอีกราวกับจะสำทับว่านี่คือสิ่งที่พวกเขาตามหาแน่แล้ว

            “ขอบคุณท่าน แต่....” เซนดรินเอ่ยขอบคุณแต่เมื่อมองร่างของบาร์รามใต้เท้าอิสตรีนางนี้ก็ถึงกับพูดไม่ออกนางหันมาส่ายศีรษะให้น้อย ๆสายตาที่ส่งมาไร้ความรู้สึกราวกับจะบอกว่าเธอไม่สามารถช่วยใครได้และคนใต้เท้าเธอก็คงไม่รอด

            “เนย่า” ร่างนั้นเอ่ยทิ้งท้ายอีกครั้งก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูงแล้วกลายร่างเป็นฝูงอีกาขาวโผบินขึ้นท้องฟ้าหายตัวไป

            เมื่อเห็นว่าพ้นอันตรายและไม่มีสิ่งใดเข้ามาขัดขวางอีกแล้ว       เซนดรินรีบเก็บแหวนแล้วเข้าไปหาร่างของบาร์รามทันที

            “บ้าเอ้ยบาร์รามลุกขึ้นเร็วเข้าไปได้แล้วเนย่ารออยู่” เซนดรินเข้าประคองศีรษะของคนที่ใบหน้าเปื้อนเต็มไปด้วยเลือด

            คนที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนป้ายสุสานพยายามลืมตามองสองเด็กชายที่เข้ามาประคองร่างของตนพร้อมกับออกแรงดึงแต่เขาก็เจ็บมากเหลือเกินวาระสุดท้ายสำหรับเขามาถึงเร็วเกินไปรึเปล่านะ

            “ขะ.... ข้า คงไปไม่ ได้” บาร์รามหอบหายใจ

            “เจ้าเป็นผู้ปกปักจะมาตายที่โลกมนุษย์ได้อย่างไร” ฮาร์มเข้ามาช่วยประคองแขนของบาร์รามอีกหนแต่ป้ายหินที่ทะลุร่างนั้นก็ลึกมากจนยากจะถอดถอนออก

            “นางกาขาวนั่นคงรับรู้ได้ถึงท่านเนย่าในเลือดของข้านางจึงยอมให้ต้นกำเนิดดวงชีพท่านเนย่าอย่างง่ายดาย สุสานนี้คงมีความเกี่ยวข้องกับท่านเนย่าเป็นแน่เจ้าสองคน นำโองการเชื่อมภพและกุญแจจากข้า นำแหวนที่นางกาขาวให้มา ไปช่วยท่านเนย่าให้ฟื้นตื่นเถิด” บาร์รามรู้ตัวดีว่าเขาคงไม่รอดกลับไปหานายอันเป็นที่รักจึงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่สองมังกร

            “อย่าพูดอย่างนี้สิ เนย่าฟื้นคงไม่ยอมแน่ถ้าเจ้ายังอยู่ที่นี่อีกอย่างเจ้าเป็นอาวุธประทับร่างของเนย่า เจ้าใช้เปลือกไข่ของข้าในการผูกพันสัญญาเจ้าจะตายไม่ได้” เซนดรินร้อนรนเขามองหาวิธีที่จะนำร่างของบาร์รามออกจากแท่งหินนี้ แต่มันก็มีขนาดใหญ่เกินไปถ้านำออกมาบาร์รามก็ไม่น่ารอดไปถึงเนย่าอยู่ดี

            “ข้าผูกสัญญาเพราะเลือดของท่านเนย่าท่านเนย่าช่วยข้าถึงสองคราด้วยเลือดตนเอง บัดนี้ถ้าตัวข้าจะทำประโยชน์ให้เธอได้ข้ายินดีแล้ว บอกท่านเนย่า ว่าข้าจะอยู่กับเธอเสมอ” บาร์รามยกยิ้มอ่อนระโหยม่านแห่งแสงเบื้องบนท้องฟ้าที่เขามองเห็นตอนนี้ก็สวยไม่เลว ถ้าเขาจะได้จ้องมองมันตลอดไปเพื่อระลึกถึงเด็กหญิงก็คงจะดีไม่น้อย

            “แบบนี้เขตตะวันออกของเซนเทียทั้งหมดจะเป็นเช่นไร” ฮาร์มเอ่ยถามคนที่ทำท่าจะหมดลมให้เขาตอบคำถามเพื่อยื้อเวลาอยู่ต่อ

            “มีท่านเนย่าอยู่ ทั้งหมดจะยังอยู่เหมือนเดิมอาจจะเสียสมดุลไปบ้างแต่ก็จะกลับเป็นปกติในไม่ช้าเมื่อท่านเนย่าฟื้นตัวเต็มที่” เสียงของบาร์รามเริ่มแผ่วเบา

            “เลิกพูดเถอะ เจ้าต้องกลับไปทำหน้าที่” เซนดรินพยายามประคองศีรษะบาร์รามแล้วออกแรงดันขึ้นเพื่อให้ร่างบาร์รามถอดถอนออกจากแท่งหิน

            “ข้า กำลังจะตาย นำโองการและกุญแจไป กลับไป...” บาร์รามใช้แรงเฮือกสุดท้ายใช้สองมือจับแขนของเด็กชายทั้งสองไว้กระแสพลังสีดำจากร่างกายของบาร์รามเข้าโอบล้อมร่างของเด็กชายทั้งสองทันที

            “ไม่” เซนดรินปฏิเสธ แต่ก็ไม่ทันเมื่อพลังจากโองการถ่ายเทมายังร่างกายของเขาราวกับเข็มร้อนนับพันเล็มทิ่มแทงบนตัวของเขา

            “อ้ากกก!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของสองมังกรดังก้องไปทั่ว ก่อนอักขระจะถูกถ่ายไปไว้บนตัวของเซนดรินและกุญแจถูกถ่ายไปไว้ที่ดวงตาขวาของฮาร์ม

            “ทำบ้าอะไรเนี่ย” เมื่อพลังทั้งหมดถูกถ่ายมายังร่างเรียบร้อย    เซนดรินก็สะบัดแขนออกพร้อมร่างของทั้งสองที่ทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวดไม่คิดว่าการมีโองการเชื่อมภพติดตัวจะต้องผ่านความทรมานเจ็บปวดเช่นนี้

            “ข้าจะพาเจ้ากลับไป” ฮาร์มซึ่งผ่านความเจ็บปวดมานับไม่ถ้วนแม้ครั้งนี้จะทำให้แทบหมดสติแต่เมื่อมันจบลง เขาก็ยังสามารถที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจไว้นั่นคือพาบาร์รามกลับไปหาเนย่า

            เป็นอีกครั้งที่สองมังกรหยัดกายลุกขึ้น พยายามจะใช้พลังที่มีหรือแม้จะกลายร่างอีกหนเพื่อดึงให้ร่างบาร์รามหลุดออกมาจากป้ายสุสานพวกเขาก็จะทำแต่ทว่า...

            “โฮกกกกก!!” เสียงคำรามของเสือร้ายกังสะท้อนไปทั่วทุ่งหิมะร่างเสือขาวปรากฏ เมื่อสองเด็กชายพยายามจะดึงร่างบาร์รามออกจากป้ายหลุมศพซึ่งไม่ว่าจะพยายามเช่นไรก็ไม่เป็นผล

            “เวย์นาส” บาร์รามเอ่ยเรียกอย่างแผ่วเบาก่อนลมหายใจจะเหือดหายไปพร้อมกับร่างของเสือใหญ่สีขาวที่สะท้อนอยู่ในเงาดวงตาของเขา

            “ผู้ปกปักทิศตะวันตกรึ” เซนดรินหันไปมองร่างนั้นโดยไม่ทันได้สนใจคนที่หมดลมลงไปเรียบร้อยแล้ว

            เมื่อหันกลับมาก็พบว่าบาร์รามแน่นิ่งไม่มีสัญญานชีพใดๆ อีก ทำเอาสองมังกรถึงกับเข่าทรุดพวกเขาต้องแบกรับหน้าที่นี้เพื่อไปบอกกับเนย่าว่าไม่อาจพาคนของเธอกลับไปได้

            “ถ้าเจ้าทั้งสองจะสนใจถามว่าใยข้าถึงอยู่นี่ก็คงต้องโทษเจ้านั่นที่มาชิงตายก่อนที่ข้าจะได้แก้แค้น” ร่างเสือใหญ่เอ่ย ก่อนจะคืนร่างจริงเป็นชายหนุ่มผิวขาวซีดอยู่ในชุดผ้าบางเบาสีขาวล้วนขาวแม้กระทั่งเส้นผมที่ยาวถึงต้นขาและขนตา แต่ดวงตาสีน้ำเงินเข้มดุจก้นสมุทรนั้นทอดมองเด็กชายทั้งสองและคู่แค้นที่ชิงตายไปก่อนอย่างไร้อารมณ์ใดๆ

            “เจ้าพูดเรื่องอะไร” เซนดรินที่ยังคงเสียใจเอ่ยถามคนที่ดูท่าทางจะลืมพกอารมณ์มาด้วย

            ร่างสูงเพรียวขาวสะอาดค่อย ๆ ก้าวเข้ามาเหมือนจะไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าเพื่อนตัวร้ายถึงมานอนตายอยู่ตรงนี้แต่ก็คงจะไม่ได้คำตอบอะไรถ้าไม่ท้าวความถึงว่าเหตุใดตัวเขาเองก็มาอยู่ที่นี่เช่นกันจึงออกปากพูดให้เด็กทั้งสองเข้าใจ

            “บาร์รามเคยใช้โองการเชื่อมภพเพื่อบิดเบือนเวลาพาดวงจิตผู้ฟูมฟักไฮดราหนีการตามล่าข้าดันหลุดเข้ามายังภพนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะตามใครคนหนึ่งมา” เวย์นาสอธิบาย

            “ใคร” ฮาร์มเอ่ยถามเสียงเรียบ

            “ชายผู้สวมหน้ากากขาวผ้าคลุมดำ” ในวันนั้นเพราะคำฝากฝังของบาร์รามเขาที่เฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนทำพลาดก็เลยพยายามจะสานต่อไล่ตามล่าใครคนหนึ่งที่กระโจนตามดวงจิตไปในห้วงมิติของโองการ

            “ผู้ฟูมฟักเงาของข้าสินะ” ฮาร์มครุ่นคิด

            “เรื่องนั้นคงจะให้ความกระจ่างได้เมื่อพวกเจ้ากลับเซนเทียแต่กับบาร์ราม ที่บัดนี้หมดลมลงแล้วเห็นทีจะเป็นไปได้ยากที่พวกเจ้าจะพากลับไปด้วย” เวย์นาสค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาใกล้ร่างของบาร์รามอีกเขาสัมผัสใบหน้าของเพื่อนคู่แค้นเพราะคนตรงหน้าเขาจึงต้องมีสภาพเช่นนี้

            “เนย่าต้องไม่ยอมแน่” เซนดรินส่ายหัวปฎิเสธหากจะไม่นำร่างของบาร์รามกลับไป

            “ใครนะ” เวย์นาสตะหวัดสายตาเอ่ยถามทันควัน จะมีใครกันที่บีบบังคับเจ้างูดำได้

            “ผู้ที่บาร์รามยอมเป็นอาวุธประทับร่างให้” ฮาร์มเป็นผู้ไขข้อข้องใจแทน

            “เจ้าคืออาวุธประทับร่างรึคนเยี่ยงเจ้ายอมคนที่ชื่อเนย่ารึ” เวย์นาสจับใบหน้าของร่างไร้ลมหายใจมาเอ่ยถามด้วยความเยาะหยันมาตายทิ้งกันแบบนี้เขาก็แย่น่ะสิ

            “ฮึก!” เวย์นาสทรุดลงพร้อมกับสำลักเลือดกองโต

                “เจ้าเป็นอะไร” เซนดรินรีบเข้ามาประคอง

            “เพราะเจ้าบ้านี่ดันตายน่ะสิ มันมีผลกับพวกข้าตอนนี้เฟย์รินกับเฮริสก็คงจะรู้สึกตัวแล้ว” เวย์นาสเช็ดเลือดที่มุมปาก

            เมื่อไร้ซึ่งชีวิตหน้าที่ของผู้เก็บวิญญาณก็เริ่มขึ้นเงาร่างในชุดผ้าคลุมสีดำก่อเกิดขึ้นด้านหลังเวย์นาส พวกมันมาเพราะมีคนตาย

            “ยมทูต” เซนดรินขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนใหม่เป็นใคร

            “โลกมนุษย์ไม่ใช่ที่ของวิญญาณของคนในเซนเทียจะถูกพวกท่านรับไป” ฮาร์มเป็นคนเอ่ยปากเมื่อรับรู้ว่ายมทูตนั้นมาที่นี่เพื่ออะไร

            “ที่สำคัญ วิญญาณนี้ได้ทำสัญญารับใช้กับคนเป็นไว้แล้วท่านไม่สามารถพาไปได้” ฮาร์มเน้นย้ำอีกเห็นทีเขาจะยอมไม่ได้หากบาร์รามจะไม่มีสิ่งใดได้กลับไปหาเด็กหญิงเลยเขาไม่อยากให้เด็กคนนั้นเสียใจ

            “ในฐานะที่ข้า คือผู้รับใช้ยมโลกดวงวิญาณนี้จะถูกข้านำกลับโลกที่ถูกซ่อนเพื่อคืนแก่เจ้าของที่แท้จริง เพราะผู้ที่ผู้ปกปักทำสัญญานั้นยังไม่ตายเขาเองก็จะไปยังยมโลกไม่ได้เช่นกัน หากผู้นั้นยังมีชีวิต ขอให้ฟังคำของข้า” ใบหน้าของฮาร์มเริ่มเปลี่ยนเป็นโครงกระดูกแก้วน้ำเสียงกดต่ำราวกับจะข่มขู่หากยมทูตแหกกฎสัญญาเขาก็พร้อมจะเป็นศัตรูทันที

            ร่างสีดำใบหน้าไร้รูปลักษณ์ลอยนิ่งอยู่ในอากาศขยายร่างแผ่ความใหญ่โตให้ดูน่าเกรงขามหากแต่ว่าคำเอ่ยของเด็กชายที่อ้างตนว่าเป็นผู้รับใช้ยมโลกเห็นจะเป็นจริงโครงกระดูกแก้วใสในตัวเด็กชาย คือผู้ข้ามผ่านความเป็นตายมาหลายต่อหลายครั้งในยมโลก เป็นสัญญาลับที่พวกมันรู้กันดี ว่าผู้รับใช้ยมโลกที่เคยได้ถูกฝากฝังไว้ยังภพคนเป็นนั้นมีรูปลักษณ์เช่นไรให้พวกมันได้จดจำหากพบเห็นยมทูตตนนี้จึงพยักหน้ารับคำขอแล้วจากไป

            “เจ้าไปเป็นผู้รับใช้ยมโลกตั้งแต่เมื่อไร” เซนดรินขมวดคิ้วมุ่นเอ่ยถามเมื่อฮาร์มสามารถขับไล่ยมทูตให้พ้นไปได้

            “ตั้งแต่โฮล์เบเรียสมอบจุมพิตให้” ฮาร์มตอบเสียงเรียบพร้อมกับสัมผัสนิ้วเรียวไปที่ริมฝีปากซีดของร่างบาร์รามอย่างแผ่วเบา

            “ไปกับข้าเถิดบาร์ราม” เกิดพลังงานสีดำเป็นสายลอยตามปลายนิ้วของฮาร์มออกมาก่อนมันจะรวมตัวกันเป็นก้อนกลมลอยวนไปรอบ ๆพร้อมกับหายเข้าไปในฝ่ามือของฮาร์ม

            “เช่นนี้ เจ้างูดำก็ยังพอมีโอกาสให้ข้าได้แก้แค้นสินะ” เวย์นาสกุมอกตัวเองที่ปวดแปลบพร้อมเอ่ยถามเสียงเยาะ

            “คงเป็นเรื่องของพวกเจ้า แต่เราต้องรีบไปกันแล้ว” เซนดรินถอนหายใจเขามองร่างไร้วิญญาณของบาร์รามเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนมันจะสลายหายไปกับสายลม

               สองมังกรเปิดประตูเชื่อมภพอีกครั้งเพื่อกลับไปยังโลกที่ถูกซ่อนพร้อมกับพาเวย์นาสและวิญญาณของบาร์รามกลับไปด้วย ทั้งสองหวังใจเพียงว่าเนย่าจะฟื้นตื่นและทำใจยอมรับได้ในการที่ต้องสูญเสียคนที่เธอรักดุจพี่ชายไป

    คล้ายกับเรื่องSantianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม) ที่คุณอ่าน