แจ๊บแจ๊บ!
เสียงเลียริมฝีปากดังขึ้นเบาๆก่อนที่เ้าของเสียงจะค่อยๆลืมตาตื่น เมื่อเห็นว่าเพดานห้องไม่คุ้นเธอถึงขั้นสะดุ้งตัวลุกขึ้นยืนในทันทีเพราะจำได้ว่าเธอกำลังดูแลเด็กสาวตัวน้อยคนหนึ่ง
“ ตาเถร! หายไปไหนแล้วเนี่ย ”
ตาทั้งสองพยายามกวาดมองหาเป่าเป้ยน้อย เมื่อหันมองไปยังประตูเธอพบว่าตนเองไม่ได้ปิดจึงรีบวิ่งออกจากห้องเพราะกลัวว่าเป่าเป้ยจะหนีออกไป
“ ไม่อยู่ แบบนี้ตายแน่ๆฉัน! ”
ความกังวลเผยบนใบหน้า เด็กสองขวบยังไม่แข็งแรงพอจะลงบันได อาจจะทำให้เกิดการพลัดตกได้เธอจึงรีบวิ่งเพราะอาจจะยังทันอยู่ แต่เมื่อมาถึงบันไดลงไปชั้นหนึ่งเธอก็พบว่าเป่าเป้ยน้อยไม่ได้ติดอยู่บนบันได มองลงไปพบว่าไม่มีร่างของเป่าเป้ยน้อยนอนจม เธอจึงโล่งอก แต่เมื่อรู้ว่าเป่าเป้ยอาจจะตกลงไปชั้น 1 แล้วคลานต่อเธอจึงรีบวิ่งสุดกำลังก่อนจะมาเจอเข้ากับเ้าหน้าที่หยางกำลังยกดัมเบล
สายตาทั้งสองรีบกวาดตามองหาเป่าเป้ย ก่อนจะถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นเด็กน้อยนอนอยู่บนโซฟามีกิ้งก่ายืนอยู่ใกล้ๆ ดูท่าเ้าหน้าที่หยางจะมาเห็นจึงพาเธอไปนอนที่โซฟา
เหมยลี่ไม่ประมาท เธอกลัวว่าเด็กน้อยอาจจะได้รับอันตรายจึงไปเปิดผ้าห่มแล้วค่อยๆพลิกร่าง เมื่อไม่เห็นรอยฟกช้ำจึงรู้ว่าไม่ได้ตกลงมาจากชั้น 2 แต่อย่างใด ขณะนั้นเองเธอสังเกตเ้าหน้าที่อย่าง ท่าทางที่แสดงออกมาราวกับ้าบอกบางอย่าง
“ เ้าหน้าที่พยายามจะพูดอะไรอยู่หรือเปล่าหว่า ”
เหมยลี่หันมองเ้าหน้าที่เห็นอีกฝ่ายพยายามะโบอกบางอย่าง สีหน้าที่แสดงออกมาทั้งเ็ปและตื่นตระหนกไปในเวลาเดียวกัน เธอจึงเข้าไปยืนใกล้ๆเผื่อจะได้ยินเสียง ทุกอย่างยังคงเงียบเธอจึงอ่านริมฝีปากของเ้าหน้าที่หยางที่พยายามพูดช้าๆ
“ มี คน อยู่ ข้าง นอก อย่า ออก ไป ….เขาพูดแบบนี้หรือเปล่านะ ”
เ้าหน้าที่หยางไม่ได้ยินเสียงเธอ ส่วนเธอเองก็ไม่ได้ยินเสียงเ้าหน้าที่หยาง ต่างฝ่ายต่างอ่านปาก ซึ่งไม่รู้ว่าทั้งสองเข้าใจตรงกันหรือเปล่า
เหมยลี่ที่เข้าใจว่าข้างนอกมีคนอยู่จึงเดินเข้าไปใกล้ๆประตูพลางชำเลืองมองเ้าหน้าที่หยาง ปรากฎว่าอีกฝ่ายพยายามร้องะโห้ามเธอจึงก้าวถอยหลังเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ข้างนอกอาจจะเป็อันตราย
“ เ้าหน้าที่หยาง พวกมันเป็ใครคะ ”
เหมยลี่พยายามอ้าปากให้กว้างและพูดให้ช้าลง เ้าหน้าที่หยางไม่รู้เช่นกันจึงบอกให้เธอติดต่อข้างนอกก่อน
เหมยลี่จึงรีบควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหวังจะติดต่อเ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ สัญญาณกลับขาดหายเธอจึงยื่นโทรศัพท์ให้เ้าหน้าที่หยางดู
หยางเห็นสัญญาณบนโทรศัพท์ถึงขั้นหน้าถอดสี เขาไม่ได้พกอุปกรณ์ติดต่อของเ้าหน้าที่เพราะแอบมาออกกำลังกายไม่ให้ใครเห็น ดูท่าตอนนี้ภายในตึกจะถูกปิดกั้นสัญญาณแล้ว แม้เขาจะยังไม่รู้ว่าทำไมพวกชุดดำยังไม่คิดเข้ามา แต่การที่พวกเขายังไม่บุกหมายความว่าจะต้องรอบางอย่างอยู่แน่นอน
“ หรือว่ามันกำลังรอให้เ้าของร้านกลับมา บ้าจริง! ”
หยางรู้ตัวว่าเื่เลวร้ายใกล้จะเกิดขึ้นแล้วจึงพยายามคิดว่าจะช่วยเหลืออย่างไร ทันใดนั้นดัมเบลก็จบโปรแกรมการฝึก เขาจึงรีบบอกให้เหมยลี่อุ้มเป่าเป้ยขึ้นไปหลบที่ชั้น 2 แล้วล็อกประตูห้องอย่าให้ใครเข้าไป
“ พวกมันเป็ใครเหรอคะ ”
“ ฉันก็ยังไม่รู้ แต่ตอนนี้พวกมันได้ปิดตึกเอาไว้แล้ว ”
หยางนำชุดเกราะออกมาสวมใส่พร้อมกับติดตั้งดาบ แต่เขากลับพบว่าพลังงานจากไอเทมไม่แสดงผล เขาจึงลองเรียกสกิลและทักษะดูทำให้รู้ว่าภายในตึกนี้ป้องกันการเรียกใช้งานมานา เขาจึงควักปืนออกมาจากแหวนเก็บของ มันคือสิ่งเดียวที่สามารถใช้ป้องกันตัวได้จากสถานการณ์ในตอนนี้
เมื่อวิ่งตามเด็กสาวทั้งสองมาถึงชั้น 2 เขารีบเข้าไปในห้องพร้อมกับล็อกประตู ในระหว่างนี้เขาได้แอบดูชายชุดดำผ่านหน้าต่าง ชุดที่สวมใส่ถูกทาด้วยสีดำยากจะบอกได้ว่าพวกมันเป็ใคร
“ พวกมันทำอะไรกัน? ”
ความสงสัยเผยบนใบหน้าของเ้าหน้าที่หยาง ภาพที่เขาเห็นคือชายชุดดำกำลังพยายามใช้มือและเท้าทุบประตูและหน้าต่างเพื่อจะบุกเข้ามา
พวกมันกลับไม่สามารถทำลายหน้าต่างได้ ผนังของตึกก็เช่นเดียวกัน เขาจึงรู้สึกประหลาดใจที่เห็นว่าตึกแห่งนี้แข็งแกร่งเกินไปจนสามารถป้องกันการบุกของฮันเตอร์เอาไว้ได้
นอกจากสำนักงานใหญ่ของเขาแล้วไม่ควรจะมีที่ไหนใช้วัสดุพิเศษในการสร้าง
“ หรือว่ารูปทรงอาคารเก่าๆจะเป็เพราะว่าไม่สามารถปรับปรุงได้เนื่องจากวัสดุแข็งเกินไป ”
ความคิดหลายอย่างผุดขึ้นมาในหัว ทำให้เขาคิดเกี่ยวกับเื่ที่ตึกหลังนี้ไม่ถูกทุบเพื่อสร้างใหม่หรือถูกรีโนเวท
เ้าหน้าที่หยางเห็นว่าตัวเองกำลังคิดเื่บ้าบอจึงโยนความคิดอื่นทิ้งไปก่อน ตอนนี้โจรชุดดำบุกเข้ามาในตึกไม่ได้ เขาจึงต้องหาทางติดต่อกับข้างนอกเพื่อขอความช่วยเหลือ
ในระหว่างที่ทุกคนตื่นกลัว ัน้อยกลับนั่งนิ่งข้างๆเป่าเป้ย มันไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์จึงต้องตื่นตูม
“ ดูเหมือนว่าพวกมันจะบุกเข้ามาในตึกไม่ได้ อยู่ในห้องอย่าไปไหนนะ ”
เหมยลี่พยักหน้าก่อนจะสอบถามเ้าหน้าที่หยางที่เหมือนจะออกจากห้องไปทำอะไรสักอย่าง
“ ดูเป่าเป้ยเอาไว้ ฉันจะขึ้นไปจุดพลุบนดาดฟ้าเพื่อเรียกตำรวจของเมืองนี้ ”
“ เข้าใจแล้วค่ะ ”
พลุสัญญาณคือสิ่งที่ใช้กันในพื้นที่ล่า เขาจึงหวังว่าจะมีตำรวจเห็นแล้วเดินทางมาช่วยเหลือ ต่อให้ตำรวจจะมองไม่เห็น เขาก็หวังให้คนที่อยู่ระแวกใกล้เคียงมองเห็นพลุนี้
กระทั่งวิ่งมาถึงดาดฟ้าชั้นที่ 20 เ้าหน้าที่หยางพบว่ามีเสียงคุยกันดังขึ้นด้านหลังประตูดาดฟ้าที่เขากำลังจะเปิดออกไป เขาจึงเงี่ยหูฟังจนจับใจความได้ว่าอีกฝ่ายที่อยู่ด้านหลังประตูพยายามคิดหาวิธีเปิด เขาจึงปล่อยมือจากลูกบิดประตูแล้ววิ่งหาสถานที่อื่นที่สามารถจุดพลุได้แทน
“ บ้าจริง ล็อกทุกห้องเลย ”
ประตูห้องถูกปิดตายทั้งหมด การที่เขาถูกปิดพลังเอาไว้ทำให้ใช้สกิลออกมาไม่ได้ พละกำลังที่ใช้ไม่ต่างจากคนธรรมดา เขาจึงมองปืนในมือก่อนจะคิดว่าเขาจะใช้งานมันดีหรือเปล่า
หากเขาใช้ปืนกระบอกนี้จะต้องส่งเสียงดังแน่นอน โจรจะต้องรู้ตัวและพยายามหาทางเจาะเข้ามาให้เร็วขึ้น เมื่อรู้ว่าการส่งเสียงจากด้านในอาจจะกระตุ้นให้พวกมันบุกเร็วขึ้น เขาจึงกลับไปยังชั้น 1 เพราะที่นี่เป็ตำแหน่งเดียวที่เขาจะขอความช่วยเหลือได้
“ เอายังไงดี ถ้าจุดพลุพวกมันก็ต้องรู้ แต่ถ้าไม่จุดเ้าของร้านก็ตกที่นั่งอันตราย ”
เ้าหน้าที่หยางหลบอยู่ด้านหลังลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นเก่าพลางใช้สายตามองผ่านประตูหน้าทางเข้าตึกออกไป แม้ประตูจะเปิดโล่งกลับมีพลังงานบางอย่างปิดกั้นไม่ให้ชายชุดดำเข้ามาได้ จากสิ่งที่เห็นทำให้เขาเริ่มมีความคิดหลายอย่าง
“ ถ้าพวกมันรอเ้าของร้านกลับมา เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้ฉันจะขอความช่วยเหลือ ตำรวจไม่น่าจะมาทัน แต่ถ้าฉันขอความช่วยเหลือในตอนนี้ พวกมันอาจจะบุกเข้ามาเร็วกว่าเดิม คนที่อยู่ข้างในก็จะซวยไปด้วย เอาไงดีนะ ”
เ้าหน้าที่หยางพยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอด ทันใดนั้นเขาจึงนำชุดของตนเองออกมาสวมใส่ อย่างน้อยน่าจะทำให้อีกฝ่ายใกลัวจนหลบหนีไป
“ เฮ่! หยุดนะนี่เ้าหน้าที่ตำรวจ ”
หยางถือปืนยืนอยู่ห่างจากประตูทางออกไปเพียง 1 เมตร เขาไม่กล้าก้าวเท้าออกไปนอกตึกเพราะด้านนอกไม่มีม่านพลังป้องกัน
เหล่าคนที่อยู่ด้านนอกหลังจากได้ยินคำว่าตำรวจหลายคนแสดงท่าทางใจนเผลอวิ่ง แต่เมื่อเห็นว่าหยางมีเพียงคนเดียวพวกมันจึงหยุดเท้าแล้วยืนประจำตำแหน่งต่อไป ตึกแห่งนี้ถูกปิดกั้นสัญญาณเอาไว้แล้ว ต่อให้จะมีเ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายในตึก พวกมันจะสังหารไปพร้อมๆกัน
หยางเห็นท่าทีของอีกฝ่ายเขาจึงรู้ว่าพวกมันไม่ใช่โจรธรรมดาเพราะไม่ได้หวาดกลัวจนเกินไป เมื่อเห็นว่าแผนประกาศตัวว่าเขาเป็ใครไม่ได้ผลจึงถือโอกาสนี้ยิงพลุออกไปข้างนอกร้าน เขาไม่รู้ว่าม่านพลังจะป้องกันพลุหรือไม่มีแต่ต้องลอง
พลุสีแดงพุ่งออกจากกระบอกเป็เส้นตรงไปทางประตู มันสามารถพุ่งขึ้นฟ้าได้หากไม่มีสิ่งกำบัง เพียงแต่ว่าชายชุดดำคนหนึ่งกลับใช้สกิลของมันดึงพลุเข้าไปเก็บเอาไว้จึงทำให้สัญญาณขอความช่วยเหลือไม่สามารถพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าได้
เ้าหน้าที่หยางเห็นแบบนั้นรู้สึกใ เขาจึงค่อยๆสำรวจพลังของชายชุดดำ หากว่าเลเวลน้อยกว่าเขาจะออกไปลุยเดี่ยวแล้วขอกำลังจากตำรวจ แต่แล้วเขากลับใเมื่อััได้ถึงสายตาจากชายชุดดำที่ััระดับพลังไม่ได้ ทักษะของเขาเป็ทักษะพิเศษใช้สำหรับรับรู้ตัวตน ต่อให้จะไม่สามารถััเลเวลของคนที่มีเลเวลสูงกว่าได้ก็ตาม ทักษะนี้ช่วยให้เขารอดตายมาหลายครั้งเพราะััตำแหน่งได้แม้กระทั่งคนที่พยายามปกปิดตัวตน
การที่ทางการส่งเขามายังเขต X เพื่อตามหาพลังแปลกประหลาด เป็เพราะทักษะนี้ที่เขาฝึก ซึ่งมีเพียงเขาคนเดียวที่ฝึกมันสำเร็จ
“ ไม่ได้มีแค่ 2 หรือ 3 คน ใครกันวางแผนเล่นงานเ้าของร้าน ”
เขามีเลเวล 39 เท่านั้น ชายชุดดำที่ััเลเวลได้มีทั้งหมด 23 คน แต่คนที่ััเลเวลไม่ได้มีมากถึง 15 คน ต่อให้เขาจะกล้าบุกเดี่ยวออกไปข้างนอก สุดท้ายจะเป็เขาเองที่ต้องตาย เ้าหน้าที่หยางจึงตัดสินใจยืนอยู่ที่หน้าประตูรอบอกเ้าของร้าน เขาไม่สามารถเสี่ยงไปมากกว่านี้ได้เพราะหน้าที่ของเขาคือการมาตรวจสอบพลังประหลาด
“ คนที่อยู่ในร้านมีแค่เด็กสาว 2 คนและคนหนึ่งที่บอกตัวเองว่าเป็เ้าหน้าที่ เ้าของร้านไม่รู้อยู่ที่ไหน ”
ชายชุดดำที่อยู่บนตึกอีกฟากของถนนหันมองไปยังชายที่กลับมารายงาน เป้าหมายในการสังหารไม่ได้อยู่ภายในบ้าน มันจึงสงสัยไม่น้อยว่าชายคนนี้หายหัวไปที่ไหนเพราะเมื่อ่ค่ำมีรายงานว่าเขาอยู่ภายในบ้าน ทันใดนั้นก็มีคนกลับมารายงานอีกครั้ง
“ หัวหน้า ผมตรวจสอบแล้ว เ้าของร้านเดินทางไปทิศเหนือ เขาน่าจะเดินทางไปยังพื้นที่ล่า ”
“ ไปพื้นที่ล่างั้นเหรอ นานหรือยัง ”
“ หลังพระอาทิตย์ตก เราส่งคนไปเล่นงานเขาแล้ว ”
“ อืม อย่าพึ่งทิ้งที่นี่ มันอาจจะหลบหนีการล่าได้แล้วกลับมาที่บ้าน ทุกอย่างจะต้องหายไปในคืนนี้อย่าปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดได้ล่ะ ”
ชายชุดดำเฝ้ามองดูตึกต่อไป แม้จะรู้ตัวแล้วว่าเป้าหมายหลักไม่ได้อยู่ภายในตึกก็ตาม
“ หม่ำหม่ำ พี่สาวหนูอยากกินหม่ำๆ ”
เหมยลี่หันมองเด็กสาวที่อุ้มเอาไว้ เธอเชื่อฟังอย่างว่าง่าย บอกให้เงียบก็อยู่เงียบๆเล่นตุ๊กตาไม่กวนเลย
เมื่อเห็นว่าเป่าเป้ยน้อยหิวแล้ว เธอจึงมองไปยังตู้เก็บนมที่เ้าของร้านชงนมเอาไว้ก่อนออกไป เธอจึงรีบนำนมอุ่นๆที่เก็บเอาไว้ออกมาให้เป่าเป้ย อีกฝ่ายได้นมแล้วจึงเล่นกับตุ๊กตาต่อ
“ พี่สาวคนฉวย ” เหมยลี่ฉีกยิ้มกว้าง เด็กน้อยไม่โกหกเธอจึงยิ้มรับคำชม
“ มีอะไรเหรอคะ เป่าเป้ยอยากให้พี่สาวทำอะไรเอ่ย ”
“ ป๊ะป๋าอยู่ไหนเหยอ ”
“ ป๊ะป๋าเป่าเป้ยออกไปซื้อของ เดี๋ยวก็กลับมา ซื้อนมอร่อยๆมาให้เป่าเป้ยไง ”
“ เย่! ”
เหมยลี่เห็นเด็กสาวทำตาโตเธอจึงเข้าไปเล่นด้วย แม้จะวิตกกังวล แต่เมื่อรู้ว่าโจรยังเข้ามาไม่ได้เธอจึงรู้สึกโล่งอก อย่างน้อยเธอไม่ได้ติดอยู่ในตึกคนเดียว ยังมีเ้าหน้าที่หยาง เธอจึงหวังว่าอีกฝ่ายคงจะสามารถหาทางออกได้ในเร็วๆนี้