ขุมพลังที่อยู่ในห้องส่วนตัวที่มาการประมูลนั่นก็เห็นเหตุการทั้งหมด พวกเขาแต่ละคนได้แต่สะพรึง หลายคนมีพลังเทียบเท่ากับ ผู้อาวุโสใหญ่เลยด้วยซ้ำ พวกเขาคิดว่าเด็กคนนี้มีขุมพลังที่น่าสะพรึงหนุนหลังอยู่แน่ ไม่งั้นจะผลิตสัตว์ประหลาดแบบนี้ขึ้นมาได้ไง อัฉฉริยะของพวกเขากลายเป็นเด็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับคนแบบนี้
ข่าวการต่อสู้แผร่กระจายอย่างรวดเร็ว ผู้คนยังเพิ่งตะลึงไปเมื่อไม่กี่วันกับการตายของ อูเซิง แต่มาวันนี้ มีข่าวที่น่าตกใจยิ่งกว่ากับโผล่ออกมาแทน
ผู้เฒ่าประมูลยิ้มขม เขาหัวเราะให้กับตัวเองเบาๆ "เจ้าหนูนั่นมีพลังถึงขนาดนี้ เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปช่วย" ขนาดนั่นเขาก็เดินกลับเข้าไปทันที
เย่ชิงหยูขนาดนั่นเขาเดินไปเรื่อยๆ ก็ได้ยินเสียงการแจ้งเตือนที่คิดถึง
"ติ๊ง ยินดีด้วยโฮสต์ได้รับแต้ม 57000 แต้มหวังว่าโฮสต์จะพยายามต่อไปนะ"
เย่ชิงหยูเดินไปครุ่นคิดไป "สังหารขั้นขุนพลนภาไม่ใช่ว่าได้ 1แสนแต้มเหรอ ชั่งมันเถอะ" เขาเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ
ผู้คนได้แต่หลีกทางให้ สีหน้าของพวกเขาหวาดกลัว
เย่ชิงหยูเมื่อเดินมาถึงสถานีรถไฟลอยฟ้ารอสักพัก รถไฟลอยฟ้าก็มาเขาก้าวขึ้นไปทันที เขาคิดว่าได้เวลากลับบ้านแล้ว ฝูงชนบนรถไฟได้แต่มองมาที่เย่ชิงหยูเพราะว่า เสื้อผ้าเขามีแต่เลือดติดอยู่ แต่เย่ชิงหยูก็ไมไ่ด้สนใจ
แต่ในเมืองผู้คนยังพูดคุยกันอย่างบ้าคลั่ง
"ขุมพลังตำหนักนภาที่มาการประมูลถูกฆ่าตายหมดเลย"
"นั่นสิ ขนาดผู้อาวุโสที่มีขั้นพลังขุนพลนภายังถูกฆ่าตาย ขุนพลนภานะเฮ้ยไม่ใช่มดปลวก"
"เจ้าว่าใช่เจ้าเด็กน้อยที่สังหารอูเซิงไหม" คนคนนึงเอ่ยขึ้น
"ไม่ใช่นะ หน้าตาคนละคนกันเลย" อีกคนตอบกลับ
"แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะว่าสมัยนี้มันปลอมแปลงใบหน้าได้" คนอีกคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
พวกเขาเมื่อนึกได้ก็ลืมวิธีนี้ไปซะสนิท ถ้าใช่ก็หมายความว่าเจ้าเด็กนี้ก็ก่อเรื่องใหญ่ไปหลายเรื่องเลยทีเดียว
ขนาดนั่นข่าวสารการต่อสู้ถูกส่งมาที่ เมืองหน้าด่านทันที เสียงข้อความที่ส่งมานั่นพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก
หลังจากการประชุมของพวกผู้อาวุโสสำนักงานใหญ่ได้ส่งคนมาคุ้มครองเย่ชิงหยูอย่างลับๆ พวกเขาได้เห็นการต่อสู้กับตา เมื่อการต่อสู้เสร็จเขาก็รายงานให้แก่เบื้องบนทันที เมื่อข่าวมาถึง สำนักงานใหญ่สั่นสะเทือน ผู้อาวุโสหนึ่งถึงกับออกมาจากด่าน เขาหัวเราะร่า เสียงของเขาดูมีความสุขมาก
"เจ้าพวกเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรก็มีสายลับในเมืองมากมายนัก พวกมันต้องได้ข่าวนี้แน่ๆ" ผู้อาวุโสหนึ่งสีหน้าเคร่งครึม เขาพึมพำเบาๆ เขาไม่รอช้าสั่งการลงไปให้ส่งคนไปคุ้มครองเย่ชิงหยูลงอย่างลับๆอีก เมล็ดพันธุ์สูงสุดเช่นนี้จะปล่อย ให้ถูกสังหารไม่ได้
ผ่านไปหลายชั่วโมง เย่ชิงหยูก็กลับมาถึงเมือง เขาแวะเข้าบ้านบ้านทันที เปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำแต่งตัวใหม่ คราวนี้เขาใส่ชุดลำลอง เสื้อสีสด กางเกงขาสั้นเมื่อเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปที่สถาบันการต่อสู้
เมื่อมาถึงหน้าสถาบัน เย่ชิงหยูก้าวเดินเข้าไป นักเรียนคนอื่นๆเมื่อเห็นเย่ชิงหยูก็คำนับทักทายเรียก ศิษย์พี่เย่ กันยกใหญ่ เขาพยักหน้าให้ ขนาดนั่นเขาเดินมาถึงลานประลอง พวกผู้เข้าแข่ง สิบอันดับแรกอยู่กันทั้งหมด พวกเขาฝึกซ้อมด้วยกันในวันที่ผ่านมา มีแต่เย่ชิงหยูคนเดียวเท่านั่น ที่ไม่ได้มาสถบันเลยตลอดหลายวันมานี้
เมื่อเย่ชิงหยูเดินเข้ามา นักเรียนหลายร้อยคนก็หันมามองพวกเขาคำนับเย่ชิงหยูกันอย่างมากมาย
"คำนับศิษย์พี่เย่" เสียงตะโกนทั่วดังขึ้นทั่วทั้งลานประลอง
เย่ชิงหยูส่งเสียงรับคำ เสียงของเขาดังก้องกังวานไปทั่วลานประลอง
"อืม" นักเรียนคนอื่นๆได้ฟังดังนั่นก็ทำสีหน้าเคราพออกมาทันที
"พลังของศิษย์พี่เย่ ล้ำลึกขึ้นอีกแล้ว"
"นั่นสิแค่ได้ยินเสียงของศิษย์พี่ก็รู้สึกหนาวสั่นอย่างบอกไม่ถูก" นักเรียนพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
งิวยะที่เห็นเย่ชิงหยูเดินเข้ามาก็เบะปาก เขาถลึงตาใส่ เขาไม่ได้โกรธแค้นไรเย่ชิงหยูขนาดนั่นหลังจากถูกอัดจนน่วมก็ยอมรับว่า สู้เจ้าเด็กนี้ไม่ได้จริงๆ
โทมัสกับคนอื่นๆสีหน้าซ้ำซ้อน ก็เพิ่งถูกเจ้าเด็กนี้อัดไปเมื่อไม่กี่วันเองนี่ ชิงอีฮัันช้อนสายตามองเข้าใส่ เย่ชิงหยูสีหน้ายิ้มแย้มเดินเข้ามา
"ว่าไงทุกคน อาการบาดเจ็บหายกันยัง" เย่ชิงหยูยกมือทักทาย
คนอื่นๆฟังดังนั่นก็หนังตากระตุกอยากจะอัดเข้าเบ้าตาของหมอนี้ซักหมัด
โทมัสกับคนอื่นๆมองหน้ากัน ผลสุดท้ายพวกเขาพูดคุยกันตัดสินใจในที่สุด
เย่ชิงหยูยืนฟังอยู่ เขาเอามือไขว้หลังสีหน้ายิ้มแย้มชั่งกวนบาทายิ่งนัก
"นี้เจ้าเด็กน้อยมาเจอกันอีกรอบเป็นไง หนึ่งต่อสิบเหมือนเดิม พอดีพวกเราอยากแก้มือ" โทมัสเอ่ยขึ้น สีหน้าเขาจริงจังอย่างมาก ใบหน้าของแต่ละคนก็จริงจังเลยทีเดียว จิตวิญญาณการต่อสู้ของพวกเขาลุกโชนราวกับเปลวเพลิงที่ร้อนผลาญ ในใจพวกเขาไม่ยอมแพ้อย่างง่ายๆขนาดนั่น ถึงแพ้ก็ต้องอัดเจ้าเด็กนี้ให้ได้สักหมัดบางคนถึงกับคิดยังงั้น
"ได้สิ" เย่ชิงหยูพยักหน้า
ขนาดนั่นผู้นักเรียนคนอื่นๆที่ได้ฟัง เมื่อได้ยินว่า ศิษย์พี่เย่จะต่อสู้กับศิษย์พี่ทั้ง9คนอีกครั้งก็กระจายข่าวออกไปอย่างรวดเร็ว
อาจารย์คนอื่นๆก็ได้ข่าวรีบวิ่งมากันย่างรวดเร็ว นักเรียนคนอื่นๆก็ทยอยกันมาอย่างบ้าคลั่ง
เย่ชิงหยูกระโดดขึ้นไปบนลานประลองทันที พวกโทมัสก็ไม่รอช้า กระโดดพุ่งตัวขึ้นไป
นักเรียนหลายพันคนส่งเสียงพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น เมื่อจะได้เห็นการต่อสู้แบบนั่นอีกครั้ง อาจารย์ร่างใหญ่คนเดิมไม่รอช้า พุ่งตัวเข้ามาทำหน้าที่กรรมการเหมือนเดิมทันที เขามองไปที่ทั้งสองฝั่ง เมื่อพร้อมแล้วเขาก็เอ่ยออกมาเสียงสนั่น
"เริ่ม" ขนาดนั่นพวกโทมัสกับเก้าคนที่เหลือก็แยกย้าย กระจายเป็นวงกลมล้อมรอบเย่ชิงหยูทันที
เย่ชิงหยูเห็นดังนั่นก็ยิ้มแย้ม เขายืนนิ่งอยู่เฉยๆยังไม่ได้ลงมือ
โทมัสกับคนอื่นๆไม่รอช้าใช้พลังทั้งหมดปลดปล่อยทักษะสุดยอดของตนเองเข้าใส่ทันที แสงสีแว่บวับปรากฏเจิดจ้าทั้วทั้งลานประลอง
เมื่อทักษะต่างๆทะยานเข้ามาถึงเย่ชิงหยู ขนาดนั่นเขาก็เบิกตาขึ้นเขาตะโกนออกมาดังลั่น นักเรียนคนอื่นๆได้ฟังถึงกับเอามือปิดหูเสียงเขาดังก้องไปทั่ว อากาศถึงกับสั่นสะเทือนเลยทีเดียว
"สลาย"
"ปัง" ครืน เยชิงหยูปลดปล่อยออร่าแรงกดดันออกมาจากร่างกายอย่างมหาศาล อากาศสั่นกระเพึ่อมเลื่อนลั่น พื้นลานประลองแตกออก ทักษะต่างๆถูกแรงกดดันทำให้สลายวอดวายหายไปทันที
ทั่วทั้งลานประลองถึงกับถูกแรงกดดันที่มากมายมหาศาลนี้กดทับ อาจารย์ร่างใหญ่สีหน้าถึงกับซีด ส่วนอาจารย์แต่ละคนถึงกับตื่นตระหนก ใบหน้าแดงกล้ำ พวกเขาเปล่งพลังต้านทานสุดชีวิต นักเรียนหลายพันคนที่มาดูการประลองถึงกับล้มลง พวกเขามองไปที่เย่ชิงหยูอย่างหวาดกลัว หน้าของพวกเขาซีดราวกับไม่มีเลือด ศิษย์พี่เย่ราวกับอสูรโบราณขนาดยักษ์ แรงกดดันชั่งมากมายยิ่งนัก พวกเขาถึงกับลุกไม่ขึ้น
โทมัสกับคนอื่นๆที่อยู่ใกล้สุดไม่ต้องพูดถึง ร่างอ่อนยวบนอนแผ่ไปที่พื้น ถูกแรงกดดันทับจนร่างกายเจ็บปวด สีหน้าพวกเขาบิดเบี้ยว พวกเขาส่งเสียงร้องออกมากรอดๆแต่ถึงยังงั้นก็ขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ในขนาดนั่นเสียงราวกับมีเวทมนต์ก็ดังขึ้น สลายแรงกดดันของเย่ชิงหยูออกไป
"เฮ้อ อย่ารังแกเจ้าพวกนี้เลย เจ้าหนู"