ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 79 : ธุรกิจปากท้อง

    จารึกที่ 79 : ธุรกิจปากท้อง : ปุ๋ยสูตรผีบอก


    แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหมอกลงมายังแปลงสมุนไพรเขียวขจี หยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับอัญมณี บรรยากาศเงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของไอดินและพฤกษา


    ทว่า... ความสงบสุขนั้นกำลังถูกทำลายลงด้วย 'กลิ่น' บางอย่างที่ไม่พึงประสงค์


    "เหม็น! นี่มันกลิ่นบ้าอะไรกัน!"


    เหล่าศิษย์สายนอกที่ทำหน้าที่รดน้ำพรวนดินต่างพากันอุดจมูก บ้างก็ทำหน้าพะอืดพะอมเหมือนจะอาเจียน ต้นตอของกลิ่นนั้นกำลังเดินอาดๆ เข้ามาทางประตูหน้าสวนสมุนไพรอย่างไม่เกรงกลัวสายตาใคร


    อาเจีย เดินนำหน้าด้วยท่าทางมั่นใจ (แม้ท้องจะร้องโครกคราก) ตามหลังมาด้วย 'เจ้าสัว' หุ่นเชิดหยกทมิฬที่แบกถังไม้เก่าๆ สองใบไว้บนบ่า ภายในถังนั้นบรรจุโคลนสีดำข้นคลั่กที่ส่งกลิ่นเหมือนไข่เน่าผสมสนิมเหล็กตลบอบอวล


    "หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"


    เสียงหวานแต่ดุดันดังขึ้นจากฟากฟ้า ร่างระหงของหญิงงามร่อนลงมาขวางหน้าอาเจียอย่างรวดเร็ว นางไม่ได้ขี่กระบี่ แต่ยืนสง่างามอยู่บน 'พู่กันหยกขนาดยักษ์' ที่ลอยคว้างอยู่เหนือพื้นดิน


    เย่ปิงอวิ๋น ศิษย์พี่หญิงคนสนิทของเจ้าสำนัก ขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะเป็นปม นางยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกด้วยความรังเกียจ


    "อาเจีย! เจ้าบังอาจมากที่เอากลิ่นโสโครกเช่นนี้เข้ามารบกวนความสงบของยอดเขาพู่กันหยก! เจ้าคิดจะวางยาพิษศิษย์ทั้งสำนักหรืออย่างไร?"

    อาเจียรีบประสานมือคารวะ ปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จ (ที่ผสมความจริง) ทันที


    "ศิษย์พี่หญิงเย่โปรดระงับโทสะ! ข้าน้อยมิได้มีเจตนาร้าย... แต่ข้าน้อยเห็นว่าช่วงนี้สมุนไพรในสวนดูไม่ค่อยเจริญอาหาร ใบเหลืองซีดเซียว ข้าน้อยจึงอุตส่าห์ไปเสาะหา 'หัวเชื้อปุ๋ยทิพย์' มาจากก้นบึ้งของแดนลับเพื่อมาบำรุงพวกมันโดยเฉพาะ!"


    "ปุ๋ยทิพย์?" เย่ปิงอวิ๋นหรี่ตามองโคลนเหม็นเน่าในถัง "ข้าเห็นแต่โคลนเน่าจากบ่อขยะ! เจ้าอย่ามาเล่นลิ้น รีบเอามันออกไปก่อนที่ข้าจะสั่งลงโทษ!"


    "ฮ่าฮ่าฮ่า..." เสียงมู่เฉินหัวเราะชอบใจในหัว "นางพูดถูก มันคือโคลนเน่าจริงๆ นั่นแหละ... แต่เจ้าเด็กนี่มันกะล่อนได้โล่จริงๆ"


    อาเจียไม่ยอมแพ้ เรื่องกินเรื่องใหญ่ เขาทำท่าทางขึงขัง


    "ศิษย์พี่หญิง! ท่านอย่ามองเพียงแค่รูปกายภายนอก กลิ่นที่รุนแรงคือเครื่องยืนยันถึงความเข้มข้นของแร่ธาตุ! ...หากท่านไม่เชื่อ ข้าขอทดสอบให้ดู!"


    อาเจียหันซ้ายหันขวา สายตาเหลือบไปเห็น 'เถาวัลย์เกล็ดนาคราช' ต้นหนึ่งที่ปลูกอยู่ริมรั้ว ใบของมันดูหงิกงอและเป็นจุดสีน้ำตาล ซึ่งเป็นอาการขาดธาตุอาหาร


    "เจ้าสัว! จัดการ!"


    เจ้าสัวก้าวเข้าไป วางถังลง แล้วใช้มือจ้วงโคลนสีดำขึ้นมาก้อนหนึ่ง โปะลงไปที่โคนต้นเถาวัลย์นั้นอย่างรวดเร็ว


    "หยุดนะ! นั่นมันสมุนไพรระดับ..." เย่ปิงอวิ๋นร้องห้ามไม่ทัน


    แต่ทว่า... ปาฏิหาริย์ (หรือหายนะ) ก็เกิดขึ้น


    ทันทีที่โคลนเน่าสัมผัสราก เถาวัลย์เกล็ดนาคราชก็สั่นระริก ราวกับคนขาดน้ำที่ได้ดื่มน้ำทิพย์ ใบที่เคยหงิกงอกลับมาเต่งตึงและเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตมันวาว เกล็ดสีทองบนลำต้นส่องประกายวิบวับ ยอดอ่อนแตกหน่อออกมาใหม่ด้วยความเร็วที่ตามองเห็น!


    "เป็นไปได้ยังไง..." เย่ปิงอวิ๋นเบิกตากว้าง นางลดมือที่ปิดจมูกลงด้วยความตกตะลึง


    "ก็แน่ล่ะสิ" มู่เฉินอธิบายในหัวอาเจีย "เถาวัลย์เกล็ดนาคราชเป็นพืชธาตุไม้ที่ต้องการ 'ไอโลหะ' มาเสริมความแข็งแกร่งของเกล็ด... และโคลนจากบ่อทิ้งศาสตราก็อุดมไปด้วยสนิมเหล็กและไอวิญญาณศาสตรานับพันปี มันคืออาหารชั้นเลิศของพืชจำพวกนี้เลยล่ะ"


    อาเจียยืดอกอย่างภาคภูมิใจ (ทั้งที่ความรู้ทั้งหมดมาจากมู่เฉิน)


    "เห็นไหมขอรับ! ข้าบอกแล้วว่านี่คือ 'ปุ๋ยทิพย์หมื่นราตรี' สูตรลับเฉพาะตระกูลข้า!"


    เขารีบตีเหล็กเมื่อยังร้อน "ข้าเห็นแก่สำนัก จึงอุตส่าห์แบกมันมาด้วยความยากลำบาก... แต่ถ้าท่านไม่ต้องการ ข้าก็จะเอากลับไปเททิ้ง..."

    อาเจียแสร้งทำท่าจะสั่งให้เจ้าสัวยกถังกลับ


    "ช้าก่อน!" เย่ปิงอวิ๋นรีบเรียกไว้ นางมองผลลัพธ์ตรงหน้าด้วยความสนใจในฐานะผู้ดูแลสวน "ข้า... ข้าจะรับไว้พิจารณา แต่กลิ่นของมันรุนแรงเกินไป เจ้ามีวิธีจัดการไหม?"


    "มีขอรับ!" อาเจียยิ้มกว้าง "ข้าจะฝังกลบให้ลึก รับรองไม่มีกลิ่นรบกวน... แต่..."


    เขาลูบท้องตัวเองที่ร้อง โครก ดังสนั่นไม่อายฟ้าดิน


    "ข้าตรากตรำทำงานทั้งคืนเพื่อหมักปุ๋ยนี้ จนตอนนี้ยังไม่มีข้าวตกถึงท้อง... เรี่ยวแรงจะขุดดินฝังปุ๋ยแทบไม่มี..." อาเจียส่งสายตาละห้อยไปที่แปลง 'หัวไชเท้าวิญญาณ' สีขาวอวบอ้วนที่โผล่พ้นดินอยู่ไม่ไกล


    เย่ปิงอวิ๋นถอนหายใจกับความหน้าหนาของศิษย์ผู้นี้ นางสะบัดมือเบาๆ พู่กันหยกวาดออกไป ตัดขั้วหัวไชเท้าวิญญาณขนาดเท่าท่อนแขนสองหัว ลอยมาตกตรงหน้าอาเจีย


    "เอาไป... ถือเป็นค่าแรงล่วงหน้า" นางกล่าวเสียงเรียบ "แต่เจ้าต้องใส่ปุ๋ยให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วยาม และห้ามทำต้นอื่นตายเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นข้าจะปรับเจ้าเป็นสิบเท่า!"


    "รับทราบขอรับ! ศิษย์พี่หญิงช่างเมตตาประดุจโพธิสัตว์เดินดิน!"


    อาเจียคว้าหัวไชเท้าวิญญาณมาเช็ดกับเสื้อ (ที่เปื้อนอยู่แล้ว) แล้วกัดกินสดๆ ดัง กร้วม!


    รสหวานฉ่ำและพลังปราณอุ่นๆ ไหลลงสู่ท้อง เติมเต็มความหิวโหยและฟื้นฟูพลังกายที่สูญเสียไปได้อย่างชะงัดนัก อาเจียเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข น้ำตาแทบไหล


    'รอดตายแล้ว... ของฟรีนี่มันอร่อยที่สุดในโลกจริงๆ'


    ในขณะที่อาเจียกำลังก้มหน้าก้มตาขุดดินฝังปุ๋ย (โดยมีเจ้าสัวช่วย) เขาก็แอบใช้เท้าเขี่ยหัวไชเท้าลูกเล็กๆ ที่หลุด QC ให้กลิ้งลงไปในหลุมดิน แล้วกลบฝังไว้อย่างเนียนๆ


    "ทำอะไรของเจ้า?" มู่เฉินถาม


    'ปลูกเสบียงสำรองไงท่านมู่' อาเจียตอบในใจพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 'ดินดีขนาดนี้ ปุ๋ยดีขนาดนี้ อีกสามวันข้าค่อยแอบมาขุด... รับรองได้หัวไชเท้ายักษ์กลับไปกินฟรีอีกมื้อ!'


    "..." มู่เฉินได้แต่ส่ายหน้าในความงกที่เสมอต้นเสมอปลาย


    ไกลออกไปที่ระเบียงศาลาบนยอดเขา... ผู้อาวุโสเทียนหยวน ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ มุมปากยกยิ้มจางๆ


    "รู้จักเปลี่ยนขยะให้เป็นทอง... เปลี่ยนวิกฤตความหิวโหยให้เป็นโอกาส..."


    ชายชราหมุนแหวนหยกที่นิ้วเล่น "ดูท่าสำนักเราจะได้ 'พ่อค้าหน้าเลือด' มาประดับวงการเพิ่มอีกคนแล้วสิ"