ตอนที่ 18 ความรู้สึกนี้มัน…
ครามหยิบโอสถสีฟ้า ที่เคลือบรัศมีสีทองอยู่ชั้นนอกออกมาจากขวดโหลสีขาว เพียงมันโผล่ออกมา กลิ่นหอมก็ได้คละคลุ้งออกมาปกคลุมทั่วบริเวณถ้ำ อชิรารับมาพลางถามอย่างสงสัยว่ามันคือโอสถอะไร
นี่เป็โอสถหัวใจนักสิทธิ์!!!
“เอ่อ คือขณะที่เ้าหลับข้าพบว่าเ้ามีพลังอิทธิอ่อนๆ อยู่ภายใน หากเ้ากินมันเข้าไปW
“นี่เ้าแตะต้องตัวข้าเหรอ” อชิราโวยใส่
“ข้าไม่ได้ตั้งใจ บังเอิญข้าได้ััผิวกายเ้านิดเดียวเองนะ” ครามโต้กลับ
“นิดเดียว นั่นก็เรียกได้ว่าเ้าล่วงเกินข้า”
“ไม่ใช่สักหน่อย เ้ามากอดข้าเองต่างหาก” ครามพูดอย่างขัดเขิด
“ข้าเนี่ยนะ มันใช่เหรอ”
“แต่เ้าฟังข้าก่อน โอสถนี่จะช่วยทำให้จิตใจเ้าสงบพอที่จะเข้าถึงฌาณเบื้องต้นในระดับต่างๆ ได้ จะช่วยเสริมความสามารถในเชิงดาบของเ้าให้ไปไกลกว่าที่เป็อยู่ได้ลิบลับ”
“เอาเถอะๆ ในพิภพมีโอสถแบบนี้ด้วยรึ” อันที่จริงอชิราเริ่มจำเื่ราวได้แล้วว่าเธอเป็ฝ่ายเข้าไปกอดครามเองนั่นแหละ แต่ก็ต้องปากแข็งเข้าไว้ ไม่ให้เสียเชิงสุภาพสตรี
อชิราทานโอสถเม็ดสีฟ้าใสเข้าไป เมื่อััถูกลิ้นพลันละลายกลายเป็ไอในปากอบอวลอยู่ในโพรงจมูก ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นในทันที หลังจากนั้นครามสอนเทคนิคการกำหนดลมหายใจในการเข้าฌาณ รวมไปถึงการควบคุมพลัง ไม่ช้าจักระที่มีพลังเพียงเล็กน้อยก็ถูกเปิด ทำให้เธอได้บรรลุนักบำเพ็ญระดับ 1
ความรู้สึกตื่นเต้นของเธอที่ไม่สามารถเก็บอาการไว้ได้ ทำให้เธอหลุดออกจากฌาณ แล้วกล่าวกับครามอย่างไม่เป็ประโยค แต่ก็พอจะจับใจความได้ว่าเธอดีใจที่มีพลังอิทธิ แม้จะอ่อนๆ ก็ตาม
ในพิภพแห่งนี้ พลังแบ่งออกเป็สามสาย ได้แก่ สายอิทธิฤทธิ์ มุ่งสู่การฝึกพลังอิทธิ สายศาสตรา เน้นการฝึกพลังท่วงท่าจากอาวุธต่างๆ และสายเวทมนตรา อักขระ
ไม่เคยพบเห็นผู้ใดฝึกสะเปะสะปะ มักจะเน้นทางใดทางหนึ่งให้เชี่ยวชาญ เพราะชีวิตมนุษย์นั้นสั้นนัก หากใช้เวลาในการฝึกทุกอย่าง เกรงว่าจะไม่พอ
แต่ที่อชิราเห็นการการต่อสู้ของคราม ความพิสดารในการประสานท่วงท่าของศาสตรา และพลังอิทธิแล้ว ดูร้ายกาจยิ่งนัก
สายศาสตรา เน้นท่วงท่าในการโจมตี บ้างก็ลวงศัตรูให้คิดไปอีกทางหนึ่ง เพื่อโจมตีให้บรรลุเป้าในทางตรงกันช้าม หรือคาดไม่ถึง แต่มีข้อจำกัดตรงที่ระยะในการโจมตีนั้นสั้น เมื่อปะทะกับสายพลังที่มีมีจุดเด่นที่โจมตีได้ในระยะไกล ย่อมพลาดท่าได้ง่าย หากมีความเร็วหรือเข้าประชิดตัวไม่สำเร็จ
แต่เมื่อท่วงท่าแห่งศาสตรา ประสานกับพลังอิทธิแล้ว ทำให้โจมตีได้ไกลมากขึ้น ซ้ำยังสร้างจุดเด่นเมื่อศาสตราปะทะกับศาสตรา ยังสามารถแอบปล่อยพลังอิทธิใส่คู่ต่อสู้ได้อีกด้วย ราวกับว่าได้อาวุธวิเศษมา
เมื่อเห็นการต่อสู้ของคราม จึงทำให้เธอไม่มีข้อกังขาในการฝึกฝนเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อมันช่วยยกระดับวิชาดาบของเธอให้แข็งแกร่ง
เมื่อเห็นอชิราหลุดออกมาจากการเข้าฌาณแล้ว เขาจึงหยิบโอสถสีน้ำเงินยื่นให้เธอ
“โอสถนี้มีส่วนผสมจากหญ้าหมื่นบำรุง ช่วยให้เ้าอิ่มไปหลายวันในขณะที่เ้าเข้าฌาณ ข้าอยากให้เ้าเข้าฌาณโดยไม่ตื่นเต้นยินดีไปกับระดับที่เลื่อนขึ้นไปไกลมากว่านี้”
“ข้ารู้แล้ว อาาาาจาาาารย์น้อย” อชิราลากเสียงยาว
เมื่อครามเห็นอชิรา เข้าฌาณอีกครั้งหนึ่ง เขาตั้งใจจะออกไปเก็บเกี่ยวสมุนไพร เพื่อใช้ในการฝึกวิชาปรุงโอสถให้มากขึ้นกว่านี้
ครามเชื่อว่า หากฝึกฝน ทำซ้ำๆ อย่างไม่ย่อท้อจนช่ำชอง ย่อมทำสำเร็จได้ทุกเื่
ความล้มเหลวไม่มีในโลก มีแต่ล้มเลิกไปก่อนสำเร็จทำนั้นแหละ
สิ่งนี้เป็สัจธรรม ที่อาจารย์ปลูกฝังให้กับเขาในนรก อีกข้อหนึ่งที่อาจารย์สั่งว่าห้ามลืมเด็ดขาด แม้จะรู้สรรพวิชาจำนวนมาก ก็ยังไม่มีประโยชน์เท่ากับ นำสิ่งที่ได้รู้มาใช้ให้เป็รูปธรรม
ครามเห็นอชิรากำลังเข้าฌาณอย่างสงบนิ่ง จึงออกมานอกถ้ำ สูดกลิ่นอากาศยามเช้า
กลิ่นสมุนไพรหลายชนิด ปนมากับสายลม
อ้า ข้าจะเอาพวกเ้ามาปรุงโอสถเสียให้หมด ฮ่าๆ
“ข้าจะออกไปฝึกบินกับหาสมุนไพรสักหน่อย เย็นๆ ข้าจะกลับมา” ครามพูดอย่างแ่เบา มองไปที่หญิงสาวที่นั่งสงบนิ่ง บัดนี้ใบหน้าของเธอที่เคยเศร้าหมองดูอิ่มเอิบ เรือนผมสีดำขลับทอประกายจางๆ จากแสงของปากถ้ำ
อชิราพยักหน้าเบาๆ เป็การตอบรับ