ตอนที่23ลางสังหรณ์อันไม่แน่ใจ
ยามรัตติกาลปกคลุมน่านฟ้าท้องฟ้ากำลังแปรเปลี่ยนตามกาลเวลาแสงสุริยันกำลังทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าตามวงโคจรของโลกแสงสุริยันยามเช้ากำลังปะทะตัวปราสาทฮอกวอตส์เพื่อส่งสัญญาณถึงรุ่งอรุณใหม่เส้นทางภายนอกยังคงไร้ผู้คนออกมาเดิน แต่ภายในตัวปราสาทกับมีเสียงบางอย่างที่กำลังโดนตวัดไปมาในอากาศต้นเสียงนั้นดังมาจากลานสนามหญ้ายิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ยิ่งได้ยินเสียงนั้นเรื่อย ๆจนกระทั่งเห็นเงาดำกำลังถือบางอย่างที่ยาวกว่าไม้กายสิทธิ์แสงสุริยันสาดส่องผ่านปะทะเงาดำนั้นปรากฏร่างหนึ่งร่างของเด็กหญิงผมสีดำกำลังยกดาบตวัดท่าทางอันทรงพลังฟาดฟันอากาศตรงหน้าแต่ภาพให้หัวของเด็กหญิงนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเจอชายร่างสูงกว่าตนเองกำลังยกดาบยาวขึ้นจะฟาดใส่เธอเธอหยิบดาบขึ้นและตวัดดาบใส่อีกฝ่ายแล้วฟาดฟันอย่างแรงหลายครั้งจนกระทั่งอีกฝ่ายล้มลงกับพื้นไปอบิเกลหอบหายใจอยู่สองสามครั้งก่อนที่ภาพในจินตนาการนั้นจะหายไปเหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่าเธอเก็บดาบใส่กระเป๋าคาดเอวใบเล็กไปอย่างง่ายได้แล้วหยิบบางอย่างออกมาต่อสินั้นคือกระติกน้ำทรงกระบอกแบบเหล็กสีเขียวที่ตกแต่งเป็ลวดลายธรรมชาติเธอมองกระติกน้ำตรงหน้าที่อาสก็อตให้ไว้ก่อนจะเปิดปายกขึ้นดื่มอย่างกระหาย
“อ๊า~ สดชื่นจัง~”
อบิเกลส่งเสียงอย่างพึงพอใจกับเครื่องดื่มเย็น ๆที่เตรียมมา ดีที่น้ำในกระติกยังมีอุณหภูมิที่คงที่อยู่ตลอดเวลาอบิเกลกำลังเก็บข้าวของอยู่นั้นก็มีเสียงฝีเท้าของใครกำลังเดินเข้ามาอยู่ห่างจากเธอไม่กี่เมตรอบิเกลก็หันไปทางเ้าของเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว
“ใครนะ!!”
“อ๊ะ!!” เ้าของเสียงฝีเท้านั่นก็ใก่อนจะหัวเราะออกมา“ประสาทััไวดีแท้”
“รุ่นพี่โดมินิค...” อบิเกลเห็นหญิงสาวผมสีเงินจากบ้านเรเวนคลอก็จำได้ทันที
“ตื่นเช้าจังนะ~”
“ค่ะ...เอ่อ...”
“แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นแม่มดใช้ดาบในโรงเรียนเวทมนตร์นะ?”
“อ๊ะ...คือว่า...” อบิเกลอ้ำอึ้งว่าตัวเองจะตอบยังไงดีที่เธอฝึกดาบอยู่นั้นคืออะไร
“หึ ๆ ไม่ต้องห่วง ฉันไม่บอกใครหรอก...ถึงบอกไปมันก็แปลก ๆแต่มันก็อันตรายถ้าเธอเอาออกมาไล่ฟันใครนะ”
“หนูไม่เอาออกมาทำร้ายใครแน่ ๆ ค่ะ!!หนูแค่...เอาไว้ป้องกันคนที่...ไม่ใช่คนแบบพวกเราเท่านั้น...”
“คนที่ไม่ใช่แบบพวกเรา? หมายถึง...ไม่ใช่พ่อมดแม่มดเหรอ?”
“ค่ะ...” อบิเกลพยักหน้าก่อนจะมองอีกฝ่าย “หนูไม่สามารถบอกรุ่นพี่ได้มากกว่านี้นะคะเพราะหนูก็ไม่รู้รายละเอียดเยอะนะคะ”
“ไม่เป็ไร พี่เข้าใจ...”
“ขอบคุณค่ะ...”
“แต่...การฝึกดาบแบบนี้...โดยไม่พึ่งเวทมนตร์...แปลว่าสิ่งที่เธอเจอนั้นอันตรายกว่าที่เวทมนตร์จะรับได้เหรอ?”
“เวลาเราต่อสู้...คาถาจะต้องร่าย...ถ้าร่ายช้าไปนิดเดียว...คมดาบที่ตรงมาหาเรานั้น...จะพิฆาตเราทันที”
“ฉันลืมนึกถึงเื่นั้นเลยนะ...ตลอดมาอยู่ในโลกเวทมนตร์ไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลย...”
“โลกกว้างข้างนอกมันอันตรายกว่าที่พี่จะล่วงรู้เลยค่ะ รุ่นพี่โดมินิค...”
โดมินิคฟังอีกฝ่ายกล่าวก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายช่างกล้าหาญเกินตัวมากๆ ทำให้เธอครุ่นคิดเลยว่าเด็กน้อยคนนี้ต้องเจอภัยอันตรายอะไรมั้ง
“เธอนี่...เก่งเกินตัวสุด ๆ กล้าที่จะเผชิญหน้ากับโลกกว้างข้างนอกนั้น”
“ทำไงได้ละคะ หนูอยู่กับพ่อ...หนูต้องเจอเื่เสี่ยง ๆ เสมอ”
“อาสก็อตเขา...พาเธอไปเสี่ยงแบบนั้น...แย่สุด ๆ” โดมินิคได้ยินก็รู้สึกไม่ชอบใจคนเป็ญาติผู้ใหญ่ที่พาลูกสาวตัวเองไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้
“พ่อหนูไม่ได้เป็คนพาไปนะคะ หนูเป็คนขอไปกับเขาเองเพราะไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวนะคะ!!”
“แล้วแม่เธอล่ะ ไม่อยู่ดูแลเธอเหรอ...”
“พี่เดล...อ๊ะ!!แม่เขาต้องตามพ่อไปทำงานด้วย...หนูอยู่บ้านคนเดียวไม่มีคนดูแล...หนูเลยต้องตามพ่อแม่ไปนะคะ...” อบิเกลรีบแก้ตัวให้คนเป็อาชายของตนเองทันทีไม่ให้อีกฝ่ายมองอาชายในทางไม่ดี
โดมินิคฟังเด็กน้อยพูดเหมือนแก้ตัวให้ผู้ใหญ่แต่ก็มีความสงสัยในหลาย ๆ อย่าง “งั้นเหรอ...ลำบากแย่เลยนะ...”
“ไม่เลยค่ะ ทุกคนเอาแต่ปกป้องหนูตลอดทำให้หนูคิดว่าตัวเองต้องลุกขึ้นทำให้หนูต้องจับไม้กายสิทธิ์ เพื่อทุกคนเพื่อตัวเองหนูต้องลุกขึ้นสู้กับความเสี่ยงมากมายที่ต้องเจอ!!”
อบิเกลกล่าวสิ่งที่ตัวเองเจอมาตลอดเธอโดนทุกคนปกป้องมาตลอดจนเธอต้องลุกขึ้นต่อสู้กับภัยอันตรายมากมายที่เข้ามาเธอเป็เพียงเด็กคนหนึ่งที่ดูไร้ทางต่อสู้มาก ๆ และเป็เป้าหมายได้เสมอวันหนึ่งเธออายุแค่หกขวบเธอลุกขึ้นพร้อมกับถือไม้กายสิทธิ์ต่อสู้กับพวกพ่อมดแม่มดฝ่ายมืดเธอมองอีกฝ่ายพร้อมกับยกยิ้มอย่างมั่นใจแต่สายตาของอีกฝ่ายกับตกตะลึงเธอเหมือนเห็นภาพซ้อนของญาติผู้น้องของเธอที่เสียชีวิตไปถึงมองกี่ครั้งมันก็ทำให้เธอคิดว่าอีกฝ่ายนั้นคือญาติผู้น้องของเธอหรือไปเปล่าจนเธออยากจะเอ่ยถามบางอย่างออกมา
“เมอร์รัล...เธอ...คือ...”
อบิเกลมองอีกฝ่ายที่กำลังจะพูดบางอย่างแต่แล้วก็มีบางอย่างวิ่งตรงมาทางนี้สุดแรงก่อนจะพุ่งชนโดมินิคอย่างแรงพร้อมกับน้ำเสียงอันร่าเริง
“เพื่อนเลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ!!”
“อ๊าก!!!”
ร่างของโดมินิคพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างของเธอจะไถลไปกับพื้นอบิเกลเห็นก็ใจนหันไปมองโดมินิคที่ลอยไปไกลพอตัว
“รุ่นพี่โดมินิค!!!” อบิเกลรีบวิ่งไปหาอีกฝ่ายทันที
คนเป็เพื่อนที่พุ่งเข้ามาชนก็ตั้งตัวอย่างงุนงงว่าคนเป็เพื่อนไม่ได้ตั้งตัวในการชนของเธอเลยเหรอ
“อ้าว...ครั้งนี้พลาดจริง ๆ เหรอ?”
อบิเกลเข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับร่างกายคาถารักษาอีกฝ่ายทันทีโดมินิคที่ได้สติก็หันไปมองเพื่อนของตนที่พุ่งมาอย่างไม่ให้ทันตั้งตัวเลยเธอหันไปมองเด็กสาวที่มีสีผมอันเป็เอกลักษณ์ต่างจากคนทั่วไปด้วยการย้อมสีผมเป็สีชมพูจนทุกคนเรียกเธอว่าหญิงสาวผมหวานแหววแห่งเรเวนคลอดวงตาสีฟ้าจับจ้องมองโดมินิคอย่างชอบใจจนโดมินิคหมั่นไส้อีกฝ่ายก่อนจะะโขึ้นมา
“เนเน่!!! ทำบ้าอะไร ฉันเกือบตายแล้วนะ!!”
“อะไรรรรรร~ ก็นึกว่าตั้งตัวแล้วนะเนี่ย~”
“ตั้งตัวบ้านสิ!!! คนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างเชียว”
“แล้วจะพูดอะไรนะ?” เนเน่มองอย่างสนใจจนสายตาเป็ประกาย
โดมินิคฟังคำถามอีกฝ่ายก่อนจะหันไปมองอบิเกลที่เธออยากพูดอะไรกับอีกฝ่ายแต่เธอนึกคำถามไม่ออกแล้วนี่สิ
“จำไม่ได้แล้วสิ...”
“อ้าว...รุ่นพี่...” อบิเกลที่อยู่ข้าง ๆถึงกับทรงตัวไม่ทันอีกฝ่ายจะพูดอะไรกับเธอแต่ลืมไปแล้ว
“แล้วนี่เธอมาทำอะไร?”
“ก็มาตามเธอกลับบ้านไง เตรียมตัวไปอาบน้ำกันเดียวเจ็ดโมงครึ่งก็มีเรียนแล้ว นะ”
“เดียวนะ...วิชาแรกเราเริ่มเรียนแปดโมงเช้านะ?”
“แปดเหรอ? นึกว่าเจ็ดโมงครึ่งซะอีก...”
“เนเน่!!!”
“คิก ๆ” เนเน่หัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะสังเกตเห็นเด็กอีกคนนั้นทำให้เธอสนใจทันที“เอ๋~? นี่มันสาวน้อยบ้านสลิธีรินนี่น่า~”
อบิเกลมองอย่างใที่อีกฝ่ายพึ่งเห็นเธอคงเพราะอีกฝ่ายสนใจรุ่นพี่โดมินิคแน่ ๆ “เอ่อ...สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีจ้า~ ฉัน เนเน่ เป็เพื่อนโดมินิคนะ~”
“หนูอบิเกลค่ะ...”
อบิเกลกำลังแนะนำตัวอีกฝ่ายอยู่นั้นอีกฝ่ายก็ยืนหน้าเข้ามาใกล้จนใบหน้าอยู่ห่างกันไม่กี่เมตรดวงตาของอีกฝ่ายเริ่มสว่างเจิดจ้ากว่าเดิมอย่างน่าประหลาดจนอบิเกลตะลึงไปชั่วขณะเนเน่เอียงคอเล็กน้อยเธอจ้องมองอบิเกลไม่กะพริบก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมา
“น่าแปลกนะ...ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางนั้น...แต่กับ...มีสิ่งนั้นผสมอยู่ในเืเธอ...ช่างน่าประหลาด...เธอมีความเกี่ยวข้องยังไงกัน?”
อบิเกลฟังคำพูดอีกฝ่ายก็งุนงงว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไรก่อนที่เธอจะเอ่ยถามออกมา“ที่พูดออกมานั้นหมายความว่าไง? เืของฉัน...ผสมอะไร?”
“ก็...เืเธอ-”
“เลิกวุ่นวายกับเด็กสักที!!” โดมินิคเอาสันมือตีหัวเนเน่ทันที
“โอ๊ย!! โดมินิคอ่ะ!! มันเจ็บนะ!!” เนเน่กุมหัวตัวเองด้วยความเจ็บ
“อยากทำตัวแปลก ๆ ใส่เด็กเองนี่!!”
“ทำตัวแปลก ๆ ฉันทำอะไรไป?”
“เมื่อกี้คุณพูดบางอย่างเกี่ยวกับเืของฉัน...ฉันยังไม่ได้ฟังคำตอบเลยนะคะ!!”
“ฉันพูดอะไรไปด้วยเหรอ?”
“เอ๋!!”
อบิเกลมองอีกฝ่ายที่พูดอะไรออกมาทำให้เธอค้างคาใจสุด ๆก่อนที่จะมองไปที่โดมินิคที่ทำให้เธอพลาดสิ่งที่อยากได้ยิน
“ขอโทษที...ไม่นึกว่ายัยนี้จะลืม...ฉันเผลอขัดขวางคำทำนายเข้าสินะ...”
“คำทำนายเหรอคะ?”
“ใช่...ฉันก็ลืมไปว่าเนเน่เป็แม่มดสายหมอดู...อะไรที่พูดออกมาไม่นานก็จะลืมไปนะ”
“งั้นเมื่อกี้กำลังทำนายบางอย่างเกี่ยวกับตัวหนูเหรอคะ?”
“ไม่รู้สินะ...จำไม่ได้แล้วสิ~” เนเน่ทำตัวเบื่อ ๆก่อนจะลุกขึ้นไปกอดแขนของโดมินิค “ไป ๆกลับกันเถอะนะ!!”
“เธอนี่มัน...” โดมินิคมองอีกฝ่ายที่ทิ้งปริศนาให้เด็กน้อยแล้วหันมาสนใจเธอแทนก่อนที่เธอจะหันไปหาอบิเกล “งั้นพี่กลับก่อนละแล้วก็...อย่าไปคิดมากเื่ที่เนเน่พูดเลยนะ”
“ค่ะ...”
ทั้งสองคนเดินออกจากจุดนั้นกันไปปล่อยเหลือแค่อบิเกลอยู่คนเดียวเธอนึกคำพูดอีกฝ่ายที่บอกว่าเธอมีความเกี่ยวข้องกับอะไรบางอย่างแต่มันคืออะไรกันแน่ยิ่งน่าสงสัยมากกว่าเดิม
คำพูดนั้นหลงเหลืออยู่ในความคิดอันเล็กจ๋อยเธอส่ายหน้าเบา ๆ การครุ่นคิดกับเื่นี้มากไปอาจจะทำให้เธอเสียสมาธิมากกว่าเดิมเธอหันไปตรวจสอบของของเธอว่าตัวเองลืมเก็บอะไรไหมจนเธอรู้สึกถึงบางอย่างจากด้านหลังเธอหันไปมองก็ไม่มีอะไรอยู่ข้างหลังจนเธอนั้นััถึงพลังงานบางอย่างที่ลอยออกมาจากเสาคล้ายกลุ่มควันแต่สำหรับอบิเกลมันคือออร่าที่ออกมาจากร่างกายสิ่งมีชีวิตแปลว่ามีคนแอบอยู่หลังเสานั้นอบิเกลเห็นแบบนั้นก็ทำเป็ไม่สนใจก่อนจะทำเป็ก้าวขาเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจคนที่แอบอยู่หลังเสานั้นก็โล่งใจที่อีกฝ่ายจับไม่ได้ว่าเขานั้นแอบตามมาดูเธอั้แ่เช้าตรู่ถึงจะอยู่คนละฝั่งของหอพักเขาก็รู้สึกว่าเวลาไหนที่อีกฝ่ายทำอะไรแปลก ๆเช่นวันนี้ที่อีกฝ่ายออกมายามเช้ามาฝึกดาบเขาเห็นอีกฝ่ายแสดงการต่อสู้โดยใช้ดาบก็ชอบใจมาก ๆก่อนจะเดินออกมาว่าอีกฝ่ายนั้นไปทางไหน แต่ว่าอีกฝ่ายก็ไม่อยู่แถวนั้นแล้ว
“เดินเร็วจัง...ไปทางไหนแล้ว?”
“นี่รอบที่สองที่นายแอบตามฉันนะ? สกอร์เปียส”
“อ๊ากกกกกกกกก!!” สกอร์เปียสสะดุ้งจนร้องออกมาเขาหันหลังไปมองอีกฝ่ายที่แอบมาอยู่ข้างหลังั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แต่ภาพนี้เหมือนกับเคยเกิดขึ้น “เดจาวู...”
“ก็ไม่เชิงนะ...ครั้งแรกตอนไปบ้านอาจารย์แฮกริดครั้งนี้มารอบนี้อีกนายอยากเป็นักย่องเบาเหรอ?”
“จะบ้าเหรอ!! อบิเกล”
“แล้วตามมาทำไมกัน?”
“อ๊ะ...ก็...แค่...”
สกอร์เปียสไม่รู้จะพูดยังไงเขาไม่ค่อยอยากอยู่ในห้องพักชายนาน ๆเพราะวันเขาก็ระหว่างว่าพวกผู้ชายที่ชอบรังแกจะโผล่มาตอนไหน
“เฮ้อ...รีบ ๆ เก่งเวทมนตร์ละกันจะได้ต่อสู้กับพวกนั้นได้นะ” อบิเกลถอนหายใจเบาๆ เธอตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ
สกอร์เปียสฟังคำพูดอีกฝ่ายจริงที่เขาต้องเรียนรู้และใช้คาถาให้คล่องเพื่อจัดการพวกนั้นแต่ก็มีข้อห้ามที่ห้ามให้ปีหนึ่งใช้ไม้กายสิทธิ์นอกห้องเรียนอีกเขาปัดเื่นี้ออกจากหัว ก่อนจะหันไปสนใจเื่ก่อนหน้า
“แล้วนี่เธอ...ใช้ไม้กวาดแอบมาข้างหลังฉันอีกแล้วเหรอ?”
“เปล่า...ฉันไม่ทำเหมือนครั้งแรกหรอกนะ”
“แล้ว?”สกอร์เปียสยกคิ้วข้างหนึ่งอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายไม่ใช่วิธีคล้ายแบบแรกแล้วใช้วิธีไหน
อบิเกลยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นพร้อมกับขยับปากเบา ๆแสงจากไม้ก็ลงที่เท้าของเธอแล้วยกเท้าขึ้นลงเหมือนกำลังเดินอยู่กับที่แต่การก้าวนั้นไร้เสียงการเดินทำเอาสกอร์เปียสมองอย่างใ ก่อนจะพองแก้มที่เขาโดนตลบหลังอีกฝ่ายแล้ว
“เธอนี่มัน!!”
“เธอนี่มันอะไร แล้วทำไมต้องแอบด้วยล่ะ?”
“ก็...ฉันไม่อยากรบกวนเธอนี่น่า...”
“เฮ้อ...อยากดูก็มาดูก็ได้ไม่ต้องแอบหรอกน่า” อบิเกลกล่าวพร้อมกับเตรียมตัวกลับหอพัก
สกอร์เปียสได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ ก่อนจะเดินตามทันที “จริงเหรอ?ฉันสามารถมาดูเธอได้ตลอดเหรอ?”
“ได้สิ เราเป็เพื่อนกันนะ นายจะทำอะไรฉันก็ไม่ว่าหรอกน่า”
“เพื่อน...ฉันยังไม่อยากเชื่อเลยนะ...ที่เราเป็เพื่อนกันนะ...”
“แล้ว...่นี้โดนพวกผู้ชายแกล้งอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่แล้วนะ...พวกรุ่นพี่ที่ปกป้องฉันเขาสอนให้ฉันใช้เวทมนตร์เวลาคับขันด้วยนะฉันเลยได้รู้อะไรเยอะเลยนะ แต่ก็ต้องระวังตอนพี่ ๆ ไม่อยู่”
“ปกติ พวกนี้ชอบล้อมกัดตอนเราเผลอกัน...” อบิเกลครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะเอ่ยพูดออกมา"งั้น...ฉันจะสอนนายเพิ่มให้ ฉันสอนคาถาป้องกันให้"
“จริงเหรอ!?” สกอร์เปียสมีสีหน้าที่ดีใจสุด ๆที่อบิเกลจะสอนเขา “ไม่เคยคิดเลยนะว่าจะได้รับการสอนจากเ้าหน้าที่ผู้าุโแบบนี้นะ”
“าุโอะไรกัน? ฉันแค่เด็กคนหนึ่งนะ”
“แต่เป็เด็กคนหนึ่งที่มีชื่อในฐานะเ้าหน้าที่เนี่ยนะ?”
ทั้งสองคนต่างหัวเราะพร้อมกันอย่างชอบใจจริงของสกอร์เปียสถ้าในวงการในกระทรวงเธอคือผู้าุโตัวน้อย แต่ถ้าในโรงเรียนเธอยังอ่อนหัดในหลาย ๆด้าน ระหว่างทางลงไปทางคุกใต้ดินที่อยู่ใกล้กับหอพักของสลิธีรินระหว่างเดินนั้นก็มีผีลอยมาผ่านพวกเธอสองคนก็ทำเอารู้สึกเย็นวาบไปเลยทั้งสองคนส่ายหน้ากันอย่างไม่เข้าใจระหว่างทางนั้นสกอร์เปียสก็เล่าเื่่ก่อนมาเรียนได้ไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศของครอบครัวเขาได้ไปตกปลากับพ่อและได้นั่งดูแม่อ่านหนังสือให้ฟังเป็่เวลาที่มีความสุขของเขามากๆ เธอสังเกตว่าอีกฝ่ายนั้นมีสีหน้าที่ดูร่าเริงกว่าปกติมาก ๆทำให้เธอรู้ว่าครอบครัวอีกฝ่ายนั้นช่างเป็ครอบครัวที่มีความสุขมาก ๆสำหรับอีกฝ่ายอบิเกลก็มีเล่าเื่บางเื่่ไปทำภารกิจระหว่างที่กำลังพูดคุยนั้นเสียงหนึ่งอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันไม่พึงพอใจ
“พวกนายไปขอเด็กนั้นให้มาดำรงตำแหน่งของฉัน เพราะแบบนี้ใช่ไหม!? งานแข่งขันระหว่างบ้านจะมีอีกกี่ชั่วโมงแต่พวกแกไม่เคยเรียนฉันไปฝึกด้วยเลยนะ!!” แม็กนัสะโเสียงด่าทอเหล่าเพื่อนร่วมบ้านที่ดำรงตำแหน่งตัวแทนนักเล่นควิดดิชของบ้าน
“ใช่ ๆ พวกนายมันเห็นแก่ตัว ไม่เคยเรียกแม็กนัสไปฝึกสักครั้ง!!แล้วนี่จะเอาเด็กที่ไม่เคยฝึกไปลงแข่งด้วย พวกแกได้แพ้แน่ ๆ!!” เพื่อนหญิงของแม็กนัสกล่าว
“แพ้เหรอ!? ถามหน่อยเถอะ!พวกเราเรียกแม็กนัสไปฝึกกี่รอบแล้ว!! ฝึกทีไรก็ล้มเหลวพอแข่งจริงก็เอาแต่ตัวเองเป็หลักไม่สนใจใครเลยนะ!!” นักเรียนชายคนที่หนึ่งกล่าวพร้อมกับสีหน้าไม่พึงพอใจอีกฝั่ง
“ว่าไงนะ!! จะมาโทษแม็กนัสไม่ได้นะ!! พวกแกมันไอ้ขี้แพ้เองนี้!!”
“เหอะ!! ไม่กล่าวโทษหมอนั้นก็ไม่ได้!!หมอนั้นอยากทำตัวเองคนที่ขี้แพ้มันพวกนาย!! ปกป้องมันเข้าไป!!ไอ้คนขี้แพ้ทำให้บ้านสลิธีรินแพ้มากี่ครั้งแล้ว!!”
“แกว่าไงนะ!? กิลเบิร์ต!!!”
“ทำไมเคืองเหรอ!? เอาสักหมัดไหมล่ะ!!”
“เอาสิ!!”
“หยุด!!!” ชาร์ลีะโออกมาเสียงดัง
ทุกคนหันไปมองอีกฝ่ายที่ะโขึ้นมาพร้อมกับยืนไม้กายสิทธิ์อยู่
“ถ้าพวกนายจะทะเลาะกันตรงนี้ฉันบอกคำเดียวว่าจะไม่มีคนได้ไปแข่งและฉันจะไปช่วยเมอร์รัลมาเข้าทีมถ้านายอยากพิสูจน์ตัวเองแม็กนัสครั้งนี้นายต้องทำให้เราชนะถ้าไม่ฉันจะไปชวนเมอร์รัลเข้าทีมแทนนาย!!”
“อึ้ก!!” แม็กนัสได้ยินแบบนั้นก็ไม่พอใจสุด ๆก่อนที่เขาจะยกนิ้วชี้หน้าชาร์ลี่ “หึ คอยดูละกัน!!ครั้งนี้ฉันจะทำให้บ้านเราชนะ!!”
“ขอให้จริง ถ้านายเล่นทุจริตอีก โควตาของนายจะหมดลง!!” ชาร์ลีขีดเส้นให้อีกฝ่ายระวังตัวกับพฤติกรรมของเขาถ้ายังทำตัวไม่เหมาะสมในสนามแข่ง
แม็กนัสมีสีหน้าไม่พึงพอใจก่อนที่เขาจะเดินออกจากตรงนั้นแต่พอหันหลังไปเขาก็ต้องอารมณ์เพิ่มขึ้นอีกสองเท่าเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหญิงที่จะแย่งตำแหน่งของเขาได้ทุกเมื่อเขาเห็นสีหน้าอันเ็าจ้องมองเขานั้นทำให้เขาโกรธเคืองกว่าเดิม
“มองอะไร!?”
“ก็กำลังมองไอ้สุนัขกินศพอยู่ล่ะ!!” อบิเกลตอบด้วยคำสแลงที่เธอสื่อว่าอีกฝ่ายนั้นหมายถึงสุนัขไร้ค่าที่ต้องกินศพเป็อาหารประทังชีวิตตัวเอง
“แกว่าไงนะ!!!”
แม็กนัสตาโตอย่างไม่พอใจสุด ๆ เขากำลังจะยกไม้กายสิทธิ์แต่อบิเกลยกอุปกรณ์บันทึกขึ้นมาทันทีทำให้แม็กนัสชะงักทันทีว่าเธอเปิดบันทึกนั้นแล้วเอาไปฟ้องอาจารย์ใหญ่เขาคงโดนไล่ออกจากโรงเรียนแน่ ๆ ก่อนที่เขาจะเก็บไม้แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็วพวกชาร์ลีโล่งใจพวกเขานึกว่าจะมีเื่แล้ว ก่อนที่พวกเขาจะเดินมาหาอบิเกล
“ปากเราก็นะ นิ่งเงียบไปน่าจะดีกว่านะ”
“ทำไงได้ละคะ เขาอยากมาถามอะไรบ้า ๆ เอง มาทะเลาะตรงทางเดินเข้าบ้านกันยังจะมาถามคนอื่นอีกว่ามองอะไร”
“แล้วนี่เช้าแบบนี้พวกเธอไปไหนกันมา...ระหว่างชายหญิง...” คามิวเอ่ยถามอย่างสงสัย
อบิเกลมองหน้าสกอร์เปียสก่อนจะหันไปมองรุ่นพี่ที่กำลังคิดอะไร“หนูไปฝึกมานะคะ ส่วนสกอร์เปียสออกไปตามหนูกลับหอนะคะ”
“ฝึก? เช้าแบบนี้เลยเหรอ?” คูลูมัสเอ่ยอย่างสงสัย
“ปกติของหนู ตอนทำงาน ถ้าไม่ฝึกมันเหมือนร่างกายมันอ่อนแอนะคะ”
“ขยับจังนะ” ชาร์ลียกยิ้มอย่างชอบใจเขาชอบเด็กคนนี้ต่างจากแม็กนัสที่ช่างทำให้เขาปวดหัว
“ขอบคุณค่ะ...แล้วที่เมื่อกี้บอกว่ามีการแข่งขัน?”
“อ๋อ...พอดี ตอนบ่ายเรามีการแข่งเราเคยชวนหมอนั้นให้มาซ้อมหลายรอบจนมาล่าสุดนี้เธอมาปีนี้พอดีการขี่ไม้กวาดของเธอสุดยอดมาก ๆพวกเราได้เห็นั้แ่การจับสัตว์วิเศษและการแข่งกับเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ทำให้เราคิดว่าเธอเหมาะเล่นเป็ตำแหน่งหมอนั้นมาก ๆ”
“อย่างที่หนูเคยบอกนั้นละคะ...อย่าดีกว่า...ไม่งั้นไอ้สุนัขกินศพนั้นจะเล่นงานหนูอีกพอดี”
“แต่ว่าพวกเราขอใส่ชื่อเราไว้ได้ไหมเกิดอะไรขึ้นเรายังเป็ตัวแทนของบ้านนะ”
“แบบนั้นจะไม่เป็ไรแน่นะคะ?”
“พวกพี่ขอร้องละนะ เมอร์รัล” ชาร์ลีทำสีหน้าอันน่าสงสาร
อบิเกลจ้องมองด้วยสายตาเหนื่อยใจว่าถ้าแม็กนัสรู้เธอคงโดนเล่นงานแน่ๆ ยิ่งพวกรุ่นพี่คนอื่น ๆต่างมองเธอด้วยสายตาอ้อนวอนนั้นทำให้เธอเอาเธอต้องถอนหายใจเบา ๆ
“ตามใจพวกรุ่นพี่เลยค่ะ แต่หนูไม่แข่งตามที่เคยบอกนะ”
“ขอบคุณนะ เมอร์รัล”
“อบิเกลขอบใจนะ”
“แต่ว่า...บ่ายนี้...พวกหนูคงไม่เห็นเหตุอันไม่คาดคิดนะ?” อบิเกลเอ่ยถามอย่างสงสัยเพราะว่าเื่เกี่ยวกับแม็กนัส เธอคงได้เห็นเื่ที่จะเกิดในอีกไม่นานแน่ ๆ
“ก็ไม่แน่ใจ...ยิ่งคนบ้านวีสลีย์เป็หัวหน้าทีมด้วยนี่สิ”
“คนบ้านวีสลีย์นะเหรอ?”
“ก็คนนั้นไง ที่มาช่วยเธอเมื่อวานนะ”
“โดมินิค วีสลีย์”
อบิเกลได้ยินก็ตาโตเธอกลัวจริง ๆว่าจะเกิดอะไรขึ้นในรอบบ่ายนี้ ยิ่งคนที่มาจากบ้านสลิธีรินบางคนก็ไม่น่าไว้ใจสุด ๆนั้นทำให้เธอต้องไปร่วมการแข่งนี้ในฐานะคนดูเสียแล้ว
จบตอนที่ 23 โปรดติดตามตอนที่24 ต่อไป